มะลิยิ้มด้วยใบหน้าที่ชวนขนลุกสุดๆ มิลกับมาร์คมองหน้ากันแล้วส่ายหัวไปมา เพราะพวกเขาสองคนไม่มีทางรู้เลยว่า สิ่งที่มะลิกำลังคิดอยู่นั้นมันคืออะไรกันแน่ มะลิหันไปมองหน้าของมิลกับมาร์คสลับกัน พร้อมกับพยักหน้าเบาๆเพื่อจะบอกพวกเขาสองคนว่าแผนของเธอมันเยี่ยมขนาดไหนนั่นเอง
"อะไรนะ เธอจะย้ายไปอยู่บ้านไอ้เกาหลีนั่นหรอ ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่ให้เธอไปเด็ดขาด!!"
"โถ่พี่มาร์ค มันก็แค่แป๊บเดียวเอง พี่จะอะไรนักหนา ยังไงมิลก็ไปหามะลิที่นั่นบ่อยๆได้อยู่แล้ว คุณยูตะเขาคงไม่กล้าทำอะไรมะลิหรอกน่ะ"
"ยังไงพี่ก็ไม่ไว้ใจมันอยู่ดี ดูท่าทางมันจ้องที่จะงาบเมียพี่อยู่ตลอดเวลา เธอก็เหมือนกัน อ่อยเก่งแบบนี้ไง มันถึงได้มาสนใจเธอน่ะ"
"พี่มาร์คฟังมิลนะ มะลิไม่มีวันมีอะไรกับคุณยูตะแน่นอน เชื่อมิลสิ"
"เธอเอาอะไรมาเป็นหลักประกัน ว่าไอ้คนข้างบ้านนั่นมันจะไม่มาวอแวกับมะลิ"
"ก็เพราะว่าฉัน จะไม่มีทางไปยุ่งกับคนที่เพื่อนฉันแอบรักเขาน่ะสิ"
"มะลิ!!ไหนเราตกลงกันแล้วไงว่า จะไม่พูดเรื่องนี้ให้พี่มาร์คฟัง"
"อะไรกันยัยมิล นี่อย่าบอกนะว่าเธอแอบชอบไอ้คนข้างบ้านนั่น"
"ใช่..มิลชอบพี่ยูตั้งเเต่เจอกันครั้งเเรกแล้ว วันที่คุณเขามาหาเรื่องว่าฉันอ่อยพี่ยูน่ะ มิลก็ได้ยิน หลังจากที่คุณออกไปมิลก็ร้องไห้เดินเข้ามาหาที่ห้อง เพราะคิดว่าฉันกับพี่ยูชอบกัน เพราะคุณนั่นแหละ หาเรื่องเก่ง!!"
"ที่นี้พี่มาร์คก็มั่นใจได้แล้วนะ ว่ามะลิจะไม่มีทางปันใจให้กับพี่ยูแน่ๆ เพราะพี่ยูจะเป็นเจ้าชายของมิลคนเดียวเท่านั้น ใครกล้าแย่งมิลตบไม่เลือกเเน่!!"
"เป็นไงล่ะคุณ น้องสาวคุณโหดขนาดนี้ยังคิดว่าฉันจะไปยุ่งเกี่ยวกับพี่ยูอีกไหมล่ะ ฮึ?"
"รู้แล้วน่า..ว่าแต่ทำไมเธอต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านของไอ้หมอนั่นด้วย"
"เดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละ ทำตามที่ฉันบอกก็พอ"
"ใช่ๆ เข้าใจแล้วนะพี่มาร์ค ต่อไปเราก็ไปคุยเรื่องนี้กับพี่ยูที่บ้านดีกว่านะมะลิ มิลอยากเจอหน้าพี่ยูแล้ว ไปกันๆ"
"เบาๆหน่อยยัยมิล ยังไงก็เห็นแก่หน้าพี่บ้าง!!"
"น้องสาวจะมีความรักบ้าง มันผิดตรงไหนพี่มาร์ค ทีพี่ยังมีพร้อมกันถึงสองคนได้เลย มิลจะมีซักคนมันจะแปลกตรงไหน?"
"มันแปลกตรงที่เธอยังเรียนหนังสืออยู่ไง เธออยู่แค่มัธยมเองนะมิล ลืมไปแล้วหรือไงว่าตัวเองพึ่งจะอายุ 18 เองน่ะ ไอ้หมอนั่นอายุมันปาไปยี่สิบกว่าแล้วนะ"
"มะลิก็อายุ 18 ปี ยังแต่งงานกับพี่มาร์คที่อายุแก่กว่าตั้งสองรอบเลย เรื่องความรักน่ะ อายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นแหละค่ะ ไปกันเถอะมะลิ ป่ะๆๆๆ" มิลทำหน้าตื่นเต้นดีใจที่จะได้ไปเจอยูตะที่บ้าน มะลิกับมิลเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของยูตะพร้อมกับกดออดหน้าบ้านให้ยูตะรู้ตัว ไม่ถึงนาทียูตะก็วิ่งออกมาเปิดประตูบ้านให้
"อ้าว!นึกว่าใครที่แท้ก็มะลิกับมิลนี่เอง มาซะค่ำมืดเลยมีธุระอะไรกับพี่งั้นหรอ?"
"คือพวกเราสองคน มีเรื่องจะให้พี่ยูช่วยหน่อยนะคะ ก่อนอื่น..ขอเข้าไปในบ้านหน่อยได้ไหมคะ? ยืนอยู่ตรงนี้นานๆเกรงว่ายุงจะหามพวกเราไปซะก่อนน่ะค่ะ"
"ได้สิ โทษทีๆยืนเพลินไปหน่อย เข้ามาก่อนสิ บ้านพี่รกซักหน่อยนะ บ้านชายโสดก็แบบนี้ล่ะเนาะ ฮ่าฮ่าฮ้า!"
"คอยดูนะมะลิ มิลจะต้องเป็นฝ่ายรุกบ้างซะแล้ว จะทำให้ไม่โสดอีกต่อไปเลย ดูซิว่าจะหนีรอดจากมือของมิลไปได้ไหม อิอิ"
"ขืนมิลทำแบบนั้นมีหวัง พี่ยูจะกลัวจนย้ายบ้านเอาน่ะสิ ทำตัวนิ่งๆเรียบร้อยๆ ผู้ชายชอบผู้หญิงอ่อนหวานนะ"
"อ้าวหรอ..ก็มิลมีแต่พี่ชายนิ ในบ้านก็มีแต่ผู้ชายจะอ่อนหวานยังไงล่ะ มิลทำไม่เป็นนิ"
"ค่อยๆเรียนรู้ไปไม่ยากหรอก สู้ๆ" ระหว่างที่เดินเข้าไปในบ้านมิลกลับมะลิแอบกระซิบคุยกันเบาๆเพื่อไม่ให้ยูตะได้ยินนั่นเอง แล้วพวกเธอทั้งสองคนก็ต้องตกใจ เมื่อทันทีที่พวกเธอทั้งสองคนก้าวพ้นประตูบ้านของยูตะเข้ามา ก็พบว่า…
"โอ้โห!!นี่น่ะหรอที่เรียกว่าบ้านรก..มันดูสะอาดกว่าบ้านของมิลที่มีคนใช้เกือบ 10 อีกนะคะพี่ยู นี่พี่ยูอยู่คนเดียวจริงๆหรอคะ"
"พี่อยู่คนเดียวนี่แหละ แต่พี่ไม่ชอบให้ในบ้านมีฝุ่นน่ะ พอดีว่าพี่เป็นภูมิแพ้น่ะ ก็เลยจ้างแม่บ้านข้างนอกมาทำความสะอาดใหม่ทุกวันเลย มิลกับมะลินั่งก่อนนะเดี๋ยวพี่ไปเอาน้ำส้มมาให้"
"ขอบคุณนะคะ/ขอบคุณค่ะ" มะลิกับมิลกวาดสายตาไปรอบๆบ้านก็เห็นว่าบ้านของยูตะกว้าง โล่งและสะอาดมากๆจนมิลมองเห็นเงาตัวเองสะท้อนที่กระเบื้องปูพื้นบ้านได้เลย มะลิแอบมองกระจกทุกบานก็ไม่พบร่องรอยอะไรที่สกปรกเลย
"พี่ยูนี่เป็นคนเนี๊ยบมากเลยเนาะมะลิ มิลจะไหวไหมเนี้ย?"
"ไหวสิ สำหรับมิลแล้ว ไม่มีอะไรที่มิลทำไม่ได้หรอก มะเชื่อรู้ อิอิ" ยูตะเดินกลับมาพร้อมกับเหยือกน้ำส้มและแก้วเปล่าอีก ใบด้วยกัน
"นี่เป็นน้ำส้ม ที่พี่ตั้งใจคั้นเองกับมือเลยนะ ลองชิมดูสิ"
"อื้ม!!อร่อย!! พี่ยูชอบน้ำผลไม้หรอคะ คราวหลังมิลจะได้ซื้อมาฝากค่ะ"
"อ๋อ..เปล่าหรอก พอดี ของมันเหลือจากงานปาร์ตี้เมื่อวันก่อนน่ะ พี่กินไม่หมด ก็เลยลองเอามาแปรรูปคั้นเป็นน้ำดู ก็ใช้ได้อยู่นะ ว่าแต่มิลกับมะลิมาหาพี่ที่นี่มีอะไรให้พี่ช่วยงั้นหรอ?"
"ใช่ค่ะ..เพราะเรื่องนี้มีแค่พี่เท่านั้น ที่จะช่วยพวกเราได้ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ค่ะ" มะลิเล่าแผนการให้ยูตะฟัง เพื่อที่จะขอความช่วยเหลือจากเขาและยูตะเองก็เต็มใจช่วย เขายินดีที่จะให้มะลิย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านเขาก่อนได้โดยไม่มีข้อโต้เเย้งอื่นใดและยังไม่ว่าอะไรถ้ามิลจะแอบมานอนกับมะลิที่นี่บ่อยๆด้วย เพราะเขารู้ดีว่ามาร์คคงจะไม่ไว้ใจให้มะลิอยู่กับเขาสองต่อสองแน่ๆ ทั้ง 3 คนคุยกันจนรู้เรื่องดีจากนั้นมะลิกับมิลก็ขอตัวกลับบ้านเพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่าพวกเธอมาทำอะไรนั่นเอง ยูตะเดินออกมาส่งมิลกับมะลิที่หน้าประตูบ้าน
"ต้องขอบคุณพี่ยูมากนะคะ ที่ตกลงจะช่วยพวกเรา"
"ไม่เป็นไร คนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน มิลกับมะลิมีอะไรเดือดร้อน พี่ก็พร้อมที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย ว่าเเต่จะเริ่มวันไหนดีล่ะ?"
"แผนการนี้จะเริ่มขึ้นหลังจากที่งานศพของคุณพ่อมิล เสร็จเรียบร้อยค่ะ"
"เอ้อ..พูดถึงเรื่องนี้ พี่ต้องขอโทษด้วยนะ ที่ไม่ได้ไปร่วมงาน พอดีว่าพี่ติดธุระนิดหน่อยนะ เเต่รับรองว่าพรุ่งนี้พี่จะไปให้ได้เลยนะ"
"ขอบคุณนะคะ พี่ยูน่ารักจังเลย อยากรักพี่ยูจัง อิอิ" มิลใช้น้ำเสียงพูดเย้าแหย่ยูตะจนเขาพูดไม่ออก มะลิเห็นว่ามิลกำลังเขินจนตัวจะบิดเป็นเกรียวแล้ว เธอจึงรีบขอตัวกลับบ้านก่อนพร้อมกับใช้มือลากตัวของ มิลที่ยืนบิดไปมา กลับมาที่บ้านด้วยเพราะขืนปล่อยให้มิลคุยกับยูตะต่ออยู่อย่างนั้น มีหวังมิลเขินบิดจนตัวขาดออกจากกันเเน่ๆ ยูตะอดที่จะขำไม่ได้กับความบ๊องของมิล ดูเหมือนว่ามิลจะเริ่มทำคะแนนกับยูตะขึ้นมาซะ แต่เธอก็ต้องพยายามหักห้ามอารมณ์ของเธอไว้เพราะสายเลือดนักสู้ของเธอนั้นแหละ อาจจะทำให้ยูตะหลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้เธอก็เป็นได้ มาเอาใจช่วยพร้อมๆกันว่าคุณหนูนักสู้อย่างมิลนั้น จะเอาชนะใจของคุณชายยิ้มเก่งคนนี้ได้รึป่าว ติดตามต่อได้ใน EP หน้านะคะ