แสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องลอดรอยโหว่ขนาดใหญ่บนกำแพงหอนางโลมบุปผาโปรย ไม่ได้นำมาซึ่งความสดชื่นเหมือนอย่างที่นิยายรักหลายเื่บรรยายไว้ สำหรับ กงจื่อสี่ หรือในชื่อเดิมคือ จงเทียน มันคือสัญญาณเตือนภัยที่น่ารำคาญที่สุด แสงแดดแสบตาพุ่งตรงมายังใบหน้าของเขาที่ซุกอยู่ในหมอนนุ่นที่เหลือรอดเพียงใบเดียวจากเหตุวินาศกรรมเมื่อคืน
"อือ... ใครเปิดม่าน... บอกแล้วไงว่าวันนี้วันเสาร์..."
เขากดหน้าลงกับหมอน พยายามควานหาผ้าห่มที่บัดนี้กลายเป็เพียงเศษผ้าขาดวิลุ่ย ความเงียบสงบที่โหยหาถูกแทนที่ด้วยเสียงลมพัดวืดๆ ผ่านรูโหว่บนผนังที่นักฆ่าสามคนพึ่งจะใช้เป็ทางด่วนออกไปข้างนอกเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กลิ่นฝุ่นไม้และกลิ่นเืจางๆ ลอยมาแตะจมูก ปลุกให้สติที่หลงเหลือจากชีวิตพนักงานออฟฟิศผู้บ้างานเริ่มกลับมาทำงาน
[ติ๊ง! อรุณสวัสดิ์โฮสต์ผู้ทรงเกียรติ... ท่านได้ทำสถิติ 'นอนหลับท่ามกลางซากปรักหักพัง' สำเร็จ] [ระยะเวลาการนอน: 6 ชั่วโมง 12 นาที (คุณภาพการนอน: ย่ำแย่เนื่องจากลมโกรก)] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 60 แต้ม (สะสมแต้มรวม: 1,200 แต้ม)]
กงจื่อสี่ลืมตาขึ้นช้าๆ จ้องมองหน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าที่ลอยอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า 1,200 แต้ม... นั่นคือผลผลิตจากการที่เขาตัดสินใจ 'ไม่สู้' และ 'นอนแผ่' เมื่อคืนนี้ หากเป็ในโลกก่อน การที่เขาทำงานหามรุ่งหามค่ำเป็สัปดาห์ยังไม่ได้โบนัสที่จับต้องได้เท่ากับการนอนเฉยๆ เพียงคืนเดียวในโลกนี้เลย
"ชีวิตก่อนฉันทำบ้าอะไรอยู่นะ..." เขากระซิบพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง ร่างกายนี้เบาหวิวราวกับไม่มีน้ำหนัก ทั้งที่เมื่อคืนโดนแรงกระแทกจากปราณมารไปไม่น้อย
เขาก้าวลงจากเตียงที่เหลือขาเพียงสามข้าง เดินไปที่กระจกทองเหลืองที่ตั้งเอียงกะเท่เล่อยู่มุมห้อง ภาพที่สะท้อนออกมาคือชายหนุ่มอายุราวสิบแปดปี ใบหน้าคมคายตามแบบฉบับทายาทพรรคมาร ผิวพรรณที่ควรจะซีดเผือดจากการเสเพลกลับเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นเพราะกระแสปราณมารเกียจคร้านที่หมุนเวียนอยู่ภายใน ดวงตาเรียวรีที่เคยดูเลื่อนลอย บัดนี้มีความลุ่มลึกที่ยากจะคาดเดาแฝงอยู่
เขากำลังสำรวจ "บ้านใหม่" ของิญญาตัวเองได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่ระเบียงไม้ด้านนอก
ปัง!
ประตูห้องที่สภาพร่อแร่ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกือบจะหลุดจากบานพับ
"คุณชายสี่! เกิดอะไรขึ้นเ้าคะ! ข้าได้ยินเสียง... ว้าย!"
เด็กสาวในชุดสีฟ้าอ่อน หน้าตาสะสวยทว่าตื่นตระหนกวิ่งพรวดเข้ามา นางคือ เสี่ยวเตี๋ย สาวใช้ประจำตัวเพียงคนเดียวที่กงจื่อสี่หอบหิ้วมาจากพรรคมารทมิฬ นางหยุดชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นสภาพห้อง รูโหว่บนผนังขนาดใหญ่พอจะให้รถม้าวิ่งผ่านได้ทำให้กะละมังน้ำในมือของนางร่วงลงพื้นเสียงดังโครม
"คุณชาย... นี่ท่าน... ท่านยังไม่ตายใช่ไหมเ้าคะ?" เสี่ยวเตี๋ยวิ่งเข้ามากุมมือเขา ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ "ข้าบอกแล้วว่าอย่ามาที่นี่! พวกหนี้พนันพวกนั้นมันต้องส่งคนมาพังห้องแน่ๆ หรือว่าเป็คนของหอโคมเขียวฝั่งตรงข้ามที่ท่านไปแย่งตัวนางโลมมาเ้าคะ?"
กงจื่อสี่มองสาวใช้ที่รัวคำถามใส่เขาเหมือนปืนกลพลางถอนหายใจยาว "เสี่ยวเตี๋ย... เ้าเห็นข้าเป็คนแบบไหนกัน? แย่งนางโลม? ติดหนี้พนัน? ข้าออกจะ... เป็คนรักสงบ"
"รักสงบแต่ห้องพังเหมือนโดนถล่มด้วยค่ายกลเนี่ยนะเ้าคะ!" เสี่ยวเตี๋ยเริ่มน้ำตาคลอ นางสำรวจร่างกายเขาอย่างละเอียด "แล้วนั่น... รอยดาบที่ชายเสื้อ! คุณชาย... มีคนลอบสังหารท่านใช่ไหมเ้าคะ? ต้องเป็คนของพรรคแน่ๆ ท่านประมุขาเ็สาหัสพวกคุณชายคนอื่นๆ เลยเริ่มลงมือ..."
คำพูดของสาวใช้ตัวน้อยจี้ถูกจุดที่กงจื่อสี่พยายามจะลืม พรรคมารทมิฬไม่ใช่แค่ชื่อองค์กร แต่มันคือถ้ำเสือที่พี่น้องต่างมารดากระหายเืจ้องจะงับคอกันเอง
กงจื่ออี้ พี่ชายคนโต ผู้กุมอำนาจกองกำลังเงา กงจื่อเอ้อ พี่รอง ผู้ควบคุมคลังเงินและยุทธปัจจัย กงจื่อซาน พี่สามหญิง ผู้โเี้และเป็เ้าแห่งยาพิษ
ส่วนเขา กงจื่อสี่... เ้าของฉายา 'ขยะพันปี' ผู้ที่ไม่มีกองกำลัง ไม่มีเงิน (เพราะเอาไปใช้เล่นหมดแล้ว) และไม่มีวิทยายุทธ์ (ในสายตาคนอื่น)
"กลับพรรคเถอะเ้าค่ะคุณชาย!" เสี่ยวเตี๋ยคุกเข่าลง "หากอยู่ที่นี่ต่อไป พวกมันต้องส่งคนมาอีกแน่ ข้าจะไปขอร้องผู้าุโห้า ท่านเคยเอ็นดูท่านแม่ของคุณชาย ท่านต้องช่วยเราแน่ๆ"
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์บังคับ: โฮสต์กำลังจะถูกดึงเข้าสู่การชิงอำนาจที่แสนเหนื่อยหน่าย] [ภารกิจฉุกเฉิน: จงหาเหตุผลที่ 'ไร้สาระที่สุด' เพื่อปฏิเสธการกลับพรรคและยืดเวลาการทำงานออกไป] [รางวัล: ยาระงับปราณระดับา (ใช้ซ่อนพลังฝีมือจากยอดฝีมือระดับเ้าสำนักได้ 100%)]
กงจื่อสี่ตาเป็ประกายทันทีที่เห็นของรางวัล 'ยาระงับปราณ' นี่แหละคือสิ่งที่เขา้าที่สุดในตอนนี้ ถ้าเขาต้องกลับไปทั้งที่ยังมีรังสีอำมหิตของปราณมารเกียจคร้านแผ่ออกมา พวกพี่ๆ ของเขาคงจะรุมสกรัมเขาทันทีที่ก้าวเข้าประตูพรรค
เขาแสร้งขมวดคิ้ว ทำสีหน้าเคร่งเครียดปนเศร้าสร้อย จนเสี่ยวเตี๋ยใจชื้นว่านายท่านของตนเริ่มจะคิดได้
"เสี่ยวเตี๋ย... เ้าคิดว่าการกลับไปคือทางออกจริงๆ รึ?" เขาเอ่ยด้วยโทนเสียงที่ดูเหมือนปราชญ์ผู้ละวางโลก
"เ้าค่ะ! อย่างน้อยที่นั่นก็มีกำแพงหนาและมีองครักษ์"
"ผิดแล้ว" กงจื่อสี่ส่ายหัวช้าๆ "ข้ากลับไปไม่ได้... เพราะข้ายังชิมเหล้า 'เมามายหมื่นลี้' ของที่นี่ไม่ครบทุกไห และที่สำคัญที่สุด..."
เขาเว้นจังหวะพลางมองไปที่รูโหว่บนผนัง "ลมที่พัดผ่านรอยโหว่นี่มันทำให้ข้าหลับสบายกว่าเตียงแข็งๆ ในพรรคตั้งเยอะ เ้าดูสิ... แสงแดดตอนเช้าส่องถึงหน้าพอดี ไม่ต้องมีคนมาปลุกข้าด้วยซ้ำ"
เสี่ยวเตี๋ยอ้าปากค้าง กะละมังน้ำที่นางพยายามเก็บขึ้นมาเกือบจะร่วงลงพื้นอีกรอบ "คุณชาย... ท่านพูดอะไรออกมาเ้าคะ? ท่านจะเสี่ยงชีวิตอยู่ที่นี่เพียงเพราะ... ลมโกรกกับเหล้าเนี่ยนะเ้าคะ!"
[ระบบ: โฮสต์ได้รับ 'แต้มความผิดหวัง' จากสาวใช้ผู้จงรักภักดี +100 แต้ม] [ภารกิจสำเร็จ! ได้รับยาระงับปราณระดับา]
"กงจื่อสี่... ท่านมัน... ท่านมันเยียวยาไม่ได้แล้วจริงๆ!" เสี่ยวเตี๋ยร้องไห้โฮออกมาด้วยความเหนื่อยใจ นางทั้งโกรธทั้งสงสารนายของตนที่ดูเหมือนจะเสียสติไปแล้วจริงๆ
กงจื่อสี่ยิ้มในใจ เขาไม่ได้เสียสติ เขาแค่้าเวลา และการจะอยู่อย่างสงบได้ เขาต้องมี 'เครื่องมือ' มากกว่านี้
"เลิกพร่ำเพ้อแล้วไปเตรียมรถม้าเถอะเสี่ยวเตี๋ย แต่เราจะไม่กลับพรรค" เขาพูดพลางสะบัดมือเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาดูแผนที่เมืองหลวง
"แล้วจะไปไหนเ้าคะ?" เสี่ยวเตี๋ยถามพลางปาดน้ำตา
"ตลาดมืดท้ายเมือง... ข้าอยากไปหาซื้อ 'ของเล่น' มาประดับห้องใหม่สักหน่อย"
เขาจำพล็อตเื่ในนิยายที่เคยอ่านได้แม่นยำ ใน่เวลาที่พรรคมารกำลังระส่ายระส่ายแบบนี้ ที่ตลาดมืดจะมีทาสคนหนึ่งที่ถูกขายเป็ขยะเพราะเส้นลมปราณฉีกขาด แต่ในอนาคต ทาสคนนั้นจะกลายเป็ 'ขุนพลอสูรคำราม' ยอดนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐี
กงจื่อสี่ไม่ได้อยากเป็เ้าสำนักที่ต้องมานั่งปวดหัวกับเอกสารและแผนการสงบศึก เขาแค่อยากได้ 'โล่ห์มนุษย์' ที่เก่งพอจะมาเฝ้าหน้าห้องเพื่อให้เขานอนหลับได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีแมลงวันชุดดำมาคอยกวนใจ
"รีบไปเถอะ ก่อนที่แดดจะร้อนกว่านี้ ข้าี้เีเดินเบียดคนเยอะๆ"
เขาก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเหล่านางโลมและแเื่ที่พึ่งฟื้นจากอาการแฮงก์โอเวอร์ ร่างที่เดินหาวไปพลางเกาหลังไปพลางของกงจื่อสี่ดูไม่เหมือนทายาทพรรคมารผู้เกรียงไกรแม้แต่น้อย
แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เขา้า... ยิ่งโลกลืมเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น
ทว่า ความวุ่นวายไม่ได้จบง่ายเพียงนั้น เมื่อรถม้าของเขาเคลื่อนตัวออกไปสู่ตลาดมืด เงาร่างหนึ่งที่แฝงตัวอยู่บนยอดหลังคาหอโคมเขียวฝั่งตรงข้ามก็ขยับตัว
"รายงานคุณชายใหญ่... คุณชายสี่ยังไม่ตาย และเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ตลาดมืด ดูเหมือนว่าแผนสังหารเมื่อคืนจะล้มเหลวเพราะ 'ความโชคดี' ของเขาอีกแล้วครับ"
เสียงนั้นเย็นเยียบและเต็มไปด้วยจิตสังหาร... พรรคมารทมิฬกำลังจะปั่นป่วน และความสงบที่กงจื่อสี่โหยหาดูเหมือนจะยังอยู่อีกไกลแสนไกล
Wisan-Mars