"ไม่!! ไม่ได้!! ต้องไม่ใช่เมย์ริน! ให้ผมเป็คนชดใช้เถอะครับ! ได้โปรด..ฟีร์มัว!!"เ้าชายซาร์จินพลันพูดโพล่งขึ้นมาในทันใด"ให้ผมชดใช้! อย่าเอาเมย์รินมาข้องเกี่ยวกับเื่นี้เลย!! ผมเป็คนผลักคุณ! ผมต่างหากที่ต้องชดใช้!!"
"ท่านซาร์จิน..."
ฟีร์มัวกล่าวเสียงเรียบพลางขมวดคิ้วพร้อมแววตาอ่อนลงดูผ่อนปรน นั่นทำให้รอยยิ้มพลันกระตุกขึ้นที่มุมปากของเ้าชายหนุ่มผู้หล่อเหลา แต่หารู้ไม่ว่าตนถูกหลอกให้ตายใจ ในสายตาของฟีร์มัวเขาช่างปัญญาอ่อนเหลือเกินที่พยายามค้านหัวชนฝาเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งต่อหน้านางมารร้ายที่ริษยาเธอคนนั้น และแล้วรอยยิ้มที่ว่าก็ต้องหายไปทันใดเมื่อได้ยินประโยคต่อมาของหญิงสาวร่างบางซึ่งกล่าวออกมาอย่างร้ายกาจ
"หม่อมฉัน..เป็'เกลียด'อย่างยิ่งเพคะ แต่หม่อนฉันเป็เพียงขุนนางผู้น้อย..ท่านอย่าได้เรียกชื่อหม่อมฉันอย่างสนิทสนมเช่นนั้นเลยเพคะ!"
เ้าชายซาร์จินสะอึกเงียบไปทันใด
..ฟีร์มัวที่เขารู้จักไม่มีทางทำตัวห่างเหินเช่นนี้แม้ว่าเขาจะผลักไสเธอเท่าใด...ตลอดหลายปีที่รู้จักกันมาหญิงสาวไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อนเลย นี่ไม่ใช่ฟีร์มัวที่เขารู้จักแม้แต่น้อย!
ฟีร์มัวแค่นเสียงเยาะเบาๆเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม
วินาทีนี้หญิงสาวรู้สึกอึดอัดในอกและเจ็บเสียดหัวใจราวกับมีคมมีดมาบาดเฉือนเบาๆ ความรู้สึกเ็ปนี้แน่นอนว่าเธอรู้ตัวดีว่ามาจากการที่ตัวเองยังตัดใจจากเ้าชายซาร์จินไม่ขาด ..เพียงแต่ว่า ตอนนี้ยิ่งมองเขาเท่าไหร่ภาพมันยิ่งซ้อนทับกับชายหนุ่มที่รักเมื่อชาติก่อน ยิ่งมองเขาเท่าไหร่ความรู้สึกโกรธเคืองเคียดแค้นยิ่งทวีคูณ ยิ่งมองเขาเท่าไหร่ความรังเกียจเดียดฉันท์ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เพียงเท่านี้ความเจ็บที่หัวใจก็ถูกแทนที่ด้วยความคลั่งแค้นจนยากจะแยแสแล้ว
ฟีร์มัวรู้สึกขยะแขยงจนอยากจะอ้วกออกมาเมื่อเห็นใบหน้าของเขาและได้ยินเสียงของเขา ราวกับว่าเมื่อเธอตื่นขึ้นมาทุกอย่างของอีกฝ่ายก็กลับกลายเป็ของแสลงสำหรับตน ยิ่งความเป็ห่วงกังวลที่เขาแสดงออกมาต่อผู้หญิงที่เขารักอย่างชัดเจนนั่น..ยิ่งทำให้เธออยากจะไล่เขาไปให้พ้นๆหน้าเสียที!!
ฟีร์มัวละความสนใจจากเ้าชายซาร์จินมามองใบหน้าขององค์าาเคลเซียร์เพื่อรอคำตอบ
"..หนูฟีร์มัว้าให้ผู้หญิงคนนั้นชดใช้อย่างไรรึ?"าาเคลเซียร์กล่าวถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทันทีที่ดวงตาสวยคู่นั้นเสกลับมามอง
าาเคลเซียร์เวลานี้ไม่เห็นหัวซาร์จินบุตรชายของตัวเองเลยแม้แต่น้อย หากไม่ตามใจฟีร์มัวคราวนี้แล้วล่ะก็ย่อมหมายถึงการผิดใจครั้งใหญ่กับดยุคแฮมสันสหายของพระองค์ แล้วยังมีผลกระทบต่อประชาชนรวมถึงอาณาจักรโพโลเวียร์อย่างใหญ่หลวงอีกด้วย ซึ่งการเป็ผู้ปกครองแผ่นดินคนส่วนรวมในแผ่นดินย่อมต้องมาก่อนบุตรชาย
ฟีร์มัวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มหวานอย่างน่าเอ็นดู เสียงไพเราะกล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มแม้ว่าใจความที่เรียกร้องออกมาช่างแสนโหดร้ายก็ตามที..แต่เธอหรือจะสน? นั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอพอใจได้อย่างแน่นอนหากองค์าาจะชดใช้ให้!!
"หม่อมฉันขอให้พระองค์ทรงตัดนิ้วนางข้างซ้ายของเมย์รินมาให้หม่อมฉันเป็การชดใช้เพคะ!"ฟีร์มัวกล่าวพร้อมรอยยิ้มน่ารัก
"ไม่!!!"
เ้าชายซาร์จินะโค้านลั่นทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น! ใบหน้าของเขาตื่นกลัวไร้สติราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ!
นิ้วนางข้างซ้าย...คือนิ้วที่เอาไว้สวมแหวนยามแต่งงาน เป็สิ่งที่รู้กันดีในโลกนี้ว่าเมื่อชายหญิงแต่งงานหรือหมั้นหมายย่อมต้องร่วมสาบานเป็คู่ครองกัน โดยการสาบานนั้นต้องร่ายเวทย์พันธสัญญาเกี่ยวดองเป็สามีภรรยาหรือคู่หมั้นคู่หมายไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของคนทั้งสอง โดยมีแหวนเป็เครื่องหมายบ่งบอกว่านิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่นั้นได้ถูกตีตราด้วยพันธสัญญาเรียบร้อยแล้ว..เป็สิ่งบอกให้รู้ชัดเจนว่าเขาหรือเธอมีเ้าของเป็ของกันและกัน
และพิธีสาบานนี้ย่อมไม่อาจร่ายพันธสัญญาลงที่นิ้วอื่นได้ เพราะความหมายจะแปรเปลี่ยนไปทันที กล่าวไปแล้วมันก็เป็ธรรมเนียมจารีตที่ยึดถือมายาวนานเท่านั้นเอง
...กระนั้นมันก็ยังเป็ค่านิยมของสังคมที่ถูดตัดสินไว้แล้ว
ดังนั้น หากเมย์รินถูกตัดนิ้วนางข้างซ้ายไปนั่นหมายความว่าเธอย่อมไม่สามารถเข้าแต่งงานกับเขาหรือชายใดได้อีกตลอดกาล!!
ฟีร์มัวได้ยินเสียงร้องเ้าชายซาร์จินก็กุมหัวด้วยความปวดมึน แต่มุมปากของเธอก็ยังคงมีรอยยิ้มสาแก่ใจสุดจะกลั้น นอกจากเธอจะได้จัดการทำลายอนาคตของเมย์รินแล้วยังสามารถทำลายความหวังของเ้าชายซาร์จินไปพร้อมๆกัน! เ้าชายซาร์จินดีร้ายอย่างไรก็เป็เ้าชายลำดับที่สองจึงไม่อาจเรียกร้องมากได้ แต่กับเมย์รินที่เป็สามัญชนนั้น... แม้จะนึกวิธีการจัดการคนทั้งสองได้ต่างๆนาๆแต่มีวิธีนี้เท่านั้นที่สาแก่ใจที่สุด เธอกำลังทำลายอนาคตอันสวยหรูตามเนื้อเื่เกม! ทำลายอนาคตครองคู่ของคนทั้งสองโดยไม่อาจแก้ไขได้! และปล่อยให้ทั้งคู่มีชีวิตร่วมกันต่อไปภายใต้ความอัปยศนั้น!!
ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่านี้อีกแล้ว!!
ฟีร์มัวพยายามอย่างมากในการข่มกลั้นความตื่นเต้น เธอใช้รอยยิ้มเฉยเมยไร้อารมณ์พร้อมด้วยแววตาเ็าจ้องมององค์าาที่กำลังลังเลอย่างคาดคั้น
าาเคลเซียร์ย่อมรู้และเข้าใจความหมายของสิ่งที่ฟีร์มัวกล่าวขอ มันเป็สิ่งที่เืเย็นและอำมหิตเป็อย่างมากสำหรับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งจนพระองค์ไม่อาจมั่นใจว่าจะกระทำต่อบุตรชายของตัวเองและเด็กสาวที่ชื่อเมย์รินนั้นได้ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยพระองค์รู้อยู่แก่ใจว่าเด็กสาวคนนั้นหาได้เป็คนเลวร้ายแต่อย่างใด ออกจะบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างน่าเหลือเชื่อด้วยซ้ำ แต่แล้ว..คำกล่าวต่อมาของฟีร์มัวก็บีบคั้นให้พระองค์ต้องตัดสินใจ
"เพียงนิ้วนางข้างซ้ายนิ้วเดียวของหญิงสาวสามัญชนไร้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง กับความสัมพันธ์ของอาณาจักรกับตระกูลเอลโลชาแตล ..พระองค์เลือกยากขนาดนั้นเลยหรือเพคะ?"ฟีร์มัวกล่าวด้วยรอยยิ้มเ็าพร้อมเสียงะเืดื้อรั้นกดดัน ตอนนั้นเองเธอก็กวาดสายตาไปยังท่านพ่อที่ยืนเงียบมาได้สักพักเพื่อให้ท่านร่วมสำทับอีกแรง
"อย่างที่ลูกสาวข้าพูด...องค์าาเคลเซียร์มาเอลที่เคารพ ความสัมพันธ์นับจากนี้ของเราขึ้นอยู่กับว่าพระองค์จะตัดสินพระราชหฤทัยได้ถูกใจบุตรีของกระหม่อมหรือไม่พะยะค่ะ"ดยุคแฮมสันกล่าวขึ้นอย่างประชดประชันพลางเหยียดยิ้มอย่างผู้ชนะ
ตามตรงเขาเองก็ตระหนกใในสิ่งที่ลูกสาวของตนร้องขอ ดยุคแฮมสันย่อมรู้ดีว่าความดื้อรั้นเอาแต่ใจและความบ้าอำนาจเป็สิ่งที่ลูกสาวของตนมีอย่างเหลือล้น แต่ความเืเย็นอำมหิตนั้นไม่ใช่ แต่เดิมฟีร์มัวลูกสาวของเขากระทั่งลูกแมวที่เคยเลี้ยงไว้ตายไปเธอยังร้องไห้คร่ำครวญหามันถึงสามวันสามคืน ซ้ำยังจิตตกไม่เจริญอาหารไปอีก2สัปดาห์ แต่นี่ถึงกับขอให้ตัดนิ้วคนคนหนึ่งมาให้เธอ!?
ชัดเจนแล้วว่าฟีร์มัวลูกสาวของเขาโกรธเกลียดอีกฝ่ายขนาดไหน..นี่คือสิ่งที่ดยุคแฮมสันคิดโดยไม่สงสัยไปกว่านั้น
"..แน่นอนหนูฟีร์มัว นิ้วนางข้างซ้ายของผู้หญิงที่ชื่อ เมย์ริน เมลโล่ จะถูกนำมาให้เ้าทันทีที่เ้าพักฟื้นจนแข็งแรงดี!"าาเคลเซียร์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบเด็ดเดี่ยวไร้ความลังเลอีกต่อไป ก่อนพระองค์จะตวัดสายตาไปยังเ้าชายซาร์จินที่ทำสีหน้าราวกับหัวใจแหลกสลายอย่างกราดเกรี้ยว"...ส่วนเ้า! ซาร์จิน!! ออกจากห้องนี้ไปเสีย หนูฟีร์มัวคงไม่ได้พักผ่อนแน่หากยังเห็นหน้าเ้า!!"
"...พ..พะยะค่ะ เสด็จพ่อ..."
เ้าชายซาร์จินกล่าวเสียงแ่ดังคนเสียิญญา เขาได้แต่กัดริมฝีปากจนเืหยดลงมาเพื่อข่มกลั้นความเ็ปในใจและก้มหน้าก้าวเดินออกไปจากห้องโดยไม่ขัดคำใดๆ ..ไม่มีทาง ครั้งนี้ไม่มีทางที่เขาจะกล่าวคัดค้านบ่ายเบี่ยงใดๆได้เลย
ความหวังและความฝันของเ้าชายซาร์จินพระเอกเกมผู้หล่อเหลา...จบสิ้นลงทั้งที่มันเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น!
...ส่วนนางร้ายสาวก็เพียงมองตามร่างสูงนั้นไปจนลับสายตาด้วยสีหน้าเ็า...
เกมเปลี่ยนไปแล้ว!!
"เคลเซียร์..แม้ลูกสาวข้าจะพอใจแค่นั้น แต่ข้าไม่ยอมหรอกนะ"
ดยุคแฮมสันกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ามืดครึ้มบึ้งตึงพลางจ้องเขม็งเขม่นมองาาเคลเซียร์นิ่งหลังส่วนเกินในห้องนี้ออกไปแล้ว
เวลานี้าาเคลเซียร์ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม
"เ้ายัง้าอะไรอีกก็กล่าวมาเถอะ เื่ครั้งนี้ลูกชายข้ามันทำเกินไปจริงๆ อย่างน้อยตัวข้าก็้าชดใช้เพื่อความสบายใจอยู่แล้ว"าาเคลเซียร์กล่าวด้วยความหน่ายใจ พระองค์ขยี้เส้นผมสีขาวเงินของตัวเองเบาๆก่อนมองใบหน้าของดยุคแฮมสันด้วยั์ตาสีเงินแน่วแน่ของตน"..เื่รักษาดูแลหนูฟีร์มัวข้าจะออกค่าใช้จ่ายทุกอย่าง รวมถึงให้หมอหลวงส่วนตัวของข้าและบุคลากรทางการแพทย์มากฝีมืออื่นๆคอยกำกับดูแลเอง หนูฟีร์มัวต้องกลับมาเดินได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ ข้าให้สัญญา"
"นั่นเป็เื่แน่นอนที่เ้าต้องทำอยู่แล้วเคลเซียร์ แต่ข้ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่้า ..แต่เอาไว้เราค่อยคุยกันหลังจากนี้"ดยุคแฮมสันกล่าวเสียงเรียบเ็า ก่อนั์ตาสีม่วงอมทิสนั้นของเขาจะสบเข้ากับั์ตาสีเดียวกันอย่างอ่อนโยน"..ตอนนี้ข้าขอเวลาส่วนตัวกับลูกสาวของข้าเสียหน่อย"
าาเคลเซียร์ไม่กล่าวอะไรอีก พระองค์เพียงพยักหน้าให้กับสหายของตนเงียบๆก่อนขอตัวออกจากห้องไป
..เมื่ออยู่กันเพียงสองคนแล้วฟีร์มัวจึงไม่รอช้ากล่าวถามขึ้นมาอย่างคาใจ
"ลูกพิการ...เดินไม่ได้แล้วหรอคะท่านพ่อ?"ฟีร์มัวซักถามด้วยความสงสัย นั่นคือสิ่งที่เธอเพิ่งรับรู้จากบทสนทนาเมื่อครู่นี้นี่เอง และเมื่อลองขยับท่อนล่างดู...ก็ปรากฏว่าตนไม่สามารถขยับขาของตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่มีท่อนล่างลงไปเลยเสียด้วยซ้ำ
"ไม่ ไม่ใช่หรอกลูกพ่อ ลูกแค่ต้องพักผ่อนและอยู่ในการรักษาดูแลของแพทย์ อย่างน้อย..ก็3ปี ลูกจะกลับมาเดินเหินได้อีกครั้งแน่นอน เชื่อพ่อนะคนดี.."ดยุคแฮมสันกล่าวปลอบอย่างอ่อนโยนด้วยพยายามซ่อนความโศกเศร้าในน้ำเสียง มือหยาบกร้านของคนทำงานยกขึ้นลูบสางเส้นผมของลูกสาวสุดที่รักอย่างทะนุถนอม เขากลัวเหลือเกินว่าเธอจะรับสภาพของตัวเองไม่ได้จนกรีดร้องออกมา
แต่ไม่ใช่เลย ฟีร์มัวเพียงยิ้มบางๆให้กำลังใจพ่อไม่ได้เื่เช่นเขา
"3ปีก็ไม่ได้นานเท่าไหร่นี่คะท่านพ่อ ลูกรอได้อยู่แล้ว"ฟีร์มัวกล่าวยิ้มๆพลางโอบกอดท่านพ่อของเธออย่างรักใคร่
ดยุคแฮมสันราวได้น้ำทิพย์มาชะล้างชะโลมเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำ เขากอดตอบลูกสาวของตนอย่างอ่อนโยน เนิ่นนานทีเดียวกว่าจะผละออกไป ร่างสูงหยัดยืนขึ้นก้มลงมองลูกสาวตัวเล็กของตนด้วยรอยยิ้มพลางลูบหัวเธอเบาๆ
"ถ้าอย่างนั้นลูกก็พักผ่อนก่อนเถอะ พ่อรู้ว่าลูกทั้งเหนื่อยทั้งสับสนและปวดหัวมามากพอแล้ว"
"ค่ะ ท่านพ่อ"
ฟีร์มัวตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เธอจะค่อยๆล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปในเวลาไม่นาน พร้อมกันนั้นท่านพ่อของเธอออกไปจากห้องอย่างเงียบเชียบ
ราว2สัปดาห์ต่อมา
ชีวิตของฟีร์มัวมีเพียงห้องสี่เหลียมหรูหราแห่งนี้ไม่มากไปกว่านั้น หญิงสาวสูงศักดิ์ได้รับการตรวจรักษาอย่างดีจากหมอหลวงและแพทย์ทั้งหลายที่ทยอยเข้ามาดูแลไม่เว้นแต่ละวัน ขณะเดียวกันก็มีเวลาว่างให้ครุ่นคิดใตร่ตรองเื่ต่างๆมากมาย ทั้งเื่เมื่อชาติที่แล้ว เื่ที่ผ่านมาของชาตินี้ เื่ของตัวเธอคนก่อน และตัวเธอในตอนนี้ รวมถึงเื่นับจากนี้อีก...โดยเฉพาะเช่นเื่การใช้ชีวิตในฐานะคนพิการต่อจากนี้
นอกจากนั้นแล้วฟีร์มัวยังมีเื่ในอนาคตอีกมากมายที่คิดอย่างไรก็คิดไม่ตก
...จะทำอย่างไรให้ทุกคนยอมศิโรราบต่อเธอ..?
ฟีร์มัวตั้งเป้าจะอยู่เหนือทุกคนที่ทำให้เธอเจ็บช้ำ อยากอยู่เหนือทุกคนที่อยู่สูงกว่าเธอตอนนี้ แต่เธอก็ได้แต่คิดว่าควรทำเช่นไรซ้ำวนเวียนไปเรื่อยๆไม่ยอมหยุด อย่างปัจจุบันก็คงได้แต่นั่งๆนอนๆเหม่ออยู่บนเตียงไปวันๆจนกว่าจะหายดีและออกไปข้างนอกได้กระมัง.. แต่กระนั้นก็แอบได้ยินมาแว่วๆ ว่าถึงกลับออกไปข้างนอกราชวังแล้วก็ยังต้องมีหมอหลวงและแพทย์อื่นๆไปตรวจดูแลถึงคฤหาสน์ทุกๆสุดสัปดาห์อยู่ดี
ตอนนี้ตารางเวลาของเธอดูยุ่งเหยิงไปเสียหน่อย แต่ก็ไม่ได้วุ่นวายอะไรนัก
ขณะที่ฟีร์มัวได้แต่ถอนหายใจเสียงแ่นั้นก็เหลือบมองไปยังสิ่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างเตียงของมาเธอั้แ่เมื่อ3วันก่อน วีลแชร์เวทย์สีดำ..ที่ลักษณะภายนอกเหมือนกับบัลลังก์อย่างไม่ผิดเพี้ยน
จะต่างก็เพียงมันไม่ได้มี4ขาตั้งธรรมดาทั่วไป แต่กลับเป็ล้อทั้ง4ที่หมุนวนด้วยไอเวทย์สีดำประกายม่วงซึ่งคล้ายมีละอองดาวหรือเส้นแสงเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทีแรกร่างพิการไม่รู้จะขำหรือร้องไห้ดีกับสิ่งที่ท่านพ่อไหว้วานแกมบังคับกับองค์าาเคลเซียร์ให้สั่งคนสร้างมันขึ้นสำหรับเธอโดยเฉพาะ? แต่หลังอ่านคู่มือที่น่าปวดหัวซึ่งกล่าวถึงความพิเศษไม่ธรรมดาของวีลแชร์ที่ว่านี้แล้วเธอก็ได้แต่ปลงตก...
"อย่างน้อยชีวิตบนวีลแชร์ก็ดูจะไม่น่าเบื่อเท่าไหร่.."ฟีร์มัวได้แต่ปลอบตัวเองยิ้มๆแล้วจะนั่งเหม่อต่อไปอย่างเบื่อหน่าย
ไม่ว่ามิติเก็บของที่กว้างพอๆกับท้องพระคลังหลวง บาเรียเวทย์ที่ป้องกันได้กระทั่งการโจมตีจากเวทย์ชั้นสูงในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งทำงานอัตโนมัติทันทีที่เธอมีอันตรายหรือ้าเรียกใช้ เป็สื่อนำเสริมพลังเวทย์ได้เช่นเดียวกับพวกไม้เท้าหรือคฑา ทั้งยังมีประสิทธิภาพมากกว่าหรือเท่ากับพลัง1ใน4ของอาวุธประจำกายของาา ไหนยังมีเวทย์โบราณที่เ้าของเช่นเธอสามารถใช้มันสรรค์สร้างสิ่งของขึ้นมาจากจินตนาการให้เป็สิ่งที่จับต้องได้ชั่วคราวอีก
ไม่ว่าอย่างไหนมันก็มีค่ามากเกินไป มากเกินกว่าที่ฟีร์มัวจะตื่นเต้นไหว นึกไม่ออกเลยว่าเอาอะไรมาสร้างบ้าง!? ทั้งที่ความสามารถแต่ละอย่างสมควรเป็หนึ่งในสมบัติระดับอาณาจักรด้วยซ้ำ...แต่กลับถูกสร้างเป็วีลแชร์ให้เธอนั่ง
...ฟีร์มัวได้แต่ปล่อยเื่ทั้งหมดนั่นออกจากสมองแล้วหันมาสนใจเพียงว่าเมื่อไหร่ตนจะได้ออกจากห้องนี้สักทีเท่านั้น อย่างน้อยๆมาคิดเื่นี้แทนก็ไม่ทำให้หนักสมอง...