ในวันที่ท้องฟ้าเริ่มจะเป็สีแดง ดวงอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้า ที่มุมหนึ่งของเมืองๆหนึ่งในดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า"โลก"
ในขณะที่ผมกำลังเดินซื้อของอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ไหนซักแห่งเพื่อที่จะนำมาทำเป็อาหารเย็น ผมก็บังเอิญไปชนกับชายคนหนึ่งเข้าชายคนนั้นสูงประมาณ180เิเและสวมเสื้อคลุมสีดำผมไม่เห็นแม้กระทั่งรูปร่างหน้าตาหรือได้ยินเสียงของเขา แต่ที่ััได้ในระหว่างที่ชนกันก็คือกล้ามเนื้อที่เรียกว่าผู้ชายด้วยกันยังกลืนน้ำลายดังอึ้ก!!
ถัดจากนั้น ของสิ่งหนึ่งตกลงมาจากช่องที่อยู่บนผ้าคลุมของชายคนนั้นหลังจากที่ชนกับผม
ของสิ่งนั้นถูกคลุมไว้ด้วยผ้าสีน้ำตาลดูสกปรก
ด้วยความที่ผมเป็คนเดินไปชนจึงกล่าวขอโทษเขาครั้งหนึ่งก่อนที่จะก้มลงไปเก็บให้
"อย่านะเ้าหนุ่มอย่าไปแตะต้องสิ่งนั้น!!"
เสียงของผู้ชา----ไม่ใช่เสียงเล็กแหลมเกินกว่าเสียงของผู้ชาย ผมคิดทันทีในขณะนั้นว่านี่ไม่ใช่เสียงของผู้ชายแต่มันเป็เสียงของผู้หญิงต่างหาก!!
โดยที่ผมไม่ได้ฟังหรือใส่ใจคำเตือนของเขา...หรือของเธอเลย
ผมเอื้อมมือลงไปเก็บของสิ่งนั้นให้แต่ว่าในขณะที่นิ้วของผมไปัักับของสิ่งนั้นก็เกิดแสงสว่างจ้าวูบหนึ่ง...แล้วเหตุการ์ณต่อจากนั้นก็กลายเป็ว่า----
"ที่นี่มันที่ไหน...เดี๋ยวนะ...แล้วเอ็งเป็ใครวะเนี่ย!!"
ผมมาโผล่ที่ที่มีลักษณะคล้ายกับูเากับคนสวมผ้าคลุมสีดำที่ไม่ว่าเป็ผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่ ผมแหงนมองื้องฟ้าในขณะที่ได้ตั้งสมาธิได้แล้ว
แต่สิ่งที่เห็นบนท้องฟ้านั้นไม่ได้ช่วยให้สมาธิและสติที่ผมรวบรวมมาเมื่อครู่คงอยู่ได้อีกต่อไป สิ่งที่ผมเห็นนั้นทำให้ผมแทบจะอุธานออกมาว่า อะไรวะเนี่ย!
สิ่งๆนั้นก็คือ
"ั"
ตัวของมันใหญ่กว่าผมชนิดที่ว่าแค่มองผมก็ขนลุกแล้ว เอาเป็ว่าผมมองไม่เห็นรายละเอียดแบบชัดเจนเพราะมันอยู่ไกลมาก แต่ตัวของมันก็ใหญ่อยู่ดี
คิดไม่ออกเลยถ้ามันบินมาผมจะทำยังไงดี-----เห้ย
"ไม่เอา อย่านะ อย่าทำแบบนี้สิวะ!!!"
ทันทีที่ผมคิดแบบนั้น ัก็เริ่มจะเคลื่อนที่มาในทิศทางที่ผม ไม่สิ ที่พวกผมอยู่ มันค่อยๆกระพือปีกของมันช้าๆ แต่ก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ ถ้าผมอยู่ตรงนี้ต่อไปคงจะไม่ดีแน่ ในขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้น ผมก็พึ่งััถึงบางสิ่งที่ติดอยู่กับมือของผมั้แ่เมื่อครู่แล้ว เมื่อผมหันสายตาไปดู
ในมือของผมนั้นมี "หนังสติ๊ก"อยู่
ผมปล่อยมันแต่มันก็ยังติดอยู่กับมือผมเหมือนเดิม ถึงจะใช้เท้าเหยียบไว้กับพื้นหรือพยายามดึงออก ยังไงก็ไม่ไหว สิ่งนี้มันดึงไม่ออก
"ห...หาวว นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย อยู่ดีๆก็มีแสงสว่างวาบขึ้นมา เห๋ นั่นมันันี่นา!!"
ผมได้ยินเสียงของคนจึงหันไปหาเ้าของเสียงในทันที ในขณะที่คิดว่าคนร่างั์คนนั้นจะช่วยอะไรได้ แปลก ร่างกายของคนรูปร่างใหญ่
มีกล้ามแน่นๆหายไปไหนแล้ว กลับปรากฏร่างของผู้หญิงไซส์เล็ก(ในหลายๆความหมาย)กำลังยืนขึ้นมาพร้อมกับเสียงหาวหวอดๆ
"เอ่อ พอดีเห็นคนที่ตัวใหญ่ๆใส่ผ้าคลุมสีดำแถวนี้บ้างไหมครับ?"
"อ่อ นั่นหรอ นั่นชั้นเองแหละ"
"..."
ผมอุธานในใจเบาๆว่า นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น ส่วนสูงของเธอไม่น่าจะถึง150เิเด้วยซ้ำ หรือว่าจะใส่ชุดเกราะ ไม่ๆๆ ผ้าคลุมของเธอมันกองไว้ตรงนั้นมิหนำซ้ำเป็ผ้าบางๆอีกเสียด้วย ด้วยความสงสัยผมจึงถามออกไป
"ใช่คนที่ผมไปเดินชนที่ซุปเปอร์รึเปล่าครับ?"
"ค่ะ นั่นชั้นเอ---ห หาวว"
"งั้นก็แสดงว่าหนังสติ๊กนี่ก็เป็ของคุณสินะครับ"
ผมยื่นมือขวาที่มีหนังสติ๊กติดหนึบอยู่ไปให้เธอดู พลางคิดในใจว่า ขอให้ใช่ทีเถอะเพราะบางทีเธออาจจะรู้วิธีเอามันออก จะให้ถือมันไว้ทั้งวันคงไม่ไหว จะกินข้าวก็ยากจะอาบน้ำก็ยาก ดีไม่ดี ถ้าเราอยู่ที่นี่อีกไปชั่วชีวิตแสดงว่าก็ต้องมีไอ้นี่ติดไปตลอดชีวิตน่ะสิ!!
"ใช่ค่ะ เอ้ย ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ตอนนี้มันเป็ของคุณแล้วต่อจากนี้ฝากด้วยนะคะ"
"...หมายความว่ายังไงครับ เห้ เดี๋ยวสิ รู้วิธีเอาเ้านี่ออกไปมั้ยครับ ถ้ารู้ก็ช่วยบอกทีเถอะครับ!!!"
ผมค้อมศีรษะลงพร้อมกับน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาจากเบ้าตาของผม ไม่เอานะไม่เอาเด็ดขาด
"จะบอกว่ารู้มั้ยก็รู้นะคะแต่ว่าอย่าเลยดีกว่าค่ะ"
"มีวิธีอยู่ใช่มั้ยครับ!! จะยังไงก็ได้ครับ ขอแค่เอามันออกไปได้ก็พ----"
"ต้องตัดมือทิ้งค่ะ..."
เหมือนคำพิพากษาจาก์ ไม่สิ จากนรกมากกว่า ในตอนที่จิตใจของผมกำลังร้องไห้อยู่นั้น ก็เหมือนนึงถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้
"นั่นสินะ ัสินะ อ๋อ ันี่เอง นึกออกแล้วว่าลืมอะไรไป ฮ่าๆๆ...."
ับินเร็วมาก บินเร็วจากที่คาดคิดไว้ผิดกับขนาดตัวกันเลยทีเดียว ไหนจะหนังสติ๊กนี่อีก แล้วก็ดันมาอยู่ต่างโลกเหมือนพระเอกในการ์ตูนซะได้
ชีวิตนี้...จบสิ้นลงแล้วครับ