สวัสดี...นรกสุดรัก

    14. เจอร้านลูกกวาดแสนอร่อย

            “แม่ หนูขอเดินเที่ยวได้ไหม” วันนี้เป็๲วันที่เธอตามยายมาตลาด อัญจรีมีอาการเบื่อเล็กน้อยเพราะไม่มีอะไรทำ ได้แต่มองแม่และยายง่วนตำน้ำพริกให้ลูกค้าอยู่แบบนี้

            “ให้แม่ว่างก่อนดีไหมลูก” ดวงฤทัยหันมาบอกขณะที่มือก็ยังตำไม่หยุด “เผื่อหลงไปไหนแย่เลย”

            “หนูไม่หลง แค่อยากเดินไปดูของเล่นร้านข้างหน้านี้เอง” เธอชี้ไปที่ร้านของเล่นที่อยู่ถัดไปอีกสามร้าน

            ดวงฤทัยหันมองตามมือลูกและมองลูกที่มีสีหน้าเบื่อ ‍‍ๆ‍‍ อย่างเห็นใจ “ถ้าไปแค่ร้านนั้นแม่อนุญาต แต่ห้ามเดินไปไกลกว่านั้นนะ ใครชวนไปไหนก็ห้ามไปด้วยเด็ดขาด หยิบเงินไปด้วยสิบบาทเผื่ออยากกินขนม”

            อัญจรีปรบมืออย่างดีใจก่อนยกมือไหว้ขอบคุณแม่และหยิบเงินสิบบาทไปด้วย แต่ไม่ทันเดินถึงร้านเป้าหมาย สายตาดันไปสะดุดกับร้านขายของชำที่อยู่เยื้องกับร้านของแม่เสียก่อน เธอขมวดคิ้วมองอย่างแปลกใจเพราะเท่าที่จำได้ตอนเริ่มมาขายผักกับยายเมื่อชีวิตก่อน ที่ตรงนี้ไม่ใช่ร้านชำแต่เป็๲ร้านขายเครื่องประดับศีรษะของผู้หญิงต่างหาก ขาเธอตรึงอยู่กับที่เพราะสะดุดตากับบรรดาขนมในร้านจนไม่อยากก้าวออกไปไหน

            ชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าซึ่งเป็๞เ๯้าของร้านเห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ‍‍ๆ‍‍ ที่ยืนขมวดคิ้วนิ่วหน้าเหมือนผู้ใหญ่แล้วก็อดหัวเราะออกมาเบา ‍‍ๆ‍‍ ไม่ได้ เขาจึงเดินตรงมาหาเด็กหญิงคนนั้น

            “ยายหนูจิ๋วคนนี้อยากซื้ออะไรหรือเปล่า”

            อัญจรีสะดุ้งน้อย ‍‍ๆ‍‍ และเงยหน้ามอง “ขนมในร้านหนูไม่เคยเห็นที่ไหน น่ากินจังแต่หนูไม่มีตังค์หรอก” เธอจีบปากจีบคอพูด

            ชายชราคนนั้นถึงกับหัวเราะชอบใจ ไม่เท่านั้นยังชวนภรรยาที่อยู่ในวัยเดียวกันมายืนหัวเราะด้วย

            “นังหนูเป็๞ลูกใคร ทำไมมายืนตรงนี้คนเดียวหรือว่าหลงทาง” คนเป็๞ภรรยาเอ่ยถาม

            อัญจรีส่ายหน้า เธอใช้นิ้วชี้ไปยังแม่ของตน “หนูชื่ออัญ แม่ขายน้ำพริกอยู่ หนูเลยมาเดินเที่ยว”

            “อ๋อ...ลูกสาวแม่ดวงนี่เอง แล้วตั้งใจจะเดินไปเที่ยวไหนล่ะเรา” ฝ่ายภรรยาดูเหมือนจะช่างพูดช่างคุยกว่าสามีได้ถามต่อ

            “ตอนแรกหนูจะไปร้านของเล่น แต่ร้านนี้มีขนมเยอะจัง หนูชอบ ขอหนูยืนดูที่หน้าร้านได้ไหมคะ แป๊บเดียวเท่านั้น” เธอใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จรดหากันเป็๲สัญลักษณ์ให้เห็นว่าแป๊บเดียวจริง ‍‍ๆ‍‍

            หญิงชราหัวเราะชอบใจ เธอเดินออกมาหน้าร้านและจูงมืออัญจรีให้เดินเข้าไปด้วยกัน “ไม่ต้องดูที่หน้าร้าน เข้ามาดูในร้านดีกว่า ขนมแปลก ‍‍ๆ‍‍ ในร้านยายมีเยอะเลยนะ”

            อัญจรีเดินตามเข้ามาแต่โดยดี เธอเหลียวมองไปรอบ ‍‍ๆ‍‍ ร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ ร้านฝั่งนี้เป็๲ร้านที่มีห้องแบ่งเป็๲สัดเป็๲ส่วนชัดเจน แตกต่างจากแผงขายของแม่เธอที่อยู่ฝั่งตรงข้าม คาดว่าค่าเช่าของฝั่งร้านชำน่าจะแพงกว่าฝั่งของแม่เธอเป็๲แน่

            ภายในร้านจัดเหมือนร้านขายของชำทั่วไป คือมีชั้นใส่ของขายตั้งอยู่ทั้งสองฝั่งของผนัง แต่ที่แตกต่างจากร้านของชำอื่นคือ ร้านนี้มีขนมต่างประเทศขาย ซึ่งขนมพวกนี้ส่วนมากมักจะเห็นวางขายกันตามจังหวัดที่เป็๞จังหวัดชายแดน 

            เท่าที่ดูมีขนมประเภทคุกกี้ ขนมอบกรอบ ลูกกวาด ช็อกโกแลต เจลลีหลากชนิด หลากสีสันชวนน้ำลายสอ

            “ทำไมมีแต่ขนมที่หนูไม่รู้จัก” 

            “มันเป็๲ขนมที่นิยมกันในต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย อร่อยด้วยนะ”

            “คุณตาคุณยายเก่งจัง ไปขนขนมจากประเทศนอกมาขายด้วย” อัญจรีเงยหน้าพูดตาใส

            ชายชราหัวเราะร่วน “ตาไม่ได้ไปเอง ตาแค่รู้จักคนไปเอามาให้เท่านั้น”

            “ขนมน่ากินจัง คงมีคนชอบเยอะแน่เลย”

            “คนในเมืองชอบกันมาก ถ้าเป็๲วันหยุดจะมีคนมาซื้อเต็มร้านเลยนะ ว่าแต่หนูเถอะอยากกินขนมอันไหน”

            อัญจรีเงยหน้ามองดูลูกกวาดหลากรสถุงใหญ่ที่วางอยู่จึงชี้และถามราคา “ถุงนั้นกี่บาทคะ”

            “สี่สิบบาท มีตั้งร้อยเม็ด” 

            อัญจรียิ้มแหย “หนูมีแค่สิบบาท ซื้อไม่ได้”

            สามีภรรยาหัวเราะครืน ฝ่ายภรรยารีบเดินไปที่โต๊ะเก็บเงินและหยิบขวดโหลพลาสติกติดมือมาด้วย

            “น่ารักแบบหนู ยายไม่คิดเงิน หนูอยากได้กี่เม็ดก็หยิบไปเลย” เธอพูดอย่างใจดี

            อัญจรีส่ายหน้า “แม่ห้ามไม่ให้กินของคนอื่นฟรี ‍‍ๆ‍‍”

            “แต่ถ้าเป็๞ของขวัญจากผู้ใหญ่ให้เด็ก ‍‍แบบนี้กินฟรีได้” ชายชราคะยั้นคะยอต่อ

            อัญจรีมองอย่างลังเล แม้จะเตือนว่าอย่าเห็นแก่ของกินเหมือนเด็ก ‍‍ๆ‍‍ แต่ร่างกายวัยห้าขวบในตอนนี้กลับไม่ยอมฟัง เธอกลืนน้ำลายดังเอื้อก

            “เอาไปเถอะ ผู้ใหญ่ให้แล้วไม่รับมันไม่ดีนะ” คราวนี้ชายชราเป็๞ฝ่ายควักลูกกวาดที่เปลือกหุ้มมีสารพัดสีออกมานับสิบเม็ด “เป็๞ของขวัญที่ตากับยายให้ในวันที่เรารู้จักกันเป็๞วันแรกดีไหม” หลังจากนั้นก็ยัดลูกกวาดทั้งหมดใส่ในกระเป๋าเสื้อให้ 

            “เอากลับไปแบ่งกินกับแม่ ตากับยายเปิดร้านทุกวัน ถ้าหนูมาวันไหนก็มาหาพวกเราได้ตลอดเลยนะ” พูดจบก็มองส่งเด็กหญิงจนมั่นใจว่าเดินกลับไปที่ร้านของแม่เธอเรียบร้อย ชายชราจึงเดินกลับเข้าร้านพร้อมรอยยิ้มเปื้อนหน้า

            ทันทีที่ดวงฤทัยรู้ว่าตาวิรัชและยายสุภี เ๯้าของร้านขายของชำฝั่งตรงข้ามมีน้ำใจให้ขนมลูกสาวฟรี ‍‍ๆ‍‍ เธอก็ไม่รีรอที่จะตำน้ำพริกปลาและมอบผักสด ‍‍ๆ‍‍ ให้เป็๞การตอบแทนอีกหลายมัด หลังจากนั้น จากที่เคยแค่ส่งยิ้มให้กันมาโดยตลอด กลับกลายเป็๞สนิทสนมกันไปโดยปริยาย