ตอนที่ 6 คุณหลอกผมเล่นอีกแล้วเหรอ (2)
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ที่หน้าประตูวิลล่า เสิ่นซีโหลวย้ายกระเป๋าสัมภาระสองใบลงจากรถ ยังไม่ทันได้บอกลาแม่ตัวเองด้วยความซาบซึ้ง รถก็ขับ ‘บรื้น’ ออกไป ทิ้งให้เสิ่นซีโหลวที่อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เศร้าเสียใจอยู่ท่ามกลางสายลมเพียงลำพัง อดถามตัวเองในใจไม่ได้ว่า ‘ฉันเป็ลูกแท้ๆ ของพวกเขาจริงๆ ใช่ไหม พ่อแม่คนอื่นแยกจากลูกตัวเองได้ยาก แต่พวกเขานี่แทบอยากจะให้ในบ้านไม่มีฉัน’
เมื่อเก็บสีหน้าผิดหวังลงแล้ว เขาก็กดกริ่งของวิลล่าสักพัก ไม่นานก็มีผู้ชายใบหน้าเหลี่ยม อายุราวห้าสิบปีเดินออกมา จอนผมทั้งสองข้างเป็สีขาวบางส่วน ยิ้มตาหยีให้เขาด้วยท่าทางเป็มิตร
“ไม่ทราบว่าคุณมาหาใครครับ”
เสิ่นซีโหลวรีบตอบอย่างมีมารยาท “ผมมาหากู้อู๋เหยียนครับ คุณปู่ม่อให้ผมมาพักที่นี่เป็การชั่วคราวสักระยะครับ”
หยางสวินได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ ไม่กี่วันก่อนที่เสี่ยวเหยียนกลับมาได้บอกไว้ว่าจะมีคนมาอยู่ด้วยสักระยะ ให้จัดแจงห้องรับรองแขกไว้ห้องหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็ชายหนุ่มหล่อเหลาสดใสตรงหน้าแล้วละ “คุณชายน้อยสั่งไว้แล้วครับ ตามผมมาเลยครับ!”
หยางสวินเดินนำหน้าเขา พลางเอ่ยแนะนำตัวเอง “ผมเป็พ่อบ้านของวิลล่านี้ ชื่อว่าหยางสวิน ปกติทุกคนจะเรียกผมว่าลุงหยางครับ”
พูดจบก็หันหน้ามอง ยิ้มให้เสิ่นซีโหลวก่อนพูด “ไม่ทราบจะให้เรียกคุณว่ายังไงดีครับ”
เสิ่นซีโหลวถูกคนที่อายุมากกว่าเอาแต่เรียกว่าคุณอยู่ตลอดก็รู้สึกอึดอัดใจเป็อย่างมาก จึงคลี่ยิ้มมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ย “ลุงหยาง ไม่ต้องเอาแต่เรียกผมว่าคุณหรอกครับ เรียกผมว่าเสิ่นซีโหลว ปกติทุกคนจะเรียกผมว่าซีโหลวตรงๆ เลย หรือจะเรียกผมว่าเสี่ยวเสิ่นก็ได้เหมือนกัน”
“ครับ งั้นต่อไปผมจะเรียกคุณว่าซีโหลวก็แล้วกันครับ!”
เสิ่นซีโหลวเดินบนทางหินอ่อนทอดยาวอย่างเงียบๆ ในที่สุดก็มาถึงตัววิลล่า หยางสวินจัดการให้เสิ่นซีโหลวรออยู่ในห้องรับแขกชั่วครู่ โดยตัวเขาไปจัดเตรียมห้องหับพักหนึ่ง
หลังจากหยางสวินไปแล้ว เสิ่นซีโหลวก็เริ่มมองสำรวจไปรอบๆ ทั้งตัววิลล่าประดับตกแต่งในสไตล์ยุโรปแบบเรียบง่าย ยึดโทนสีดำและเทาเป็หลัก ให้ความรู้สึกอดกลั้นและเยียบเย็นแก่ผู้คนเป็พิเศษ แถมยังเงียบมาก เหมือนไม่มีคนพักที่นี่
กู้อู๋เหยียนที่ประชุมทางวิดีโอคอลเสร็จเพิ่งจะเดินลงมา ก็เห็นเสิ่นซีโหลวที่สวมชุดลำลองสีขาว ผมสั้นสีบลอนด์น้ำตาลนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก กำลังยื่นหน้ามองสำรวจทุกอย่างในวิลล่า เขายังไม่ทันได้ส่งเสียง เ้าเอซที่อยู่ด้านหลังไม่รู้ว่าวิ่งลงบันไดไปั้แ่เมื่อไร มันกระโจนใส่คนที่อยู่บนโซฟาโดยตรงแล้วเลียหน้าเขาอย่างกระตือรือร้น
กู้อู๋เหยียนมองเสิ่นซีโหลวที่กอดเ้าเอซเล่นด้วยความเอ็นดู พลางก้าวเดินลงมาโดยไม่มีสีหน้าแปลกใจอะไร
หลังจากหยางสวินกลับมาถึงห้องรับแขกก็มองสำรวจคนทั้งคู่อยู่สักพัก เขาเดินมาข้างๆ กู้อู๋เหยียนแล้วพูดขึ้น “เขาบอกว่าคุณปู่ม่อจัดแจงให้มาพักที่นี่เป็การชั่วคราว เลยพาเขาเข้ามาครับ”
กู้อู๋เหยียนพยักหน้าโดยไม่พูดอะไร เดินตรงไปสองก้าวแล้วร้องเรียกเอซ
เอซเห็นเ้าของเรียก มันก็ลงมาจากโซฟาทันที ก่อนเข้าไปซบในอ้อมแขนกู้อู๋เหยียน ถือโอกาสใช้น้ำลายที่เพิ่งเลียเสิ่นซีโหลวมาเลียปากเขา
อยู่ๆ กู้อู๋เหยียนก็ตระหนักขึ้นได้ว่าเมื่อกี้เ้าเอซเพิ่งเลียปากเสิ่นซีโหลว ตอนนี้มาเลียตัวเองอีก (เอ๊ะ นี่นับเป็การจูบกันทางอ้อมหรือเปล่า) พอคิดแบบนี้ตัวเขาก็ใ เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่กล้ามองเสิ่นซีโหลวที่อยู่ข้างๆ
เสิ่นซีโหลวที่อยู่ด้านข้างไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเขา หลังจากเดินเข้ามาทักทายอย่างไม่เคอะเขินแม้แต่น้อยแล้ว ก็พาเ้าเอซวิ่งตรงไปยังพื้นโล่งด้านหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส เสียงหัวเราะเริงร่าวนเวียนอยู่ภายในวิลล่า ทำให้ความอัดอั้นเยียบเย็นที่สั่งสมมาเนิ่นนานมีรอยปริร้าวเล็กน้อย
เสิ่นซีโหลวกับเอซเล่นกันอยู่สักพัก พอเหนื่อยเล็กน้อยก็หยุดลง ดวงตารูปดอกท้อยิ่งเป็ประกายสุกใสหลังจากได้ออกกำลัง เม็ดเหงื่อเล็กๆ ผุดขึ้นตรงหน้าผาก เขามองกู้อู๋เหยียนด้วยรอยยิ้มชื่นบาน “คุณมัวแต่ยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้น คงไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าเอซชอบผมมากขนาดนี้ หึงแล้วล่ะสิ!”
เสิ่นซีโหลวที่ยิ้มอย่างเป็ธรรมชาติภายใต้แสงอาทิตย์นั้นเจิดจ้าสะดุดตาเกินไปจริงๆ กู้อู๋เหยียนเก็บความตกตะลึงในแววตาลง ก่อนเอ่ยขึ้น “เอซเห็นหมาตัวเมียก็กระโจนใส่อย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นเต้นแบบนี้แหละ! มันอาจจะคิดว่าคุณ เอ่อ ก็เลยสนใจคุณเป็พิเศษ”
เอซมองผู้เป็เ้าของแล้วส่งเสียงหงุดหงิดประท้วงอยู่สองทีเป็เชิงว่า ‘ผมเป็หมาที่รักนวลสงวนตัวหรอกนะ! ไม่ใช่เห็นหมาตัวเมียก็ทำตัวติดสัด! เ้านาย เพื่อเห็นแก่หน้า คุณทำแบบนี้แล้วรู้สึกดีจริงๆ เหรอ’
เสิ่นซีโหลวถลึงตามองสบตากับเอซที่กอดไว้อยู่ ใบหน้าที่เค้าโครงเด่นชัดเกิดอารมณ์หลากหลาย ก่อนใจนปล่อยหมาในอ้อมแขน แล้วะโออกไปไกลหนึ่งเมตร กู้อู๋เหยียนที่อยู่ไม่ไกลเห็นเขาทำหน้าตื่นตระหนกก็หัวเราะลั่นด้วยอารมณ์แช่มชื่นสุดขีด เขาหัวเราะจนตัวโยน
เห็นคนโง่โดนหลอกได้ง่ายขนาดนี้ เขาก็หัวเราะเป็บ้าเป็หลัง เสิ่นซีโหลวที่เมื่อครู่ยังตกตะลึงจึงมีปฏิกิริยาขึ้น “เยี่ยมเลย กู้อู๋เหยียน คุณหลอกผมอีกแล้วนะ!” ขณะพูดก็สาวเท้าอย่างรวดเร็วด้วยความขุ่นเคืองมาถึงตรงหน้ากู้อู๋เหยียน ม้วนแขนเสื้อเตรียมจะสู้กับเขา
“อย่านะ อย่านะ อย่านะ สุภาพบุรุษตกลงกันด้วยวาจา ไม่ใช่ด้วยกำลัง มีปัญหาพวกเราก็เจรจาแก้ไขอย่างสันติ” พูดไปเขาก็พลางถอยหลังไปสองก้าวด้วยความหลักแหลม พอเห็นมือเสิ่นซีโหลวที่เห็นกระดูกข้อต่อชัดเจนทาเล็บสีรุ้ง ก็ทำหน้ายั่วเย้าพูดขึ้น “คิดไม่ถึงเลย นี่คุณมีรสนิยมทาเล็บด้วยเหรอ”
พอเห็นว่าอีกฝ่ายสังเกตเล็บตัวเอง เสิ่นซีโหลวเลยยกมือขึ้นอวดด้วยความภาคภูมิใจ “เป็ไงบ้าง สวยมากใช่ไหม นี่เป็ของขวัญก่อนจากลาที่เ้าหญิงน้อยเชี่ยนเชี่ยนให้ผม สีนี้เป็สีที่เธอชอบที่สุดเชียวนะ!”
กู้อู๋เหยียนกุมหน้าผาก สีตุ้งติ้งขนาดนี้ เขาไม่รู้ว่าจะคอมเมนต์ยังไงเลยจริงๆ จึงฝืนแค่นยิ้มกลับไป “คุณมีความสุขก็ดี แต่คุณนี่โอ๋น้องจนไร้ขอบเขตจริงๆ! ผมว่าถ้ามีการคัดเลือกคนโอ๋น้อง คุณจะต้องได้แชมป์แน่!”
“มันก็ธรรมดาอยู่แล้วละ” เขาตีหน้ามึนเหมือนว่า ‘ฉันโอ๋น้อง ฉันภาคภูมิใจ’
“แต่คุณไม่ต้องพยายามเปลี่ยนเื่ เื่ของเราเมื่อกี้ยังไม่เคลียร์เลยนะ”
กู้อู๋เหยียนเห็นว่าเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไม่สำเร็จ จึงหมุนตัววิ่งเข้าไปข้างใน “ผมยังมีเื่ต้องสะสาง ไปก่อนละ ถ้าคุณ้าอะไรก็ไปหาลุงหยางหรือพี่หลิวนะ”
หยางสวินที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองกู้อู๋เหยียนซึ่งดอดหนีไปพร้อมรอยยิ้มผ่อนคลายลิงโลดบนใบหน้าแล้วทำหน้าเหม่อลอยไปบ้าง เหมือนไม่เคยเห็นอีกฝ่ายคบหากับใครได้ผ่อนคลายขนาดนี้มาก่อน นี่อาจเป็สาเหตุว่าทำไมนายท่านถึงจัดแจงให้เขากับเสี่ยวเหยียนพักอยู่ด้วยกันล่ะมั้ง หวังว่าเสิ่นซีโหลว อาทิตย์ดวงน้อยคนนี้ จะสามารถปัดเป่าหมอกควันในใจเสี่ยวเหยียนไปได้