ตอนที่ 15 เช็ดตัว
ไป๋เพ่ยเพ่ยตามเข้าไปในครัวดูก็พบว่าในโอ่งมีน้ำเหลืออยู่ไม่มากจริง ๆ หากใช้ล้างหน้าล้างเท้าก็ยังพอว่า แต่หากจะอาบน้ำก็คงจะไม่เพียงพออยู่สักหน่อย
เห็นได้ชัดว่าเซี่ยเหมียวเหมียวเอ่ยถามคำถามนี้ ก็คงจะถามถึงเื่อาบน้ำ
เซี่ยต้ายาเพิ่งถูกรับกลับบ้านในวันนี้ เมื่อตอนกลางวันนางได้ทำความสะอาดร่างกายมาแล้วจากบ้านตระกูลเฉียว สามารถรออีกหน่อยได้ หลังจากบำรุงร่างกายแล้วค่อยว่ากัน ทว่าวันนี้ตอนที่ทำความสะอาดเก็บกวาดห้องของสองแฝด มีพวกเขามีกลิ่นตัวแล้ว เกรงว่าคงต้องอาบน้ำสักหน่อย
สำหรับตัวนางเองนั้นวิ่งโร่ไปมาทั้งวัน แน่นอนว่าย่อมต้องอาบขัดตัวให้สะอาด
ยังมีเซี่ยเหมียวเหมียวที่ก็ต้องอาบขัดตัวให้สะอาดเช่นกัน
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ทำงานนอกบ้านมาทั้งวัน เขาเองก็จำเป็ต้องอาบน้ำให้สะอาด ส่วนเซี่ยเสี่ยวหย่า...
ก็ได้ ในเมื่อทุกคนล้วนอาบน้ำขัดตัว จะทิ้งเซี่ยเสี่ยวหย่าไว้ข้างนอกก็ดูเหมือนจะทำเกินไปหน่อย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องเตรียมไว้ให้นาง
“เรียกพ่อของเ้าให้ไปหาบน้ำ วันนี้พี่สาวของเ้าไม่ต้องอาบเพราะบนตัวของนางมียาใส่แผลอยู่ อีกสองวันค่อยให้นางล้างตัว เ้าเอ่ยถามพ่อของเ้ากับเสี่ยวหย่าดูว่าพวกเขา้าอาบน้ำหรือไม่ หากพวกเขาสองคนไม่อาบ ก็มีเพียงของเ้ากับแม่ แล้วก็ของน้องชายฝาแฝดสองคน”
"เ้าค่ะ"
...
ทันทีที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์ได้ยินถ้อยคำของเซี่ยเหมียวเหมียวผู้เป็หลานสาว เขาก็หยิบไม้คานขึ้นมาโดยไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรแล้วไปหาบน้ำ
ไม่นาน น้ำก็ถูกต้มจนเดือด เซี่ยเหมียวเหมียวกล่าวบอกไป๋เพ่ยเพ่ยว่าใช้ได้แล้ว ทั้งยังบอกอีกว่าเซี่ยเหล่าเอ้อร์และเซี่ยเสี่ยวหย่าจะไม่อาบน้ำ ดังนั้นจึงมีเพียงพวกเขาสี่คนเท่านั้น
ไป๋เพ่ยเพ่ยพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเทน้ำร้อนผสมน้ำเย็น ก่อนจะเอ่ยเรียกเซี่ยเหล่าเอ้อร์ซึ่งกลับมาจากหาบน้ำให้เข้ามาในห้องเพื่อช่วยเช็ดตัวลูกชายฝาแฝด
ช่วยไม่ได้ แม้ว่าฝาแฝดจะดูเยาว์วัยแต่ก็อายุอานามก็สิบสามปีแล้ว บุตรเมื่อโตขึ้นก็จะหลบเลี่ยงผู้เป็มารดา ถึงแม้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะเป็เ้าของร่างเดิม การถอดเสื้อผ้าลูกชายทั้งสองด้วยตนเองก็ไม่สมควรนัก
เมื่อนางเห็นว่าเซี่ยเหล่าเอ้อร์พึ่งพาได้ จึงฝากเื่นี้ไว้กับเขา
เซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่พูดไม่จาอะไร บอกให้เขาทำ เขาก็ทำ
ไป๋เพ่ยเพ่ยเองมาจากโลกสมัยใหม่ กลัวว่าบนเตาของตนจะถูกแบไต๋ออกมา จึงทำได้เพียงขูดรีด‘ใช้แรงงานเด็กต่อไป ปล่อยให้เซี่ยเหมียวเหมียวต้มน้ำ โดยที่นางจะอาบน้ำก่อน แล้วค่อยให้เด็กสาวไปชำระล้างร่างกายบ้าง
การมีเซี่ยต้ายานอนอยู่บนเตียง พูดกันตามตรง ไป๋เพ่ยเพ่ยค่อนข้างเขินอาย แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น บ้านนี้ไม่ได้มีพื้นที่มากมายนัก หากนางไม่อาบน้ำล้างตัวในห้องของตัวเอง ก็ต้องไปทำที่ห้องของเซี่ยเสี่ยวหย่า
ห้องของเซี่ยเสี่ยวหย่านั้นก็ใช่ว่าจะใหญ่โต ถึงไปที่นั่นก็มีเซี่ยเสี่ยวหย่าอยู่ด้วย ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงเลิก ‘โวยวาย’ ยอมหน้าด้านหน้าทนอาบน้ำภายใต้สายตาของเซี่ยต้ายา
ครอบครัวนี้ยากจน ไม่มีสิ่งอื่นให้ใช้ในการอาบน้ำ ไป๋เพ่ยเพ่ยจึงใช้ขี้เถ้าหญ้า ในสมัยโบราณ คนโบราณโดยทั่วไปมีสิ่งที่ใช้ในการทำความสะอาดสามแบบ โดยแบบดั้งเดิมที่สุดคือการใช้ขี้เถ้าไม้ ทั้งยังเป็สิ่งที่คนยากจนนิยมใช้กันมากที่สุดด้วย
อีกสิ่งหนึ่งคือ ‘จ้าวเจี่ยว*[1]’ ซึ่งไม่ต้องเสียเงินซื้อหา ทว่ามีข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ เป็พืชที่สามารถนำมาบด แล้วนำไปใช้ซักล้างได้
สุดท้ายคือแบบที่ต้องเสียเงิน คือ ‘อี๋จื่อ*[2]’ และเป็ที่ประจักษ์อยู่แล้วว่าตระกูลเซี่ยนั้นไม่มีเงินจะกินเสียด้วยซ้ำไป ของสิ่งนี้ย่อมเป็สิ่งที่พวกเขาไม่อาจจับจ่ายได้อย่างแน่นอน
ไป๋เพ่ยเพ่ยเดินไปรอบ ๆ บ้านตระกูลเซี่ยแล้วก็ไม่พบสิ่งนี้ หญิงสาวไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ขี้เถ้าไม้
ไม่อาบก็ไม่รู้ แต่พอได้อาบแล้วก็ต้องใ หลังจากอาบน้ำแล้วไป๋เพ่ยเพ่ยเพิ่งรู้ว่าร่างกายของเ้าของร่างเดิมนั้นค่อนข้างสกปรก จนน้ำในกะละมังนั้นกลายเป็สีดำ
นางไม่กล้าใช้ขี้เถ้าหญ้าในการชำระล้างร่างกาย และไม่ได้ใช้มันสระผม ดังนั้นนางจึงค่อนข้างแน่ใจว่าสิ่งที่ทำให้น้ำในกะละมังสกปรกจนกลายเป็สีดำนั้นย่อมไม่ใช่ขี้เถ้าไม้
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกคลื่นไส้ นางรีบล้างกะละมัง ก่อนจะไป ‘ใช้อำนาจแย่งชิง’ กะละมังของเซี่ยเหมียวเหมียวมา เท่ากับว่านางใช้น้ำถึงสองกะละมังในการอาบน้ำล้างตัว
หากไม่ใช่เพราะกลัวว่าตนจะทำตัวเหนือกว่าคนอื่นจนเกินไป ไป๋เพ่ยเพ่ยยังอยากจะใช้น้ำอีกสักสองกะละมัง
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนให้เซี่ยเหมียวเหมียวไปอาบบ้าง
ใครกันคาดคิดว่าเซี่ยเหมียวเหมียวจะไม่รังเกียจน้ำในกะละมังใบที่สองที่นางใช้ เด็กสาวนำกะละมังนั้นไปอาบน้ำต่อโดยไม่เทน้ำเดิมทิ้งเสียด้วยซ้ำ
ไป๋เพ่ยเพ่ยเปิดปากของนางเพื่อจะกล่าวเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าเซี่ยเหมียวเหมียวปิดประตูลง และถอดเสื้อผ้าของนางออกแล้ว
โชคยังดีที่นางใช้น้ำอ่างแรกในการอาบน้ำล้างตัวและสระผม ไม่เช่นนั้นนางก็ไม่รู้ว่าเซี่ยเหมียวเหมียวจะสะอาดหรือสกปรกมากขึ้นหลังจากการอาบน้ำ
เมื่อเซี่ยเหมียวเหมียวถอดเสื้อผ้าออก ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันตระหนักได้ว่าเด็กสาวไม่เพียงแต่ผอมแห้งจนเห็นกระดูก แต่ยังมีรอยฟกช้ำและรอยถลอกอยู่ไม่น้อยบนร่างกายของนาง
ในบางจุดดูเหมือนว่าจะเป็รอยเฆี่ยนจากกิ่งไม้
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่แน่ใจว่าเป็รอยที่เกิดจากเ้าของร่างเดิมหรือเกิดจากเซี่ยเหมียวเหมียวถูกคนนอกรังแก
หญิงสาวลอบถอนหายใจในใจ โชคดีที่นางมาแล้ว ไม่เช่นนั้นก็ไม่รู้ว่าสองสาวพี่น้องคู่นี้จะเป็อย่างไรในอนาคต
"อย่าพึ่ง!"
ทันทีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นว่าเซี่ยเหมียวเหมียวกำลังจะราดน้ำบนศีรษะ จึงรีบะโดัก
“บนหัวเ้ามีแผล หากเ้าราดน้ำลงไป ต่อไปยังคิดว่ามันจะหายดีอีกหรือ? หากแผลโดนน้ำจะทิ้งรอยแผลเป็เอาไว้ เ้าเด็กโง่...”
นางเดินเข้าไปแล้วฉวยกระบวยมาจากมือของเด็กสาว แล้วช่วยอีกฝ่ายถูหลังต่อ “จะสระผมค่อยสระทีหลัง ยังมีน้ำร้อนอยู่ในหม้อใช่ไหม? ไปเปลี่ยนน้ำเสีย น้ำในกะละมังนี้สกปรกเกินไปแล้ว หากเ้ายังใช้น้ำนี้อีก เหาได้ขึ้นหัวของเ้าแน่...”
"แต่..." เซี่ยเหมียวเหมียวเอ่ยด้วยเสียงแ่เบา "มันมีอยู่แล้วนะเ้าค่ะ"
ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันหยุดมือลง นางเกือบจะโยนผ้าเช็ดหน้าในมือทิ้งไป
"ไม่เป็ไร เดี๋ยวอีกสักพักแม่จะหาอะไรมาฆ่าเหาบนหัวของเ้าให้...”
หากนางจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าสบู่กำมะถันสามารถฆ่าเหาได้ใช่ไหม?
เริ่มจากการสระผมด้วยสบู่กำมะถัน จากนั้นราดน้ำส้มสายชูลงบนศีรษะ แล้วขยี้พลางสางเส้นผม และทิ้งไว้ประมาณสิบห้านาที โดยพื้นฐานแล้วจะช่วยแก้ปัญหาเื่เหาได้
หากใช้หนึ่งครั้งแล้วยังไม่ได้ผลค่อยทำอีกครั้ง
ทำซ้ำอีกสักสองสามครั้งก็จะสามารถจัดการเหาได้หมดทั้งศีรษะ
สบู่กำมะถันไม่เพียงแต่กำจัดเหาได้เท่านั้น แต่ยังใช้กำจัดปลิงได้ด้วย เป็ของดี อีกทั้งราคาก็ไม่แพง เพียงสองหยวนเท่านั้น
เดี๋ยวก่อน นี่เหมือนจะเป็สมัยโบราณ มีสบู่กำมะถันหรือเปล่านะ?
ไป๋เพ่ยเพ่ยฉุกคิดขึ้นมาทันควัน ยุคนี้มีสบู่กำมะถันไหม?
อันที่จริง การทำสบู่กำมะถันไม่ใช่เื่ยาก ขอเพียงทำสบู่และสบู่หอมเป็ แล้วเติมกำมะถันลงไปเล็กน้อย
แต่หากเป็ในสมัยโบราณแล้ว การจะหากำมะถันมานั้นเกรงว่าจะยากสักหน่อย ที่ยิ่งกว่านั้นคือนางไม่รู้ว่าตับอ่อนหมูถูกพัฒนาเป็สบู่แล้วหรือยัง หากยัง… นางคงต้องทำสบู่ทั่วไปออกมาก่อน
ขอเพียงไขมันสัตว์ ไม่ว่าจะเป็สัตว์ชนิดไหน ไป๋เพ่ยเพ่ยก็สามารถทำ ‘สบู่แบบโบราณ’ ออกมาได้ทั้งนั้น
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาพิจารณาเื่นี้ ตอนนี้ควรสระผมของเซี่ยเหมียวเหมียวให้สะอาดเสียก่อน
ไป๋เพ่ยเพ่ยอดทนต่อความรู้สึกขนหัวลุกของตน แล้วยัดขี้เถ้าหญ้าจำนวนมากลงไปบนเส้นผมของเซี่ยเหมียวเมียว ด้วยความหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยกำจัดเหาของนางได้
แต่มันจะเป็ไปได้หรือ?
ไม่เช่นนั้นแล้ว ก็โกนผมของเซี่ยเหมียวเหมียวเสียเลย? นี่เป็วิธีที่ง่ายที่สุด ทั้งยังประหยัดที่สุด
แต่คนสมัยนั้นให้ความสำคัญกับร่างกาย อวัยวะะ ิั และเรือนผม ล้วนเป็สิ่งพ่อแม่ให้มา ไป๋เพ่ยเพ่ยกลัวว่าเมื่อตนปริปากเอ่ยออกไป อาจทำให้สองพี่น้องที่อยู่ในห้องใเจียนตายได้
้
กว่าจะสระผมของเซี่ยเหมียวเหมียว และช่วยเปลี่ยนสมุนไพรใส่แผลเสร็จนั้นไม่ใช่เื่ง่ายเลย ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้สึกเหมือนอดทนความทุกข์ยากมาเกือบทั้งโลก
อ๊ากกก... ลำบากลำบนเสียจริง!
นางบอกตัวเองว่าไม่ใช่ความผิดของเซี่ยเหมียวเหมียว คนโบราณไม่ชอบอาบน้ำ จึงเป็เื่ปกติที่จะมีเหาตามตัว
ส่วนบนร่างกายของเ้าของร่างเดิมนั้นไม่มี...
เป็ไปได้มากว่าไม่ใช่ว่าไม่มี แต่เป็นางที่ไม่ได้คิดถึงเื่นี้จึงไม่สังเกตด้วยซ้ำไป
เหามีขนาดเล็กมากและไฟในบ้านสลัวก็นัก หากนางมองเห็นพวกมันก็นับว่าน่าแปลก หากไม่เกิดอาการขัน หรือถูกกัดจนเป็ตุ่ม ๆ ก็ไม่เห็นเลยสักนิด
ไม่พูดออกมายังพอว่า แต่เมื่อพูดขึ้นมาแล้ว ไป๋เพ่ยเพ่ยก็พลันรู้สึกคันไปทั้งตัว ขนทั้งหมดในร่างกายนางพลันลุกชัน
ไม่ได้แล้ว รู้สึกเหมือนที่อาบน้ำไปวันนี้สูญเปล่านัก ฮือออ ฮือ ฮือ...
ในตอนกลางคืน กว่าจะจัดการทำความสะอาดเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จก็ค่ำเสียแล้ว
เซี่ยเหล่าเอ้อร์นั้นมีจิตสำนึกมาก เขาไปพักอยู่ในห้องของลูกชายฝาแฝด พร้อมกล่าวบอกอย่างดีว่า "ไม่ต้องห่วง” เด็กทั้งสองคน เขาจะช่วยดูแลให้
โชคดีที่ตอนนี้อากาศร้อน เซี่ยเหล่าเอ้อร์จึงไม่้าผ้าห่ม เขาจึงหยิบหญ้ามัดผืนหนึ่งมาปูบนเตียงแล้วหลับไป
แน่นอนว่าไป๋เพ่ยเพ่ยย่อมทนมองไม่ได้
*[1] จ้าวเจี่ยว เป็พืชดอกสมุนไพรของจีนที่ถูกนำมาใช้ทำเป็สบู่ ใช้ซักผ้าและสระผม
*อี๋จื่อ[2] เป็การนำตับอ่อนหมูมาผสมกับขี้เถ้า สามารถนำมาใช้ซักเสื้อผ้าและสระผมได้ ทั้งยังใช้เป็ยาในการรักษาแผลบวมแดง ที่เกิดจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นได้ด้วย