งานของผมคือการเป็หน่วยรบพิเศษประจำประเทศเวเนซุเอลา หรือที่ทุกคนเรียกกันว่าหน่วยซีล การจะมาหน่วยรบพิเศษมันไม่ได้อย่างที่ทุดคนคิดต้องฝึกหลายๆอย่างไม่ว่าจะเป็ทางน้ำทางไฟทางอากาศหรือภาคพื้นดินบ้างคนเสียชีวิตระหว่างฝึกก็มี
จริงๆการได้มาทำสิ่งๆ นี้ที่บ้านของผมไม่เห็นด้วยนักหรอก เพราะมันอันตรายมากและที่สำคัญแทบจะไม่ได้กลับบ้านเลยด้วยซ้ำมีครั้งนึงผมเคยไปเป็สายลับให้กับทางการเพื่อจับแก๊งค้ายาแสบติดที่มีชื่อเสียงและเกือบเอาชีวิตกลับมาไม่รอด เลยทำให้คุณแม่เคยขอมาคุยกับหัวหน้าของผมเพื่อให้เขาไล่ผมออกเพื่อจะให้ผมไม่ต้องทำงานนี้อีกแต่ทำไงได้ผมพยายามอธิบายให้คุณแม่และคุณพ่อฟังว่ามันเป็สิ่งที่ผมรักคุณแม่เลยอนุญาต
หลังจากที่ผมได้บอกลาครอบครัวและกลับมาทำงานอย่างจริงจังไม่กี่เดือนรุ่นพี่ของผมที่เป็คนสนิทของกษัตริย์เฮนรี่ได้มาขอร้องให้ผมไปเป็บอร์ดี้การ์ดให้กับลูกของท่านหน่อย ตอนแรกผมก็ปฏิเสธเพราะผมไม่อยากเข้าไปยุ่งแต่รุ่นพี่ผมอธิบายให้ฟังว่าเธอคือลูกนอกสมรสของกษัตริย์เฮนรี่และตอนนี้เธอถูกผู้รายจำตัวยังตามหาไม่เจอ

“นี่ไง”เขาเอารูปของเ้าหญิงเทียน่าให้ผมดู เธอดูน่ารักสดใสมาก แต่แววตาของเธอกลับมีแต่ความเศร้า
“ตกลงผมรับงานนี้ครับ”ผมตอบตกลงทันที ไม่ใช่เพราะผมเห็นหน้าเธอนะครับ ผมคิดว่าเธอน่าสงสาร เธอต้องเสียแม่ั้แ่ตอนเด็กๆและอีกทั้ง คนในราชวังยังกลั้นแกล้งเธออีก คิดดูนะครับผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวต้องทนกับอะไรแบบนี้มานานนับ 22 ปีและยังโดนลักพาตัวไปอีกผมเลยคิดอยากจะช่วยเธอขึ้นมาครับ
ปัจจุบัน
หลังจากรับปากกษัตริย์เฮนรี่เรียบร้อย ผมก็แกะรอยหาตามที่บอร์ดี้การ์ดคนก่อนได้ให้ขอมูลเลยครับ
บ้านร้างแห่งนึง
ผมมองเหมือนจะไม่มีอะไรจริงๆ อย่างที่บอร์ดี้การ์ดคนก่อนเขาเข้ามา
“ไม่เจอหรอกครับเราอย่าเสียเวลาเลย”เพื่อนร่วมเพื่อนร่วมงานของผมพูดขึ้นมา
“ผมขอสำรวจดูอีกรอบ”ผมพูดพร้อมทั้งเดินไปห้องห้องซึ่งห้องนี้ผมเคยเข้ามาสำรวจแล้ว
“เอ๊ะ ทำไมตู้นี้ถึงมาอยู่ตรงนี้ทั้ๆที่เป็บ้านร้าง”ผมหันไปเห็นตู้นึงซึ่งมันดูใหม่กว่าปกติ ผมเลยลองเคาะดู
“ปัง ปัง ฟึ่บบบ”ผมเคาะจนทำให้มือของผมไปโดนเอาสิ่งๆนึงและหลังจากนั้นตู้ที่ตั้งอยู่ก็ค่อยๆเลื่อนออกอย่างช้าๆ
“ทางนี้”ผมะโบอกคนที่เหลือให้ตามมา
“เห้ย รู้ได้ไงว่ะ”ชายร่างใหญ่อุทานออกมาในขณะที่ใส่กางเกงแค่ตัวเดียว
“ฟึ่บ”
“จะหนีไปไหน!!!”ชายคนนั้นกำลังจะวิ่งแต่โดนผมเข้าไปกระชากตัวเอาไว้
“ปล่อยๆ ปล่อยกู”
“ฟึ่บ ฟึ่บ”เขาพยายามสะบัดแต่มันต้านแรงของผมไม่ได้ ผมเลยจับเขาล๊อคแขนล๊อคขาแล้วรีบใส่กุญแจมือพร้อมทั้งส่งตัวมันให้กับเพื่อนผมอีกคนทันที
หลังจากนั้นผมก็เดินเข้าไปในห้องๆนึงซึ่งมันล๊อคประตู
“ฮื่อๆ”ผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเลยรีบพังประตูเข้าไปทันที
“ปังงง....”สิ่งที่ผมเห็นตรงหน้าคือผู้หญิงคนนึงที่อยู่ในสภาพที่ไม่ดีนัก ทั้งรอยบนใบหน้าและตามเนื้อตามตัว ที่สำคัญเหมือนกับไอ่เลวนั้นมันทำอะไรไม่ดีกับเธออีกด้วย
“อย่าเข้ามานะ ฮือๆฉันกลัวแล้ว”
“คุณฟังผมนะผมมาช่วยคุณ”ผมพูดขึ้นเพราะดูเหมือนตอนนี้เธอไม่มีสติสักเท่าไหร่
“ฮือๆ”
“ไม่ต้องร้องคุณปลอดภัยแล้ววว”
“ฟึ่บบ”
ผมรีบหาผ้ามาคลุมเธอแล้วจากนั้นอุ้มเธอออกมา สักพักก็อุ้มเธอออกมาจากบ้านร้างแห่งนั้น
โรงพยาบาลแห่งนึง
ผมอุ้มเ้าหญิงมาส่งโรงพยาบาลและในห้องของเ้าหญิงเทียน่ามีผมมีรุ่นพี่ของผมและกษัตริย์เฮนรี่ที่กำลังรอเธอฟื้นอยู่
“โธ่ลูกสาวพ่อ”กษัตริย์เฮนรี่เดินเข้าหาเ้าหญิงเทียน่า
“ขอบคุณมากนะ”
“ไม่เป็ไรครับท่าน”
“เรามีเื่จะขออีกเื่นึง”กษัตริย์เฮนรี่หันมาพูดกับผม ผมกับกษัตริย์เฮนรี่เลยเดินออกมาตรงระเบียง
“ครับ”
“เราขออะไรอย่างได้ไหม”
“ได้ครับท่าน”
“เราฝากดูแลลูกสาวเราหน่อยได้ไหม จนกว่าเราจะหาคนบงการเื่ราวต่างๆที่ทำให้เทียน่าเป็แบบนี้”
“ได้ครับท่าน”
“กริ้งๆ”อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น
“รับเถอะ”
“ครับ”
“พี่รองผมกำลังจะแต่งงานนนนน....”น้องเล็กโทรมาเองแหละครับ
“เอออ...คือพี่ขอโทษพี่คงไปไม่ได้”
“ไปเถอะ แต่ขอให้กลับมาหาเทียน่าก็พอ”
“......แล้วใครจะดูแลเธอหล่ะครับ”
“เดียวพี่ดูแลเอง”รุ่นพี่ผมพูดขึ้นมา
“ครับ ผมขอบคุณมาก ผมรีบแล้วจะรีบกลับมานะครับ”
“เออ เดียวพี่กลับไปแล้วเจอกันนะ”
“เย้......”
“อืมเดียวค่อยคุยกันนะ”ผมวางสายแล้วหันหน้ามาหากษัตริย์เฮนรี
“สัญญาแล้วนะว่าจะกลับมาดูแลเทียน่า”
“ผมสัญญาครับ”
หลังจากนั้นผมก็รีบกลับไปเก็บของและรีบกลับมาโรงพยาบาลอีกครั้ง
“อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา!!!!!”ผมได้ยินเสียงดังเอ๊ะอะโวยวายมาจากห้องเทียน่าเลยรีบวิ่งมาดู
“เกิดอะไรขึ้น”
“เ้าหญิงกลัวพวกผมครับ”
“นั้นพวกนายออกไปเดียวฉันดูแลเธอเอง”
“ก๊อกๆ”ผมเคาะประตูจากนั้นก็เดินเข้าห้องทันที
“..........”เธอเห็นผมเธอหยุดทันที
“จำผมได้ไหม”เธอพยักหน้าตอบ
“คุณไม่ต้องกลัวผมนะ ผมจะปกป้องคุณเอง”ผมเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ
“ทุกคนออกไปเดียวผมดูแลเธอเอง”
“ครับ”
“คุณหิวไหม”เธอพยักหน้า
“นั้นเดียวผมไปเอาข้าวมาให้นะ”ผมชี้ไปที่จานข้าวที่วางอยู่
“มันจะปลอดภัยใช่ไหม”ครั้งนี้เธอพูดออกมา
“ใช่ เดียวผมจะกินให้คุณดูก่อนเอาไหม”เธอพยักหน้า ผมเลยตักข้าวเข้าปาก
“อ่ำ เห็นไหมผมไม่เป็อะไร”
“ขอบคุณนะ”
“อย่างนั้นเรามากินข้าวกันเถอะนะ”เธอพยักหน้าพลางตักข้าวเข้าปาก ผมมองหน้าเธอในครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อนผมรู้สึกว่าเธอดูน่าสงสารมากจริงๆเธอคงกลัวมากๆคงระแวงไปหมด แต่ไม่เป็ไรหลังจากนี้ผมจะดูแลเธอเอง ผมนั่งมองเธออยู่ใกล้ๆเธอกินข้าวเยอะมาก จนไม่นานเสียงประตูก็เปิดขึ้น
“ทะท่านพ่อ.......”