"คุณข้าว คุณใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวผมพาคุณไปเอง ไป ไปด้วยกัน"
ทิวไทกระชับเอวบางไว้แน่นแล้วค่อยๆลากเธอลงมาด้วยกัน ชายหนุ่มอยากจะอุ้มข้าวขวัญวิ่งลงบันไดเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้เพราะอีกมือเขาต้องถือปืนด้วย ในที่สุดเขาก็ลากคนตัวเล็กลงมาอยู่หลังโซฟากับนายขจรศักดิ์และลูกพี่ของเขาทั้งสองคนจนได้
"พ่ออ!" ข้าวขวัญผวาเข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็บิดา
"นี่มันเื่อะไรกันคะพ่อ ข้าวกลัว!" ข้าวขวัญเสียงสั่นตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของเสี่ยขจรศักดิ์ผู้เป็บิดา
"ข้าวไม่ต้องถามพ่อแล้ว ข้าวต้องหนีไปกับทิว เดี๋ยวนี้! แล้วเราค่อยนัดเจอกัน"
"แล้วทำไมพ่อไม่ไปพร้อมข้าว?"
เสี่ยขจรศักดิ์กลั้นใจดันลูกสาวคนเดียวออกจากอกแล้วส่งให้กับทิวไทโดยไม่ได้ตอบอะไร
"ทิว ฝากข้าวด้วย ไป!"
ทิวไทไม่พูด ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้าเท่านั้น
"ไอ้ทิว เดี๋ยวกูยิงสกัดให้ มึงไปที่โรงรถเลยนะ" นายเปรมผู้เป็ลูกพี่พูดกับชายหนุ่ม ทิวไทพยักหน้ารับ แล้วหันไปบอกเสี่ยขจรศักดิ์
"เสี่ย ผมยิงไอ้บุญมือขาดไปแล้วนะ มันจะมาเอาคุณข้าวไปให้นายวิรุณ ผมบอกเสี่ยไว้ก่อนนะ" ทิวไทรีบบอกนายของเขาให้รู้ไว้ก่อน
"ไอ้วิรุณ นี่มึงจะราวีมาถึงลูกกูเลยหรือ? ไป! มึงไปได้แล้วไอ้ทิว"
นายขจรศักดิ์บอกทิวไท ชายหนุ่มจึงหันมาหาข้าวขวัญแล้วสั่งทันที
"คุณข้าวต้องตามติดหลังผมเท่านั้นนะ"
ข้าวขวัญส่ายศีรษะเพราะไม่ยังพร้อม ตอนนี้สองขาของเธอไม่มีแรงแล้วเพราะมันก้าวไม่ออกจริงๆ แต่ทิวไทนั้นรอไม่ได้ ชายหนุ่มโอบเอวบาง แล้วลากหญิงสาวออกไปจากหลังโซฟาโดยใช้ตัวเองบังแล้วออกวิ่ง เป้าหมายคือเสาปูนต้นใหญ่ใกล้กับประตูด้านข้างที่สามารถผ่านไปยังโรงรถได้
ปัง ปัง ปัง!
"กรี๊ดดด!"
ทิวไทแอบเข้าหลังเสาปูนสำเร็จ ในอ้อมกอดมีข้าวขวัญอยู่ในขณะที่อีกมือหนึ่งนั้นถือปืนไว้ คนตัวเล็กตัวสั่นซุกอยู่ที่อกแกร่งของเขา
ชายหนุ่มเห็นนายวิรุณและไอ้พงษ์คนสนิทหลบอยู่ที่เสาปูนอีกต้นหนึ่ง ใจเขานั้นอยากจะยิงไอ้เสี่ยวิรุณหน้าหม้อเป็ที่สุด ขนาดหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้ มันยังไม่วายอยากจะเอาลูกนายไปเป็เมียมัน ไอ้ชั่ววิรุณ!
ตำรวจยิงเมื่อเห็นการเคลื่อนไหว แต่ทิวไทก็พาข้าวขวัญเคลื่อนตัวไปจนถึงประตูทางออกด้านข้างของห้องโถงจนได้ โดยมีนายอ่ำและนายเปรมช่วยยิงสกัดตำรวจ เมื่อตรงนั้นพ้นวิถีะุแล้ว ทิวไทจึงรีบดันข้าวขวัญออกไปสู่โรงรถซึ่งมีรถนาๆ ชนิดจอดเรียงกันอยู่เกือบสิบคัน
"คุณข้าว ไปที่กระบะสีดำโน่น! รถไม่ได้ล๊อค!"
ข้าวขวัญวิ่งนำหน้าเขาไปยังรถคันเป้าหมายโดยทิวไทกำลังจะวิ่งตามไปติดๆ โดยหันหลังกลับมาดูว่าตำรวจตามมาหรือเปล่า ...
ปึ่ก!
"โอ๊ะ!"
ด้ามปืนกระแทกเข้ามาตรงต้นคอ คนทำไม่ได้ตั้งใจให้เขาสลบ เอาแค่มึนๆก็พอ แต่กระนั้นทิวไทก็ถึงกับทรุดลงไปกับพื้นและเห็นดาว กระบอกปืนจ่ออยู่ที่ขมับของเขา
"มึงเอาปืนมานี่ ลุก ไป!ไปที่รถ เร็ว!" ทิวไททำตามคำสั่งทุกอย่าง เพราะที่เขาห่วงในตอนนี้ก็คือคนที่วิ่งไปรอเขาแล้วนั่นแหละ
"มึงขึ้นไปขับ ไปเร็ว!"
ข้าวขวัญตัวสั่น เมื่อเห็นว่ามีผู้โดยสารที่ไม่ได้รับเชิญขึ้นมาด้วย หญิงสาวนั่งตัวแข็งด้วยความกลัวเมื่อเสี่ยวิรุณะโขึ้นนั่งที่เบาะหลัง แล้วปืนด้ามโตก็จ่อชิดอยู่ที่ท้ายทอยของทิวไท
"มึงขับไป" นายวิรุณสั่งการ ทิวไทนิ่งตั้งสติก่อนที่จะต่อรอง
"นายวิรุณต้องยิงสกัดตำรวจให้ผม ถ้ามัวเอาปืนมาจ่อหัวผมอยู่อย่างนี้ เราสามคนก็ตายคารถกันหมดนี่แหละ"
ทิวไทเอี้ยวตัวข้ามข้าวขวัญไปแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยของเธอมาใส่ให้ทันที
"คุณก้มหัวดี ๆ นะ ไม่ต้องโผล่ขึ้นมา" เขากระซิบที่ริมหูเธอ
ในขณะเดียวกัน ทิวไทเห็นแล้วว่า เสี่ยขจรศักด์ อ่ำและเปรม ได้ขึ้นรถอีกคันหนึ่งแล้วเช่นกัน เขาจึงหมดห่วงทีมเสี่ย
"ได้ กูจะยิงสกัดให้"
นายวิรุณรับคำ ทิวไทจึงสตาร์ทรถแล้วเหยียบมิดทันที
"คุณจะให้ผมขับไปไหน?"
"เดี๋ยวกูบอกเอง มึงออกพ้นรั้วบ้านไปให้ได้ก่อนเถอะ"
เอี๊ยดดด!
รถกระบะสีดำออกตัวเร็วและแรงจนล้อบดพื้นเสียงดังสนั่น ถึงแม้ข้าวขวัญจะสวมเข็มขัดนิรภัยแล้ว เธอก็ยังอดกลัวไม่ได้
"คุณข้าวก้มลง เกาะแน่นๆ นะ!"
ทิวไทเป็ห่วงข้าวขวัญที่สุดในตอนนี้ จะมาเซอร์ไพรส์พ่อ แล้วเป็ยังไงหล่ะ! เจอเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า บันเทิงกันแน่แล้วคราวนี้!
ปัง! ปัง! ปัง! นายวิรุณเปิดหน้าต่างด้านหลังแล้วยื่นปากกระบอกปืนออกไปเพื่อยิ่งสกัดตำรวจ ที่เขาเห็นคือนายตำรวจนับสิบวิ่งกรูตามรถเขามาเป็พรวน
เปรมขับรถตามรถของทิวไทที่ขับเปิดทางให้ออกมาติด ๆ ทั้งสองคันอ้อมขึ้นสนามหญ้าเพราะรถตำรวจสามคันจอดปิดถนนในตัวบ้านไว้ทั้งหมด รถคนร้ายเร่งเต็มความเร็วแล้วออกนอกประตูใหญ่ที่เปิดค้างไว้ได้ที่สุด โดยรถที่ทิวไทขับ มีวิรุณเป็คนยิงคุ้มกันตำรวจให้ทิวไท จนถึงทางแยกออกนอกตัวเมือง รถของเสี่ยขจรศักดิ์ที่ขับตามมา จึงหักเลี้ยวไปอีกทางแล้วหายลับไปในความมืดอย่างชำนาญ ทิวไทแอบโล่งใจที่เสี่ยขจรปลอดภัย ทีนี้ก็เหลือแต่เขากับข้าวขวัญนี่แหละ
"มึงขับไปก่อน ไป เดี๋ยวกูบอกทาง"
มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะอีกไม่กี่อึดใจ รถตำรวจก็ขับตามมาเป็หาง
"ยิงสกัดตำรวจด้วย ถ้าอย่างนั้นเราจะไม่รอด"
ทิวไทบอกนายวิรุณ
"ได้ กูจัดให้" นายวิรุณรับคำแล้วปฏิบัติทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง!
นายวิรุณโผล่หน้าออกจากหน้าต่างแล้วยิงรถตำรวจที่ตามมา
"กรี๊ดด!"
ทิวไทกดศีรษะของข้าวขวัญลงไปเพราะตำรวจเองก็ยิงโต้ตอบเช่นกัน
"ไม่ต้องโผล่ขึ้นมานะคุณ"
ข้าวขวัญพยายามทำตัวให้เล็กที่สุด ความกลัวไม่ต้องพูดถึง นี่มันสถานการณ์ในหนังชัดๆ หญิงสาวยังคิดว่าตัวเองฝันไปด้วยซ้ำ หัวสมองของเธอว่างเปล่า ทำได้แค่ทำตามทุกอย่างที่นายทิวบอก
ไฟจราจรข้างหน้ากำลังเปลี่ยนจากเขียวเป็เหลือง และกำลังจะเป็สีแดง ทิวไทเหยียบคันเร่งสุดความยาวของขา เขามั่นใจในรถประจำตัวที่นายของเขาเลือกให้
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ตำรวจพยายามยิงรถของทิวไท เดชะบุญที่โดนแค่ท้ายรถ
ทิวไทฝ่าไฟแดงมาได้อย่างฉิวเฉียด แต่ตำรวจก็ฝ่าไฟแดงมาด้วยเช่นกัน มันไม่เหมือนในหนังที่ตำรวจต้องติดไฟแดงแล้วตามผู้ร้ายไม่ทัน
"มึงขับให้เร็วกว่านี้หน่อย ไอ้ทิว ตำรวจยังตามมาอยู่เลย" นายวิรุณเร่งชายหนุ่ม
"ถ้าเร็วกว่านี้ก็เหาะแล้ว"
ชายหนุ่มเหยียบจนมิด แต่จะไปที่บ้านสวนของเสี่ยขจรศักดิ์ก็ไม่ได้ เขาขอแค่ให้หนีพ้นตำรวจก่อนดีกว่า ส่วนเื่กำจัดไอ้วิรุณหน้าหม้อนั่นค่อยเอาไว้คิดทีหลัง
เอี๊ยดดดด! พรื่ดดดด!
รถกระบะสีดำของคนร้าย เลี้ยวซ้ายเข้าป่าข้างทางไปอย่างรวดเร็วด้วยความชำนาญของคนขับ ทำให้รถตำรวจพุ่งตรงไปข้างหน้าเพราะเลี้ยวไม่ทัน กว่าจะกลับรถมาอีกที รถกระบะสีดำก็ได้หายไปในความมืดเสียแล้ว
"บ้าชิบ!"
ร้อยตำรวจเอกทะนง สุวกานต์ รองสารวัตรประจำกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด อยู่ในรถตำรวจคันที่ไล่ล่าคนของเสี่ยขจรศักดิ์ สบถอย่างเจ็บใจที่คนร้ายหนีไปได้....
ทิวไทขับรถไปตามทางเล็กมืดๆ มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยยังไม่แน่ใจว่ามันจะพาเขาไปโผล่ที่ไหน รู้แต่เพียงว่า เขาน่าจะอยู่แถวๆ ชานเมืองแล้ว และตอนนี้ เขาพ้นจากตำรวจแล้วแน่นอน แผนต่อไปก็คือ เขาจะทำยังไงถึงจะถีบไอ้นายวิรุณลงไปจากรถได้
"นี่เราอยู่ที่ไหนวะเนี่ย? มึงรู้มั้ย ไอ้ทิว"
"ผมไม่แน่ใจ ขอโผล่ถนนใหญ่ก่อนนะ"
"ได้ เดี๋ยวถึงถนนใหญ่กูจะบอกทางให้ไปส่งกูกับหนูข้าวขวัญ เสร็จแล้วมึงจะไปไหนก็ไป"
"ทำไมฉันต้องไปกับเสี่ยด้วย ฉันไม่ไปนะ" ข้าวขวัญรู้ตัวั้แ่นายบุญโผล่มาที่ห้องแล้วว่านายวิรุณคงไม่ปล่อยตัวเองแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะตามติดในตอนหน้าสิ่วหน้าขวานด้วย และตอนนี้ ข้าวขวัญก็หวังพึ่งนายทิวสุดฤทธิ์ และก็ยังมั่นอกมั่นใจว่า ชายหนุ่มจะช่วยพาให้เธอพ้นจากไอ้เสี่ยลามกนี่ไปได้
"หนูข้าวขวัญไม่ต้องพูดนะ ฉันให้ทำอะไรก็ทำตาม แล้วหนูจะปลอดภัยที่สุด"
นายวิรุณขู่ข้าวขวัญด้วยเสียงที่นุ่มนวลแต่กลับทำให้หญิงสาวขนลุกขนพองด้วยความขยะแขยงมากกว่า แล้วยิ่งแววตาที่นายวิรุณส่งมาให้เธอ มันชวนให้คลื่นเหียนอยากอาเจียนมากกว่าสิ่งใด
เอี๊ยดด! ทิวไทจอดรถแล้วดับเครื่อง ชายหนุ่มดึงกุญแจรถออกแล้วเก็บใส่กระเป๋า
"จอดรถทำไมวะ? ไอ้ทิว"
"ผมปวดท้องขี้ไม่ไหวแล้ว กลัวตำรวจจนขี้จะแตกแล้วเนี่ย ผมเข้าป่าแป๊ปเดียวนะ" ทิวไทตอบนายวิรุณพลางคว้าห่อกระดาษทิชชู่ที่อยู่ข้างๆ ตัวไปด้วย
"มาเร็วๆ นะทิว ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว"
ข้าวขวัญรีบบอกทิวไท ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
"แต่อาจจะนานนิดนึงนะครับคุณข้าว แล้วคุณวิรุณก็อย่าเพิ่งปล้ำคุณข้าวหล่ะ ไม่ใช่ว่าเห็นตัวบางๆ อึ๋มๆ แล้วก็ไม่เลือกที่เลือกทางนะ เดี๋ยวเสี่ยเอาผมตาย"
ชายหนุ่มพูดจบก็รีบะโลงจากรถแล้วหายเข้าข้างทางไป ข้าวขวัญเริ่มใจเสียเพราะอยู่กับนายวิรุณสองต่อสอง แล้วก็อยากจะฆ่านายทิวคนสนิทของบิดาที่ถางหญ้าให้งูเลื้อยไว้ด้วยเรียบร้อย เพราะตอนนี้ ข้าวขวัญเชื่อว่าในหัวของนายวิรุณคงมีแต่เื่ชั่วๆ ที่จะทำกับเธออย่างแน่นอนเพราะนายทิวเปิดความคิดลามกไว้ให้แล้ว
"หนูข้าวหายใหรือยังคะ?"
เสียงนุ่มอ่อนโยนของเสี่ยวิรุณ ราวกับเสียงปีศาจจากนรก ข้าวขวัญขนลุกซู่ด้วยความขยะแขยง
"..."
เงียบ.. ไม่มีเสียงตอบจากหญิงสาว
"ผู้ใหญ่พูดด้วยไม่ตอบ เสียมารยาทมากนะหนูข้าว" น้ำเสียงของนายวิรุณเริ่มมีอารมณ์นิดๆ เพราะข้าวขวัญไม่พูดด้วย
ข้าวขวัญยังเงียบ หญิงสาวทั้งเกลียดทั้งกลัวและทั้งขยะแขยง เมื่อไหร่นายทิวจะมาเสียทีนะ
พรึ่บ!
"กรี๊ดดด!"
ร่างเล็กบางของข้าวขวัญถูกกระชากอย่างแรงจากที่นั่งเบาะด้านหน้ามาที่เบาะด้านหลัง ข้าวขวัญไม่ทันตั้งตัวจึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดนายวิรุณ แล้วทุกอย่างก็ชุลมุนไปหมด