บทที่ 03 สลีปแคปซูล
ณ ห้องประชุมใหญ่บริษัท WWE สำนักงานใหญ่ ใจกลางกรุงลอนดอน…
“สมิธ...ในเดือนที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวอะไรรายงานฯ ก็เริ่มเลยแล้วกัน”จอห์นกล่าว
“สมิธ” หรือก็คือ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ของบริษัทWWEขณะเดียวกันก็เป็มือขวาของจอห์นในด้านงานบริหารด้วย
“เดือนนี้ หุ้นของทางบริษัทเราบวกเพิ่มอีก 32.98เปอร์เซ็นต์ ถ้านับรวมั้แ่ที่เราเปิดตัวเกมฯ มูลค่าหุ้นก็น่าจะเพิ่มรวม 800 เปอร์เซ็นต์แล้วครับบอส ส่วนเรตติ้ง...ตอนนี้ เราทิ้งห่างคู่แข่งในตลาดทุกเ้าแบบไม่เห็นฝุ่นเลยแถมกระแสความนิยมของเกมก็ยังแรงต่อเนื่องไม่มีตก ทางช่องทีวีของเราก็ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์การเผยแพร่ออกไปในหลายประเทศทั่วโลกส่วนสปอนเซอร์ที่เข้ามาแย่งกันซื้อเวลาโฆษณาฯ ก็มีมาอย่างแน่นเอียดเลยครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมีผู้เล่นได้รับสัตว์อสูรมาเป็คนแรกของเกมด้วยกระแสพวกกลุ่มคนรักสัตว์จึงมาแรงมากใน่นี้ อีกทั้งทางด้านตัวเลขผู้ใช้บริการ...หากจะนับเฉพาะไอดีที่ลงทะเบียนแล้วก็น่าจะอยู่ที่ 2 พันล้านไอดี และยังมีแนวโน้มว่า จะเพิ่มขึ้นอีกเป็จำนวนมากในเร็ววันนี้แต่ผมก็ยังแอบเป็ห่วงว่า ระบบเราจะรองรับไหวไหม?”
พอจอห์นได้ยินดังนั้น จึงหันหน้าไปทาง “อีริค” ผู้เป็หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบฯและที่สำคัญยังเป็หนึ่งในทีมงานพัฒนา “มาร์กี้” ซึ่งเป็ผู้สร้างเกมนี้ขึ้นมาอีกด้วย
เมื่อเห็นประธานหนุ่มหันมาอีริคจึงตอบอย่างไม่ยี่หระว่า “เฮอะ 2 พันล้านไอดีแล้วไง?! มาร์กี้ในตอนนี้ ยังใช้งานระบบประมวลผลได้ไม่ถึง 2เปอร์เซ็นต์เลยมั้ง ต่อให้คนทั้งโลกเข้ามาใช้งานพร้อมกันก็ไม่มีปัญหาและที่สำคัญ...ยิ่งมีผู้เล่นเข้ามาเยอะ ยิ่งจะทำให้ระบบมีความเสถียรมากขึ้นเพราะว่ายิ่งการรับ-ส่งสัญญาณระหว่างคลื่นสมองของผู้เล่นกับมาร์กี้มีจำนวนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีต่อมาร์กี้มากขึ้นเท่านั้น แต่ก็อย่างว่าแหละครับบอส ผมว่าด้วยตัวเลขจำนวนผู้เล่นมากถึงขนาดนี้ยังดึงประสิทธิภาพของระบบออกมาได้แค่ 2 เปอร์เซ็นต์ นี่ออกจะ...ช้าเกินไปเสียด้วยซ้ำจริงไหมบอส?”
จอห์นได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเปรยออกมาว่า “เกมนี้ ยากเกินไปสำหรับผู้เล่นไหมน่ะหรือ? ฉันคิดว่า ไม่...เพียงแต่ในตอนนี้ผู้เล่นยังไม่คุ้นชินกับระบบเท่านั้นเอง ให้เวลาพวกเขาได้ปรับตัวกันหน่อยเถอะ”ประธานหนุ่มยังเชื่อมั่นในความสามารถของผู้เล่นก่อนจะหันมาถามหัวหน้า GM อย่างไมค์ “ตอนนี้สถานการณ์ในเกมเป็ยังไงบ้าง?”
“ไมค์” ได้ยินบอสของมันถาม จึงรีบรายงานข้อมูลในส่วนที่ตัวเองมีอยู่แก่ประธานหนุ่มทันที“ตอนนี้สถานการณ์ภาพรวมในเกม มีไอดีที่ลงทะเบียนทั้งหมดประมาณ 2,524 ล้านไอดี มีการล็อกอินพร้อมกันสูงสุดอยู่ที่ 1,008ล้านไอดี ผู้เล่นมีระดับเฉลี่ยอยู่ที่ 42 ส่วนระดับสูงสุดอยู่ที่89 มีการตั้งกิลด์ขึ้นมาทั้งหมดจำนวน 230,000 กิลด์ ซึ่งกิลด์ที่มีจำนวนผู้เล่นเป็สมาชิกสูงสุดอยู่ที่ 18,500 คน แต่ยังไม่มีกิลด์ใดที่รับ NPC เข้าเป็สมาชิกเลยนอกจากนี้ ยังไม่มีกิลด์ไหนสามารถยึดครองเมืองหรือโจมตีเมืองระดับต่ำได้สำเร็จ ส่วนคำร้องขอในการสร้างเมืองของผู้เล่นยังไม่เกิดขึ้นแต่ก็พอจะมีผู้เล่นที่สามารถตั้งตัวเป็หัวหน้าหมู่บ้านได้แล้วจำนวน 121 หมู่บ้าน ระดับของไอเทมสูงสุดที่พบในเกมเป็ไอเทมระดับ A ระดับการเสริมประสิทธิภาพให้แก่ไอเทมสูงสุดยังคงอยู่ที่ +7 ในด้านการสำรวจแผนที่พบว่าผู้เล่นสามารถเปิดแผนที่ในส่วนของแผ่นดินใหญ่ไปแล้ว 45เปอร์เซ็นต์ และการปราบบอสประจำถิ่น...เวลานี้ บอสที่ถูกล้มล่าสุดเป็บอสจิ้งจอกไฟระดับ 50 ซึ่งดรอปไข่จิ้งจอกไฟ ให้ผู้เล่นได้รับเป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาตัวแรกแล้วครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้นจอห์นถึงกับขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “6 เดือน กับผู้เล่น 2 พันล้านคน ทำได้แค่เนี๊ยะ?! แต่ก็เอาเถอะ...นายติดตามต่อไปแล้วกัน”
และการประชุมก็ดำเนินการไปอย่างต่อเนื่องจวบจนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ จึงค่อยสิ้นสุดลง...
............
ในเช้าวันเสาร์ตามเวลาใน กรุงเทพฯ ประเทศไทย
ขณะที่ครอบครัว “รุ่งโรจน์ไพศาล” กำลังรับประทานอาหารเช้าอยู่นั้น จู่ ๆ สาวมีนก็ทำลายความสงบบนโต๊ะอาหารด้วยการประกาศว่าตัวเองอยากจะลองเล่นเกม “Destiny of Wars” ดูสักครั้ง
“อารียา” ผู้เป็แม่ ซึ่งกำลังจะตักข้าวเข้าปากในขณะนั้นถึงกับอ้าปากและยกมือค้างไว้อยู่นาน ก่อนจะเริ่มเคี้ยวอย่างช้า ๆ โดยไปลืมว่า ตัวเองยังไม่ได้นำข้าวเข้าไปในปากแต่อย่างใด
เช่นเดียวกันกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวที่หันมามองหญิงสาว ด้วยท่าทีอันแปลกประหลาด ก่อนที่ “องอาจ”ผู้เป็พ่อ จะถามด้วยความเป็ห่วงว่า “หนูมีนลูก...ไปออกค่ายอาสารอบนี้ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าลูก? หรือไปโดนไข้ป่ามา? เอ๊ะ!!หรือว่า? หกล้มหัวกระแทกพื้นมาลูก...”
เมื่อองอาจกล่าวเช่นนั้น ทุกคนบนโต๊ะต่างก็ผงกหัวหงึกๆ อย่างเห็นด้วย
หลังจากมีนได้ยินคำถามของผู้เป็พ่อ ตลอดจนได้เห็นสายตาและท่าทางที่แสดงออกของทุกคน จึงรีบตอบกลับไปว่า “หนูเปล่าเป็อะไรสักหน่อยนี่คะเอิ่ม...พอดีว่า พวกเพื่อน ๆ เขาชวนน่ะ หนูคิดว่า มันน่าสนใจดี...ก็เลยอยากลองเล่นบ้างก็เท่านั้นเองหนูไม่ได้เป็อะไรจริง ๆ นะคะ”
สิ้นเสียงน้องสาว ก้องภพผู้เป็พี่ก็เอ่ยปากออกมาบ้างว่า“ทุกที พี่ก็เห็นเพื่อนเธอชวนออกจะบ่อยแต่ก็ไม่เห็นเธอจะสนใจเลยนี่...อีกทั้งพี่ก็ยังเคยชวนมาเป็สิบ ๆ รอบแล้ว ก็ไม่เห็นจะสนใจมัวแต่เอาเวลาไปอ่านหนังสืออะไรไม่รู้ได้ทั้งวันทั้งคืนดังนั้นทุกคนก็เลยรู้สึกประหลาดใจนิด ๆ อย่างที่เห็นนี่แหละ...”
มีนยิ้มแก้เก้อเล็กน้อยก่อนจะกล่าวด้วยท่าทีที่เคอะเขินว่า “ก็พวกยัยน้ำบอกว่า มีโบราณสถานน่าสนใจในเกมนี่คะมีน...”
“ก็เลยอยากไปดู ใช่มั้ย?” ก้องภพตัดบท
“ก็ประมาณนั้นแหละค่ะ” มีนตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ
เมื่อเห็นดังนั้นอารียาจึงแทรกกล่าวขึ้นมาบ้าง “แม่ว่าก็ดีนะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี ถึงแม้จะเป็แค่ในเกมก็เถอะดีกว่าขลุกอยู่กับหนังสือ...ทั้งวันทั้งคืน” ผู้เป็แม่ทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “แม่ว่านะ เ้าเครื่องสลีปแคปซูล...ก็ดีอยู่นะแม่แอบใช้ของเ้าภพแล้ว นอกจากมันจะสามารถทำอะไรได้หลายอย่างแล้วหลังจากใช้งานเสร็จยังรู้สึกเหมือนกับว่า ร่างกายได้รับพักผ่อนไปในตัวอีกต่างหาก...”
พอก้องภพได้ยินก็อดแซวไม่ได้ว่า “คุณแม่นี่ร้ายนะเอ๊ะ!! แล้วแม่เข้าไปใช้โปรแกรมอะไรอ่ะ?”
ผู้เป็แม่ก็เลยตอบอย่างเขิน ๆ ว่า “ก็...เข้าไปร้องเพลงนิดหน่อยตามประสาจ้ะพอดีแม่ได้ยินพวกเพื่อน ๆ บอกว่า เ้าเครื่องนี้ มันสามารถเข้าไปร้องคาราโอเกะได้ด้วยอืม...แม่ว่าก็ดีนะ แหกปากทั้งคืน พอตื่นมาก็ไม่เห็นจะเจ็บคอเลย อิอิ”
สมาชิกในบ้านที่เหลือต่างพากันส่ายหัว เมื่อได้รู้ว่าคุณนายอารียาผู้นี้เข้าไปทำอะไรในสลีปแคปซูล เพราะทุกคนต่างก็รู้กันดีว่า คุณนายนักธุรกิจสาวสวยผู้นี้เป็คนที่ชอบร้องคาราโอเกะมากเป็ชีวิตจิตใจ
จากนั้นอารียาจึงกล่าวกับก้องภพต่อว่า “ภพพาน้องไปซื้อเครื่องนั่นสิลูก แต่...ถ้าเกิดว่าน้องไม่ได้ใช้แล้วแม่จะขอยึดมาใช้เองนะ...” คุณนายผู้เป็แม่หยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะยิ้มและพูดต่อ “อืม...แม่ว่าวิน-วิน ดีออก”
หลังจากที่ทุกคนรับประทานข้าวเช้ากันเสร็จเรียบร้อยก้องภพจึงต้องมีภารกิจสำคัญฯ นั่นก็คือ การพาน้องสาวสุดที่รัก ไปซื้อเครื่องสลีปแคปซูลยังห้างสรรพสินค้าดังใจกลางกรุงซึ่งจะมีร้านขายเครื่องที่ว่าอยู่หลายต่อหลายเ้าให้ได้เลือกซื้อหาและที่สำคัญห้างนี้ ยังมีร้านตัวแทนจำหน่ายของบริษัท WWE มาเปิดให้บริการลูกค้าโดยตรงอีกด้วย
โดยร้านตัวแทนจำหน่ายของบริษัท WWE นอกจากจะมีอุปกรณ์เครื่องสแกนคลื่นสมองชนิดต่าง ๆ วางจำหน่ายแล้ว ทางร้านยังมีการจำหน่ายตัวเครื่องฯพร้อมด้วยแพ็กเกจเกม “Destiny of Wars” หลายแบบหลายราคาให้ลูกค้าได้เลือกซื้อหาตามกำลังทรัพย์อีกต่างหากอีกทั้งร้านค้าตัวแทนจำหน่ายของบริษัทฯ ยังมีการเปิดให้บริการสอบถามข้อมูลต่าง ๆเกี่ยวกับเกมฯ และเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งของร้าน ให้บรรดาคอเกมได้มานั่งพูดคุยอัปเดตข่าวสารในเกมกันได้...อย่างออกรสออกชาติ
เมื่อก้องภพและสาวมีนเดินเข้ามาในร้านฯพนักงานต้อนรับก็รีบปรี่เข้ามาให้บริการฯ โดยสอบถามถึงความ้าของทั้งคู่เมื่อได้ข้อมูลความ้าของอีกฝ่ายแล้ว จึงแนะนำสินค้าต่าง ๆอย่างนักขายมืออาชีพในทันที
ซึ่งตัวเครื่องที่บริษัทฯ แนะนำให้ลูกค้ามีถึง 3 แบบให้เลือกแต่ทางพนักงานขายกลับเน้นเชียร์ขายเครื่องสลีปแคปซูลรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งนำเข้ามาวางจำหน่ายในร้านโดยบอกบรรยายถึงสรรพคุณต่างๆ นานา ว่าวัสดุเป็อย่างไร?ระบบอำนวยความสะดวกดีกว่ารุ่นเก่ามากแค่ไหน?
“นอกจากนี้ ตัวเครื่องรุ่นใหม่ยังแถมมาพร้อมกับแพ็กเกจเกม ‘Destinyof Wars’ ซึ่งเป็แพ็กเกจลูกค้าระดับ ‘Diamond’ เมื่อเข้าใช้งานในเกมฯ คุณลูกค้าจะได้รับของสมนาคุณต่าง ๆ ในเกม เช่นได้รับบัตรที่พักโรงแรมห้าดาวฟรี 1 ปี บัตรส่วนลดค่าอาหาร 50เปอร์เซ็นต์ตลอดชีพ รับส่วนลดภาษีในเกม 50 เปอร์เซ็นต์และได้รับกล่องสุ่มสีรุ้งจำนวน 1 กล่อง กล่องสุ่มสีทองจำนวน 3กล่อง กล่องสุ่มสีเงินจำนวน 5 กล่องและกล่องสุ่มสีทองแดงอีกจำนวน 5 กล่องซึ่งจะแตกต่างจากไอดีทั่วไป และไอดีระดับ Gold หรือSilver อยู่มากโขเลยนะครับ” เซลล์หนุ่มรูปหล่อบอกบรรยายเน้นถึงความ“คุ้มค่า” ต่อพี่น้องคู่นี้ เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเครื่องตัวท็อปที่วางจำหน่ายในร้านก่อนจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม
“โดยปกติแล้ว หากคุณลูกค้าใช้งานไอดีทั่วไป (Bronze) จะไม่ได้รับบริการส่วนลดต่างๆ ของทางระบบฯ เมื่อเข้าเล่นเกมก็จะได้รับเพียงกล่องสุ่มสีทองแดงเพียง 3 กล่องเท่านั้น ซึ่งระดับ Gold กับ Silver ก็จะได้รับส่วนลดค่าบริการจากระบบฯ ที่ดีขึ้นมาอีกเล็กน้อยและได้รับกล่องสุ่มไอเทมตามระดับของแพ็กเกจ แต่เมื่อเทียบกับราคาแพ็กเกจแล้ว ถือว่าระดับ Diamond จะคุ้มค่ามากที่สุดครับ”
นอกจากนี้ พนักงานขายคนดังกล่าว ยังเปรียบเทียบความคุ้มค่าของแพ็กเกจต่อไปอีกว่า“ปกติแล้ว ในส่วนของแพ็กเกจ หากลูกค้าซื้อแยก ระดับ Silver อยู่ที่ราคา 500 ปอนด์ ระดับ Gold ราคา 1,000 ปอนด์ ส่วนระดับ Diamond ราคาแพ็กเกจจะอยู่ที่ 2,000 ปอนด์ โดย 1 ปอนด์จะคิดเป็เงินไทยประมาณ 50 บาท ซึ่งราคาตัวเครื่องไม่รวมแพ็กเกจนั้นราคาขายตอนนี้จะอยู่ที่ 500,000 บาทส่วนเครื่องรุ่นเก่าทั้งสองรุ่นราคาจะอยู่ที่ 275,000 และ 355,000บาท แต่ถ้าลูกค้าสนใจตัวเครื่องรุ่นใหม่พร้อมแพ็กเกจนี้ลูกค้าสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 555,555 บาท เท่านั้น อ้อ!!คุณลูกค้าสามารถผ่อนชำระ 0 เปอร์เซ็นต์ 10 เดือน ได้กับทุกธนาคารอีกด้วยนะครับ”
พอพนักงานขายพูดจบ มีนก็หันไปกล่าวกับก้องภพว่า “แพงจังเลยค่ะพี่ภพ...”
ก้องภพได้ยินดังนั้น จึงบอกสาวมีนว่า “ไม่หรอกสาวน้อย...เ้าเครื่องนี่ปกติก็ราคาประมาณนี้แหละ ถ้าถูกลงมาหน่อยก็จะเป็พวกหมวกหรือแว่นตา ซึ่งมันก็พอใช้งานได้อยู่เหมือนกันแต่ระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย พี่ว่าแบบแคปซูลจะดีกว่านะตอนพี่ซื้อเครื่องมา...ราคาก็ประมาณนี้แหละ แต่ตอนนี้...พอเห็นราคาลงขนาดนี้ มันน่าเจ็บใจเป็บ้า!!”
กล่าวจบก้องภพจึงหันไปบอกกับพนักงานขายว่า ตัวเองเอง้าซื้อเครื่องพร้อมแพ็กเกจระดับสูงสุดพร้อมกับยื่นบัตรเครดิตไปให้ ส่วนพนักงานขายหลังจากได้รับบัตรจากก้องภพแล้ว จึงบอกให้ลูกค้าทั้งนั่งรอสักครู่และตัวเองจะรีบไปดำเนินการให้
หลังจากชำระเงินเสร็จ พนักงานขายคนเดิมได้แจ้งและสอบถามหนุ่มสาวว่า“คุณลูกค้าครับ ตัวเครื่องพร้อมที่จะนำไปติดตั้งใน่บ่ายของวันนี้คุณลูกค้าสะดวกรับเลยไหมครับ?”
ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับกล่าว “ไม่มีปัญหาจัดส่งได้เลยครับ”
หลังออกจากร้านฯก้องภพจึงหันมาถามความ้าของน้องสาวสุดที่รักว่า “หนูมีนอยากไปไหน? หรือ้าจะดูอะไรเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า? นาน ๆจะได้ออกมาเดินเล่นนอกบ้านแบบนี้”
“มีนได้หมดค่ะ เอาที่พี่ภพสบายใจเลย...”
ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มจึงกล่าวว่า “งั้น...ไปกินไอศกรีมกันดีมะพี่อยากไปเปิดหูเปิดตาหน่อยอ่ะ”
เมื่อพี่ชายตัวดีเอ่ยปากเช่นนั้นสาวมีนจึงเลิกคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะแซวผู้เป็พี่เข้าไปหนึ่งดอก “ไปกินไอติมหรือไปเช็กเรตติ้งห๊ะ? บอกมาดี ๆ นะพี่ภพ”
เมื่อก้องภพเห็นว่าอีกฝ่ายรู้ทัน จึงรีบกระแอมเพื่อกลบเกลื่อนเล็กน้อยและกล่าวว่า“กินไอติมจริงจริ๊ง แหม ๆ มากับสาวสวยแบบนี้หญิงที่ไหนจะกล้าเข้ามาหาพี่ล่ะคร๊าบ พี่ก็แค่...ไปอัปเดตเทรนแฟชั่นดูเฉย ๆ ว่า สาวๆ สมัยนี้ เค้าไปถึงไหนกันแล้ว…”
“เ้าค่ะ คุณพี่” หญิงสาวรับคำอย่างรู้ทัน
และแล้วสองพี่น้องก็พากันเดินไปกินไอศกรีมที่ร้านดังแห่งหนึ่งโดยคนพี่ได้สั่งไอศกรีมสตอเบอรี่สีชมพูฟรุ้งฟริ้งมา 1 ชามโต และน้ำลิ้นจี่ปั่นอีก 1 แก้วส่วนคนน้องสั่งแค่ไอศกรีมช็อกโกเลตกับนมสดร้อน 1 แก้ว...ทำเอาพนักงานประจำร้านถึงกับเสิร์ฟผิดคนกันเลยทีเดียว
เมื่อทุกเมนูที่ถูกวางอยู่ตรงหน้า เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้วผู้เป็น้องก็อดแซวพี่ชายไม่ได้ว่า “ถ้าไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันนี่...หนูก็แอบคิดไม่ได้นะคะว่าพี่ภพเป็สายมุ้งมิ้งรึเปล่า...”
แต่พี่ชายตัวแสบก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านอะไรกลับตามน้ำไปแบบเนียน ๆ “คร๊า...คุณน้องขา เห็นแบบนี้ พี่เองก็เป็สายแบ๊วนะคร๊ะ”
สาวมีนหัวเราะคิก ก่อนจะกล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ระวังคุณพ่อจะเตะตูดเอานะคะ”
คนเป็พี่เพียงยิ้มรับ ก่อนจะทำเป็เก๊กกล่าวด้วยเสียงเข้มว่า“อย่า-เอา-เื่นี้-ไป-บอก-คุณ-พ่อ-นะ-ครับ”
สองคนพี่น้องต่างส่งเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ และกล่าวคำขอโทษอย่างเคอะเขินในเวลาต่อมา
หลังจากทั้งคู่นั่งกินของหวานไปสักพัก จู่ ๆกลับมีเสียงของหญิงสาวทักมาจากด้านหลังของมีนว่า “หวัดดีจ้ะภพวันนี้พาสาวสวยที่ไหนมากินไอศกรีมเนี่ย?”
พอมีนหันตามต้นเสียงไปก็พบว่า เ้าของเสียงเป็หญิงสาวหน้าตาดีผิวขาว ผมยาวสลวยสีดำ หุ่นคล้ายกับนางแบบ สูงประมาณ 170 เิเ เมื่อเห็นเช่นนั้น มีนก็ได้แต่ทำตาปริบ ๆก่อนจะหันมาทางพี่ชายตัวดีพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นเป็เชิงขอคำอธิบาย
ก้องภพไม่ตอบคำน้องสาวของตน แต่กลับหันไปเอ่ยปากทักทายผู้มาใหม่พร้อมกับแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน “สวัสดีครับคุณลูกนัทคนสวยนี่...น้องสาวผมชื่อมีน ส่วนหนูมีน...พี่สาวสวยคนนี้ชื่อ คุณลูกนัทเธอเป็เพื่อนพี่ในเกมน่ะ แถมยังเป็ถึงรองหัวหน้ากิลด์ ‘กระต่ายป่า’ซึ่งเป็กิลด์ใหญ่อันดับต้น ๆ ของประเทศเชียวนะ”
มีนได้ยินก้องภพแนะนำอีกฝ่ายให้รู้จักจึงยกมือไหว้และทักทายตามมารยาท
หลังจากลูกนัทรับไหว้หญิงสาวแล้ว จึงทักตอบว่า “สวัสดีจ้ะคนสวยแหม ๆ ถ้าไม่บอกไม่รู้นะเนี่ยว่า เป็น้องสาว หน้าตาผิวพรรณดูดีกว่าพี่ชายเป็ไหนๆ สงสัยพี่ชายจะรับเอายีนด้อยมาหมด เหลือแต่ยีนเด่นให้น้องสาวนะเนี่ย คิ ๆ ๆ ๆ”
“จริงเหรอ?! ถ้าผมหน้าตาแย่ขนาดนั้น แล้วคุณลูกนัทคนสวย ยังจะตามมาเกาะแกะผมทำไมมิทราบ?ฮึ!!”
ได้ยินดังนั้นสาวลูกนัทถึงกับหน้าขึ้นสีก่อนจะพึมพำอะไรมิทราบออกมาอย่างแ่เบา...
มีนเห็นท่าทางที่สองคนนี้คุยกันแล้วคิดว่า ต้องมีอะไรในกอไผ่เป็แน่ก็เลยแกล้งถามออกไปว่า “พี่ลูกนัทมาเที่ยวหรือคะ? หรือว่า...”
ยังไม่ทันได้พูดจบสาวลูกนัทก็โพล่งกล่าวออกมาว่า “พี่มาเดินเที่ยวจ้ะแล้วก็บังเอิญ...เห็นอีตาพี่ชายน้องมีน เดินควงสาวสวยอยู่ พี่ก็เลย...”
“ต่อมเผือกทำงานหรือจ๊ะคนสวย? เอ๊ะ?! หรือว่าต่อมหึง...ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ไอ้ผมมันคนหน้าตาไม่ดีแต่เสน่ห์แรงเป็บ้าเลยอ่ะว่ามะหนูมีน?” ก้องภพได้ทีจึงตอกกลับหญิงสาวไปชุดหนึ่ง ก่อนจะหันมาถามความเห็นจากน้องสาว
มีนได้แต่ยิ้มรับอย่างเอือมระอาในความกะล่อนของพี่ชายตัวแสบส่วนลูกนัทที่ได้ยินกลับพูดตัดบทว่า “เอาเถอะจะคิดยังไงก็แล้วแต่นาย ฉันไม่แคร์หรอก ว่าแต่...วันนี้นายมาทำอะไรที่ห้างเนี่ย?คนอย่างนายไม่น่าจะชอบ ‘เดินเที่ยว’ ห้างสรรพสินค้านะ”
ก้องภพได้ยินดังนั้นจึงตอบไปว่า “แหมๆ เดี๋ยวนี้รู้สึกว่า คุณลูกนัทจะสนใจชีวิตผมเป็พิเศษเลยนะครับรู้แม้กระทั่งว่าผมไม่ชอบเดินเที่ยวห้าง...”
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกย่ะ ฉันแค่เดา ๆ น่ะ นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งมีรูปลงหน้าสื่อเป็ประจำอย่างนายไม่น่าจะมีเวลามาเดินเที่ยวอะไรแบบนี้หรอก ใช่มะ?” ลูกนัทกล่าวพร้อมกับยกเหตุผลขึ้นมาประกอบ
“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่วันนี้ผมพาหนูมีนมาซื้อเครื่องสลีปแคปซูลน่ะเห็นว่าอยากจะลองเล่นเกมดู...” ก้องภพบอกสาเหตุที่ตัวเองมาปรากฏตัวที่นี่ในวันนี้
หลังจากทราบคำตอบ ลูกนัทจึงหันหน้ามาทางหญิงสาวพร้อมกับถามว่า“ใช่เกม Destiny of Wars หรือเปล่าจ๊ะ?”
เมื่อได้ทราบคำตอบจากอีกฝ่ายลูกนัทจึงกล่าวอย่างตื่นเต้น “ดีจัง...เกมนี้สนุกมากเลยล่ะถ้าน้องมีนสนใจ เดี๋ยวพี่จะให้พี่ภพพาไปเก็บระดับนะ แล้วก็มาอยู่กิลด์พี่ถ้าน้องมีนมาอยู่กิลด์กับพี่นะ รับรองกิลด์พี่จะมีหนุ่ม ๆ มาขอเข้ากิลด์กันอย่างมืดฟ้ามัวดินเลยแหละอิอิ”
“พอ ๆ เลิกฝันที่จะเอาน้องสาวผมมาเป็แม่เหล็กดูดหนุ่ม ๆ เข้ากิลด์เลย”ก้องภพกล่าวด้วยเสียงขุ่น
“แหม ๆ คนเราก็ต้องใช้ความสวยให้เป็ประโยชน์สิ ใช่มั้ยจ๊ะ น้องมีนจ๋า…”ลูกนัทพยายามขอความเห็นสนับสนุนจากสาวมีน
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวจึงได้ตอบกลับไปอย่างสุภาพว่า “ขอโทษทีค่ะพี่ลูกนัท พอดีมีนถูกเพื่อน ๆ จองตัวไว้แล้วค่ะ ถ้าไม่ไปเล่นกับเพื่อน ๆเดี๋ยวพวกนั้นจะงอนเอา”
ลูกนัทได้ยินจึงพูดขึ้นมาว่า “เอ่อ...พี่แค่พูดเล่นเผื่อฟลุกน่ะน้องมีนเล่นกับเพื่อน ๆ ไปเถอะ แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนใจ...อยากมาร่วมกิลด์กับพี่และพี่ชายตัวดีของน้องมีนล่ะก็พี่ยินดีต้อนรับเลยนะจ๊ะ” ลูกนัดพูดพร้อมทั้งขยิบตาให้ชายหนุ่มทีหนึ่ง
“ขอบคุณนะคะ ถ้ายังไงเดี๋ยวหนูติดต่อผ่านพี่ภพไปนะคะ”
จากนั้นสาวลูกนัทจึงตอบคำอีกฝ่ายด้วยความยินดีก่อนจะขอตัวกลับ “ตกลงจ้ะ ถ้างั้น...พี่ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะจ๊ะคนสวย ฉันไปก่อนนะนายก้องภพแล้วเจอกันที่กิลด์...”
จบประโยคของอีกฝ่ายสาวมีนจึงยกมือไหว้และนายก้องภพก็พยักหน้ารับพร้อมกับทำท่าส่งจูบไปหนึ่งที จนทำให้สาวลูกนัทมองค้อนฝ่ายชายอยู่แวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไปในที่สุด
เมื่อสาวลูกนัทออกจากร้านฯสองคนพี่น้องจึงนั่งกินไอศกรีมที่เหลือต่อจนหมดก่อนที่ทั้งคู่จะเดินทางกลับบ้านในเวลาต่อมา...
............
เมื่อถึงบ้าน คุณนายอารียาจึงถามก้องภพถึงความเรียบร้อยก่อนจะได้รับคำตอบจากอีกชายหนุ่มผู้เป็ดั่งเลขาส่วนตัวกลับมาว่า “เดี๋ยวบ่ายๆ ทางร้านจะมาติดตั้งให้ครับ พอดี่นี้ทางร้านจัดโปรโมชั่นพิเศษ ถ้าคุณแม่สนใจ...เดี๋ยวผมสั่งเพิ่มให้เอาไหมครับ?คุณแม่จะได้ร้องเพลงได้ทั้งคืนโดยไม่เจ็บคอ ฮ่า ๆ ๆ”
คุณนายอารียาได้ยินลูกชายแซวแบบนั้นจึงตอบกลับอย่างมีความหวังปนความ“งก” ว่า “แม่รอเซ้งต่อจากหนูมีนดีกว่า แม่ว่านะ...ดูจากท่าทางแล้ว คงจะเล่นได้ไม่เกินสามวันหร๊อกแล้วก็กลับมาอ่านหนังสือตามเดิม...”
ได้ยินเช่นนั้นนายก้องภพจึงกล่าวตอบอย่างไม่เห็นด้วยก่อนจะอธิบายเสริมอีกว่า “ไม่แน่หรอกแม่ เครื่องนี้ มันสามารถดาวน์โหลดหนังสือที่ชอบเข้าไปอ่านในเกมได้ด้วยนะแถมเวลาที่ใช้ในโลกออนไลน์ ก็ยังมากกว่าโลกจริงถึง 8 เท่าอีกถ้าสมมุติถ้าเราอ่านหนังสือข้างนอก 1 ชั่วโมงเมื่อเข้าไปอยู่ข้างในนั้นเราจะสามารถอ่านได้มากถึง 8 ชั่วโมงเลยนะ”
เมื่อสาวมีนได้ยินดังนั้นก็ทำตาลุกวาว ก่อนจะพูดอย่างตื่นเต้นว่า“จะ...จริงเหรอคะพี่ภพ? แล้วทำไมไม่มีใครบอกมีน...”
ก้องภพจึงบอกว่า “อ้าว ก็เธอใช่จะสนใจอะไรซะที่ไหนกันล่ะวัน ๆ ก็เห็นขลุกอยู่กับหนังสือ เออ...แล้วเพื่อนเธอไม่บอกเลยเหรอว่าเ้าเครื่องนี่...มันทำแบบนี้ได้?”
หลังจากได้ยินคำถาม หญิงสาวจึงสารภาพด้วยน้ำเสียงอันแ่เบาว่า“เอ..มีนก็เหมือนจะจำได้นะคะ ยัยน้ำบอกว่า เวลาต่างกัน 8 ชั่วโมง ๆ อะไรนี่แหละ แต่ไม่เห็นยัยน้ำเคยบอกว่า เราสามารถดาวน์โหลดหนังสือเข้าไปอ่านในนั้นได้ด้วยแถมเพื่อนที่มหาลัยฯ ก็ไม่เห็นพูดกันถึงเื่นี้เลย วัน ๆ เห็นคุยกันแต่เื่เกมใครระดับอะไรแล้ว? เก็บระดับที่ไหนดี? หรือตีบอส ๆ อะไรประมาณนี้แหละค่ะ”
พอก้องภพได้ยินดังนั้นก็พูดแซวว่า “สมแล้วที่เพื่อนๆ เรียกเธอว่า คุณหนูโบอ่ะนะ ขนาดคุณแม่ยังทันสมัยกว่าเธอเยอะเลย” พูดเสร็จก้องภพก็หัวเราะร่วน ก่อนจะพูดต่อว่า “เอาน่าๆ เดี๋ยวพอได้เครื่องมาก็ลองศึกษาดูนะจ๊ะ...ยัยหนูโบ ฮ่า ๆ ๆ”
“ฮึ!! ไม่รู้ไม่ชี้ด้วยแล้ว ตาพี่บ้า!!” แล้วสาวมีนก็ทำท่างอนทำแก้มป่องๆ ซึ่งดูยังไงก็ดูไม่เหมือนคนกำลังโมโหสักนิด
จากนั้นอารียาจึงกล่าวกับทั้งคู่ว่า “เอาน่าๆ ยังไงแม่ก็รอเซ้งเครื่องต่ออยู่นะ ภพไปเรียกพี่เกียรติกับคุณพ่อมากินข้าวกัน เดี๋ยว่บ่ายแม่จะออกไปมีตติ้งกับคุณหญิงไก่เสียหน่อย”
ชายหนุ่มได้ทีจึงเอ่ยปากแซวผู้เป็แม่บ้าง “มีตติ้งหรือเรียนคณิตคิดเลขเร็วครับ?”
ผู้เป็แม่ทำท่าเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะกล่าวยอมรับว่า“เอาน่า...แค่ฝึกสมองประลองปัญญาจ้ะ”
หลังจากที่กินข้าวกลางวันกันเสร็จ ในเวลาบ่ายแก่ ๆบริษัทฯ ก็มาส่งเครื่องสลีปแคปซูลพร้อมติดตั้งและอธิบายขั้นตอนการใช้งานอย่างคร่าวๆ ให้แก่หญิงสาวเ้าของห้อง ซึ่งสาวมีนก็รับฟังอย่างตั้งใจ พร้อมกับยิงคำถามออกมาเป็ชุดโดยทางช่างผู้ติดตั้งก็ได้อธิบายว่า การใช้งานเครื่องรุ่นนี้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดระบบทั้งหมดของตัวเครื่องเกือบจะเป็ระบบอัตโนมัติอยู่แล้ว ผู้ใช้เพียงตั้งค่าการใช้งานล่วงหน้าเอาไว้ก่อนเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ตัวเครื่องก็จะส่งเสียงเตือนผู้ใช้งานได้รับทราบ ก่อนจะตัดระบบการเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติฯหรือแม้กระทั่งการจะออกจากระบบด้วยคำสั่งภายในเกม หรือในแอพพลิเคชันต่าง ๆ ที่ใช้งานอยู่ก็สามารถตั้งเวลาเอาไว้ล่วงหน้าได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ตัวอุปกรณ์ฯ ยังสามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือและสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตขณะที่ใช้งานได้อีกด้วย
เมื่อช่างฯ ได้ไขข้อสงสัยของสาวมีนจนหมดแล้ว ก่อนจะขอตัวกลับยังได้แนะนำว่าหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือหากตัวเครื่องมีปัญหา ก็สามารถติดต่อได้ทางศูนย์รับเื่และบริการลูกค้าทางโทรศัพท์(callcenter) ของบริษัทได้ตลอด 24 ชั่วโมง
หลังจากช่างผู้ติดตั้งเครื่องฯ กลับไปแล้วสาวมีนจึงเอาคู่มือการใช้งานมาศึกษาอย่างละเอียดอีกรอบหนึ่ง เมื่ออ่านเสร็จก็ได้เวลาที่คุณป้าแม่บ้านมาตามให้ไปกินข้าวเย็นพอดี
โดยสาวมีนตั้งใจว่า หลังจากกินข้าวและอาบน้ำเสร็จ ตัวเองจะโทรไปถามยัยน้ำเพื่อนซี้ก่อนว่าจะให้ตนทำอย่างไร? หรือจะนัดหมายกันตรงไหน? จากนั้นจึงค่อยเข้าไปเล่นเกมนี้...ดูสักตั้ง
............