ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ 1ปี? 2ปี? 3ปี? อ่า
ผมยังจำเหตุการณ์ของผมก่อนตายได้เป็อย่างดีไม่เคยลืมถูกเพื่อนสนิทที่เป็กาเดี้ยนหักหลังถูกรัฐบาลและสมาคมหักหลัง ผมที่ทุ่มเทชีวิตเพื่อประเทศชาติเพื่อนำความสงบสุขมาสู่โลก
ทำไมตอนนั้นเราถึงทำตัวเหมือนฮีโร่ผดุงความยุติธรรมกันนะ ผมแค่อยากให้คนที่ผมห่วงใยอยู่โลกนี้อย่างมีความสุขแค่นั้น แต่ความคิดของผมในตอนนี้น่ะเปลี่ยนไปแล้วไม่เหมือนกับผมเมื่อครั้งก่อนถ้าบอกว่าอะไรทำให้ผมเปลี่ยนความคิด ก็เป็เพราะคนพวกนั้นละนะ โลกนี้น่ะมันโหดร้ายเกินไป มีแต่พวกโง่เง่าเบาสมองแค่มีพลังพิเศษนิดๆ หน่อยๆ ก็คิดว่าตัวเองสามารถปกครองโลกทั้งใบได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ จอมมาร (าาปีศาจ) เดิมทีก็เป็คนแบบพวกเรานี่ละแต่เพราะมีสกิลต้นกำเนิดก็คิดว่าตัวเองมีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง โลกมันก็เป็แบบนี้
ถ้าเกิดว่า ทำให้ทุกคนไม่มีพลังทั้งโลกจะเป็ยังไงกันนะ โลกมันจะดีขึ้นกว่านี้รึเปล่านะ
ไม่มีใครรู้แต่ที่ผมรู้คือพลังที่ยิ่งใหญ่นั้นมันมาพร้อมกับความโลภของมนุษย์เป็ตัวกระตุ้นความโลภของมนุษย์ให้มากขึ้น
พระจันทร์ของวันนี้เป็พระจันทร์เต็มดวง ในคืนที่มืดมิดยังแสงสว่างจากดวงดาวนับร้อยนับพันดวงทำให้คืนที่ยาวนานนี้ยังคงสว่างเสมอ เปรียบเสมอความมืดนั่นคือความชั่วส่วนดวงดาวคือคนที่ต่อสู้กับความชั่วนั้นตัวผมในอดีตก็เป็หนึ่งในดวงดาวที่ส่องสว่าง นั่นคือตัวตนในอดีต
ความคิดในตัวผมในตอนนี้น่ะ ไม่เหมือนกับในอดีตอีกต่อไป ถ้าเกิดยังมีความมืดมิดผมก็จะมืดมิดยิ่งกว่าและกลืนความมืดนั่นลงเข้าไปในตัวผมซะ เป้าหมายของคือการเป็คนที่ชั่วยิ่งกว่าใครๆ ชั่วจนกว่าไม่มีใครกล้าชั่วกว่าผมอีก
ตอนนี้ผมอยู่กลางทุ่งนาในยามค่ำคืนและคิดเื่พวกนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ถ้าจะทำก็ต้องทำให้มันสุดและไม่ให้คนที่ห่วงใยเข้ามายุ่งเื่นี้เด็ดขาด ใช่ไหมครับพ่อ”
พ่อของผม ถูกมัดมือมัดเท้า
"ทำไมพ่อถึงย้อนกลับมาละ เอาเถอะผมพอรู้เหตุผลอยู่ ทั้งๆที่พ่อจะไปใช้ชีวิตสงบสุขกับเมียน้อยเงียบๆได้แท้ๆ แต่ทำไม ถึงย้อนกลับมาหาพวกเราไม่สิ ทำไมถึงต้องย้อนกลับมาราดน้ำมันทั่วทุ่งนานี้ด้วย อ่อ เพราะว่าที่ดินแห่งนี้เดิมทีเป็ของพ่อสินะ พ่อยกมันใหม่ตอนมาสู่ขอ แต่พอเลิกก็นึกเสียดาย ไอ้สารเลว”
ผมเจอพ่อตอนกำลังราดน้ำมันทั่วไร่นานี้ตอนกลางคืน ผมใช้จังหวะที่เขากำลังเทน้ำมันลงในทุ่งนา ผมที่แอบตามมาก็ใช้ไม้ทุบจนสลบและมัดเขา ผมจำได้ว่าหลังจากที่พ่อหนีจากพวกเราไป เขาก็ย้อนกลับมาและเผาไร่นาที่แม่ทำ สาเหตุเพราะอยากได้ที่คืนและเสียดายที่ดินนี้ หลังจากที่พ่อเผาไร่นาแห่งนี้ ผมกับแม่ก็ต้องอยู่กันอย่างอดๆยากๆ แต่พ่อก็ไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเมียน้อย โดยไม่เคยกลับมาเยี่ยมผมเลยด้วยซ้ำ โชคดีที่ผมได้ทุนเรียนไม่งั้นอนาคตของผมได้จบลงเพราะพ่อแน่ แต่ทุนการเรียนมันก็แค่สนับสนุนแค่เื่เรียน ผมกับแม่ต้องอดมื้อกินมื้ดไปเกือบ1ปี และแม่ก็ต้องเป็หนี้ เพราะกู้เงินมาทำไร่อีกครั้ง พวกเราก็ยังอยู่ในวงวนเดิมอดมื้อกินมื้อเพื่อชดใช้หนี้ ผมเลยตั้งใจเรียนเอาอย่างมากและหาทุนเรียนต่อและทำงานไปด้วยระหว่างเรียน จนในที่สุดผมก็เรียนจบโดยพึ่งพาตัวเอง แต่แล้ว
"แต่ว่านะพ่อ ผมนะเกลียดคุณมาก ตอนที่ผมเรียนจบป.ตรี ผมตั้งใจจะเลี้ยงดูแม่อย่างสุดชีวิต แต่คุณก็กลับ...แต่คุณกลับ....อ่าวเผลอสปอยอนาคตซะได้ อ้อใช่แล้ว ผมมาจากอนาคตครับพ่อ”
ผมยิ้มโดยไม่เห็นฟัน แต่สายตาผมนั้นไม่ยิ้มเลย ผมมองดูพ่อที่กำลังนอนและถูกมัดไปด้วยเชือกอย่างเวทนา ผมค่อยๆใช้เท้าเขี่ยผ้าที่มัดอยู่ที่ปากของพ่อ
”เดี๋ยวก่อนสิ ไอ้ลูกชาย ใจเย็นๆมีอะไรค่อยๆคุยกัน นี่พ่อเองนะ! ”
ทันทีที่แกะผ้าปิดปากเขาก็อ้างสิทธิในการเป็พ่อจากตัวผม ผมเงยหน้ามองทุ่งนาของแม่ที่เต็มไปด้วยข้าวที่แม่ปลูกและคุยกับพ่อไปพลาง
”อ่า พ่อจับเหตุการณ์ตอนผม 10ขวบได้ไหม ที่พ่อเมาหนักจนเริ่มลงไม้ลงมือกับแม่ พ่อทุบตีแม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็ชั่วโมงๆ ผมที่ทนดูพ่อทำร้ายแม่ไม่ไหวก็ออกจากห้องมาห้าม แต่พ่อกลับใช้ขวดเหล้าที่พ่อกำลังยกดื่มกินอยู่ ฟาดลงมาที่หัวผม จนผมต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเป็อาทิตย์เลยกว่าผมจะได้ใช้ชีวิตที่เป็ปกติ คุณยังเรียกตัวเองว่าพ่ออีกหรอ”
”ระ....เื่นั่น-”
เหตุการณ์ที่มีอารมณ์รุนแรงเข้ามาเกี่ยวเรามักจะจำเหตุการณ์นั้นได้แม่น แต่สำหรับคนเมา เขากลับจำอะไรไม่ได้เลย แต่คนที่ถูกกระทำจำได้ไม่เคยลืม
”พ่อ ถามหน่อยั้แ่ที่รู้ว่าผมเกิดมาไร้เมล็ดพันธุ์วิวัฒนาการ ตอนนั้นใช่ไหม ที่พ่อเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่อยากมีผมเป็ลูกั้แ่ตอนนั้นเลยสินะ”
”เดี๋ยวสิ ที่บอกว่ามาจากอนาคตนั่นคือ? ”
“ก็ตามนั้นละ”
พ่อทำหน้าตาที่ไม่เชื่อเื่ที่ผมพูด ผมจึงต้องเล่าเหตุการณ์เสริม
“เมียใหม่พ่อ ชื่อไมน์ใช่ไหมนะ อ่าผมจะเล่าสิ่งที่คุณทำกับผมเมื่อชาติก่อนให้ฟัง หลังจากที่คุณเผาไร่นาแห่งนี้ ผมกับแม่ก็ทุกข์ทรมานอย่างมาก ผมส่งตัวเองเรียนจนจบ ได้ดิบได้ดี วันหนึ่งคุณติดต่อมาหาผมประมาณว่า ดีใจด้วยนะไอ้ลูกชายของพ่อ ตอนนั้นผมอยากจะหัวเราะ3วัน3คืนเลย คุณไม่เคยติดต่อพวกเราเลยหลังจากที่คุณเผาไร่นี้ แต่ว่าหลังจากที่คุณส่งข้อความมาหาผม คุณก็นัดทานข้าวกับผม ผมก็นึกว่าคุณจะกลับมาทำหน้าที่พ่อ แต่ที่ไหนได้วันที่ผมไปทานข้าวกับคุณ คุณพาลูกคนใหม่มาด้วย”
“ดะ…เดี๋ยว!”
ผมใช้เท้าอุดปากที่พ่อกำลังจะพูด
“อย่าพูดแทรกซิ กำลังจะถึงจุดพีคเลยนะ ต่อเลยละกัน วันนั้นเรานั่งกินอาหารสุดหรูที่ห้างแน่นอนผมเป็คนจ่าย สิ่งแรกที่คุณพูดออกมาคือ นี่น้องสาวแกนะ ชื่อลิเทีย ผมก็ยังไม่ได้เอ๊ะใจอะไร ต่อจากนั่นเราก็นั่งกินข้าวกัน จู่ๆขึ้นก็พูดออกมา แกเรียนจบป.โทแล้วใช่ไหม ส่งน้องเรียนต่อมหาวิทยาเอกชนหน่อยสิ พอดีน้องสอบไม่ติดนะ แต่ฉันอยากให้เขาได้เรียนอยู่”
ผมถอนหายใจระหว่างที่พูด มันก็เ็ปเหมือนกันที่ต้องมานึกถึงเื่ราวที่ผมเคยเจอแต่มันยังไม่เกิดขึ้นในตอนนี้ ผมเลยรู้สึกหงุดหงิดแบบแปลกๆ
“ตอนนั้นผมปฏิเสธที่จะส่งน้องเรียนเพราะคุณไม่เคยติดต่อหาผมจนกระทั่งผมได้ดิบได้ดี คุณแสดงอาการไม่พอใจและเริ่มทวงบุญคุณกลางร้านอาหาร ผมเลยทิ้งเงินก้อนไว้จำนวนหนึ่งไม่น้อยแต่ก็ไม่เยอะมันพอสำหรับค่าเทอมของน้องใน1ปีของมหาวิทยาลัยเอกชน แต่คุณกลับเอาเงินนั้นไปเล่นพนันจนหมดตัว เพราะหวังว่าจะได้เงินเพิ่มอีกเท่าตัว พอเงินหมดคุณก็กลับมาขอผมอย่างน่าไม่อาย ครั้งนี้ผมเลยตัดการสื่อสารกับคุณไป แต่คุณก็เข้าหาผมทางแม่ แต่แม่ผมไม่ยอมให้คุณติดต่อกับผม คุณเลย....คุณเลย....”
ใบหน้าของแม่ผุดขึ้นมาในหัวของผม ภาพที่ผมได้อยู่กับแม่อย่างมีความสุขในบ้านสุดหรูของผมในตอนผมอายุ29 แม่ไม่ต้องทำงานหนัก แม่ไม่ต้องหาเงิน เพราะผมเป็คนหาให้แม่ แม่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้กินอาหารดีๆ ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ ผมพาแม่ไปตรวจสุขภาพทุกเดือน คอยหาอาหารเสริมให้แม่กิน หาสมุนไพรต่างๆที่ทำให้มีมีสุขภาพแข็งแรง เพื่อให้แม่อยู่กับผมนานๆ ผมมีความสุขมากในตอนนั้น แต่ความสุขนั้นก็อยู่ไม่นาน.....
ดวงตาของผมตอนนี้เริ่มมีคราบน้ำตาหน่อยๆไม่นานดวงตาทั้งสองข้างก็มีน้ำใสๆไหลออกจากดวงตาทั้งสอง ต่อจากนั้นผมก็ะโพูดออกมา
“แต่แล้ว! คุณก็พรากแม่ไปจากผม! ตัดสายเบรครถแม่ ตอนแม่แวะไปจ่ายตลาดจนรถของแม่ชนกับรถคนอื่นเสียชีวิตคาที่! สาเหตุเพราะคุณโกรธที่ผมไม่ให้เงินคุณไปเล่นการพนันอีก!”
ผมร้องคร่ำควรในตอนกลางคืนท่ามกลางทุ่งนาที่สวยงามของแม่ คำพูดทุกคำที่พูดออกมาล้วนพูดจากความรู้สึกของผม
“ผมต้องทนทุกข์กับความเศร้านี้ไปเป็เดือนๆ!”
ผมยกเท้าและเหยียบไปที่ใบหน้าของพ่อไม่สิไอ้สารเลวนี่
“แม่คือสิ่งเดียว! ที่ทำให้ผมอยากใช้ชีวิตอยู่!”
ผมร้องไห้ไปพร้อมกับสลับมาเตะที่ร่างของชายคนนี้
“ผมเคยคิดจะฆ่าตัวตาย! เพราะว่าคุณได้เอาแม่ไปจากผม!”
ผมเลิกที่จะกระทืบชายคนนี้
“พอที ผมลองให้โอกาสคุณแก้ตัวแล้ว ในครั้งนี้ถ้าคุณไม่ย้อนกลับมาที่นี่อีก ถ้าคุณไม่คิดจะเผาที่แห่งนี้อีก ผมก็จะปล่อยคุณไปให้มีความสุขกับเมียใหม่ เพราะยังไงผมมีแผนจะเอาแม่ออกจากที่นี่อยู่ แต่คุณก็ยังเลือกที่จะทำแบบเดิม ดังนั้น... ”
ผมถอยหลังมาก้าวหนึ่งผมหยิบบ้างอย่างออกมาจากกระเป๋า
“โอกาสครั้งที่2คุณเลือกที่จะเผาที่นี่อยู่ดีสินะ ถ้างั้นก็ปล่อยให้เป็แบบเดิมละกัน อย่าลืมละว่าคุณตัดสินใจที่จะเผามันเอง ผมแค่ช่วย จำเอาไว้ด้วยนะคุณเลือกเอง”
ฉึบฉับผมใช้นิ้วมือของผมเปิดปิดไฟแช็ก ยี่ห้อCIPPOฉึบฉับ
และจุดชนวนไฟต่อในทันที ผมจ้องมองที่ทุ่งนาของแม่ เต็มไปด้วยต้นข้าวที่พร้อมกับเกี่ยวท้องข้าวทุ่งนี้เต็มสีเหลืองแม้จะอยู่ในตอนกลางคืนก็ยังมองสีของข้าวได้ในบางส่วน แม่ทำไร่ทำนาเพื่อหาเงินเลี้ยงดูผม ยอมทุ่มแรงใจทั้งหมดที่มีเพื่อผมถ้าหากกับเกี่ยวข้าวพวกนี้ไม่ได้รายได้และเงินที่ใช้จ่ายของปีหน้าก็จะไม่มี
ผมโยนไฟแช็กที่จุดชนวนอยู่ จากนั้นก็โยนลงไปที่กลางทุ่งข้าวสีเหลือง ไม่นานนักไฟก็ลามไปทั่วทั้งคูนาและจากคูนาหนึ่งก็ไปอีกคูนาลามกันไปเรื่อยๆ ท้องฟ้าอันมืดมิดถูกย้อมไปด้วยสีแดงจากไฟในทุ่งนานี้
ผมมองภาพทุ่งเพลิงแห่งนี้ที่กำลังลุกไหม้ พร้อมกับพ่อที่กำลังนอนสลบอยู่ ผมโทรเรียกรถดับเพลิงและตำรวจ มาดำเนินคดี ผมเลือกวางแฟลชไดร์ฟไว้ใกล้ๆกับร่างที่สลบของผม คลิปในนั้นเป็คลิปที่ผม ให้เฮเลนแปลงร่างเป็พ่อ และทำการราดน้ำมัน(น้ำเปล่า)ลงในทุ่งนา พร้อมกับจุดไฟเผามันด้วยตัวของพ่อเอง(เฮเลน) นั่นคือคลิปที่ผมกับเฮเลนเตรียมเอาไว้เมื่อวาณ ผมก็อวยพรว่าพ่อจะไม่ย้อนกลับมา แต่พ่อเลือกที่จะทำตัวเอง ดังนั้นก็ช่วยไม่ได้ หลักฐานชัดเจนคานังคาเขา ถึงเขาจะกล่าวหาผม ยังไงซะหลักฐานก็ชัดเจนอยู่แล้ว ใช้ชีวิตเงียบๆในคุกซะ พ่อ
ไม่นานนักชาวบ้านก็เริ่มรู้สึกร้อนและออกมาดูสถานการณ์สิ่งที่พวกเขาพบคือท้องทุ่งนาที่เต็มไปด้วยไฟไม่มีใครทราบว่าไฟนั้นมาจากนั้น ทราบแค่ว่าไฟนั้นไหม้เฉพาะไร่นาของแม่ผมเท่านั้น แม่ที่พึ่งออกมาดูเหตุการณ์หัวใจของแม่ก็แตกสลายเพราะไฟไหม้ทุ่งนา หรอเปล่าไม่ใช่ ในหัวอกของคนเป็แม่มีแค่ลูกเท่านั้น ตัวของแม่ในตอนนี้คิดแค่ว่าหลังจากนี้จะทำยังไงต่อลูกชายที่รักของเขาจะเป็ยังไงต่อจากนี้ต่างหาก
เสียงของแม่ที่ร้องไห้กับภาพที่เห็นตรงหน้าไฟอันร้อนระอุโดยมีชาวบ้านคอยปลอบอยู่ข้างๆ
ถึงอย่างนั้นเธอเองก็ไม่หยุดร้องเลยสักนิด ในคืนนี้ท้องไฟย้อมไปด้วยสีแดงและมีเสียงแม่ที่ร้องไห้ไปทั่วทั้งทุ่งนาอยู่นานนับชั่วโมงไม่นานนักไฟก็ดับลงทิ้วไว้แต่ขี้เถ้า
ชาวบ้านต่างเห็นใจและเธอมาส่งที่บ้าน โดยชาวบ้านสลับกันมาเยี่ยมเยือนและคอยปลอบเธอเอาไว้
ชาวย้านรู้ว่าเธอพึ่งเลิกกับสามีและยังมีลูกที่ต้องดูแลอีกด้วยชาวบ้านบอกกับแม่ไว้ว่าจะคอยดูแลเื่ค่าใช้จ่ายให้จนกว่าเธอจะหาเงินได้
และบอกเธอไม่ต้องกังวลไป ‘ ‘พวกเราไม่ทอดทิ้งเธออยู่แล้ว’ ’
ชาวบ้านที่นี่น่ารักมากเพราะเป็หมู่บ้านเล็กๆ จึงคอยช่วยเหลือกันและกันเอาไว้
แต่คนที่เ็ปที่สุดภายในใจลึกๆ ก็คือลูกชายของเขาเอง
ผมต้องทนกับความทุกข์ทรมานที่ทำให้แม่เป็อย่างนี้และเต็นตราบาปในชีวิตของตัวผมอีกด้วย
แต่นี้เป็วิธีเดียวที่จะทำให้แม่ปลอดภัยจากประเทศแห่งนี้
ในเช้าของวันนั้นมีชาวบ้านหลายคนแวะเวียนมาเยี่ยมแม่
ไม่นานนักเลออนลูกชายของเธอก็ตื่นจากห้องนอนเห็นแม่ที่ถูกชาวบ้านหลายคนล้อมรอบตัวอยู่แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรและตรงไปที่ห้องน้ำเพื่อแปรงฟังอาบน้ำไปโรงเรียนเพราะวันนี้คือวันสุดท้าย
เมื่อถึงห้องน้ำ น้ำตาของเลออนก็ไหลออกมาจากดวงตาอย่างไม่หยุด
“ผมขอโทษ”
ผมพูดคนเดียวหน้ากระจกและแปรงฟันไปร้องไห้ไป
“ผมขอโทษ ผมขอโทษนะครับแม่—.”
พูดไปทั้งๆ ที่ปากยังแปรงฟันอยู่
ในวันเช้าวันนั้นผมต้องอาบน้ำทั้งน้ำตาน้ำที่ไหลจากฝักบัวไหลผ่านดวงตาผม เมื่อมันไหลผ่านดวงตาของผม น้ำตาก็ไหลไปด้วยเช่นกัน
อาบน้ำเสร็จเลออนก็แต่งตัวเสื้อสีขาวที่แม่รีดให้เมื่อคืนและใส่กางเกงสีดำ
“ผมไปก่อนนะครับแม่”
ผมลาแม่โดยไม่ได้สนใจชาวบ้านที่ล้อมรอบตัวแม่อยู่ถึงแม้ชาวบ้านจะทักทายผมแต่ผมก็เมินแม่ผมทำได้แค่ยิ้มและโบกมือลาผมอวยพรให้ผมโชคดี
ถึงอย่างนั้น ผมเลือกที่จะฝ่ากองทัพคนในหมู่บ้านและเข้าไปโอบกอดแม่เอาไว้อยู่ครู่หนึ่ง
และเดินออกไปรอรถ
ระหว่างที่รอรถ ผมก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรเฮเลน
ผมรออยู่ประมาณ5นาทีกว่าเฮเลนจะรับโทรศัพท์
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ พี่เลออน”
เหมือนเธอพึ่งจะตื่น เสียงเธอยังคงง่วงอยู่
“อืม เฮเลนอรุณสวัสดิ์หัดพยายามตื่นเช้าหน่อยนะ”
“พี่เลออน โปรแกรมการเรียนของหนูมันโหดเกินไปแล้ว…มันเหนื่อยมากนะ”
อืมก็จริงแฮะแต่ประสิทธิภาพก็สูงเช่นกัน
“มีธุระอะไรแต่เช้าค่ะถึงโทรมา คิดถึงหนูใช่ไหมล้าาา”
“่สายๆ เธอเอาจดไม้ที่อยู่ในห้องใต้ดินไปส่งที่บ้านของฉันทีนะ”
“จดหมายอ่อ อืมได้สิให้หนูแปลงร่างเป็พนักงานส่งของใช่ไหม”
เฮเลนมีสกิลที่สะดวกจริงๆ
“อ่า ตามนั้นละแค่นี้นะ”
สิ้นสุดธุระ ผมก็กดวางสายถึงแม้จะมีเสียงของเฮเลนตามมาว่าเดี๋ยวก่อนก็เถอะ
ผมนั่งรถรับส่งมาถึงหมู่บ้านของเวฟ เมื่อเปิดประตูผมก็ทักทายตามปกติเวฟนั่งข้างผมั้แ่ตอนม.2แล้วพวกเรามีเวลาคุยกันบ่อยๆ ในระหว่างที่นั่งรถรับส่งทั้งตอนไปและตอนกลับ
“เฮ้อ วันนี้วันสุดท้ายแล้วสินะเลออน”
“อ่าชีวิตมัธยมต้นกำลังจะจบ นายต่อที่เจริญปัญญาใช่ไหม”“ใช่ๆ นายก็เข้าเจริญปัญญาใช่ไหม”“อืม ใช่”
เราคุยเื่สัพเพเหระกันตลอดทั้งทางวันนี้คือวันสุดท้ายของปีการศึกษานี้แล้ว
เมื่อผมถึงห้องเพื่อนๆ ทุกคนต่างกำลังเขียนเสื้อให้กันด้วยปากกาเมจิกที่เตรียมกันหลากหลายสี วันนี้ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและหัวเราะต่างจากผมที่เต็มไปด้วยความเศร้า
การเรียนจบในมัธยมต้นคือการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับทุกคนแล้วเหมือนว่าได้เป็อิสระชีวิตต่อจากนี้การเลือกเรียนสายอาชีพหรือสายสามัญ สำหรับบุคคลที่เลือกเรียนสายสามัญเป้าหมายปลายทางของพวกเขาคือมหาวิทยาลัย ่เวลาของมัธยมปลายทุกคนวาดภาพเอาไว้อย่างสวยหรูเพราะมีอิสระมากกว่าตอนม.ต้นอย่างมาก ชีวิตม.ปลายกับม.ต้นมันค่อนข้างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ทุกคนในห้องเรียนนี้เอง80%เลือกที่จะเรียนต่อม.ปลายซะส่วนใหญ่อีก20%คือพวกที่ต่อสายอาชีพและพวกที่เลือกที่จะทำงานในทันทีเมื่อจบม.ต้น
การเรียนต่อหรือไม่เรียนสำหรับประเทศนี้มันสำคัญแค่วุฒิบัตรเท่านั้นมันไม่ได้การันตีความประสบความสำเร็จหรอกนะ บางทีคนที่เลือกไม่เรียนต่ออาจเป็นักธุรกิจระดับพันล้านและจ้างพวกที่เรียนจบปริญญาตรีให้มาทำงานแทนเขาแทน นี้คือโลกแห่งความเป็จริงที่โรงเรียนไม่ได้บอกว่าเราต้องเจอกับอะไร
ผมที่เรียนจบปริญญารู้เป็อย่างดี“เลออนมา เดี๋ยวฉันจะเขียนเสื้อให้นายเอง”ทุกคนในตอนนี้กำลังมีความสุขที่ตัวเองกำลังจะจบม.ต้นกันแล้วโดยไม่รู้อะไรเลย
่เวลาของปัจฉิมมีการแสดงมากมายให้เราชวนคิดถึงกันและกันมีเพลงที่ซึ้งกินใจ และเพลงที่สื่อให้เรามุ่งไปข้างหน้าและสัญญาว่าพวกเราจะเป็เพื่อนกัน
คำนี้ล่ะ มันน่าตลกที่สุด
ทุกคนบอกว่าเราจะไม่ลืมกันสุดท้ายเมื่อย้ายโรงเรียนก็ไม่มีใครติดต่อกันแล้วต่างคนต่างมีเพื่อนใหม่
ผมกับยู ลิตา เรียนที่เจริญปัญญา
กาฟิวส์ แจ็ค เบรด และเพื่อนอีก2คน เรียนต่อที่ยูเรนัส
ที่เหลือก็โรงเรียนม.ปลายระดับล่างลงไปและสายอาชีพ
พวกเพื่อนๆ ในห้องต่างสัญญาว่าจะเป็เพื่อนกันตลอดไป มันน่าตลกจริงๆ
สุดท้ายแล้วซีก็หลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะผมไปั้แ่ตอนขึ้นม.3 มันสนุกที่ได้ทำลายชีวิตของคนที่เคยอยู่เหนือกว่า สำหรับผมแล้วโลกนี้เต็มไปด้วยคนชั่วและคนดี คนที่ชั่วควรกำจัดมันทิ้งไปและให้คนดีๆ นั้นมีชีวิตต่อ
พวกผมที่อยู่หอประชุมกำลังถ่ายรูป รับของขวัญกันอยู่ หอประชุมถูกจัดไว้ให้พวกเราได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ด้วยกัน
ระหว่างที่เพื่อนร่วมห้องกำลังถ่ายรูปและเปลี่ยนของขวัญกัน
“เฮ้ เลออน แจ็ค เบรด กาฟิวส์ ดูนั่นดิ”
“เฮ้ยๆ ใครน่ะ”
เพื่อนในห้องบางคนเริ่มสังเกตกิริยาท่าทางของยูที่เรียกพวกเขา
“แม่งโคตรน่ารักเลยไม่ใช่เด็กโรงเรียนเรา”
ไม่นานนักผมก็หันไปมองจุดที่พวกยูสนใจ
นั่นมัน!!
เป็ไปไม่ได้!
ผมเดินตรงดิ่งไปหาเป้าหมายที่พวกเขามอง
“เฮ้ย เลออนเขาของจริง เดินเข้าโดยไม่ลังเลสุดยอดในความใจกล้าหน้าด้านเลย!”
เพื่อนในห้องต่างคิดแบบเดียวกันกับยูว่า
“ “ “ไอ้เลออนมันมั่นหน้าเกินไปหน่อยไหม” ” ”
ระหว่างที่สายตาทั้งห้องจับจ้องมาที่ผม ผมกำลังวิ่งไปหาจุดสนใจนั่นแต่ทว่า
“พี่เลออน”
เฮเลนที่มาในงานปัจฉิมกระโจนเข้ามากอดผมในทันที!
ทั้งห้องต่างช็อกกับภาพที่เห็นตรงหน้า
“ ‘นั่นมันใครแฟนหรอ?’ ไม่มั้งขอให้ไม่ใช่ทีเถอะ”ยูพูดคุยกับเพื่อนในกลุ่ม เขาพยายามอวยพรให้ไม่ใช่อย่างนั้น“นั่นไง พวกเขามาทางนี้แล้วยูแกเอ็งถามสิ”ผมเดินมาหากลุ่มเพื่อนที่กำลังถ่ายรูปกันด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์“ขอแนะนำให้รู้จักนี้น้องสาวของฉันเองเฮเลน”
ผมแนะนำเชเฮเลนให้เฉพาะกลุ่มเพื่อนของผมให้รู้จักเฮเลนถึงจะมีสายตาขี้อิจฉาจากกลุ่มอื่นๆ ที่สื่อออกมาทางความคิดว่าฉันเองก็อยากรู้จักเด็กสาวน่ารักๆ แบบนั้นบ้างแนะนำให้ฉันรู้จักบ้างสิ~
“นะ…น้องสาวเรอะ”
ยูท่าทางร้อนล้นแปลกๆ ปกติก็เป็คนร่าเริงแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเฮเลนเขากลับมีท่าทีที่เปลี่ยนไป
“ใช่แล้ว”
ผมตอบกลับไปอย่างไม่คิดอะไร แต่เฮเลนมีสีหน้าที่บึ้งตึงหลังจากที่ผมบอกว่าเป็น้องสาว จู่ผมก็รู้สึกถึงแรงบีบมหาศาลจากแขนที่เฮเลนกอดไว้อยู่
“ค่ะ น้องสาวค่ะ”
เธอพูดคำนั้นอย่างไม่เต็มใจมากนัก
“ยะ….ยินดีที่ดะ…ได้รู้จักฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับผมยูเป็เพื่อนสนิทของเลออนเอง”
ยูพูดจากระอักกระอ่วนมาั้แ่เมื่อกี้นี้แล้ว พูดจาไม่เป็ตัวของตัวเอง สีหน้าของเขาย้อมไปสีแดงมีท่าทางลุกลี้ลุกลน ไม่สมกับเป็ยูเด็กหนุ่มผู้ร่าเริง มีความมั่นใจในตัวเอง ตอนนี้เขากลับขาดความมั่นใจในตัวเองไป แต่เฮเลนยังเกาะติดกับตัวผมไม่ยอมปล่อยแขนของผมราวกับเขาเป็เ้าของแขนของผมไปซะแล้ว
“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ส่วนนี้เบรด แจ็ค กาฟิวส์เพื่อนในกลุ่มโรงเรียนม.ปลายเดียวกับเฮเลน”
ทันใดนั้นทั้ง3 ก็มีสีหน้าที่ใอย่างเห็นได้ชัดแต่พวกเขาก็ทำตัวปกติ แตกต่างจากยู พวกเขาทั้ง3พูดคุยกับเฮเลนด้วยท่าทีสบายๆ
“เอ๋ น้องสาวนายก็เรียนยูเรนัสหรอเก่งจังเลยนะ”
“แถมยังน่ารักอีกด้วย”
“แบบนี้ก็ทำความสนิทไว้เถอะ”
พวกเขาต่างทักทายเฮเลน และนั่นคือจุดประสงค์ผมอยากให้เฮเลนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ แต่ผมยังรู้สึกหงุดหงิดๆ กับไอ้คนที่อยู่ข้างๆ ผม
มันมีอาการเหมือนเด็กที่ได้พบรักแท้อย่างไงอย่างงั้น มันจ้องเฮเลนไม่หยุดั้แ่เมื่อกี้นี้แล้ว เฮเลนในตอนนี้ก็ค่อนข้างน่ารักรูปร่างสมส่วน มีริมฝีปากที่อวบอิ่ม ผมยาวผูกโบสีแดงที่ด้านหลัง
ผมแนะนำให้เฮเลนรู้จักพวกเขาแล้วผมจึงพาเธอออกมานอกอาคารเพื่อคุยต่อ โดยที่เธอยังเกาะติดผมอยู่ จนผมอยากจะตัดแขนตัวเอาไปให้เธอเกาะซะเดี๋ยวนี้เลยระหว่างทางพวกเราก็คุยกันเหมือนปกติ
“จดหมายส่งเสร็จแล้วใช่ไหม”
“ค่ะส่งเสร็จแล้วตอนนี้แม่ของพี่น่าจะได้อ่านแล้ว แต่พวกชาวบ้านเยอะไปหน่อยเมื่อคืนพี่ก่อเื่อะไรไว้หรอค่ะ”
เธอเฮเลนเธอยิ้มราวกับชอบสิ่งที่ผมทำ เธอรู้แผนของผมอยู่แล้วยังจะถามอีก เหมือนที่จะชอบอีกด้านของผมที่เป็คนเืเย็นทำได้แม้กระทั่งคนในครอบครัว เธอคงไม่ได้มีรสนิยมชอบความรุนแรงอะไรแบบนั้นใช่ไหมเฮเลนเธอถูกฝึกการต่อสู้มาตลอด2-3ปีนี้เธอมักได้รับาเ็บ่อยๆ บางครั้งผมเองก็เป็คนทำแผลให้เธอบ้าง บางครั้งผมก็สร้างแผลให้เธอบ้างระหว่างที่เราซ้อมต่อสู้กัน ผมคงไม่ได้ทำให้เธอการเป็คนที่ชอบความรุนแรงนะ ผมพยายามอวยพรให้เป็แบบนั้นราว
“อ่า ถ้าได้อ่านหลังจากเกิดเื่เมื่อคืนนี้เป็ฉันก็คว้าโอกาสไว้”
ผมมีเริ่มสีหน้าที่เศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดขอร้องละแม่ครับช่วยรับข้อเสนอนั่นทีเถอะ เพื่อตัวแม่เองและเพื่อผมด้วยจดหมายนั้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของแม่ตลอดชีวิต
“พี่เลออนไม่เป็ไรน่า มีหนูอยู่ทั้งคน”
เฮเลนจับมือผมแน่นขึ้นความสัมพันธ์ของเราแทบจะเป็มากกว่าพี่น้องด้วยซ้ำแล้วในตอนนี้แต่ผมก็พยายามขีดเส้นกันระหว่างผมกับเฮเลนเอาไว้ถึงเธอจะน่ารักขนาดไหนแต่ผมก็ไม่ได้อยากหัวใจเธอขนาดนั้น การให้เธอยึดติดกับผมคนเดียวไม่ดีกับตัวเธอเอง เธอต้องรู้จักรักคนอื่นบ้างเกิดมาทั้งทีต้องหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ตัวเองดีกว่ายึดติดกับคนคนเดียว
“อ่า เฮเลนต่อจากนี้เราต้องเข้มแข็งและแข็งแกร่งขึ้นนะ”
มีเสียงประกาศให้นักเรียนม.3กลับไปนั่งที่หอประชุมมาเป็ระยะๆ แล้วผมออกจากงานมาได้สักพักใหญ่ๆ ตอนนี้ก็ใกล้เวลาจะปิดงานแล้ว
“ฉันไปก่อนนะ เฮเลนไว้เจอกัน”
ผมเดินกลับเข้าไปในงานนักเรียนม.3นั่งที่โต๊ะเรียงตามห้องพร้อมฟังตัวแทนนักเรียนกล่าวคำจากลา ่เวลาอันแสนสั้นในรั้วม.ต้นได้จบลงแล้วจากนี้ต่างหากคือการเริ่มต้นใหม่
เมื่อเสร็จจากงานปัจฉิมผมก็ได้รับข้อความจากลิตาให้มาหาที่หน้าประตู แต่ผมก็เมินข้อความนั้นและกลับบ้านพร้อมเฮเลนและสตีฟที่รออยู่บนรถ เราซื้อรถยนต์หนึ่งคันไว้ใช้โดยสตีฟจะอยู่แค่บนรถ ถึงผมสร้างเขามาเหมือนมนุษย์มากแค่ไหนแต่สายตาคนนอกก็ยังมองออกว่าเป็หุ่นยนต์อยู่
ผมนั่งลงที่เบาะหลังกับเฮเลน สตีฟขับรถออกจากโรงเรียนไปและผมไม่ได้มองกลับมาที่นี่อีก
“#เ้านายครับ คุณหนูเฮเลนบอกว่าอยากขับรถผ่านโรงเรียนใหม่ของเธอครับ#”
ั้แ่ที่ผมรับเฮเลนเข้ามาผมก็ให้เธอฝึกกับสตีฟและเรียนรู้สังคมผ่านโลกเสมือน ผมที่เป็นักจิตวิทยาก็ช่วยปรับบุคลิกของเธอให้เหมาะสมตอนนี้เธอไม่มีเดิมอีกแล้วภายนอกคือเด็กสาวน่ารัก แต่ภายในเธอเต็มไปด้วยทักษะเอาตัวรอดและการต่อสู้ที่จำเป็ เราเน้นไปที่ให้เธอฝึกใช้สกิล
“อ่าเอาสิ”
โรงเรียนยูเรนัสโรงเรียนอันดับ1ของจังหวัดนี้ เต็มไปด้วยคนที่มีสกิลระดับBขึ้นไป ระดับCหรือต่ำกว่าพวกเขาจะปรับตกในทันทีโรงเรียนอันดับหนึ่งที่มีแต่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โรงเรียนเจริญปัญญา โรงเรียนอันดับ2ที่ฉันจะเรียนเต็มไปด้วยคนที่มาจากต่างถิ่นมากมายมีความหลากหลายมีคนระดับสกิลF D Cเป็เื่ปกติ พวกที่อยู่ระดับB A และSจะถูกจับตามองและมีอำนาจมากที่สุดสำหรับฉันคงต้องอยู่ในระดับต่ำสุด
สตีฟขับรถผ่านโรงเรียนทั้ง2โรงเรียนนี้ ห่างกันไม่มากเท่าไหร่เดิน10นาทีก็ถึงแล้ว
เมื่อถึงหมู่บ้านผมก็ลงเดินจากหน้าหมู่บ้าน
“แม่จะเป็ไงบ้างนะ”
ผมเดินคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ ระหว่างกลับชีวิต
“กลับมาแล้วครับ”
“ยินดีต้อนรับ”
เมื่อกลับเริ่มกลับมาแม่ทำกับข้าวอยู่สินะ
“หอมจังเลยครับ ทำอะไรหรอ”
“เมนูโปรดของลูกไง เสร็จแล้วมานั่งกินกันก่อนสิ”
ผมค่อยๆ วางกระเป๋า สีหน้าของแม่ดูเคลียดมีรอยหย่นที่หน้าผากเล็กน้อย
ผมค่อยตักอาหารเข้าปากแต่แม่นั้นไม่ได้ทำของตัวเองไว้จึงได้นั่งมองดูผม
“อร่อยไหมลูก”
“แม่มีเื่อะไรอยากพูดก็พูดมาเลย”