ตอนที่ 11: คดีัขโมยเมฆ กับหลักกฎหมายสาธารณสมบัติ์!
บรรยากาศในแผนกรับเื่ร้องเรียนเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือ ั้แ่มี ‘เหม่ยหลิง’ เข้ามาเป็ผู้ช่วย โต๊ะทำงานถูกขัดจนขึ้นเงา... เอ๊ะ ไม่สิ ต้องบอกว่าขัดจนสะอาดสะอ้านไร้คราบฝุ่น เอกสารทุกฉบับถูกจัดเรียงตามลำดับตัวอักษรและหมวดหมู่คดี พร้อมมีแท็กสีแยกความด่วนไว้อย่างชัดเจน
รพีนั่งจิบชาดอกท้อที่ผู้ช่วยสาวชงให้ พลางมองผลงานการจัดระเบียบด้วยความภาคภูมิใจ "มีคุณเหม่ยหลิงนี่เหมือนได้ระบบอัตโนมัติมาช่วยงานเลยนะครับ หาฎีกาอะไรก็เจอไปหมด"
เทพธิดาสาวหน้าแดงระเรื่อ กำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ ทว่า...
โครม!!
ประตูแผนกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมผ้าไหมสีทองอร่าม ทั่วตัวประดับประดาด้วยหยกและอัญมณีมีค่า บ่งบอกถึงฐานะเศรษฐี์ เขากำลังลากโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่ล่ามคอของ ‘ัวารีหนุ่ม’ ตัวสีฟ้าใสขนาดเท่าสุนัขโกลเด้นรีทรีฟเวอร์เข้ามาในห้อง
"เ้าหน้าที่! ข้ามาแจ้งความจับหัวขโมย!" เทพชุดทองตวาดลั่น กระชากโซ่จนัน้อยร้องอี๋งๆ ด้วยความเ็ป
เหม่ยหลิงสะดุ้งสุดตัว รีบหลบไปยืนหลังเก้าอี้ของรพี แต่มือก็ยังไวพอที่จะคว้าสมุดบันทึกขึ้นมาเตรียมจด
รพีวางถ้วยชาลงช้าๆ ปรับสีหน้าเป็โหมดข้าราชการผู้ให้บริการ "ใจเย็นๆ ก่อนครับท่าน รบกวนแจ้งชื่อและตำแหน่ง พร้อมทั้งอธิบายเหตุการณ์ให้ทางเราฟังด้วยครับ... และกรุณาคลายโซ่เวทมนตร์นั่นด้วยครับ ที่นี่สถานที่ราชการ ไม่ใช่โรงฆ่าสัตว์"
"ข้าคือ ‘จินฟู่’ เทพเ้าของวิมานลอยฟ้าอรุณเบิกฟ้า ชั้น 6!" เทพเศรษฐีเชิดหน้าขึ้น แต่ก็ยอมคลายพลังโซ่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาดุๆ ของรพี "ไอ้กิ้งก่ามีเขานี่ มันบังอาจมาขโมย ‘เมฆาสีชมพูประกายมุก’ ที่ข้าอุตส่าห์จัดวางไว้ประดับรอบวิมานของข้าไปกินจนหมดเกลี้ยง! นั่นมันเมฆนำเข้าจากแดนใต้ มูลค่าหลายพันตำลึงเชียวนะ! ข้า้าให้มันชดใช้ และต้องถูกลงโทษฐานลักทรัพย์!"
ัวารีหนุ่มน้ำตาคลอเบ้า พยายามส่งเสียงเถียง "ขะ... ข้าไม่ได้ขโมยนะ! ข้าแค่บินผ่านไปแถวนั้นแล้วหิว เมฆพวกนั้นมันก็ลอยฟ่องอยู่กลางอากาศทั่วไป ไม่มีรั้วกั้น ไม่มีป้ายแปะ ข้าเป็ั... ัก็ต้องกินเมฆกินหมอกเป็อาหารว่างอยู่แล้ว!"
"หุบปาก! เมฆพวกนั้นข้าใช้พลังเวทจัดทรงให้เป็รูปหงส์คู่ต่างหากเล่า! เ้ากินหงส์ของข้าเข้าไป!" จินฟู่ชี้หน้าด่า
รพีฟังเื่ราวทั้งหมดแล้วก็ถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ... คดีักินเมฆเนี่ยนะ? ์นี่มันมีเื่ปวดหัวได้ทุกวันจริงๆ
"เหม่ยหลิงครับ" รพีหันไปหาผู้ช่วยสาว "ช่วยค้นประมวลกฎหมาย์ หมวดทรัพย์สินให้ผมหน่อยครับ"
"เตรียมไว้แล้วเ้าค่ะ!" เหม่ยหลิงยื่นแผ่นหยกสีเขียวมรกตให้รพีทันทีราวกับรู้ใจ "มาตราว่าด้วยการและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน์เ้าค่ะ"
รพีรับมาเปิดอ่าน กวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเผยยิ้มมุมปาก เขาเดินอ้อมโต๊ะมายืนตรงหน้าเทพเศรษฐีจินฟู่และัน้อย พร้อมกับดึง ‘คัมภีร์สัจจะ’ ออกมาถือไว้ในมือ
"ท่านจินฟู่ครับ ผมขอถามเพื่อเป็ข้อมูลทางกฎหมาย" รพีเริ่มไต่สวน "เมฆาสีชมพูประกายมุกที่ท่านอ้างสิทธิ์นั้น ท่านได้บรรจุไว้ในขวดแก้ว หีบผนึก หรือมีกรงข่ายเวทมนตร์กักเก็บไว้ในเขตแดนปิดล้อมหรือไม่ครับ?"
จินฟู่ขมวดคิ้ว "ข่ายเวทมนตร์อะไรกัน? เมฆประดับวิมานก็ต้องปล่อยให้มันลอยอ้อยอิ่งรับลมอยู่รอบๆ ระเบียงสิ ถึงจะดูมีระดับ! ใครเขาเอาเมฆไปขังไว้ในกล่องกันเล่า!"
"ชัดเจนครับ" รพีพยักหน้า ก่อนจะหันไปอ่านแผ่นหยกในมือเสียงดังฟังชัด "ตามประมวลกฎหมาย์ว่าด้วยทรัพย์สิน... สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือไหลเวียนไปตามกระแสลมในแดน์ โดยมิได้ถูกกักขัง ควบคุม หรือแปรรูปให้อยู่ในภาชนะปิดล้อมอย่างชัดเจน สิ่งนั้นถือเป็ ‘สาธารณสมบัติ์’ ครับ!"
เทพเศรษฐีอ้าปากค้าง "ส... สาธารณสมบัติ?"
"ถูกต้องครับท่าน" รพีอธิบายด้วยหลักการกฎหมายแพ่งเป๊ะๆ "เหมือนกับอากาศที่ท่านหายใจ หรือน้ำในมหาสมุทร ตราบใดที่ท่านยังไม่ได้ตักน้ำนั้นมาใส่โอ่ง หรือยังไม่ได้จับเมฆนั้นมาใส่ขวด เมฆเ่าั้ก็ถือเป็ของส่วนรวมที่เคลื่อนที่ไปตามธรรมชาติ การที่ท่านอ้างว่าจัดทรงมันเป็รูปหงส์คู่ ก็เป็เพียงการดัดแปลงชั่วคราว ไม่ได้ทำให้สภาพการเป็สาธารณสมบัติของมันสิ้นสุดลงครับ"
รพีชี้ไปที่ัน้อย "ดังนั้น เมื่อเมฆลอยอยู่นอกเขตปิดล้อม และไม่มีกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย การที่ัน้อยตัวนี้บินไปงับเมฆกิน จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดฐาน ‘ลักทรัพย์’ ครับ เพราะเขาไม่ได้เอาทรัพย์ของผู้อื่นไป... เขาแค่กินของฟรีที่ลอยอยู่กลางอากาศ!"
"เหลวไหล! กฎหมายบ้าบออะไรกัน!" จินฟู่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ "ข้าซื้อเมฆพวกนั้นมานะ! ข้ามีใบเสร็จ!"
"ถ้าท่านซื้อมา ท่านก็ต้องมีวิธีจัดเก็บที่ถูกต้องสิครับ ปล่อยลอยไปลอยมาแบบนั้น ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าเป็ของท่าน" รพียักไหล่ "อีกอย่าง ตอนที่ท่านไปจับตัวัตัวนี้มา ท่านได้ขอหมายศาลหรือเปล่าครับ? การใช้โซ่เวทมนตร์ล่ามคอผู้อื่นโดยพลการ เข้าข่ายความผิดฐานกักขังหน่วงเหนี่ยว กีดกันอิสรภาพนะครับ... โทษปรับหนักกว่าค่าเมฆของท่านอีก"
จินฟู่ได้ยินคำว่า 'กักขังหน่วงเหนี่ยว' ก็หน้าถอดสี ยิ่งเห็นคัมภีร์สัจจะในมือของรพีเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ข่มขวัญผู้ที่คิดจะพูดปดหรือบิดเบือนความจริง เขาก็ยิ่งเหงื่อแตกพลั่ก
"ด... ได้! ฝากไว้ก่อนเถอะ! ไอ้แผนกสับปะรังเค!" เทพเศรษฐีรีบสะบัดมือปลดโซ่เวทมนตร์ออกจากคอัน้อย แล้วหันหลังเดินกระทืบเท้าตึงตังออกไปจากห้องทันที ทิ้งใบเสร็จค่าเมฆไว้ให้ดูต่างหน้า
รพีถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปหาัวารีที่ตอนนี้กำลังเอาหัวถูไถขาของเหม่ยหลิงเพื่ออ้อนขอของกิน
"รอดตัวไปนะเ้าหนู ทีหลังจะกินเมฆก็ดูตาม้าตาเรือบ้าง อย่าไปกินสุ่มสี่สุ่มห้าแถวบ้านคนรวยล่ะ" รพีลูบหัวมันเบาๆ
ัน้อย 'หลงปิง' ร้องครางในลำคออย่างซาบซึ้ง มันจำกลิ่นอายความยุติธรรมของรพีไว้ในใจ ก่อนจะกระพือปีกเล็กๆ บินทะลุหน้าต่างออกไปสู่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่
เหม่ยหลิงมองตามหลังัน้อยไป แล้วหันมายิ้มกว้างให้รพี "ท่านเก่งจังเลยเ้าค่ะ พลิกคดีลักทรัพย์ให้กลายเป็เื่สาธารณสมบัติได้หน้าตาเฉย ข้าไม่เคยรู้เลยว่ากฎ์มาตรานี้สามารถตีความแบบนี้ได้ด้วย!"
"กฎหมายก็เหมือนเครื่องมือนั่นแหละครับคุณเหม่ยหลิง อยู่ที่ว่าใครเป็คนจับและใช้งานมันยังไง" รพีขยิบตาให้ผู้ช่วยสาว "เอาล่ะ ประทับตรายกฟ้อง แล้วบันทึกคดีนี้ลงแฟ้มได้เลยครับ!"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศในแผนกกำลังชื่นมื่นอยู่นั้นเอง...
วาบ!
ม้วนกระดาษสีน้ำเงินเข้มขลิบเงิน พุ่งทะลุอากาศเข้ามาวางแหมะอยู่กลางโต๊ะทำงานของรพี มันคือคำสั่งเรียกตัวด่วนจากส่วนกลาง ประทับตราสัญลักษณ์ของ 'ประมุขเทพ หลิงหยุน'
ข้อความในนั้นสั้นและได้ใจความ: ‘เซียวเซียน มาพบข้าที่ห้องทำงานส่วนตัวเดี๋ยวนี้... ตามลำพัง’
รพีมองม้วนกระดาษนั้นแล้วกลืนน้ำลายลงคอ ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะไปกระตุกหนวดัของจริงเข้าให้แล้ว!