ตอนที่ 33 ผมไม่ได้เก่งอย่างที่ท่านพูดหรอกครับ
ภรรยาจอมพลเรียกให้ลู่โจวเข้ามาด้วยสีหน้ารักใคร่เอ็นดู “เสี่ยวโจว มานี่ มานั่งข้างๆ ย่าสิ”
ลู่โจวเดินไปหาเธอ แล้วทักทายผู้ใหญ่ที่รู้จักก่อน ในกลุ่มคนเหล่านี้ คนที่เขารู้จักก็มีแค่ภรรยาจอมพล หลานรั่วหร่าน ลี่หนานอี อาสะใภ้รอง และอาสะใภ้สามของลี่หนานเสวียนเท่านั้น
ภรรยาจอมพลแนะนำคนที่อยู่ในห้องโถง ผู้หญิงที่เขาไม่รู้จักมีทั้งหมดหกคน ล้วนเป็นอาสะใภ้ของลี่หนานเสวียนทั้งสิ้น แต่เป็นภรรยาของลูกพี่ลูกน้องของพ่อลี่หนานเสวียน ไม่ได้เป็นลูกสะใภ้ของภรรยาจอมพล
ลู่โจวกล่าวทักทายทุกคน
เหล่าอาสะใภ้พากันตอบกลับด้วยรอยยิ้มและทักทายเขาเล็กน้อยเป็นมารยาท
ภรรยาจอมพลดึงลู่โจวให้นั่งแล้วกล่าว “เสี่ยวโจว วันที่หลานกับหนานเสวียนจดทะเบียนสมรส เดิมทีพวกเราอยากจะเชิญครอบครัวของหลานออกมากินข้าวด้วยกัน แต่พ่อกับปู่ของหนานเสวียนมีงานภารกิจมากมายในกองทัพ ตอนนี้ยังไม่มีเวลาว่างกลับมา จึงตัดสินใจว่าจะรอให้ถึงปีใหม่ก่อนแล้วค่อยเชิญครอบครัวหลานมากินข้าวที่บ้าน ถือโอกาสให้คนอื่นๆ ในตระกูลลี่ได้เจอกับหลานและแนะนำพวกเขาให้หลานรู้จักด้วย ช่วงนี้คงต้องให้หลานทนรู้สึกน้อยใจไปก่อน”
ลู่โจวยิ้มบางๆ “หนานเสวียนกับคุณปู่กำลังปกป้องชาติบ้านเมืองจึงไม่มีเวลาว่าง เพราะการเสียสละและอุทิศตนของพวกเขา พวกเราถึงได้นั่งกินมื้อเช้าอยู่ที่นี่กันอย่างสงบสุข ผมไม่น้อยใจหรอกครับ กลับรู้สึกภาคภูมิใจด้วยซ้ำที่ตัวเองได้เป็นคู่ชีวิตกับนายทหารที่ยิ่งใหญ่ การได้เป็นคู่ชีวิตกับทหารทำให้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมภูมิใจในคู่ชีวิตของผมครับ และครอบครัวของผมก็เข้าใจจุดนี้ด้วย”
หลานรั่วหร่านมองสีหน้าภาคภูมิใจของลู่โจวด้วยสายตาตกตะลึง
เธอแต่งเข้าตระกูลลี่มาหลายปีแล้ว เคยรู้สึกภาคภูมิใจในตัวสามี และเคยภาคภูมิใจในตัวลูกชายของเธอด้วย แต่จุดเริ่มต้นของเธอมันเริ่มจากการภูมิใจที่สามีได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งไปทีละขั้น ภูมิใจในความเฉลียวฉลาดและเก่งกาจในหน้าที่การงานของลูกชาย แต่ไม่เคยรู้สึกมีเกียรติที่สามีและลูกชายเป็นทหารเหมือนลู่โจวมาก่อนเลย
อีกอย่างเวลาที่ลู่โจวพูดถึงลูกชายของเธอ นอกจากความภาคภูมิใจแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยความรักและความเป็นห่วง นี่เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นจากเก่อเซียงอี้มาก่อน แม้ว่าเก่อเซียงอี้จะชอบลูกชายเธอมาก การแสดงออกก็ดูเป็นเด็กดี แต่เวลาพูดคุยกันมีบ้างที่เผลอหลุดปากว่าไม่พอใจที่ลูกชายของเธองานยุ่ง และเสี่ยงอันตรายเกินไป ไม่เคยรู้สึกภูมิใจที่ลูกชายของเธอเป็นทหารมาก่อนเลย
ความคิดแรกของบรรดาสะใภ้ไม่ได้ต่างจากความคิดของหลานรั่วหร่านนัก หลังจากนั้นก็คิดว่าลู่โจวเพิ่งจดทะเบียนสมรสกับลี่หนานเสวียน รอผ่านไปนานกว่านี้สักหน่อย ก็จะได้รู้ว่าชีวิตการแต่งงานกับทหารนั้นโดดเดี่ยวอ้างว้างแค่ไหน รอดูว่าถึงตอนนั้นเขาจะสามารถพูดจาสวยหรูได้อีกหรือไม่
“ใช่แล้ว พวกพี่ชายของฉันเป็นทหารที่ยิ่งใหญ่” ลี่หนานอีได้ยินลู่โจวชื่นชมครอบครัวตัวเองก็มีความสุขมาก
“เสี่ยวโจวเป็นเด็กดีจริงๆ หนานเสวียนได้หลานมาเป็นคู่ครองคงเป็นบุญเก่าจากชาติที่แล้ว” ภรรยาจอมพลดูออกว่าเขารู้สึกภูมิใจที่คู่ชีวิตเป็นทหารจากใจจริง สัมผัสได้ว่าเขาเป็นเด็กดีมากคนหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบเขามากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เธอเปลี่ยนเรื่องคุยแต่ก็ยังเอ่ยชมเขา “เสี่ยวโจว ย่าได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นในงานชุมนุมนักพรตจากพวกนักพรตหลัวแล้ว พวกเขาต่างก็ชื่นชมหลาน พอจบงานชุมนุมหลานยังตั้งใจไปช่วยเหลือประชาชนกับหนานเสวียนอีก ไม่เสียแรงที่ตระกูลลี่ของพวกเราได้หลานมาเป็นหลานเขย”
ประโยคนี้เหมือนเป็นคำชมธรรมดา คนอื่นๆ ต่างมีอารมณ์แตกต่างกันไป โดยเฉพาะคนที่ส่งบัตรเชิญให้เสี่ยวโจวอย่างอาสะใภ้รองและอาสะใภ้สามซึ่งเผยสีหน้าดูไม่สู้ดีนัก เดิมทีพวกเธอหวังว่าจะทำให้ให้ลู่โจวอับอาย แต่อีกฝ่ายไม่เพียงทำให้หิมะหยุดตก ยังวิ่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยอีก ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาของลี่หนานเสวียน แม้แต่สถานีโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่างสถานีโทรทัศน์หมินซินยังรายงานเรื่องที่ลู่โจวกับเหล่าทหารร่วมกันทำงานกู้ภัยไม่ขาดสาย ถ้าเป็นพวกเธอละก็ หลังจบงานชุมนุมนักพรต สิ่งแรกที่ทำคือกลับบ้าน มีหรือจะคิดไปช่วยเหลือให้เหนื่อย
“คุณย่า ผมไม่ได้เก่งอย่างที่คุณย่าพูดหรอกครับ” ลู่โจวถูกชมมากๆ ก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ตอนนั้นที่เขาตามไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย หนึ่งเพราะกลัวว่าพวกนักพรตจะจัดงานชุมนุมอะไรแปลกๆ อีก สองคืออยากถือโอกาสนี้ร่วมสัมผัสประสบการณ์การเป็นทหารกับลี่หนานเสวียน ส่วนเหตุผลที่ไปเพราะอยากช่วยเหลือคนอื่นจริงๆ เป็นลำดับสุดท้าย เขาจึงไม่กล้ารับคำชมของภรรยาจอมพล
ภรรยาจอมพลหัวเราะ เธอไม่เอ่ยชมอะไรอีก หันไปสั่งให้พ่อบ้านยกอาหารเช้าเข้ามา
ตระกูลลี่ไม่ได้มีกฎห้ามพูดคุยกันระหว่างรับประทานอาหาร แต่ก็ไม่มีใครชอบพูดเรื่องงานบนโต๊ะอาหารเช่นกัน ดังนั้นบรรยากาศมื้อเช้าจึงถือว่าปรองดองกันไม่น้อย
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จแล้ว ปี้เมิ่งตานอาสะใภ้ซึ่งเป็นคนรับผิดชอบดูแลทรัพย์สินของตระกูลลี่กล่าวกับภรรยาจอมพลว่า “ป้าสะใภ้ใหญ่คะ หนูได้ยินว่าคุณป้ามอบป้ายคำสั่งทัพให้เสี่ยวโจวแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ควรมอบสมุดบัญชีให้เสี่ยวโจวตรวจสอบและยกหน้าที่นี้ให้เขาไปเลยดีไหมคะ”
เธอหยิบแท็บเล็ตออกมาแล้วดันมาตรงหน้าลู่โจว