ห้องพักสำหรับผู้เตรียมขึ้นประลองของหวังเหว่ยและหญิงสาวทั้งสาม
เวลาสิบนาทีผ่านไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญเข้ามาได้เลยขอรับ” หวังเหว่ยได้กล่าวเชิญผู้ที่มาเคาะประตูห้อง
“ยินดีที่ได้พบพวกท่านทั้งสี่ขอรับ ข้าคือพนักงานของลานประลองที่รับหน้าที่มาดูแลพวกท่าน นี่คือ "อุปกรณ์กระดานรายชื่อ" ท่านสามารถดู รายชื่อ ระดับพลัง และค่าคะแนนผลงาน ของผู้เข้าร่วมประลองในวันนี้ได้จาก "อุปกรณ์กระดานรายชื่อ" ขอรับ”
“โอ้! มีอุปกรณ์ที่สะดวกเช่นนี้ด้วย แล้วถ้าข้าเลือกคู่ประลองที่มีค่าคะแนนผลงานเยอะๆให้กับหญิงสาวทั้งสาม จะมีใครยอมเข้าร่วมประลองกับพวกนางหรือ พวกนางยังไม่มีค่าคะแนนผลงานเลย”
“เรื่องนั้นท่านสามารถใช้อย่างอื่นเป็นสิ่งทดแทนในการวางเดิมพันแทนค่าคะแนนผลงานได้ขอรับ ยกตัวอย่างเงินทอง อุปกรณ์ อาวุธชั้นยอดและสิ่งอื่นๆ ตามแต่ท่านต้องการ ถ้าอีกฝ่ายตกลงรับเงื่อนไขการประลอง ก็จะมีการจัดรอบการประลองขึ้นทันทีขอรับ” ขณะกำลังพูดคุยกับหวังเหว่ย พนักงานของลานประลอง ได้แอบชำเลืองมองหญิงสาวทั้งสามคนอยู่หลายครั้ง เนื่องจากหญิงสาวทั้งสามคน มีรูปร่างหน้าตาที่งดงาม น่าหลงใหล อย่างหาใดเปรียบ
“อืม... เช่นนั้นลานประลองแห่งนี้มีเหรียญทองให้แลกด้วยคะแนนผลงานหรือไม่” หวังเหว่ยได้กล่าวถามพนักงานของลานประลอง
“มีแน่นอนขอรับ ในการแลกเหรียญทอง1เหรียญ ใช้ค่าคะแนนผลงาน 10คะแนน”
“ดีเลย! รบกวนท่านช่วยเลือกคู่ประลองที่มีคะแนนผลงานมากที่สุดและมีระดับพลังไม่เกินระดับเลเวล20 มาสามคนเพื่อให้เป็นคู่ประลองกับหญิงสาวทั้งสาม”
“ท่าน... แน่ใจหรือขอรับ ผู้ที่มีคะแนนสูง ส่วนใหญ่เป็นนักสู้ชั้นหัวกระทิ ที่มีทั้งพรสวรรค์ในการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมรวมถึงทักษะเฉพาะตัวที่หาได้ยาก”
“ข้าแน่ใจขอรับท่านพนักงาน การประลองเป็นวิธีการฝึกฝนเพื่อสะสมประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ดีวิธีหนึ่ง ถ้าพวกนางทั้งสามสู้ไม่ไหว พวกนางจะกล่าวยอมแพ้ในทันทีขอรับ”
“เช่นนั้น... ข้าจะเลือกคู่ประลองที่มีค่าคะแนนผลงานมากที่สุด ที่มาเข้าร่วมการประลองในวันนี้และมีระดับเลเวล20 ตามความต้องการของท่านผู้ดูแล แต่ข้าขอเตือนพวกท่านอีกครั้งนักสู้ส่วนใหญ่ที่เป็นคู่ประลองของพวกท่านเป็นนักเรียนหัวกระทิที่มากด้วยพรสวรรค์ ของสถาบันอสูรหมีขาวแห่งเมืองอสูรหมีเพลิง พวกท่านทั้งสามต้องระมัดระวังตัวให้มากและควรยอมแพ้ในทันทีเมื่อคิดว่าพวกท่านไม่สามารถเอาชนะได้” “พวกข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านพนักงานที่ช่วยแนะนำ”
“เอ่อ... สามคนที่จะเป็นคู่ประลองของพวกท่านมีชื่อว่า เหวินถัง เพ่ยฉีและเฟิงเป้า ในสามคนเหวินถังมีค่าคะแนนผลงานมากที่สุดซึ่งมีถึง 2,100ค่าคะแนนผลงาน ส่วนเพ่ยฉีมี 1,300ค่าคะแนนผลงาน และเฟิงเป้ามี 1,250ค่าคะแนนผลงาน เชิญพวกท่านเลือกจับคู่ประลองและวางเดิมพันได้ตามสะดวกขอรับ”
“พวกข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมาก เอาล่ะฉิงเหม่ยเจ้าจับคู่ต่อสู้กับเหวินถัง เหม่ยหลินเจ้าจับคู่ต่อสู้กับเพ่ยฉี ส่วนเหม่ยจูเจ้าจับคู่ต่อสู้กับเฟิงเป้า ข้าจะใช้เหรียญทองเป็นสิ่งวางเดิมพัน ฉิงเหม่ยข้าจะวางเดิมพัน 900เหรียญทองสำหรับคู่ต่อสู้ของเจ้า ส่วนเหม่ยหลินกับเหม่ยจูข้าจะวางเดิมพัน 500เหรียญทองสำหรับคู่ต่อสู้ของพวกเจ้าทั้งสองเท่ากัน พวกเจ้าจงตั้งใจต่อสู้ให้ดีเสร็จจากการต่อสู้ ข้าจะพาพวกเจ้าไปเลี้ยงซาลาเปาอร่อยๆที่โรงเตี้ยม !”
“พวกข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ” หญิงสาวทั้งสามได้กล่าวตอบรับคำของหวังเหว่ย
“ตามที่ท่านได้ยินขอรับท่านพนักงาน นี่คือเหรียญทองจำนวน 1,900เหรียญ รบกวนท่านช่วยลงเดิมพันท้าประลองตามนี้ และข้าขอรบกวนท่านช่วยบอกเล่าถึงเรื่องความงดงามของพวกนางทั้งสาม ให้ทางคู่ประลองของพวกนางทราบด้วยขอรับ”
“เข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะลงทะเบียนท้าเดิมพันการต่อสู้ และอธิบายรายละเอียดข้อมูลตามที่ท่านผู้ดูแลกล่าวขอรับ”
ห้องพักของเหวินถัง
“ฮืม มีคนท้าประลองข้างั้นรึ เป็นใครกันที่ท้าประลองกับข้าท่านพนักงาน ?”
“ผู้ที่ท้าประลองกับท่าน นางมีระดับเลเวล20 เท่ากับท่าน แต่ค่าคะแนนผลงานของนางคือ 0 และนางต้องการใช้เงิน 900เหรียญทองวางเดิมพันกับค่าคะแนนผลงานทั้งหมดของท่านขอรับ”
“อะไรกันค่าคะแนนผลงานมีอยู่ 0 แต่ต้องการใช้ 900เหรียญทองวางเดิมพันกับค่าคะแนนผลงานทั้งหมดของข้างั้นรึช่างดูถูกข้านัก ใครกันที่กล้าทำเช่นนี้กับข้า”
“นางมีชื่อว่าฉิงเหม่ย ข้าได้ยินมาว่านางเป็นหญิงสาวที่งดงามมากขอรับ และอาจงดงามมากกว่าผู้ใดในเมืองแห่งนี้ ”
“โอ้! มีสาวงามต้องการท้าประลองกับข้า ช่างน่าสนใจนัก ถึงเงิน 900เหรียญทองจะไม่ได้อยู่ในสายตาข้า แต่ท่านตกลงรับคำท้าประลองได้เลย ข้าอยากทำความรู้จักกับนางบนเวทีประลอง !”
“ทราบแล้วขอรับ ข้าจะลงทะเบียนตกลงรับคำท้าประลองให้กับท่านทันที”
ห้องพักของเพ่ยฉี
“อะไรนะ เหวินถังรับคำท้าประลองของหญิงสาวไม่ทราบที่มานางหนึ่ง มิหน้ำซ้ำนางยังมีค่าคะแนนผลงานอยู่ที่ 0 และยังมีระดับเลเวล20 อีกด้วย ที่สำคัญกว่านั้นคนที่ท้าประลองกับข้าก็คือหญิงสาวในกลุ่มของพวกนาง ช่างน่าสนใจจริงๆ ได้สิ ข้าจะลองเล่นไปตามเกมส์ของพวกเจ้าดู! ท่านพนักงานตกลงรับคำท้าประลองได้เลยขอรับ เหรียญทองไม่ได้น่าสนใจสำหรับข้า แต่ข้าอยากรู้นักว่าพวกนางเป็นใครกัน ถึงได้กล้ามาท้าทายพวกข้านักเรียนหัวกระทิของสถาบันอสูรหมีขาวเช่นนี้”
“เข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะลงทะเบียนตกลงรับคำท้าประลองให้กับท่าน”
ห้องพักของเฟิงเป้า
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างน่าขันเสียจริงในกระดานรายชื่อของผู้เข้าร่วมประลองได้แจ้งว่า เหวินถังกับเพ่ยฉี ได้รับคำท้าประลองกับหญิงสาวที่มีค่าคะแนนผลงาน 0 แถมพวกนางยังมีระดับเลเวล20 เท่ากับพวกนั้นอีกต่างหาก”
“อืม... มีผู้ท้าประลองกับข้าด้วย? ผู้ที่ท้าประลองกับข้าก็เป็นหนึ่งในกลุ่มของพวกนางเช่นกัน นางได้วางเดิมพัน 500เหรียญทองแทนค่าคะแนนผลงานของข้าทั้งหมดงั้นรึ เหอะ ต่อให้ 5,000เหรียญทองก็ยังไม่น่าสนใจสำหรับข้า แต่ถ้าข้าไม่ตกลงรับคำท้าประลองเหมือนสองคนนั้น ข้าก็คงถูกเยาะเย้ยว่าเต่าหดหัวเป็นแน่ รบกวนท่านพนักงานช่วยตกลงรับคำท้าให้ข้าที”
“เข้าใจแล้วขอรับ ข้าจะลงทะเบียนตกลงรับคำท้าประลองให้กับท่านทันที !”
ห้องพักสำหรับผู้เตรียมขึ้นประลองของหวังเหว่ยและหญิงสาวทั้งสาม
“ทั้งสามคนที่พวกท่านได้ทำการท้าประลองได้ตอบรับคำท้าประลองแล้วขอรับ”
“ฮ่า ฮ่า เป็นไปตามคาด พวกนั้นคงจะสนใจสาวงามล่ะสิถึงได้ตอบตกลงไวเช่นนี้ แล้วการแข่งขันจะเริ่มขึ้นตอนไหนขอรับท่านพนักงาน”
“การแข่งขันจะเริ่มขึ้นในตอนบ่าย แม่นางฉิงเหม่ยจะได้เริ่มต่อสู้ก่อนเป็นคู่แรก ตามด้วยคู่ของ แม่นางเหม่ยหลินและแม่นางเหม่ยจู ตามลำดับขอรับท่านผู้ดูแล”
“ข้าเข้าใจแล้ว ตั้งใจสู้ให้เต็มที่ล่ะฉิงเหม่ย เมื่อการประลองในวันนี้จบลงข้าจะพาเจ้าไปเลี้ยงซาลาเปาที่โรงเตี้ยม !”
“รับทราบเจ้าค่ะ... ท่านหวังเหว่ย”
“เชิญพวกท่านพักผ่อนกันตามสบายขอรับ ในตอนบ่ายข้าจะมาพาพวกท่านไปที่เวทีการประลองขอรับ”
ภายในลานประลอง
เหล่าผู้ที่มาชมการประลองได้กระจายข่าวเรื่องการประลองไปทั่วลานประลอง
“พวกเจ้าได้ยินข่าวเรื่องนี้หรือไม่ มีหญิงงามสามคนได้ท้าประลองกับสามนักเรียนอัจฉริยะของสถาบันอสูรหมีขาวอย่าง เหวินถัง เพ่ยฉีและเฟิงเป้า แถมพวกนางยังมีระดับเลเวลเท่ากันกับทั้งสามคนอีกด้วย !”
“มีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นด้วยรึ วันนี้ข้าซื้อตั๋วเข้าชมการประลองไม่เสียเที่ยวจริงๆ พวกนั้นจะประลองกันตอนไหนล่ะ”
“ข้าได้ไปดูตารางการประลองมาเมื่อกี้ การประลองจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่าย ข้าขอตัวไปตามเพื่อนๆ มาดูการประลองก่อนล่ะ”
“พวกข้าเองก็ขอตัวเช่นกัน การประลองที่น่าสนใจเช่นนี้ ไม่ควรมาชมกันอยู่แค่ไม่กี่คน !”
เมื่อเวลาบ่ายมาถึง
“โอ้ วันนี้มีผู้คนมาชมการประลองเยอะจนแปลกตาจริงๆ เกิดอะไรขึ้นงั้นรึท่านหัวหน้าพนักงานเฉิน”
“วันนี้มีหญิงสาวที่งดงามสามคน มาท้าประลองกับสามอัจฉริยะของสถาบันอสูรหมีขาวขอรับ ท่านผู้จัดการเฟิง อีกทั้งพวกนางยังมีระดับเลเวลเท่ากันกับสามอัจฉริยะของสถาบันอสูรหมีขาวด้วยขอรับ”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนานแล้ว ท่านช่วยแจ้งกับผู้ตัดสินบนลานประลองว่า การประลองในวันนี้ต้องยุติธรรมสำหรับทั้งสองฝ่ายที่สุด !”
“ทราบแล้วขอรับท่านผู้จัดการเฟิง ข้าจะรีบไปจัดการทันที”
“สวัสดีผู้เข้าชมในวันนี้ทุกท่านขอรับ ข้าหลี่ผิงรับหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในวันนี้ ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทั้งสองขึ้นเวทีประลองได้เลยขอรับ”
“เฮ้ เฮ้ เฮ้ ฮี้ว ฮี้ว เอาเลยเริ่มประลองกันเลยพวกเรามารอดูการประลองตั่งแต่เที่ยงแล้ว”
“นั่นพวกเจ้าดูนั่น โอ้ว ว้าว หญิงสาวที่ออกมาจากเวทีทางนั้นช่างงดงามสมคำร่ำลือจริงๆ”
“ใช่แล้วเกิดมาข้าพึ่งเคยพบเจอหญิงสาวที่งดงามเช่นนี้เป็นครั้งแรก ใบหน้าของนางช่างมีเอกลักษณ์ชวนให้ผู้พบเห็นหลงใหลจริงๆ”
“นั่นทางนั้นเหวินถังออกมาแล้วการประลองในวันนี้ผลจะเป็นอย่างไรกันนะ ข้าไม่อยากให้หญิงสาวที่งดงามเช่นนี้ได้รับบาดเจ็บเลย”
“เจ้าอย่าพึ่งด่วนสรุปไป ไม่แน่ว่าแม่นางน้อยคนนี้อาจจะเอาชนะเหวินถังได้ก็เป็นได้ ทั้งสองนั้นมีพลังในระดับที่เท่ากัน การต่อสู้ครั้งนี้คงคู่คี่สูสีอย่างแน่นอน”
เหล่าผู้มาเข้าชมภายในลานประลองได้พูดคุยกันอย่างออกรส ในขณะกำลังรอทั้งสองขึ้นเวทีประลอง
“ในตอนนี้ทั้งสองได้ขึ้นเวทีประลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข้าหลี่ผิงขอประกาศเริ่มการประลอง ณ บัดนี้”
เมื่อได้เห็นฉิงเหม่ย เหวินถังได้คิดแผนในใจทันที "อืม นางช่างงดงามอย่างที่ได้ยินมาจากพนักงานคนนั้นจริงๆ ข้าควรจะหยอกล้อกับนางเล็กน้อยสักสองสามกระบวนท่า จากนั้นพอนางเริ่มอ่อนแรงจากการต่อสู้ ข้าค่อยแสดงพลังที่แท้จริงเพื่อบีบให้นางกล่าวยอมแพ้ และข้าค่อยไปพูดคุยทำความรู้จักกับนางที่ด้านหลังเวทีการประลองทีหลัง" หลังจากคิดแผนในใจเสร็จเรียบร้อยเหวินถังก็เริ่มแผนในทันที
“แม่นางหมัดของข้าไร้ตา อย่าได้โกรธข้าหากข้าทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บ”
หลังจากกล่าวจบเหวินถังได้ใช้วิชาตัวเบาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ขณะเริ่มเข้าไปใกล้ฉิงเหม่ย เหวินถังได้ใช้ทักษะของสถาบันอสูรหมีขาว "ทักษะเพลงหมัดหมีดาวตก" ขั้นที่สอง "หมัดหมีดุดัน" โจมตีฉิงเหม่ยอย่างดุดัน
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะหลบ "หมัดหมีดุดัน" ของข้าได้”
ตุบ ตุบ ตุบ “อะไรกัน! เจ้ารับการโจมตีของข้าได้ตรงๆเลยหรือ !” ฉิงเหม่ยไม่ได้ตอบอะไรเหวินถัง หลังจากรับการโจมตีจาก "หมัดหมีดุดัน" ของเหวินถังอย่างสบายๆ นางได้ใช้ "ทักษะกรงเล็บราตรีพิภพ" ขั้นที่หนึ่ง "ลวงตาราตรี" ตอบโต้กลับไปในทันที
เหวินถังที่เห็นออร่ากรงเล็บของนางพุ่งเข้ามาใกล้ จึงได้เอียงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะที่เหวินถังคิดว่าหลบออร่ากรงเล็บของฉิงเหม่ยพ้นแล้ว ก็ได้มีเสียงบางอย่างดังขึ้น
แควก “อ๊ากกก” เหวินถังได้กระเด็นออกไปจนถึงปลายเวทีประลอง จากพลังของออร่ากรงเล็บของฉิงเหม่ย แต่เนื่องจากนางไม่ต้องการให้เหวินถังได้รับบาดเจ็บมากนัก จึงได้ใช้เพียงแค่ส่วนปลายของออร่าโจมตีเหวินถัง เหวินถังเมื่อเห็นบาดแผลที่แขนของตนเองและยังนึกหวาดกลัวทักษะของนางอยู่จึงได้ประกาศยอมแพ้ในทันที
“มะ... แม่นางฉิงเหม่ยเป็นผู้ชนะการประลองในครั้งนี้และได้รับค่าคะแนนผลงาน 2,100คะแนน ของเหวินถังเป็นรางวัล” หลี่ผิงผู้ตัดสินการประลองได้ประกาศขึ้นเสียงดังกลางลานประลอง ผู้มาชมการประลองเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้เริ่มพูดคุยกันภายในลานประลอง
“อะ อะไรกัน เหวินถังนักสู้อัจฉริยะของสถาบันอสูรหมีขาวแพ้พ่ายในกระบวนท่าเดียว”
“ทำไมข้าเห็นเหวินถังเบี่ยงตัวไปทางออร่ากรงเล็บของนางหล่ะ พวกเจ้าเห็นเหมือนกับข้าหรือไม่”
“นั่นสิ ทำไมเหวินถังถึงได้ทำเช่นนั้นกัน ทั้งที่ออร่ากรงเล็บของนางก็ไม่ได้รวดเร็วอะไร แต่ข้าว่าทักษะของนางช่างดูน่าพิศวงจริงๆ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า การต่อสู้จบลงแล้วฉิงเหม่ย พวกเรากลับห้องพักกันเถอะ”
“เจ้าค่ะ ท่านหวังเหว่ย”
ภายในห้องชมการประลองพิเศษของสนามประลอง
“เจ้าช่วยสืบเรื่องราวของหญิงสาวนางนี้รวมถึงผู้ดูแลของนางให้ข้าที ผู้จัดการเฟิง”
“รับทราบขอรับท่านเจ้าเมือง”