ภาคที่2 GAMES START ตอนที่19 ที่ที่คุ้นเคย
28 กันยายน พ.ศ.2575
วันนี้โรงเรียนมีประกาศสำคัญอยากรู้จริง ๆ ว่าเื่อะไร ฟรานนอนแช่อ่างน้ำสบายใจ เงยหน้าเหม่อมองเพดาน
เมื่อไหร่จะได้เลื่อนไปขั้นต่อไปเร็วๆ นะ ? ผิวขาวเนียนสวยงามที่เปียกน้ำยังไม่ได้เช็ดตัวเธอหยิบผ้าแห้งเช็ดผมสีน้ำตาลอ่อนจนอย่างทะนุถนอม
" ท่านฟรานจะสายแล้วนะครับ" เสียงนายทหารที่แต่งตัวหรูดูดีเคาะประตูห้องของเธอ
" ค่ะ "รอยยิ้มแจ่มใสหลังได้อาบน้ำ เธอรีบแต่งชุดนักเรียนทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก
ไม่ถึงสิบนาทีฟรานก็เปิดประตูออกมาเห็นทหารยามยืนรออยู่เขายกมือขึ้นทำวันทยหัตถ์รอให้ฟรานเดินผ่านไปก่อนถึงจะเอามือลง
ถึง่แรกจะแปลก ๆ ที่มีคนทำแบบนี้แต่ก็เริ่มจะชินแล้วสิ เธอเดินเท้าไปที่โรงเรียนเมื่อผ่านทหารยามพวกเขาก็ยกมือทำวันทยหัตถ์เช่นกันเธอเป็เหมือนเชื้อราชวงศ์คนใหญ่คนโตจริง ๆ ไปเสียแล้ว
" ผม !ในฐานะผู้อำนวยการของโรงเรียนแห่งนี้ ขอเป็ตัวแทนประกาศเปลี่ยนแปลงกฎข้อต่อไปนี้ "ชายสูงอายุเครายาวยืนหลังค่อมอยู่บนเวทีที่มีเหล่านักเรียนจำนวนมากต่อแถวเรียงกันหลายพันคนเขาได้ใช้อุปกรณ์บางอย่างเหมือนกับโทรโข่งช่วยขยายเสียง
" ระดับขั้นการเรียนจะถูกยกเลิกการที่จะได้เข้าสู่เขตการศึกษาจำเป็ต้องเรียนภาคทฤษฎีสองเดือนและภาคปฏิบัติสี่เดือนเมื่อผ่านก็จะสามารถเข้าเรียนในเขตการศึกษาได้แต่โอกาสในการเลือกเขตก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำได้ในการเรียนก่อนหน้านี้ "พวกนักเรียนส่วนใหญ่ก็ดูจะชอบกฎใหม่มากกว่า
" แล้วที่เรียนมาก่อนหน้านี้หลายเดือนคืออะไรต้องกลับไปเรียนพวกประวัติ หลักการอะไรพวกนั้นอีกหรือเปล่า "
" นั้นสิ "เสียงนักเรียนเริ่มดังขึ้น คำถามน่าสงสัยมากมายถกกันไปมาแต่เมื่อผู้อำนวยการยกมือขึ้นสูงชูเหนือหัว ทำให้เสียงค่อย ๆ เงียบไป
" ผมได้ยินที่พวกเธอพูดแล้วอย่างที่บอกจะมีภาคทฤษฎีสองเดือนและการเรียนที่ผ่านมาของพวกเธอก็คือสองเดือนที่ว่านั่นแหละต่อจากนี้พวกเธอจะได้เรียนภาคปฏิบัติต่อทันที ไปดูห้องของตัวเองได้ที่กระดานใหญ่นะ"
" หะ !เรียนภาคปฏิบัติต่อเลยเหรอ ? "
" ฉันเลเวลสองเองนะจะไหวไหมเนี่ย ? "
บางคนก็เริ่มรู้ตัวสั่นกลัวไม่ก็นิ่งเฉยแต่กลับมีคนบางจำพวกที่ยืนยิ้มดูมีความสุขแทนหนึ่งในนั้นก็มีชาญอยู่ด้วยพวกที่โหยหาการต่อสู้การใช้กำลัง เทคนิคกลยุทธ์หรือแม้กระทั่งกลโกง
" อย่ากังวลนักเลยในภาคปฏิบัติใช่ว่าจะมีเพียงการดวลหรือต่อสู้เท่านั้นเอาไว้เมื่อเข้าห้องเรียนพวกเธอก็จะรู้เอง " เขาหันหลังเดินหายไปสายลมที่พัดผ่านเย็นสบายรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเมื่อยืนอยู่ตรงนั้น
ความรู้สึกแบบนี้มัน...เวทมนตร์มีใครบางคนร่ายเวทพวกนี้อยู่ ฟรานหันซ้ายขวากวาดสายตามองไปทั่วขณะที่เหล่านักเรียนเลิกโวยวายเหมือนอยู่ในมนต์สะกดเธอเดินแหวกฝูงชนฝ่าไปยังแถวหน้าสุด
อาจจะอยู่ไกลเกินไปสกิลตรวจจับเลยหาไม่เจอคนที่ใช้เวทได้ขนาดนี้ต้องเป็พวกอาจารย์แน่ ๆ พวกเขายืนเรียงกันอยู่แถว ๆข้างเวที ทันทีที่เธอหลุดออกมาจากกลุ่มนักเรียนอาจารย์หนุ่มหล่อยืนอยู่ตรงหน้าพอดีจ้องมองเธอด้วยความใเบิกตากว้าง
" ขอโทษค่ะ "ฟรานก้มหัวโค้งคำนับ เขาไม่ตอบอะไรแต่กลับเดินตามหลังอาจารย์ท่านอื่นออกไปทันที
ใช่จริง ๆ ด้วยเป็เขาคนนั้นเองสินะคนที่ร่ายเวท ฟรานเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างมีเลศนัยมองตามหลังอาจารย์หนุ่ม
เวทควบคุมของฉันไม่ได้ผล เหอะ...ก็สมกับตำแหน่งผู้กล้าแล้วล่ะ เขาไม่แม้แต่จะหันหลังไปหาฟรานเพียงแต่ยิ้มมุมปากดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
ไม่นานพวกนักเรียนก็แยกย้ายกันไปตามห้องเรียนของตัวเองหลายคนยืนมองดูรายชื่อจำนวนมากกว่าจะหาห้องของตัวเองเจอก็กินเวลาไปนาน
ทำไมห้องถึงโล่งแบบนี้ ใช่ที่นี่แน่เหรอ? ฟรานเดินตรงมาที่ห้องห้องหนึ่งมันอยู่ไกลจากตึกอื่นมากและเป็อาคารเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว
" ขออนุญาตนะคะ "เธอเดินไปนั่งข้างหน้าสุด แม้เธอจะส่งเสียงแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาสักคน
น่ากลัวแปลก ๆ นะเนี่ย ?
" โย้ ! "ท่ามกลางความเงียบสงัดก็ได้มีเสียงะโดังมาจากทางเข้าจนฟรานสะดุ้งใ
" ชาญเองเหรอ ? ใหมดเลย " ชาญ ซันนี่และซากิเดินมาจ้องมองฟรานเป็ตาเดียวกัน
" พวกเราขอนั่งด้วยนะ "ชาญนั่งเอนเก้าอี้ไปมาสนุกเพลิน ๆ
" ห้องนี้มีแค่พวกเรางั้นเหรอ? " ซากินั่งทางซ้ายติด ๆ กับฟราน
" ไม่หรอกมั้งเดี๋ยวคนอื่นๆ ก็น่าจะตามมา " ซันนี่นั่งข้าง ๆชาญเอามือตบหลังเก้าอี้ที่ชาญโยกไปมาให้กลับมาที่เดิม
" เดี๋ยวทรัพย์สินก็เสียหายหรอกฉันบอกั้แ่เจอกันครั้งแรกแล้วนะ "เธอเอามือเขกหัวชาญทำเอาเขานั่งหน้าง่อยไปเลย
" นี่สเตตัสเธอเท่าไหร่แล้วเนี่ยเล่นซะฉันหัวโนเลย ฮ่าฮ่าฮ่า "
เสียงประตูเปิดออกอีกครั้งชายหนุ่มหุ่นนายแบบถือหนังสือติดตัวมาด้วยเล่มหนึ่งเขาไม่แม้แต่จะมองตาใครเดินไปหาที่นั่งมุมห้องเงียบ ๆ คนเดียวส่วนหญิงสาวผมสั้นเธอยืนว่อกแว่กหันซ้ายขวาไปไหนไม่ถูก
" อย่าขวางทางเดินสิคุณ" โยองค์ชายของอาณาจักรเซีย สูงใหญ่สง่ามีราศียืนอยู่ข้างหลังสาวน้อยคนนั้น
" ขอโทษค่ะ ! "เธอใรีบวิ่งไปนั่งโต๊ะที่อยู่มุมห้องตรงข้ามกับหนุ่มหล่อคนก่อนหน้านี้
" เราไปนั่งหน้ากันดีกว่านะพีช" ท่าทางขึงขังได้หายไป เขายืนเบี่ยงตัวหลบให้พีชเดินด้วยท่าทางนอบน้อม
" นั่งหน้าก็ดียิ่งนั่งหน้าความรู้ก็ยิ่งเข้าหัว "เธอถือสมุดอยู่เล่มหนึ่งที่มีปากกาแนบมาด้วย
" ให้ฉันช่วยถือเ้านั่นไหม? " โยเดินตามหลังถือค้อนขนาดใหญ่ยกขึ้นพาดกับไหล่ไว้
" แค่นี้ฉันถือเองได้แบกค้อนของนายไปเถอะ "พีชนั่งลงแถวหน้าสุดเว้นว่างระหว่างพวกซันนี่ไว้หลายโต๊ะไม่แม้แต่จะมองหน้าเพื่อนๆ ของตัวเอง
" เห็นแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนย้อนวันวานเลยนะไม่กี่เดือนก่อนเรายังนั่งเรียนกันปกติอยู่เลย ฮ่าฮ่าฮ่า "ซันนี่ยิ้มหัวเราะแห้ง ๆแต่บรรยากาศกลับแตกต่างไปจากเมื่อก่อนตอนที่ยังเป็แค่นักเรียนธรรมดาพวกเธอเริ่มรู้สึกทั้งเศร้าและเครียดแต่ทุกคนก็เลือกที่จะเก็บไว้ในใจ
" ใครจะคิดล่ะว่าทั้งเวทมนตร์ทั้งปีศาจจะมีจริงแต่ฉันก็อยากจะกลับไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ เหมือนกัน "ชาญทุบโต๊ะลุกขึ้นเสียงดังจนคนอื่นหันมามอง
" จริงสิ !ที่นี่ก็โรงเรียนนี่หว่า มันก็น่าจะมีกีฬาอะไรให้เล่นบ้างใช่ไหม ? "
" มี " คำตอบสั้น ๆจากซากิ
" เท่าที่อ่านในหนังสือมาดูเหมือนว่าที่เขตเวทมนตร์จะมีอะไรแบบนั้นด้วย "
" สวยสิแต่ว่ากว่าจะได้เข้าเขตก็อีกตั้งสี่เดือน " ชาญก้มหน้านอนกับโต๊ะ
ใครบางคนเดินออกมาจากประตูด้านหน้าชายหนุ่มผมสีบลอนด์ร่างสูงใหญ่ดูมีน้ำมีนวล
" สวัสดีครับผมเป็อาจารย์ที่จะมาสอนพวกเธอ " เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆพึมพำอะไรบางอย่างไปด้วย
" แปดคนในเมื่อครบแล้วงั้นเรามาคุยกันเื่งานที่ต้องทำหลังจากนี้นะครับ "เขาหยิบช็อกขีดเขียนไปบนกระดาน
" หนึ่งเดือนหลังจากนี้จะมีการแข่งขันระหว่างห้อง จะเป็การจำลองาซึ่งจะใช้จำนวนคนทั้งหมดของห้องห้องนั้นเป็การแข่งขันระหว่างห้องต่าง ๆ "
" อาจารย์ครับ !เรามีแค่นี้จะไหวเหรอครับ ? " ชาญรีบร้อนยกมือสูงแทบจะยืนทั้งตัวแล้ว
" พวกเธอเป็ผู้ถูกเลือก...มีความสามารถมากมายเพื่อความยุติธรรมทางเราจึงจัดห้องแบบนี้โดยเฉพาะท่านผู้กล้าท่านก้าวเข้าสู่เลเวลหกได้ั้แ่เป็นักเรียนซึ่งมีน้อยมากจนนับได้เลย "
" หะ "เสียงลั่นออกมาจากผู้คนในห้องจ้องมองฟรานเป็ตาเดียว
" ฟรานเธอเลเวลหกแล้วยังงั้นเหรอ? " ชาญยื่นหน้ามองตาโต
" เธอจะเก่งไปแล้วนะเนี่ย" ซันนี่กดหัวชาญลงกับโต๊ะเพราะบังเธออยู่
" ทั้งที่ตอนอยู่ค่ายฝีมือเรายังพอๆ กันอยู่เลยนะ ฉันล่ะอยากดวลกับเธอจริง ๆ " ซากิยิ้มมุมปาก
" งั้นเหรอ... "ฟรานยิ้มหัวเราะแห้ง
" พอก่อนเลยอย่าพึ่งโวยวายอะไรกันตอนนี้ " อาจารย์พูดแทรกขึ้นมาขัด
" ใน่เวลาหนึ่งเดือนก่อนเริ่มการแข่งขันพวกเธอจะได้บัตรนักผจญภัยที่ทางโรงเรียนออกให้ภายในหนึ่งเดือนพวกเธอจะต้องเลื่อนระดับให้ได้จากแรงค์Fที่เป็แรงค์เริ่มต้นขึ้นเป็Eเพื่อให้ผ่านหลักเกณฑ์พื้นฐานในการเข้าร่วมเสียก่อน "
" หวังว่าพวกเธอจะพกบัตรประจำตัวมานะเพราะมันต้องใช้ในการทำบัตรนักผจญภัย "พวกนักเรียนค้นกระเป๋าข้าวของตัวเองหาบัตรประจำตัว
" เดี๋ยวเราจะไปทำบัตรนักผจญภัยกันที่ตึกบริหารอาคารที่อยู่ใจกลางโรงเรียนแห่งนี้ "
" เอ่อ...อาจารย์ครับผมลืมเอาบัตรมา " ชาญพูดเบา ๆ ท่าทางดูเขินอาย
" งั้นก็รีบไปเอามา แล้วเจอกันที่ตึกบริหารส่วนที่เหลือตามครูมา" ชาญเดินคอตกออกไปนอกห้อง ส่วนนักเรียนที่เหลือก็เดินตามหลังอาจารย์ไปเขาพาไปยังรถม้าที่คอยรับส่งอยู่ภายในโรงเรียน รถม้าที่หรูหราตกแต่งไปด้วยของสวย ๆงาม ๆ แต่ดูแล้วก็ยังสะอาด
" นักเรียนส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่างเลเวลสามถึงสี่เมื่อจบจากที่นี่พวกเขาจะได้ยศสิบโททันทีเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ได้เรียนมาก่อนเมื่อสมัครเข้าเป็ทหารจะเริ่มต้นที่ยศพลทหารสวัสดิการต่าง ๆก็จะน้อยมากและจะมากขึ้นตามยศที่มี "ระหว่างทางอาจารย์หนุ่มก็พยายามเล่าเื่ต่างๆ ให้ฟัง พวกนักเรียนก็นั่งนิ่งไม่รู้ตั้งใจฟังหรือหลับกันแน่
" บัตรนักผจญภัยจะมีประโยชน์ก็แค่ตอนประลองพอจบไปแล้วก็แทบจะไม่สนใจบัตรนั่นแล้วในเวลาราชการจะมีกฎห้ามทำงานอื่นที่ไม่ได้รับมอบหมายซึ่งนั่นก็แสดงว่าถ้าหากอยากเพิ่มแรงค์หรือหารายได้เสริม ก็ต้องรับภารกิจใน่หยุดพักแต่ทหารยศล่างๆ ส่วนใหญ่ก็เหนื่อยกับงานอยู่แล้ว เมื่อถึงวันพักพวกเขาก็อยากที่จะพักจริง ๆ" เขามองไปที่ซันนี่เหมือนอยากจะพูดบ้าง
" พวกยศสูง ๆก็มีเงินมีสวัสดิการดีพอจนไม่ต้องมาทำงานเสริมแล้วก็เลยเป็บัตรที่ไร้ประโยชน์สำหรับทหาร " ซันนี่พูดต่อทันที
" ถูกต้องแต่ยกมือก่อนก็ดี...ครูไม่รู้ว่าพวกเธอจะพูดตอนไหน จะได้หยุดให้พูดได้ "
" ค่ะ "ซันนี่นั่งยิ้มแป้นตอบกลับ
" สำหรับทหารที่ยศพันตรีขึ้นไปพวกเขาสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะอดเลยแม้แต่น้อยพวกเธออาจจะเคยได้ยินคนที่ชื่อลักซ์มาบ้างนะ "
" เคยค่ะ "ซันนี่ตั้งใจฟังใจจดใจจ่อจับมือฟรานไว้ด้วยตลอดเวลา
" พลโทลักซ์เธอใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบปีในการไต่เต้าจากนักเรียนเตรียมทหารมาเป็พลโทแล้วเธอก็เป็คนที่อายุน้อยสุดในหมู่ทหารยศสูง ๆ อีกด้วยเลเวลในปัจจุบันของพลโทลักซ์คือแปดอย่างที่พวกเธอเคยได้เรียนมา เลเวลสูงสุดที่สามารถบันทึกได้คือเก้าและก็มีเลเวลที่สูงกว่านั้นแต่ยังไม่สามารถบันทึกได้เพราะมีจำนวนน้อยเกินที่จะเก็บข้อมูล"
" ในเมื่อรู้ว่ามีเลเวลที่สูงกว่าเก้ามันก็ต้องเป็เลเวลสิบไม่ใช่เหรอคะ? " ซันนี่ยกมือถามทันทีที่อาจารย์จบประโยค
" ที่เราสามารถบันทึกเลเวลเก้าได้เพราะมีคนจำนวนหนึ่งที่มีเลเวลเก้าและพวกเขาต่างก็มีสกิลตรวจสอบเพื่อดูเลเวลของอีกคนซึ่งก็สามารถยืนยันกันได้ว่าเลเวลเก้าแต่กับเลเวลที่สูงกว่านั้นยังไม่มีใครสามารถตรวจสอบหรือยืนยันได้เต็มปากจริงๆ "
" แล้ว...ที่ว่ามีเลเวลสูงกว่าเก้ามีกันกี่คนกันแน่ครับ" ซากิยกมือถาม
" จากข้อมูลที่หาจากทุก ๆอาณาจักรก็ไม่มีข้อมูลที่เป็ประโยชน์เลยแต่พวกเขาปรากฏตัวที่าก่อนหน้าก่อนที่พวกเราจะทำสนธิสัญญากัน "ทุกคนเงียบสนิทรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
" มีทั้งหมดแปดคนที่มีเลเวลสูงกว่าเก้าหนึ่งในนั้นก็คือท่านผู้นั้นส่วนอีกเจ็ดคนพวกเราต่างก็เรียกว่าจอมมารฝีมือและระดับพลังสูงมากกว่าที่พวกเธอจะคิดได้แน่นอนแต่ท่านผู้นั้นก็ขับไล่ออกไปได้หลังจากนั้นก็มีคำทำนายมาการอัญเชิญผู้คนจากอีกโลกจะนำเหล่าผู้กล้าที่จะมาต่อกรกับจอมมารที่กำลังจะกลับมาอีกครั้งได้"
" และตอนนี้ก็เหลือเวลาไม่ถึงสี่ปีแล้วด้วยแต่ละอาณาจักรก็รีบสร้างกองทัพมากมายเพื่อทำากับพวกมันท่านผู้กล้า...ท่านสามารถช่วยพวกเราได้หรือไม่ ? " ใบหน้าที่เศร้าโศกกับแววตาแห่งความหวังจ้องมองฟรานไม่ไปไหน
" คือ...ได้ฉันจะตั้งใจฝึกให้แข็งแกร่งกว่านี้ ต้องปกป้องทุกคนให้ได้ "พวกเขาต่างก็รู้สึกซาบซึ้งเพียงแค่ได้ยินประโยคที่เธอพูดออกมาเหมือนกับถูกมนตร์สะกดให้คล้อยตาม
ทำไมฉันถึงต้องเป็ความหวังอีกแล้วไม่ว่าจะโลกเดิมหรือที่นี่พวกเขาก็มักจะตั้งความหวังกับฉันจนแทบจะบ้าตายไม่ว่าใครก็เหมือนกันหมด ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มอย่างสดใสแต่ภายในกลับมืดมนไม่มีใครรู้ถึงความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่คนเดียว
" ขอบคุณท่านผู้กล้ามาก ๆพวกเราจะดูแลท่านเป็อย่างดี หากขาดเหลือสิ่งใดโปรดสั่งมาได้เลย "มือประสานกันเหมือนกำลังอวยพรหลับตาพึมพำเหมือนกำลังอวยพรอะไรบางอย่าง
ดูจากสีหน้า าคราวที่แล้วคงสร้างความเสียหายไว้มากเราก็ดันใจอ่อนเห็นคนขอร้องอะไรก็ทำให้ตลอด
เวลากว่าครึ่งชั่วโมงที่เงียบสนิทในที่สุดรถม้าก็หยุดพวกเขามองออกไปเห็นอาคารขนาดใหญ่ที่มีทั้งนักเรียนและบุคลากรเดินไปมาตลอด
" พวกเรามาถึงแล้วเดี๋ยวครูจะพาไปห้องทำบัตร " มีเสียงดังมาแต่ไกลพร้อมทั้งฝุ่นควันโขมงตามมาผู้คนต่างก็ตกอกใยืนมอง
" ฉันมาแล้ว ! "ชาญวิ่งสุดฝีเท้ามาอย่างรวดเร็ว
" ฉัน...มาทันไหม ?" เสียงหายใจหอบเหนื่อยจนลงไปนอนกับพื้นเงยหน้ามองท้องฟ้าสูดหายใจเข้าออกถี่ ๆ
" ทันอยู่พวกเรากำลังจะเข้าไปพอดีเลย " ผู้คนจ้องมองมาไม่ละสายตา
" ลุกขึ้นแล้วไปกันได้แล้ว" อาจารย์กวักมือเรียกสีหน้าร้อนรนเมื่อมองเห็นสายตามากมายที่จับจ้องมา
" โถ่...อาจารย์ผมพึ่งมาเหนื่อยๆ เลยนะครับ " สุดท้ายชาญก็ลุกยืนและเดินหลังอาจารย์ตีคู่ไปกับซันนี่
ภายในตัวอาคารที่ดูเรียบ ๆ สะอาดมีห้องมากมายทั้งใหญ่และเล็ก
" พวกท่านผู้กล้านี่ "
" ใช่จริงด้วย "
" ฉันพึ่งได้เห็นตัวจริงเลยนะเนี่ยแต่ละคนหน้าตาดีทั้งนั้นเลย "เสียงกระซิบคุยกันดังขึ้นเมื่อพวกเขาได้ก้าวเท้าเข้ามา
" ได้ยินไหมซากิ ? เขาว่าเราหล่อว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า " ชาญยิ้มดีใจออกนอกหน้า
นิ่งไว้ ๆเดี๋ยวคนเขาคิดว่าเราหลงตัวเอง" อย่าสนใจเลย "ซากิเร่งฝีเท้าเดินตามหลังอาจารย์จนเกือบจะชน
" ...ฉันหล่อใช่ไหมซันนี่ ?" ซันนี่ก็เดินหนีไปอยู่ข้าง ๆ ฟรานแทน
" เชอะ " ชาญเหลือบไปเห็นซันนี่จับมือฟรานทำให้เขาหงุดหงิดรู้สึกหึงแม้จะเป็ผู้หญิงก็ตาม
พวกเธอเข้าไปยังห้องเล็ก ๆห้องหนึ่งที่มีหน้าต่างเล็กอยู่ด้านหน้าเป็เคาน์เตอร์
" ยื่นบัตรให้พนักงานเลยพวกเขามีสกิลตรวจสอบเลยไม่จำเป็ต้องทดสอบอะไรให้ยุ่งยาก "เวลาผ่านไปพวกเขาต่อแถวทำบัตรกันอยู่พักหนึ่งกว่าจะเสร็จทุกคนสักพักก็มีนักเรียนกลุ่มใหม่เดินมาต่อแถวทำบัตรอย่างต่อเนื่อง
" เก็บไว้ให้ดีล่ะมันใช้แทนบัตรประจำตัวได้เลยนะถ้าหายไปอาจจะซวยได้ "บัตรที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อบัตรมีความเรียบและแข็ง
" หลังจากนี้ก็ตามใจพวกเธอแล้วกันจะไปทำภารกิจที่ตัวเมืองหรือเมืองอื่น ๆ ก็ได้เพียงแต่ต้องกลับมาทันการแข่งขัน"พวกเขานั่งรถม้าเดินทางกลับไปยังเขตหนึ่งและอาจารย์ก็เดินแยกหายไปเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
" พวกเราทำด้วยกันไหม ?ไม่ได้ทำงานด้วยกันมานานแล้ว น่าสนุกเนอะ "ชาญดูตื่นเต้นเดินไปมา
" นั้นก็เป็เื่ที่ดีเธอว่าไงล่ะฟราน ? " ซันนี่หันมามองฟรานเธอทำท่าคิดอยู่พักหนึ่ง
" ได้สิ "
" เยี่ยมไปเลย "รอยยิ้มฉีกกว้างของซันนี่ที่ใคร ๆเห็นก็ต้องหลงเธอคว้ามือของฟรานพาเธอเดินเข้ามาเกาะกลุ่มกัน
" พวกเธอไม่คิดจะถามฉันเหรอ? " ซากิหัวเราะแห้ง ๆ
" ถามทำไมถ้าฟรานไปด้วยนายก็ไปด้วยอยู่แล้ว...ฮ่าฮ่าฮ่า มา ! เอามือมาซ้อนกัน "พวกเขายืนกันเป็วงกลมมือขวาทั้งสี่ประสานกันตรงกลางและยกชูขึ้นฟ้าเสียงร้องเฮ้ดังจากชาญและซันนี่ส่วนซากิและฟรานเฮ้เบา ๆ เพราะอายที่มีคนรอบ ๆมองอยู่
" ว่าแต่เราจะไปรับภารกิจที่ไหนนะ? " ชาญเอ่ยปากถามขึ้นมาทำเอาพวกเขานิ่งสนิท
" ฉันก็ไม่รู้ถามพวกอาจารย์ไหม ? " ฟรานมองไปรอบ ๆ
" ดูเหมือนจะลำบากกันอยู่นะ" เสียงรถม้าเคลื่อนที่ผ่านหลังไป ชายหนุ่มคนหนึ่งโดดลงมา
" พวกท่านมีปัญหาอะไรบอกมาได้เลยครับ" วินก้มหัวทักทายอย่างนอบน้อม
" พวกเราไม่รู้ว่ารับภารกิจที่ไหน? เงยหน้าขึ้นเถอะค่ะ "ฟรานพูดและยิ้มอย่างอ่อนโยนรู้สึกเกรงใจ
" ถ้าเป็ในโรงเรียนก็คงจะมีคนเยอะน่าดูโดยเฉพาะ่นี้ที่มีการเปลี่ยนหลักสูตรงั้นเดี๋ยวผมพาไปในเมืองนะครับขึ้นมาได้เลย "พวกเขาตามขึ้นรถม้าไปและเดินทางจากโรงเรียนไปยังตัวเมือง
" โอ้นั่นพวกนักเรียนจากโรงเรียนหลวง ดูสง่ามีราศีจริง ๆจบมาต้องได้เป็คนที่นับหน้าถือตาแน่ ๆ "ชาวเมืองที่เดินกันอยู่ตามถนนจับจ่ายใช้สอยหรือไม่ก็ทำงานของตัวเอง เมื่อได้เห็นรถม้าที่หรูหราก็มองกันไม่หยุดชาญชะโงกหน้าออกมาทางหน้าต่างกวาดสายตามองชาวเมืองพวกนั้นแล้วยิ้มให้
" พวกเขายิ้มให้เราด้วย" พวกเธอยิ้มแสดงถึงความเป็มิตร
" ทำไมพวกเราถึงดูน่าชื่นชมแบบนั้นทั้งที่ผลงานก็ยังไม่มี แทบไม่ได้ทำอะไรสักเท่าไหร่เลย " ซากิเอ่ยถามผ่าน ๆด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้อยากได้คำตอบ
" มันคือค่านิยมครับ โรงเรียนหลวงเป็โรงเรียนที่มีงบประมาณสูงที่สุดเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนที่มาจากตระกูลใหญ่ๆ มีอำนาจและความสามารถมากมายไม่แปลกที่พวกเขาจะคิดว่าพวกเราดูดีหรืออะไรทำนองนั้น "วินยิ้มอ่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง
" ตระกูลใหญ่ทั้งหลายต่างก็มีเชื้อสายรองมาจากแอสต้า ราชวงศ์ที่มีสายเืเข้มข้นจะต้องมีผมเหมือนกับสีเพลิงพวกท่านน่าจะได้เห็นรูปปั้นที่มีคนทั้งหกคนอยู่ใจกลางเมือง "เมื่อพวกเขามองออกไปก็ได้เห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ที่มีผู้ชายยืนอยู่ตรงกลางพร้อมกับดาบเก่าๆ ชี้ไปข้างหน้า ด้านหลังยังมีชายหญิงอีกห้าคนที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนอยู่
" คนที่อยู่หน้าสุดก็คือองค์าาที่หนึ่งแอสต้า ที่มาของชื่อเมืองหลวงพระองค์ทรงเป็ผู้ปฏิวัติมวลมนุษยชาติจากการถูกกดขี่ของเผ่าอื่น ๆ "
เหมือนกับในหนังสือที่อ่านมาเลย " เท่าที่ผมได้อ่านมารู้สึกว่าคนปฏิวัติไม่ได้มีแค่หกคนใช่ไหมครับ ? " ซากิถามด้วยความสงสัยอยากรู้อยากเห็น
" นั่นก็ถูกแต่เดิมพวกเขาเป็แค่ทาสใช่แรงงานให้เผ่าอื่น ๆพวกมันเพาะพันธุ์เราขึ้นมาใช้เป็คนงาน ที่ระบายทางเพศของเล่นที่จะฆ่าหรือทำอะไรก็ได้พระองค์และเหล่าสหายอีกห้าคนได้ร่วมมือกันปลดแอกทาสทั้งหมดพวกเขาทุกคนช่วยกันต่อสู้ยาวนานหลายสิบปีกว่าที่มนุษย์จะได้ชัยชนะและกลายเป็เผ่าพันธุ์ที่ได้ปกครองโลกในตอนนี้ "และรถม้าก็หยุดอยู่ที่ตึก ๆ หนึ่ง
" ถึงแล้วครับถ้าหากอยากไปไหนก็ใช้บริการรถม้าก็ได้ครับในเมืองมีอยู่ทั่วเลย "และวินก็กลับไปโรงเรียนทันทีส่งยิ้มสุดท้ายเป็กำลังใจให้พวกเธอ
" ขอบคุณค่ะ "
" ขอบคุณครับ "เสียงส่งท้ายจากพวกเธอให้วิน
" ที่นี่เหรอ ? ใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย " ชาญเดินดุ่ม ๆ เข้าไปก่อนใคร
" โห้... "ชาญยืนอ้าปากเหวอผู้คนมากหน้าหลายตามีทั้งสูงใหญ่และสาวสวยน่ารักไปยันคนแก่และเด็ก ๆมีโต๊ะจำนวนมากที่พวกเขานั่งกินนั่งดื่มกันสนุกสนานเหมือนที่สังสรรค์แห่งหนึ่ง
" เฮ้ย !นั่นมันพวกนักเรียนนี่หว่า " ชายวัยกลางคนที่มีหนวดเคราเต็มหน้าตาดุดันกับรอยสักที่น่าเกรงขามเดินตรงเข้ามา
" คุณหนูทั้งหลายที่นี่ไม่ใช่ที่เล่นหรอกนะกลับไปเรียนที่โรงเรียนเถอะ ฮ่าฮ่าฮ่า "เสียงหัวกวนประสาทพร้อมกับพวกเพื่อน ๆ ของเขาที่นั่งดื่มกันอยู่ทำให้ชาญรู้สึกโกรธจนกำหมัดแน่น
" ช่วยหลบไปด้วยค่ะ "ฟรานเดินเข้ามาเผชิญหน้าชายฉกรรจ์ตรงหน้า
" พวกผมมารับภารกิจถ้าพวกคุณไม่ใช่เ้าหน้าที่โปรดถอยออกไปด้วยครับ "ซากิก็ยืนหยัดเคียงข้างกับฟราน เตรียมจับอาวุธของตัวไว้
" แหม่ ๆ ก็แค่แซวเล่นเฉย ๆถ้ามารับภารกิจก็ไปดูที่กระดานตรงนั้นแล้วก็เอามันไปที่เคาน์เตอร์เพื่อยืนยันการรับงาน" เขายิ้มดูมีเลศนัยชี้นิ้วไปทางที่มีกระดานที่มีความยาวมาก ๆมีประกาศและกระดาษติดเต็มไปหมด
" ขอบคุณที่บอกค่ะ "เขาหลบให้พวกฟรานเดินเข้าไป
" ยังดีที่ชาญยังไม่ตบะแตกไม่งั้นได้วุ่นวายแน่ ๆ " ฟรานกระซิบคุย
" เมื่อกี้ว่าจะตะบันหน้าสักทีละเสียดายจริง ๆ " ชาญเดินหน้าบูดตามหลังมา
" ยังดีที่เราอ่านภาษาพวกนี้ได้ไม่งั้นได้งงตาแตกแน่ๆ " ซันนี่เดินไปตามกระดานมองดูกระดาษที่คิดไว้
" ถ้าเราแรงค์Fก็ต้องเลือกที่มีFกำกับใช่ไหม ? " ฟรานอ่านใบประกาศมากมายเพื่อตามค่าภารกิจที่ทำได้
และเธอก็ดึงออกมาแผ่นหนึ่งภารกิจที่ไม่ยากเกินไปสำหรับมือใหม่ล่าสัตว์