นิยายเื่นี้จะเป็นิยายวาย ถ้าไม่ชอบก็ข้ามได้เลยนะคะ
พรหมลิขิตเทพมาร เป็นิยายแนวต่อสู้และความรักอันลึกซึ่งเื่หนี่ง ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้และได้ติดอันดับหนึ่งในเว็บอ่านนิยายยอดฮิตมาเป็เวลากว่าสองปี แถมยังเป็นิยายที่มีคนคอยตามอ่านจนถึงปัจจุบันมากที่สุด
นิยายเื่ พรหมลิขิตเทพมาร จะเป็การเล่าเื่ราวของพระเอกในการพัฒนาระดับฝีมือการต่อสู้ การปราบปีศาจ อสูรร้ายต่างๆ และการแก้แค้นกับคนที่เคยทำร้ายตนเองในตอนที่ตนเองนั้นยังไร้เดียงสาและไร้ความสามารถ และยังเล่าเื่ราวเกี่ยวกับความรักของพระเอกที่มีต่อหญิงงานคนหนึ่งที่ทั้งคู่เพียงแค่สบตากันก็ตกหลงรักกันและกัน
แต่เื่ราวความรักของทั้งสองกว่าจะได้ครองคู่กันได้นั้นไม่ง่ายนัก ต้องเจออุปสรรคมากมายในความรักของทั้งสอง
ต่อไปนี้ก็ขอให้เสิ่นหลี่นักอ่านตัวจริงที่ติดตามเื่นี้มาเป็เวลากว่าสองปีั้แ่เริ่มเื่จนถึงตอนจบที่พึ่งอ่านจบสดๆร้อนๆ เมื่อกี้นี้เองและมันก็จบพร้อมกับชีวิตเขาเหมือนกันหลังจากพูดออกไปแค่ประโยคเดียวเท่านั้น แต่ตอนนี้ก็ขอเล่าเื่ราวเื่นี้ก่อน
' ฉู่เสวี่ยไป๋ ก็คือชื่อของพระเอกของเื่นี้
ฉู่เสวี่ยไป๋นั่นถือกำเนิดก็ถูกบิดามารดาแท้ๆ ทอดทิ้งไว้ที่หลังพุ่งไม้หลังหมู่บ้านหน้าทางเข้าป่าที่ชาวบ้านไว้ไปเก็บของป่ามาประทานชีวิต แม้จะมีคนได้ยินเสียงแต่ไม่มีใครสนใจเลยแม้เพียงสักคนเดียวก็ตาม
โดยที่ฉู่เสวี่ยไป๋รอดมาได้เพราะมีหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังไปเก็บของป่าเดินผ่านมาพอดีและได้ยินเสียงเด็กร้อง หญิงสาวเดินตามเสียงไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับฉู่เสวี่ยไป๋หลังพุ่งไม้ เมื่อหญิงสาวสบตาเข้ากับฉู่เสวี่ยไป๋ก็เกิดความรู้สึกสงสารและเกิดเอ็นดูขึ้นมา จึงนำกลับมาเลี้ยงให้เหมือนเป็ลูกของตนเองจริงๆ
เพราะตัวของหญิงสาวนั้นอยากจะมีลูกแต่ไม่สามารถมีลูกได้
และแล้วเวลาก็ผ่านไปจนฉู่เสวี่ยไป๋อายุ สิบสองหนาว (ปี) ครอบครัวของหญิงสาวไม่ได้ร่ำรวยเงินทองอะไร ที่มีเสาหลักคือสามีของตนก็เสียชีวิตไปตอนออกไปล่าสัตว์ในป่าเมื่อสองปีก่อน ซึ่งทำให้หญิงสาวต้องทำงานอย่างหนักจนร่างกายทรุดโทรมแล้วล้มป่วยเสียชีวิตไปอีกคน
ทำให้ฉู่เสวี่ยไป๋เหลืออยู่เพียงลำพัง ต้องกลายเป็คนเร่รอนโดนผู้อื่นต่างรังเกียจ พบเจอกับความยากลำบากมากมาย อาหารการกินอดมื้อกินมื้อหรือบางวันไม่ได้กินทั้งวัน ่ฤดูตงเทียน (ฤดูหนาว) เสื้อสวมใส่ก็ไม่อุ่น ร่างกายก็มีแค่เสื้อขาดๆตัวเดียว
เวลาผ่านไปได้หนึ่งหนาว ระหว่างที่ฉู่เสวี่ยไป๋เดินเร่ร่อนอยู่ เดินไปได้สักพักก็หยุดนั่งที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งก็มีบุรุษผู้หนึ่งเดินมาแล้วเห็นฉู่เสวี่ยไป๋เกิดความรู้สึกถูกชะตาจึงชวนเสวี่ยไป๋ฉู่ไปอยู่ด้วยกัน
ซึ่งบุรุษผู้นี้ก็คือเหลียงฮุ่ยเสียนหรือก็คือเ้ายอดเขาเหลียงของสำนักเหลียง เป็ส่วนหนึ่งของพรรคฟรงลี่ ซึ่งพรรคฟรงลี่นั้นมีเ้ายอดเขาทั้งหมดห้าคนประจำคนละสำนักด้วยกันของแคว้นจินฟาง
หลังจากนั้นเ้ายอดเขาเหลียงก็ได้เดินทางมาที่สำนักเจียงเพื่อพาฉู่เสวี่ยไป๋มาฝากเ้ายอดเขาเจียงดูแลหรือก็คือ เจียงหลี่เต๋อ เพราะตนนั้นไม่สามารถดูแลได้ต้องไปปิดด่านที่หลินซานเป็เวลาถึงหนึ่งปีเวลาผ่านหนึ่งปีฉู่เสวี่ยไป๋ก็ยังคงอยู่ที่สำนักเจียง
เพราะเ้ายอดเหลียงปิดด่านเสร็จก็มีภารกิจทันทีไม่มีเวลาว่างเลยจึงยกฉู่เสวี่ยไป๋ไปเป็ศิษย์ที่สำนักเจียง
ระหว่างที่ฉู่เสวี่ยไป๋อยู่ที่นี้มาตลอดสามหนาวนั้นก็โดนศิษย์รวมสำนักต่างรุมแกล้ง ในปีแรกนั้นการกลั่นแกล้งนั้นยังไม่รุนแรงพอปีที่สองถึงปีที่สามนั้นหนักขึ้นเรื่อยๆจนถึงการทำร้ายร่างกาย โดยที่เ้ายอดเขาเจียงไม่ได้ว่าอะไร ทำเป็ไม่เห็นด้วยซ้ำทั้งที่เหล่าลูกศิษย์นั้นต่างรุมแกล้งรุมตีและศิษย์ในสำนักก็ต่างเห็นว่าเ้ายอดเขาเจียงไม่สนใจศิษย์ผู้นั้น และยังคอยสนับสนุนเล็กๆน้อยๆในการกลั่นแกล้ง ต่อหน้าเ้ายอดเขาเหลียงทำเป็คนดีมีคุณธรรมแต่ลับหลังกลับชั่วช้า อิจฉาริษยา
วันหนึ่งฉู่เสวี่ยไป๋โดนศิษย์พี่ตนเองกลั่นแกล้งให้ไปตัดฝืน ตักน้ำและถูพื้นจนฉู่เสวี่ยไป๋เป็หวัดไม่สามารถลุกไปไหนได้เพราะทำงานหนักจนร่างกายทรุดโทรม แต่ฉู่เสวี่ยไป๋ก็ยังโชคดีที่อย่างน้อยก็ยังมีศิษย์พี่หญิงเจวียนฉวี่ที่ค่อยดูแลเขาตลอดเวลา ค่อยช่วยทุกอย่างั้แ่มาอยู่ที่นี้ ถือว่าเป็เสมือนพี่สาวของฉู่เสวี่ยไป๋เลยก็ได้
ผ่านไปอีกหนาวก็ถึงเวลาที่จะมีการจัดกิจกรรมการประลองยุทธ์ ในงานประลองยุทธ์ที่รวมเหล่าจอมยุทธ์ทั่วทั้งห้าแคว้นมารวมกัน งานประลองนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดการประลองขึ้น ฉู่เสวี่ยไป๋ถูกคนทำร้ายและหายตัวไปในงานประลองอย่างลึกลับโดยไม่มีใครรู้เลยแม้เพียงคนเดียวแต่จริงๆแล้วเป็ฝีมือของของเหล่าศิษย์สำนักเจียงที่วางแผนจะกำจัดฉู่เสวี่ยไป๋ ส่วนเจียงหลี่เต๋อแค่เดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี แต่ไม่คิดที่จะช่วยเพราะไม่ค่อยชอบหน้าฉู่เสวี่ยไป๋อยู่แล้ว
เพราะฉู่เสวี่ยไป๋ได้รับการดูแลจากเจวียนฉลี่ที่เป็ศิษย์สายตรงคนที่สองที่เขาเอ็นดูมากที่สุด
ที่เจียงหลี่เต๋อเดินผ่านมาก็เพราะว่าแค่เดินมาเปลี่ยนบรรยากาศภายในงานที่มีแต่เสียงโห่ร้องเชียร์คนของพรรคตัวเองจนเสียงดังกึงก้อง น่ารำคาญ
และระหว่างที่ฉู่เสวี่ยไป๋กำลังตกหน้าผาสูงเห็นเจียงหลี่เต๋อยืนอยู่ไกลๆ จึงคิดว่าเป็คนที่วางแผนการทั้งหมดขึ้นมาเพื่อฆ่าตน
พอเวลาผ่านไปอีกสามหนาวฉู่เสวี่ยไป๋ก็กลับมาพร้อมกับการเริ่มแก้แค้นคนที่เคยทำร้ายตนเองแล้วทำลายพรรคฟรงลี่แล้วสร้างพรรคใหม่ก้าวขึ้นเป็ผู้นำ โดยใช้กลอุบายและวิธีตบตาสารพัดรูปแบบ เื่ราวค่อยๆ ดำเนินต่อไปในด้านมืด
หลังจากนั้นฉู่เสวี่ยไป๋ก็เริ่มเข่นฆ่าสังหารผู้คนหรือสำนักผู้ฝึกเซียนใหญ่ โดยที่ใครเข้ามาขวางหรือต่อต้านก็จะถูกกำจัดทันที
ท้ายสุดฉู่เสวี่ยไป๋ก็กลายเป็ตำนานในยุคมืด แต่ในระหว่างที่กำลังสนุกกับการฆ่าอยู่นั้นก็เผลอสบตาเข้ากับหญิงสาวตรงหน้าที่ไม่หวาดกลัวในตัวฉู่เสวี่ยไป๋ ทำให้เกิดหลงรักหญิงตรงหน้าเข้า
ั้แ่พบหญิงตรงหน้าก็ทำให้ตัวฉู่เสวี่ยไป๋หยุดการกระทำของตัวเองทั้งหมด เพียงเพราะหญิงที่ตนรักขอ แล้วทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ซึ่งเื่ราวทั้งหมดนี้เป็บทสรุปของนิยายเื่นี้ เป็นิยายที่ยาวที่สุดเลยก็ว่าได้เท่าที่เสิ่นหลี่เคยอ่านมา กับเนื้อเื่แค่นิดเดียวแต่งออกมาได้เป็สิบบทกว่าจะจบ'
กว่าฉู่เสวี่ยไป๋จะเจอกับคู่ก็เกือบจะจบเื่หรือก็คือออกมาแค่ยี่สิบบทเท่านั้นเองทั้งเื่แทบจะไม่เกี่ยวกับความรักเลยแล้วมันไปอยู่ในหมวดความรักได้ไงซึ่งมันมีตั้งสองร้อยกว่าบทเลยนะ
" นิยายบ้าบอ! อะไรเกี่ยวกับความรักแค่ไม่กี่บทเนี้ยนะ "
[ระบบ : งั้นท่านก็มาแก้ไขนิยายให้ดีขึ้นสิครับ] นี้เป็คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินก่อนที่ทุกอย่างจะดับลงไป
เสิ่นหลี่ฟื้นขึ้นมาค่อยๆ ลุกขึ้นและมองไปรอบๆตัว แต่มองไปทางไหน ทุกทิศทางเห็นแต่ความมืดมิด เดินตรงไปเรื่อยๆ แทบจะไม่มีหวังเลยว่าจะได้เห็นแสงที่สามารถเห็นได้ตอนนี้ก็มีเพียงแค่ความมืดเท่านั้น
ติ๊ด ๆ ๆ
' ใครน่ะ ' พอเสิ่นหลี่เดินตรงมาได้สักพักก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมา เมื่อมองไปรอบๆตัว เห็นแค่ความมืดเหมือนเดิม
[ระบบ : ระบบเปิดใช้งานแล้ว ระบบยินดีต้อนรับ]
' เสียงใครน่ะ ' เสิ่นหลี่พอได้ยินเสียงอีกครั้งก็มองหาอีกครั้งว่าเสียงนั้นมาจากไหน แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืดเหมือนเดิม และเสียงก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
[ระบบ : เสิ่นหลี่เนื่องจากท่านได้กล่าวไว้ว่านิยายเื่ พรหมลิขิตเทพมาร เป็นิยายบ้าบอ ทางเราเลยเชิญท่านเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขนิยายเื่นี้ให้ดีขึ้นไปอีกขั้น]
' นี่ผมตายแล้วหรอ ' อะไรกันกับแค่พูดคำว่า นิยายบ้าบอ ชีวิตเขาจะต้องมาจบลงแบบนี้เลยหรอแล้วอะไรคือการเชิญให้เขามีส่วนร่วมในการแก้ไขกัน
[ระบบ : ท่านนั้นยังไม่ตายในโลกแห่งความจริงตอนนี้ตัวท่านนั้นแค่มีดวงิญญาอื่นมาอยู่แทน]
' แบบนั้นผมก็เหมือนตายแล้วไม่ใช่หรอ เฮ้ย! ขอให้ดวงิญญาอย่าทำอะไรกับร่างกายผมก็พอ ' เสิ่นหลี่ค่อยๆ พ่นลมหายใจออหมา เพราะยังไงเขาก็ได้ตายไปแล้ว จะไปทำอะไรได้อีก
เสิ่นหลี่ตามองบนไม่คิดว่ากับคำพูดคำเดียวที่พูดออกมาเพราะนิยายที่อุตสาห์ติดตามกว่าสองปีจะจบแบบนั้น ซึ่งเป็แบบที่เขารับไม่ได้ จะทำให้เขาต้องจบชีวิตลงแบบนี้
[ระบบ : ต่อไปทางเราจะให้ท่านเลือกว่าจะเกิดเป็คนไหนในเื่ก็ได้ ยกเว้นตัวพระเอก]
เสิ่นหลี่เมื่อได้ยินว่าสามารถเลือกคนที่เราจะไปเกิดได้ก็ตาลุกวาวเปล่งประกาย งั้นถ้าเขาเลือก หลางหวี่ ก็ได้น่ะสิ ทั้งหน้าตาและรูปร่างบอกเลยว่าสมบูรณ์แบบ วิชาการแพทย์หรือฝีมือวรยุทธ์ก็ดีมากหาใครเปรียบ รองลงมาพระเอกนิดหนึ่งหรือง่ายๆคือพระรองนั้นเอง
สาเหตุที่เลือกพระรองเพราะว่าไม่ต้องตายตอนจบไงล่ะ เพราะตัวพระรองนั้นมาจากอีกแคว้นไม่มีส่วนร่วมในการแก้แค้นของพระเอก
' งั้นเขาขอเลือกหลางห- '
ติ๊ด ๆ ๆ
[ระบบ : ระบบขอแจ้งเตือนใหม่ๆ ทางเราได้เลือกคนที่ท่านจะได้ไปเกิดใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว]
' แล้วมาถามั้แ่แรกทำไมให้ดีใจ ' เสิ่นหลี่ทำเสียงหงุดหงิด นึกว่าจะได้เป็หลางหวี่ตัวละครที่เขาชื่นชอบมานานสักอีก ' แล้วตัวละครที่ได้เป็ตัวละครตัวไหนล่ะ '
เสิ่นหลี่ก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าถึงจะไม่ได้เกิดเป็คนที่เขาชื่นชอบก็ขอให้อย่าเป็ตัวร้ายเลย เป็แค่ตัวประกอบก็ได้เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะตัวร้ายเื่นี้จบไม่สวยสักคนน่ะสิ แต่ความหวังก็หมดเมื่อระบบประกาศออกมา
[ระบบ : เสิ่นหลี่ท่านจะได้เกิดเป็ เ้ายอดเขาเจียงหรือก็คือ เจียงหลี่เต๋อ]
ระบบประกาศชื่อเจียงหลี่เต๋อเสร็จ เสิ่นหลี่ก็ได้แต่กรีดร้องในใจ เพราะคนที่ไม่อยากเป็ที่สุดคือเจียงหลี่เต๋อ เป็ตัวร้ายที่คอยทำร้ายพระเอกตลอดหลายปีแม้จะไม่ใช่ทางตรงแต่ก็ยังถือว่าทำร้ายในทางอ้อมอยู่ บอกเลยว่า ศพไม่สวยเท่าไหร่นัก
' ขอเป็คนอื่นไม่ได้หรอ ตัวประกอบธรรมดาๆ ก็ได้ นะๆๆๆ '
[ระบบ : เสิ่นหลี่ขอให้ท่านโชคดีกับการเกิดใหม่เป็เจียงหลี่เต๋อ]
' เดี๋ยว ' เสิ่นหลี่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ สติของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไปอีกครั้ง จนไม่สามารถรับรู้ถึงอะไรอีก
.
.
Writer
คำผิดตรงไหนก็บอกได้นะไว้จะมาแก้ไขค่ะ
ขอคุณค่ะที่อ่าน มีอะไรแนะนำก็คอมเม้นท์ไว้ได้เลยนะค่ะ