บทที่ 21 : แสงแห่งการฟื้นฟูและคำมั่นสัญญาของผู้นำ
หลังจากชัยชนะอันยิ่งใหญ่เหนือนามของอเธอร์ จ้าวแห่งเงามืด และการกอบกู้ดวงแก้วปฐมธาตุได้สำเร็จ แสงสว่างอันบริสุทธิ์ของมันได้แผ่กระจายไปทั่วทุกอณูของโลกเอเธเรียส เงามืดไร้ลักษณ์ที่เคยปกคลุมทั่วผืนป่า ทะเลทราย และมหานครต่างๆ ค่อยๆ จางหายไปราวกับหมอกควันที่ถูกแสงอาทิตย์แผดเผา ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของการทำลายล้างที่กำลังได้รับการฟื้นฟูอย่างช้าๆ
ปราสาทสุริยะอัสนีที่เคยจมดิ่งในความมืดมิด บัดนี้กลับมาเปล่งประกายด้วยแสงสีทองของดวงอาทิตย์ เปลวไฟที่เคยดับมอดกลับมาลุกโชนอีกครั้งอย่างมั่นคง ราชันย์สุริยะ บิดาของอัคคี ก็ฟื้นคืนจากอาการป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ พิษของเงามืดที่เคยกัดกินร่างกายและจิตใจของท่านได้ถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น ออร่าสีแดงอมส้มของท่านกลับมาสว่างไสว และเต็มเปี่ยมด้วยพลังชีวิตอีกครั้ง
"ท่านพ่อ! ท่านฟื้นแล้ว!" อัคคีคำรามด้วยความยินดี เขารีบโผเข้ากอดบิดาด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น ราชันย์สุริยะตบหลังบุตรชายเบาๆ ดวงตาของท่านเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
เมษา เอลิน่า มาเรีย บาลานซ์ ลูคัส และอรีส ต่างก็เฝ้ามองด้วยรอยยิ้ม พวกเขาได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายามที่ยิ่งใหญ่ของตนเอง แสงสว่างที่กลับคืนมาสู่ดวงตาของราชันย์สุริยะคือสัญลักษณ์แห่งความหวังที่ฟื้นคืนชีพ
"ข้าขอขอบใจพวกเ้าทุกคน" ราชันย์สุริยะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึก "พวกเ้าคือผู้ที่กอบกู้โลกนี้ไว้... และช่วยชีวิตข้าไว้"
"นั่นคือหน้าที่ของเราค่ะท่านราชันย์" เมษาตอบด้วยความนอบน้อม
ใน่เวลาหลายสัปดาห์หลังจากนั้น อัคคีได้ใช้เวลาในการฟื้นฟูอาณาจักรอัคคีเทพ ช่วยบิดาจัดการเื่ต่างๆ และเรียนรู้การเป็ผู้นำอย่างแท้จริง เขาไม่ได้เป็ราชันย์เพลิงผู้ใจร้อนและมั่นใจในตัวเองสูงอีกต่อไป แต่กลายเป็ผู้นำที่สุขุม รอบคอบ และเปี่ยมด้วยความเข้าใจ พลังลูกแก้วราศีสิงห์ระดับ 2 ของเขาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคง ออร่าสีแดงเพลิงของเขาบริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
เมษาเองก็กลับไปยังมหานครแห่งสายลม เพื่อช่วยลูน่าและซายรัสฟื้นฟูเมือง และให้ความรู้เกี่ยวกับพลังราศีและการควบคุมออร่าแก่ชาวเมือง เธอใช้ปัญญาของราศีกุมภ์ในการวางรากฐานใหม่ให้กับสังคม และพลังของเธอก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
เมื่อสถานการณ์ในแต่ละอาณาจักรเริ่มเข้าที่เข้าทาง เหล่าผู้พิทักษ์ราศีก็ถึงเวลาที่จะต้องแยกย้ายกันกลับไปยังถิ่นฐานของตนเอง เพื่อฟื้นฟูพลัง ฝึกฝนเพิ่มเติม และดูแลอาณาจักรของตน
เอลิน่า (ราศีพฤษภ) กลับไปยังป่าแห่งมรกต เธอใช้พลังราศีพฤษภระดับ 2 ของเธอในการฟื้นฟูผืนป่าที่ได้รับผลกระทบจากเงามืด และให้ชีวิตใหม่แก่พืชพรรณที่แห้งเหี่ยว เธอใช้เวลาในการฝึกฝนการ 'ดูดซับ' และ 'แปรเปลี่ยน' พลังงานด้านลบให้กลายเป็พลังงานบริสุทธิ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต
มาเรีย (ราศีกรกฎ) กลับไปยังนครแห่งเพลินจันทราที่ยังคงอยู่ในสภาพปรักหักพัง เธอใช้พลังราศีกรกฎของเธอในการฟื้นฟูความทรงจำของเมืองที่สูญหายไป และช่วยฟื้นฟูจิตใจของผู้คนที่บอบช้ำจากเหตุการณ์ร้ายๆ เธอยังคงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเร้นของโลก และเตรียมพร้อมสำหรับคำทำนายที่ยังไม่เกิดขึ้น
บาลานซ์ (ราศีตุลย์) กลับไปยังอาณาจักรแห่งความสมดุล เขาใช้พลังราศีตุลย์ของเขาในการฟื้นฟูความสมดุลที่เคยบิดเบี้ยวในดินแดนของตน และคอยเฝ้าระวังความผิดปกติของพลังงานทั่วโลก เขาเริ่มฝึกฝนการ 'ปรับสมดุล' พลังงานมหาศาลได้อย่างละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น
ลูคัส (ราศีธนู) ยังคงเป็นักเดินทางผู้รักอิสระ เขาไม่ได้กลับไปยังถิ่นฐานใดๆ แต่เขายังคงออกเดินทางไปทั่วโลก เพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับจ้าวแห่งเงามืด (อเธอร์) ว่าเขาเป็อย่างไรบ้างหลังจากถูกปลดปล่อยจากความมืดมิด และยังคงฝึกฝนพลังลูกแก้วราศีธนูของเขาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความเร็วในการโจมตี
ลูน่า (ราศีมีน) ยังคงอยู่ในมหานครแห่งสายลม เธอใช้พลังราศีมีนของเธอในการเยียวยาจิตใจของชาวเมืองที่เคยจมดิ่งในความฝัน และสอนให้พวกเขาเข้าใจถึง 'พลังแห่งความจริง' และ 'ความหวัง' เธอยังคงฝึกฝนการควบคุมความฝันและภาพมายา เพื่อใช้มันในทางที่เป็ประโยชน์
อรีส (ราศีเมษ) ตัดสินใจอยู่ช่วยอัคคีฟื้นฟูอาณาจักรอัคคีเทพ เธอใช้พลังราศีเมษของเธอในการ 'จุดประกาย' ความกล้าหาญและพลังใจให้กับชาวเมืองที่หวาดกลัว และช่วยฝึกฝนกองกำลังป้องกันใหม่ๆ ให้แข็งแกร่งขึ้น อัคคีและอรีสทำงานร่วมกันได้อย่างเข้าขา เธอยังคงฝึกฝนพลังโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงของเธออย่างไม่หยุดยั้ง
ออโรร่า (ราศีกันย์) กลับไปยังป่าศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต เธอใช้ปัญญาและความละเอียดรอบคอบของราศีกันย์ในการฟื้นฟูระบบนิเวศของป่าที่ได้รับผลกระทบจากเงามืด เธอใช้เวลาในการศึกษาตำราโบราณที่เหลืออยู่ และพยายามค้นคว้าวิเคราะห์ 'แก่นแท้' ของพลังราศีและปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
แม้ว่าแต่ละคนจะแยกย้ายกันไป แต่สายใยที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ในฐานะผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาวก็ยังคงแข็งแกร่ง พวกเขาส่งสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเป็ระยะ เพื่อคอยเฝ้าระวังภัยคุกคามใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น
อัคคีและเมษา ยังคงเป็แกนนำของกลุ่ม พวกเขาส่งสารหากันอย่างสม่ำเสมอ และยังคงใช้พลังลูกแก้วราศีระดับ 2 ของตนเองในการฝึกฝนอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับพลังให้สูงขึ้น
อัคคี ทุ่มเทให้กับการฝึกฝนการควบคุม 'เปลวเพลิงแห่งผู้นำ' ของราศีสิงห์ ไม่ใช่แค่เพื่อโจมตี แต่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและปกป้อง เขาใช้เวลาหลายเดือนในการฝึกฝนการ 'รวมพลัง' กับอรีส เพื่อให้เปลวเพลิงของพวกเขาสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ ััได้ถึง 'แก่นแท้' ของพลังราศีสิงห์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
เมษา ทุ่มเทให้กับการฝึกฝนการควบคุม 'กระแสพลังงานที่ซับซ้อน' ของราศีกุมภ์ เธอใช้พลังของเธอเพื่อศึกษาปรากฏการณ์ที่ละเอียดอ่อนที่สุดของโลก และเรียนรู้ที่จะ 'ปรับสมดุล' พลังงานมหาศาลได้อย่างไร้รอยต่อ เธอยังใช้เวลาในการค้นคว้าตำราโบราณเกี่ยวกับดวงแก้วปฐมธาตุ และพลังราศี เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความท้าทายที่ยังไม่รู้ว่าคืออะไร เธอััได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และค่อยๆ ััได้ถึง 'แก่นแท้' ของพลังราศีกุมภ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
ในเวลาประมาณหนึ่งปีให้หลัง หลังจากความสงบสุขได้กลับคืนสู่โลกเอเธเรียสอย่างแท้จริง พลังลูกแก้วราศีของอัคคีและเมษาก็ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น พวกเขาััได้ถึง 'บางสิ่ง' ที่กำลังก่อตัวขึ้นในแก่นกลางของลูกแก้วราศีของตนเอง ซึ่งเป็สัญญาณของการเข้าสู่ ระดับ 3
พวกเขาทราบดีว่าการเดินทางยังไม่สิ้นสุด แม้เงามืดไร้ลักษณ์จะถูกขับไล่ไปแล้ว แต่โลกก็ยังคงเต็มไปด้วยปริศนา และภัยคุกคามที่ยังไม่รู้จัก อาจจะปรากฏตัวขึ้นเมื่อใดก็ได้ พวกเขาจะยังคงฝึกฝนและเตรียมพร้อมเสมอ สำหรับ 'ศัตรูใหม่' ที่อาจจะแข็งแกร่งและท้าทายยิ่งกว่าที่เคยเจอมา