ณ ลานประลองแห่งหนึ่ง ที่ชั้นสามครึ่งใกล้บันได ระหว่างทางขึ้นจากชั้นสามไปยังชั้นสี่ ลานประลองนี้มีขนาดไม่กว้างมากนัก เพราะที่นี่เป็เพียงลานประลองย่อยที่ไว้ใช้วัดฝีมือและการประลองเล็กน้อยของเหล่าศิษย์เท่านั้น ซึ่งมีหลายแห่งรอบูเาส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้กับบันไดทางขึ้นและอยู่ระหว่างกลางของพื้นที่ระหว่างชั้น เพื่อแยกระหว่างลานประลองและที่พักที่เรียนอย่างชัดเจน แตกต่างจากลานประลองใหญ่ที่มีเพียงสองแห่งเท่านั้นในนววิทยานี้จะอยู่ตรงชั้นที่หนึ่งทั้งสองฝั่งของูเาจะเปิดใช้เพียงแค่การประลองใหญ่ๆ เท่านั้น รอบๆ ลานประลองย่อย กางไว้ด้วยอาคมป้องกันเพื่อให้ศิษย์ที่ประลองอยู่ภายในใช้อาคมได้เต็มที่และไม่เล็ดลอดออกมาภายนอก
ไทก้าและนาราต่างยืนอยู่บนลานประลองคนละทิศทางในขณะนี้ ส่วนปรมาจารย์แพทย์นั่งอยู่ด้านนอก และคนอื่นๆ อีกมากมายที่เข้ามาดูการประลองนี้ต่างยืนบ้างนั่งบ้าง รายล้อมพื้นที่รอบๆ
"นั่นท่านปรมาจารย์แพทย์"
"จริงด้วย"
"ใกล้จะเริ่มแล้วดีที่ข้ามาทัน"
"เ้านั่นเป็ใครกัน ถึงได้กล้าประลองกับวิชชุ นารา"
"ข้าว่า ข้าคุ้นหน้าเขาอยู่นะ"
เสียงพูดคุยกันรอบๆ ต่างๆนาๆ ของคนที่เข้ามาดูการประลอง
"จริงๆ ด้วยเป็ไปตามที่ข้าคิดไว้ เป็ไทก้าจริงๆ" อัลวาพูดขึ้นด้วยความเหนื่อยเล็กน้อยที่เร่งรีบมายังที่นี่ เมื่ออัลวาได้ข่าวว่าศิษย์ที่เข้าหอแพทย์คนใหม่จะประลองกับวิชชุ นารา ก็สังหรณ์ใจขึ้นมาทันที จึงได้รีบมายังลานประลองเพื่อตรวจดู
"ไทก้างั้นหรือ"
คนที่อยู่รอบๆ เมื่อได้ยินที่อัลวากล่าวก็นึกออกได้ทันที
"ที่แท้เขาคือไทก้านี่เอง มิน่าข้าถึงได้คุ้นตาเขา"
"ไทก้า? ใครหรือ?"
"โฟล์ก ไทก้า ที่ผ่านการทดสอบศิษย์ชั้นกลางและได้อันดับหนึ่งนั่นไง"
"ห๊ะ จริงหรือ แต่เขาเป็เพียงศิษย์ชั้นกลางเท่านั้นจะสู้กับ วิชชุ นารา ที่เป็ศิษย์ฝ่ายในได้ยังไงกัน"
"เื่นั้นข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าฝีมือของเขาจะเก่งสักแค่ไหน"
เสียงพูดคุยต่างๆนาเริ่มดังขึ้น รอบข้างต่างให้ความสนใจมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อรู้ว่าการประลองนี้เป็ใครต่อสู้กับใครก็ยิ่ง น่าสนุกเข้าไปอีก!
อัลวาเดินมาใกล้กับที่นั่งของปรมาจารย์แพทย์ก่อนจะทำความเคารพ
"สวัสดีขอรับท่านปรมาจารย์แพทย์ ข้าขอถามได้รึไม่ขอรับศิษย์น้องไทก้าก่อเื่อันใดหรือขอรับ ถึงได้ทำการประลองกับนาง"
"อืม..ที่แท้เขาคือโฟล์ก ไทก้า งั้นหรือ เ้ารู้จักเขางั้นหรือ"ปรมาจารย์แพทย์หันมาทางอัลวาก่อนจะถามขึ้นมา
"ขอรับ ข้าเป็คนพาเขาเข้าทดสอบที่หอแพทย์เองขอรับ"อัลวาตอบกลับทั้งยังทำท่าทางเคารพ
"เป็เพียงเื่เข้าใจผิดเท่านั้น เ้าคอยดูไปเถอะ"ปรมาจารย์แพทย์กล่าวตอบก่อนจะหันมองไปยังลานประลองด้วยความสนใจ
"ขอรับ"อัลวาตอบกลับจากนั้นจึงเดินไปยืนยังด้านข้าง
ขณะนั้นเองได้มีอาจารย์ที่ดูแลลานประลองท่านหนึ่งเดินขึ้นมายัง้าลานประลองก่อนจะประกาศออกไป
"หากตัดสินสิ่งเดิมพันได้แล้ว ข้าจะอธิบายกฏการประลองให้ ผู้ที่หมดสภาพที่จะต่อสู้,ตกจากลานประลอง,หรือกล่าวยอมแพ้ก่อนคือผู้แพ้ ห้ามใช้อาวุธ ใช้ได้เพียงอาคมเท่านั้น ห้ามต่อสู้กันจนถึงขั้นเสียชีวิตหรืออวัยวะส่วนสำคัญขาดไป ผู้ใดฝ่าฝืนจะถูกลงโทษสถานหนัก เมื่อรับทราบแล้ว เริ่มการประลองได้"
กล่าวจบอาจารย์ผู้ดูแลก็ะโถอยหลังลงจากลานประลองไป
"หึ เ้ารนหาที่เองนะ"นารากล่าวขึ้นก่อนจะตั้งท่าเตรียมต่อสู้และใช้มือประสานร่ายคาถาออกมาโจมตีไปยังไทก้าอย่างรวดเร็ว
"อาคมแห่งสายฟ้า นกสายฟ้า"
เปี๊ยะ!
สายฟ้าก่อตัวเป็นกพุ่งตรงไปยังไทก้าอย่างรวดเร็ว
ไทก้าเพียงยืนอยู่กับที่ก่อนจะร่ายอาคมออกมา
"อาคมแห่งดิน กำแพงพสุธา"
ครืนนนน !
นกสายฟ้าเข้าปะทะกับกำแพงดินทันที
เปี้ยง!
"อาคมสายฟ้า ลูกธนูสายฟ้า"
เปี๊ยะ!
ปรากฏออกเป็ลูกธนูสีม่วงทั้งยังมีสายฟ้ากระจายออกมาดูทรงพลังอย่างมาก
ฟ้าววว!
ลูกธนูสายฟ้าพุ่งไปหาไทก้าอย่างรวดเร็ว
"กำแพงดินสองชั้น"
ตู้ม!
"ลูกบอลสายฟ้า ต่อเนื่อง"
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
พลังอาคมสายฟ้ายังคงเข้าปะทะกับกำแพงดินทุกครั้งที่นาราใช้อาคมออกไป
นารายังคงโจมตีด้วยสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังเคลื่อนไหวหาช่องโจมตีไปมาอย่างรวดเร็ว
เปี๊ยะ ตู้ม เปรี้ยง!
ส่วนไทก้านั้นยังคงยืนอยู่ที่เดิมและใช้กำแพงดินในการรับมือต่อเนื่องเท่านั้น
"หนอย ดูถูกข้างั้นเหรอ"นาราที่โจมตีต่อเนื่องแต่ยังไม่โดนไทก้าสักเม็ดก็เริ่มรู้สึกโมโหที่ไทก้าไม่ยอมโต้กลับ เอาแต่ป้องกันอย่างเดียว จนเหมือนกับว่าดูถูกตัวเองไป
"ถ้างั้นเจอนี่หน่อยเป็ไง"
ฟุ่บ!
นาราเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเข้าไปหาไทก้า เพื่อเปลี่ยนไปใช้การต่อสู้ระยะประชิดแทน หากััตัวไทก้าได้ก็สามารถใช้สายฟ้าจัดการไทก้าได้ เพราะที่ผ่านมามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทนการโจมตีของสายฟ้าระยะประชิดแล้วไม่สลบได้
เมื่อเห็นนาราเข้ามาใกล้ขึ้น ไทก้ากลับยิ้มเบาๆ ก่อนจะตั้งท่ารับการโจมตีด้วยการยืนตัวตรงและยื่นมือออกไปข้างหนึ่งตรง่เอวเท่านั้น ตอนนี้ไทก้ากำลังทำท่าทางเรียนแบบเอเทนและรู้สึกว่าหากอ่านทางคู่ต่อสู้ได้ การรับมือมันก็ง่ายน่าดู
ฟุ่บ!
เปี๊ยะ!
นารารวมสายฟ้าเข้าไว้ที่มือจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า คาดว่ามีพลังโจมตีราวๆ หนึ่งหมื่นโวลต์ พุ่งไปยังไทก้า
ไทก้าเมื่อเห็นดังนั้นกลับไม่ได้หลบแต่อย่างใดและใช้มือจับไปที่ข้อมือของนาราที่เต็มไปด้วยสายฟ้าให้หยุดลงก่อนจะถึงตัวทันที
ฟุบ!
หมับ!
เปี๊ยะ!
สายฟ้าโจมตีออกด้วยความรุนแรง ทั้งนารายังเพิ่มพลังธาตุสายฟ้าให้แรงขึ้นไปอีก โดยหวังว่าจะทำให้ไทก้าสลบในการโจมตีเดียว ในโอกาสนี้
เปรี้ยง!
นาราดึงมือออกและถอยหลังออกมา เห็นเพียงไทก้ายืนนิ่งไม่เคลื่อนไหวใดๆ
"หึ เ้าประมาทเกินไปสุดท้ายก็ถูกข้าจัดการโดยง่ายดาย"นารากล่าวพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา
"หือ? เ้าจัดการใครงั้นหรือ น้องสาว"แต่ก่อนที่นาราจะดีใจไปมากกว่านี้ไทก้าก็กล่าวออกมาด้วยท่าทีสบายๆ
"เป็ไปได้ยังไงกัน ก็เ้าโดนข้าโจมตีไปเต็มแรงแล้วนี่"นารากล่าวออกมาด้วยความใ
"เช่นนั้นเ้าจะลองอีกครั้งรึไม่ล่ะ น้องสาวนารา"ไทก้ายิ้มน้อยๆยังคงยืนนิ่งและตั้งท่าเดิมและกวักมือช้าๆ เป็การท้าทายอีก
นาราขมวดคิ้วแน่นขึ้นก่อนจะทำการโจมตีอีกครั้ง
"ได้ แล้วอย่ามาเสียใจกับท่าทีของเ้าก็แล้วกัน"
นาราพุ่งไปด้านหน้าอีกครั้งพร้อมกับธาตุสายฟ้าเต็มพลังไว้ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างก่อนจะฟันข้างหนึ่งไปด้านหน้า
ฟุบ!
ในขณะที่ไทก้ากำลังจะจับมือนาราเอาไว้นั้น นางก็ดึงกลับทันทีก่อนจะเปลี่ยนเท่าหมุนตัวไปด้านข้างไทก้าอย่างรวดเร็ว และเตะไปที่คอของไทก้า
เปรี้ยง!
ไทก้าใช้แขนกันเอาไว้ได้ และไม่ได้โต้กลับใดๆ
นาราใช้จังหวะนี้ชกมืออีกข้างที่อัดพลังสายฟ้าไว้เต็มพลังก่อนจะชกไปที่กลางอกของไทก้าอย่างรวดเร็ว
ปั้ง!
แต่ไทก้าก็ใช้มืออีกข้างรับไว้ได้ทั้งยังจับหมัดของนาราไว้ที่ด้านหน้าก่อนจะถึงกลางอก
นาราไม่รอช้าปล่อยพลังสายฟ้าออกไปเต็มแรงทันที
เปี๊ยะ!
บึ้ม!
ไทก้าไม่ได้ขยับไปที่ใดอีกเช่นเคยเพียงยืนอยู่กับที่และจับหมัดของนาราไว้ที่เดิมเท่านั้น
"...."
รอบด้านที่มองอยู่ต่างเงียบลงและยังตกตะลึงในสิ่งที่เห็นเป็อย่างมาก คนที่มองอยู่คิดว่าในครั้งแรกไทก้าอาจจะทนได้ แต่ครั้งที่สองนี้ดูเหมือนสายฟ้าจะรุนแรงกว่าเดิมตั้งหลายเท่าแต่ไทก้าก็ยังรับไว้ได้อีกครั้ง ทั้งดูเหมือนไม่ได้รับาเ็ใดๆ และยังยืนอยู่ที่เดิมอีกด้วย
ฟุบ!
นารารีบดึงมือกลับและถอยหลังออกมาอย่างรวดเร็ว
"เป็ไปได้ยังไงกัน?"แม้แต่ตัวนาราเองยังสงสัย แต่ว่านางก็ยังไม่ยอมหยุดลงพร้อมกลับร่ายอาคมสายฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง โจมตีไปยังไทก้า
"อาคมสายฟ้าต่อเนื่อง"
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
และทุกครั้งที่นาราใช้สายฟ้า ไทก้าก็ส่งกำแพงดินขึ้นมากันไว้ทุกครั้ง จนกระทั่งนาราหยุดมือลงก่อนจะพูดออกมาด้วยความโมโห
"นี่ เ้าคนบ้า เ้าใช้อาคมเป็แค่อย่างเดียวหรือไง ทำไมไม่ยอมโต้กลับ หรือเ้าเห็นว่าข้าเป็ผู้หญิงกัน"
รอบข้างเมื่อได้ยินที่นารากล่าวขึ้นก็เกิดสงสัยขึ้นมา หรือว่าจะใช้ได้แค่อาคมเดียวจริงๆ ซึ่งนี่เป็ครั้งแรกที่ทุกคนได้เห็นไทก้าต่อสู้และใช้อาคมออกมา มีเพียงไม่กี่คนในนี้ที่รู้ว่าไทก้าใช้ได้สองธาตุ และคนเดียวที่รู้ว่าไทก้าใช้ได้สามธาตุคืออัลวาเท่านั้น
ไกลออกไปมีผู้เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่บนท้องฟ้าอย่างเงียบๆ ในตอนแรกฤาษีเตโชนั้นรู้สึกโมโหเล็กน้อยที่มีคนมาประลองกับหลานสาวของตน แต่เมื่อมาถึงและเห็นว่าเป็ไทก้า ทั้งยังไม่ได้ลงมือโจมตีรุนแรงอีก ฤาษีเตโชจึงได้หยุดดูอยู่กลางอากาศเท่านั้น
"โฮ่ๆ ที่แท้เป็เ้าหนุ่นนี้นี่เอง อืม ดูเหมือนว่าหลานสาวข้าจะอารมณ์ร้อนล่ะสินะ โฮ่ๆ"
แม้ว่าจะพบกันเพียงแค่ครั้งเดียวแต่ฤาษีเตโชก็พอจะดูออกได้บ้างว่าไทก้าเป็คนใจเย็นและไม่ได้มีความทะเยอทะยานใดๆ แม้จะให้เป็ศิษย์ฝ่ายในไทก้ายังขอเป็ศิษย์ชั้นนอก นับว่าเป็คนที่ประหลาดไม่ใช่น้อย ส่วนหลานสาวของตนนั้นฤาษีเตโชย่อมรู้จักนิสัยใจคอดีกว่าใคร ทั้งเป็คนที่ใจร้อนและเอาแต่ใจ จึงไม่แปลกที่จะต้องมาประลองกับไทก้า แต่ยังไงฤาษีเตโชก็ต้องดูการประลองไปก่อนหากเกิดเหตุไม่คาดคิดจะได้ยับยั้งไว้ได้ทัน
ด้านหลังของฤาษี ผู้าุโที่ดูแลหอตำรากลับลอยเฝ้ามองอยู่เงียบๆ เช่นกัน ในตอนแรกผู้าุโดูแลหอตำราคิดว่าจะได้ดูอะไรดีๆ ซะหน่อย แต่เมื่อฤาษีเตโชเหาะมาถึงตรงนี้ก็หยุดลงและเอาแต่เฝ้าดูเงียบๆ ซึ่งเขาเองก็สงสัยในจุดนี้เช่นกันแต่ไม่กล้าถามสิ่งใดออกไป
ตัดมาที่การประลองต่อ
เมื่อนาราเห็นว่าไทก้าไม่ตอบอะไรเอาแต่รอให้นาราโจมตีออกไปแล้วจึงป้องกันด้วยอาคมดินอย่างเดียว ก็กล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
"นี่เ้าคิดจะดูถูกข้างั้นเหรอ"
หลังจากได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดต่างๆ มากมาย ไทก้าจึงกล่าวขึ้น
"ดูถูกงั้นเหรอ? หึๆ เป็เ้าเองต่างหากล่ะมั้ง ในตอนที่เจอกันที่หอตำรา เ้าไม่แม้แต่จะพูดดีๆด้วยซ้ำทั้งยังไม่ขอโทษกับการที่เ้าโจมตีข้า มาในตอนนี้กลับบอกว่าข้าดูถูกเ้า คนแบบเ้าข้าเห็นมานักต่อนักแล้ว คิดว่าตัวเองสูงส่งจนเห็นคนรอบด้านเป็เพียงมด เ้าคงถูกเลี้ยงมาดีจนเกินไปสินะถึงได้เป็แบบนี้ไป"
"นี่เ้ากล้าว่าข้างั้นเหรอ"นารากล่าวขึ้นด้วยความโมโห ั้แ่เล็กจนโตไม่เคยมีใครกล่าวกับนางเช่นนี้ แม้แต่คนในตระกูลของนางเอง
"ไม่ว่าเ้า แล้วจะให้ข้าว่าใคร? นิสัยแบบเ้าควรได้รับการอบรมซะบ้าง"ไทก้ายังคงพูดขึ้นทั้งยังจ้องมองไปที่นารา
"เ้า...."ในตอนนี้นาราเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ แม้ว่ามันจะจริงแต่ก็ยากเกินจะรับได้สำหรับนาราในตอนนี้
แต่ก่อนที่นาราจะพูดอะไรขึ้นมา ไทก้าก็กล่าวต่อ "หากตอนนั้น เ้าเพียงแค่พูดกับข้าดีๆ หรือไม่ก็ขอโทษข้าสั้นๆ ข้าก็สามารถยกตำราเล่มนี้ให้เ้าได้ทันที"
"หึ คนอย่างข้าไม่มีทางขอโทษใครทั้งนั้น"นารากล่าวขึ้น
"ถ้าเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน"ไทก้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอีกครั้ง
"ได้ ข้าจะดูซิว่าเ้าจะเก่งสักแค่ไหน ทำได้แค่ป้องกันจากข้าเท่านั้น ยังจะปากดีอีก ถ้าแน่จริงก็มาสู้กับข้าซึ่งๆหน้าสิ"นารากำหมัดแน่นทั้งยังชี้ไปที่ไทก้า
"เฮ้อ ในตอนแรกข้าก็คิดว่าเ้าจะน่ากลัวกว่านี้ซะอีก แต่หากเ้า้าให้ข้าลงมือล่ะก็ ได้ แล้วเ้าอย่ามาโทษข้าทีหลังก็แล้วกัน"กล่าวจบทั้งสองคนก็ตั้งท่าสู้อีกครั้ง
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไปไทก้าได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้จริง ซึ่งจะเป็ท่าที่ไทก้าเตรียมร่ายอาคม!