เช้าวันทำงานที่สุดแสนจะธรรมดาได้เริ่มขึ้นช่อมาลีเดินลงจากรถเบนส์สุดหรูห้าประตู ซึ่งเป็รถเก่าแก่ของครอบครัวที่หล่อนใช้นั่งมาทำงานและกลับบ้านทุกเช้าเย็นหญิงสาวเดินเยื้อย่างเข้าสู่รีสอร์ทหิรัญญิการ์ อาณาจักรกว่าห้าร้อยไร่ตรงหน้า ที่ซึ่งเธอทำงานให้กับบริษัทนี้ในฐานะรองประธานบริษัทมาแล้วเกือบสามปีช่อมาลีถือกระเป๋าแชแนลสีขาวของตนเองควบคู่กับไอแพดสีขาวหวานที่ติดสติ๊กเกอร์แนวศิลปะอิมเพสชั่นนิสประดับประดาอยู่ด้านหลังตามสไตล์คนหัวศิลป์หล่อนก้าวขาเดินฉึบฉับตรงไปห้องทำงานของตนเอง
“คุณช่อคะวันนี้เที่ยงครึ่งมีนัดกับทางบริษัทรถเช่า ออเรียน คาร์ เร้นท์ นะคะ” เลขาสาวที่อายุมากว่าหลายปีแต่ใบหน้ายังเด็กจิ้มลิ้มเอ่ยขึ้นขณะที่คนกำลังเดินก้มหน้างุดเตรียมเข้าห้องทำงานก่อนเวลากำหนดถึงสองชั่วโมงแทบไม่เคยมองทางต้องหยุดกึก
“อ่าวทางนั้นเขาเลื่อนหรือคะ อันที่จริงต้องเป็วันพรุ่งนี้นี่นา แล้ววันนี้ทำไมคุณโสมาทำงานเร็วจังคะ”ช่อมาลีในชุดสูททำงานสีขาวด้านในชุดแซกสีดำยาวจรดข้อเท้าทักทายเมื่อเห็นโสรยายืนรอเธอั้แ่เช้าตรู่
“โสเตรียมเอกสารการประชุมของวันนี้ให้คุณช่อค่ะพอดีว่าทางนั้นเขาเปลี่ยนเวลากะทันหัน เห็นบอกว่าคนที่จะเข้าประชุมเป็ประธานบริษัทมาด้วยตัวเองเลย” โสรยายิ้มหวานเป็คำตอบหญิงสาวในวัยเกือบสามสิบปีเป็พนักงานที่เรียกว่าดีเด่นที่สุดเท่าที่มาลีจะหาได้เธอทำงานดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เพียงเข้ามาทำงานได้แค่สองสัปดาห์ก็เรียนรู้งานทั้งโรงแรมได้รวดเร็วแถมยังหัวไวแก้ไขปัญหาได้อย่างละเอียดรอบคอบ โสรยามีทักษะทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศสและทุกภาษาสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเ้าของภาษามาเอง ช่อมาลีดีใจที่มีเพื่อนคู่คิดดีๆ อย่างโสรยามาร่วมงานด้วย
“จริงเหรอคะถ้าอย่างนั้นคุณโสเตรียมห้องประชุมฮาวายฝั่งปีกซ้ายให้ช่อด้วยนะคะส่วนเอกสารที่เตรียมไว้ช่อจะรีบอ่านให้เสร็จก่อนเก้าโมง อ้อ แล้วให้ป้าแจ่มทำออมเล็ตให้หน่อยนะคะช่อยังไม่ได้ทานอะไรั้แ่เช้าแล้ว” คนหิวลูบท้องตัวเองที่ร้องเสียงดังโครกคราก
“ได้ค่ะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย” ช่อมาลียิ้มขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานของตนเอง
ภายในห้องทำงานสไตล์สแกนดิเนเวียนแบบคลาสสิกเธอชอบคลุกตัวที่นี่ทั้งวันทั้งคืนไม่เคยเบื่อ หญิงสาวเดินไปกดเปิดแมคบุ๊คของตนเองและถอดเสื้อคลุมออกเผยให้เห็นชุดแซกแขนกุดคอปาด อวดไหล่บางสวยภายในห้องทำงานของตนเอง แม้จะเป็่เวลางานช่อมาลีจะชอบแอบไปนั่งทำสมาธิอ่านหนังสือแฮรี่พอตเตอร์ที่อ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกตรงริมหน้าต่างเพราะ่นี้เธอมักจะเกิดอาการปวดหัวไมเกรนอยู่บ่อยครั้งเลยทำให้เสียการเสียงานเป็่ ๆแต่โชคดีที่ไม่เคยเกิดอาการเวลาที่อยู่กับผู้คนเพราะเธอจัดการอารมณ์ได้ดีบางครั้งก็จะไปหลบอยู่ห้องทำงานของบิดาเพราะเหงา ไม่อยากนั่งทำงานอยู่คนเดียว บิดาบอกเธอว่าชื่อหนูลีเรียกยากเวลาจะเรียกทีลิ้นพันกัน บางทีก็ออกเสียงแปล่งๆ เป็นูลี หรือหนูดีพ่อเลยบอกให้เธอเปลี่ยนชื่อเป็ช่อมาลี จะได้เรียกลูกสาวว่าช่อง่ายๆ หน่อย อีกอย่างพ่ออยากให้ชื่อของเธอแปลว่าดอกไม้เมื่อมาประดับเป็ช่อแล้วจะได้ไม่มีใครมาเด็ดดมได้ง่ายเพราะอยู่ในช่อที่มีค่ามีราคา หญิงสาวนั่งลงตรวจเช็คอีเมล์ที่เข้าทุกเช้าเพื่อตรวจคิวเอของลูกน้องซึ่งคุณโสส่งให้ก่อนเจ็ดโมงก่อนจะก้มลงไปควานหามือถือในกระเป๋า และไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง
กล่องไม้สีน้ำตาลที่ด้านในเป็มีดพกซึ่งเธอเป็คนออกแบบด้วยตนเองเอง ช่อมาลีหยิบกล่องนั้นเปิดออก มีดพกนอนอยู่ด้านในไม่มีแม้แต่สนิมคมกริบราวกับไม่เคยได้ถูกใช้งานที่ไม่เคยถูกใช้งานเพราะเธอไม่เคยใช้มันเลยสักครั้งั้แ่ย้ายมาอยู่ที่โคราชแต่หากเป็ก่อนหน้าที่เธอจะได้มีดเล่มนี้มาเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันมีดเล่มนี้ถือเป็สมบัติล้ำค่าที่เธอไม่เคยได้คืนให้เ้าของ
พี่หมื่นจะคิดถึงเธอบ้างไหม
ร่างกายหนาวเหน็บทุกครั้งที่นึกถึงเมื่อย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเช้าในวันนั้น มาลีเตรียมเก็บข้าวของทุกอย่างที่คิดว่าพอจะนำติดตัวไปได้พร้อมกับมีดพบที่มีไว้ติดตัวน้าเมย์เคาะเรียกเธอั้แ่ค่ำจนถึงเช้าเธอก็ไม่เปิดแต่ถ้าหากรอให้ถึงเย็นเธอก็คงไม่ไหว เพราะกว่าจะถึงเวลานัดก็อีกหลายชั่วโมงอันที่จริงเธอตั้งใจจะโทรหาหมื่นทิศในตอนนั้นเพื่อให้รีบไปเพราะเธอเองก็รอไม่ไหวแล้วก่อนที่น้าเมย์จะเรียกเธออีกครั้งด้วยคำพูดที่ทำเอาเธอชาวาบไปทั้งตัว
“อีนังมาลีถ้าเอ็งไม่โผล่หัวออกมา เอ็งจะไม่ได้เจอพ่ออีกเป็ครั้งที่สอง จะออกหรือไม่ออก”น้าสาวะโเสียงแหบแห้ง เพราะะโเรียกตั้งหลายครั้งแล้วมาลีก็ยังไม่เปิด
พ่อหรือ...
คำนั้นทำให้มือที่กำลังหยิบเสื้อเข้ากระเป๋าเป็ประวิงหยุดชะงัก
แม่เคยบอกเธอว่า เธอมีพ่อ
เมื่อตอนยังเด็กมากแม่เคยเล่าให้เธอฟังว่าพ่อเป็รวย อุปนิสัยใจดี อายุอานามแก่กว่าท่านมากเกือบสิบห้าปีเพราะอายุที่มากแล้ว บวกกับสถานะทางการเงินของที่บ้านพ่อค่อนข้างสั่นคลอนพ่อกับแม่ที่รักกันมาั้แ่แม่ยังอยู่มหาลัยฯ ก็เริ่มมีปัญหากันั้แ่ตอนนั้นหลังจากนั้นแม่จะรู้ว่าตนพลาดท้องกับพ่อเป็่เดียวกันกับที่ท่านได้ยินว่าพ่อกำลังจะถูกจับแต่งงานกับคนที่ผู้ใหญ่เลือกไว้ เพราะรู้ว่าถึงอย่างไรฝ่ายครอบครัวพ่อก็ไม่มีทางยอมรับเธอเป็ลูกสะใภ้ครอบครัวฝ่ายพ่อตั้งแง่รังเกียจแม่ั้แ่พ่อพาท่านเข้าไปเหยียบในบ้านเป็ครั้งแรกอีกทั้งแม่เธอในเวลานั้นก็ยังเรียนไม่จบ แถมยังท้องั้แ่อายุยี่สิบแม่จึงเลือกที่จะไม่บอกพ่อและหนีไปใช้ชีวิตที่อื่นแทน แม่ของมาลีมีเงินจากมรดกคุณตาคุณยายอยู่พอสมควรแม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย นำเงินที่เหลืออยู่ที่เป็ทุนการศึกษาจากมรดกคุณตาคุณยายที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปั้แ่ก่อนเข้ามหาวิทยาลัยนำมาเปิดร้านขายเบเกอรี่และเลี้ยงเธอจนเติบใหญ่ แม่เล่าเื่เหล่านี้ให้เธอฟังเพียงครั้งเดียวเท่านั้นและขอไม่ให้เธอพูดถึงพ่ออีกขอร้องไม่ว่าจะเดือนร้อนข้นแค้นแค่ไหน แม่ขอให้เธอเลือกที่จะไม่ตามหาพ่อ เพราะไม่ว่าอย่างไรที่นั่นก็ไม่มีทางต้อนรับเธอกับแม่อยู่ดี
แต่วันนี้พ่อของเธอมาหา
มาลีไม่แน่ใจว่าที่น้าเมย์พูดนั้นจริงไหมถึงน้าเมย์จะไม่ชอบขี้หน้าเธอและชอบหยิกทำร้ายเธออยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่ใช่คนขี้โกหก และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องโกหกเธอมาลีเลื่อนโต๊ะออกมาจากหน้าประตู แอบเปิดแง้มเล็กน้อยเพื่อส่องดูว่ามีใครอยุ่ข้างนอกหรือไม่สิ่งที่เห็นอยุ่เบื้องหน้าทำให้มาลีแน่ใจว่าน้าเมย์ไม่ได้โกหก
“พ่อ...”เธอเคยเห็นรูปพ่อ แม้ว่าตอนนี้ท่านจะดูแก่ไปมาก แต่เธอจำได้ไม่ผิดแน่นอน
“อีนังรีฉันจะไม่เรียกแกแล้วนะ” น้าเมย์ะโขึ้น แม้จะยืนอยู่ข้างพ่อเธอแต่ก็ไม่มีความเกรงใจอะไรทั้งสิ้น
มาลีวางของไว้ด้านในยอมเดินกึ่งย่องออกมาข้างนอกแต่โดยดี ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอเดินออกมาเพื่อเห็นใบหน้าของผู้เป็บิดาชัดๆข้างกายคุณอเนกมีคนมาด้วยอีกสองคนเป็ผู้ชายร่างสูงทั้งคู่ ท่าทางไม่น่าจะใช่เพื่อนและมาลีคาดว่าน่าจะเป็ผู้ติดตามเสียมากกว่า โดยสายตามาลีก็เหลือบไปเห็นนายอธิปที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลสีหน้าโกรธเคืองที่เธอเอาแกกันฟาดหัว จนได้เื ต้องพันแผลและเย็บไปหลายเข็ม
“มาลีนี่ลูกหรือ” อเนกมองใบหน้าลูกสาวที่ผลัดพรากอย่างปลาบปลื้มใจ ก่อนจะสังเกตุเห็นว่ามุมปากทั้งสองข้างนั้นฟกช้ำและใบหน้ามีรอยขีดข่วน
“หน้าลูกไปโดนอะไรมา”คนถามสีหน้าเป็กังวล มาลีเป็เด็กสาววัยแรกแย้มที่น่ารักมากเหลือเกิน ไม่ต่างจากแม่ของหล่อนใบหน้าหวานจมูกโด่งรั้นดวงตากลมสวย ผิวขาวอมชมพูที่แค่มีรอยขีดนิดหน่อยก็สามารถเห็นได้อย่างเด่นชัด
“เมื่อวานมันก็กลับมาสภาพแบบนี้แหล่ะเห็นเพื่อนมันบอกว่าโดนตบมาเพราะเื่แย่งผู้ชาย” น้าเมย์กอดอกพูดอย่างใส่ความ มาลีหันไปมองหน้าอย่างไม่พอใจเื่แย่ผู้ชายที่ไหนกัน ผัวน้านั่นแหล่ะ
“เอาเถอะมานี่เถอะ มานั่งใกล้ๆ พ่อ”
อเนกตบโซฟาข้างกายสีหน้าของบิดาบอกให้รู้ว่าเขาดีใจที่ได้เจอเธออย่างเห็นได้ชัด แม้ว่ามาลีจะไม่แน่ใจแต่ก็ยอมตรงไปนั่งข้างกายผู้เป็บิดาแต่โดยดี อเนกจับตัวลูกสาวเบาๆ อย่างรักใคร่ก่อนจะมองใบหน้าสวยแล้วยิ้มอย่างดีใจ
“ใช่จริงๆ ตานี้ จมูกนี้ มาลีได้เืแม่มาทั้งหมด”
คนเป็พ่อพูดอย่างปลาบปลื้มเขาไม่เคยมีลูก แม้แต่จะแต่งงานไปแล้วหลายปีแต่กับผู้หญิงที่ชื่อว่าเป็ภรรยาทางกฎหมายก็ไม่เคยทำให้เขามีลูกได้เพราะชายหนุ่มตัดสินใจทำหมันั้แ่ก่อนจะแต่งงานเพียงหนึ่งวัน
วันที่ทางบ้านรู้ข่าวเขาถูกคนในครอบครัวต่อว่าอย่างหนักเพราะที่หาผู้หญิงสวยมีชาติตระกูลมาให้ก็เพื่อให้มีลูกหลานสืบเชื้อสายวงศ์กระกูลต่อไปแต่เมื่อรู้ว่าเขาตัดสินใจทำหมันไม่ว่าจะเป็พ่อแม่หรือใครในตระกูลต่างตั้งแง่รังเกียจเขากันทุกคน พร้อมกับตัดสายสัมพันธ์ตัดเขาออกจากกองมรดกทันที อีกทั้งไม่ยอมให้ใช้นามสกุลต่อไปแต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สนใจ เพราะคนที่เขารักนั้นมีเพียงเมริษา หรือแม่ของมาลีคนเดียวเท่านั้นเพราะฉะนั้นต่อให้ไม่มีทายาทสืบตระกูลเขาก็ไม่แคร์ ไม่สนอะไรทั้งสิ้นขอเพียงแค่เขาได้กลับไปอยู่กับเมริษาก็พอ แต่ว่าอเนกก็ไม่เคยได้เจอเมริษาอีกเลยเ้าหล่อนหายไป อเนกตามหาเธอทั่วทั้งแผ่นดินไม่ว่าจะแจ้งความคนหายหรือทำอย่างไรก็หาเธอไม่เจอ กว่าสิบหกปีที่ผ่านมาเขาเฝ้าตามหาผู้เป็ภรรยาทางพฤตินัยไม่เคยเว้นวัน เมื่อไม่มีข่าว ก็ใช่ว่าอเนกจะย่อท้ออเนกมีที่ดินอยู่ผืนหนึ่งซึ่งซื้อไว้ที่เขาใหญ่กว่าห้าร้อยไร่เขาสร้างมันเป็อนาจักรใหญ่ เป็รีสอร์ท หิรัญญิการ์ ที่ท่านแสนภาคภูมิใจ และเผื่อว่าสักวันเขาจะพาภรรยาเข้ามาอยู่ในบ้านได้โดยไม่ต้องมีสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ขอบคนในครอบครัวให้เมริษาต้องหม่นหมองใจอีก
แต่อเนกก็ต้องใจสลายเมื่อทราบข่าวว่าเมริษาจากไปแล้วด้วยโรคมะเร็งอเนกแทบขาดใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่เขารักอายุสั้นเหลือเกินเขาไม่สามารถแม้แต่จะได้เห็นหน้าเธอใน่สุดท้ายของชีวิต ซ้ำร้ายยังไม่ได้ใช้เวลาที่เหลือร่วมกันอีกด้วยอเนกได้แต่โทษตนเอง และโทษฟ้าดิน ว่าทำไมพระเ้าถึงได้ทำกับเขาถึงเพียงนี้ แต่ก็เหมือนฟ้าประทานพรเพราะเมื่อคืนหลังจากรับสายโทรศัพท์จากเมนิกา หล่อนเล่าว่า เมริษายังมีลูกสาวอยู่หนึ่งคนซึ่งเด็กคนนั้นเป็เืเนื้อเชื้อไขของเขา แม้ตอนแรกจะไม่เชื่อหูเขาน่ะหรือจะมีลูก แต่เมื่อย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เขาไม่เคยสวมถุงยางเวลาร่วมรักกับเมริษาเลยเพราะคิดเสมอว่าหล่อนทานยาคุม
ในขณะอายุของมาลีก็เท่ากับ่ที่หล่อนหนีเขาไปพอดิบพอดี
“ลูกสาวพ่อสวยเหมือนแม่”อเนกลูบผมของมาลีอย่างอ่อนโยน เป็ััที่เธอไม่นึกฝัน มาลีอยากจะเข้าไปกอดคนเป็พ่อแต่ก็ยังกล้าๆ กลัว ๆ
มาลีไม่เคยโกรธพ่อเลยที่ทิ้งหล่อนไปเพราะแม่เล่าความจริงให้หล่อนฟังอยู่ตลอด เพียงย้ำเตือนว่าเรามันจน ไม่ใช่ผู้ดีตีนแดงที่ครอบครัวพ่อจะยอมรับได้เท่านั้นมาลีอยากเจอบิดาเสมอมา และหวังว่าสักวันจะได้เจอพ่อที่เธอรอคอยแต่ตอนนี้พ่อของหล่อนอยู่ตรงหน้าแล้ว ตัวจริงเสียงจริงไม่ผิดแน่นอน
“ลูกสาวคุณก็เหมือนลูกสาวผมคุณอเนก น้องมาลีเป็เด็กน่ารัก กิริยามารยาทเรียบร้อย เรียนก็เก่ง น่าชื่นชม”อธิปพยายามตีสนิทและวางท่าในการเป็ผู้มีอิทธิพลในย่านนี้อีกไม่นานเขาก็จะได้เลื่อนขั้นเป็รองผู้จัดการบริษัทโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ เพราะฉะนั้นแล้วการตีสนิทกับอเนกถือว่าเป็ผลดีอยู่ไม่น้อยเผื่อว่าการผลักดันให้เขาเลื่อนขั้นนั้นจะเร็วขึ้น
“เอาล่ะพี่อเนกถ้าจะพามันไปกินข้าวก็รีบไปเถอะ เดี๋ยววันนี้จะเพลินจนกลับค่ำเสียก่อน” น้าเมย์พูดขึ้นตัดบทเพราะอยากให้มาลีรีบออกจากบ้านไปโดยเร็วโดยสายตาของเธอนั้นส่งไปให้อเนกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่เรียกว่า รู้กัน
“อ่าวแล้วเราไม่ได้ไปด้วยหรือ” อธิปถามเมนิกาอย่างแปลกใจ เพราะตอนแรกที่รู้ว่าอเนกมานั้นเขาคิดว่าจะมาคุยเื่การขยับขยายทางธุรกิจ และเพื่อการเกาะแดก เผื่อว่านังมาลีจะไปอยู่กับอเนกจะได้ตามไปกันทั้งบ้านคราวนี้ไอ้อธิปก็จะได้ส่วนแบ่งจากมรดกของพ่อมาลีบ้าง ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวเป็ฉากๆมาลีมองปราดเดียวก็รู้ว่าแล้วนายอธิปนั้นคิดอะไร
“โอ้ยจะไปได้ยังไงพี่ เรามีนัดงานเลี้ยงคุณหญิงอ้อยตอนสี่โมงเย็น จำไม่ได้เหรอ” น้าเมย์เอ่ยกับที่อธิปที่นั่งไม่ใกล้ไม่ไกล
“เออจริงด้วย” วันนี้งานเลี้ยงที่บ้านคุณหญิงอ้อยเป็งานเลี้ยงวันเกิดครบหกสิบปี และถือเป็วันเกษียณอายุของท่านพอดิบพอดีงานนี้ถือว่าพลาดไม่ได้ เพราะคนใหญ่คนโตต่างมางานนี้กันอย่างคับคั่งอธิปก็ต้องออกไปอวดโฉมตัวเองต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่อย่างที่ชอบทำ
“แล้วคุณอเนกเล่าไม่ไปงานคุณหญิงอ้อยหรือ” อธิปหันไปถามคนที่ไม่สนใจอะไรอื่นนอกเสียจากใบหน้าของลูกสาว
“ไม่ล่ะผมกับคุณหญิงอ้อยได้มีการพูดคุยกันไปบ้างแล้ว ่นี้ผมเองก็กำลังพักผ่อนพอรู้ว่าจะเจอลูกสาวที่ผลัดพรากจากกันมานาน ผมเชื่อว่าคุณหญิงอ้อยคงเข้าใจ”
แล้วอเนกก็หันมาคุยกับลูกสาวที่มองหน้าเขาอยู่ด้วยแววตาระคนสงสัย
“หนูลีเข้าไปหยิบของที่จำเป็มาเถอะเดี๋ยวเราจะไปเที่ยวกัน วันนี้พ่อจะพาหนูลีไปเที่ยว”
“ไปไหนคะ”
“ที่ไหนก็ได้ที่มาลีอยากไปแล้วเดี๋ยวตอนเย็นพ่อมาส่ง” มาลีไม่เข้าใจว่าของที่จำเป็ที่บิดาว่าคืออะไรแต่เธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าเป้ที่ตอนแรกเธอเตรียมไว้ออกมาเนื่องจากเป็กระเป๋าใบเล็กจึงไม่เป็ที่สงสัยว่าเธอยัดอะไรเข้าไป
เมื่อออกมาถึงหน้าบ้านน้าเมย์เดินมาส่งพร้อมกับปิดประตูรั้วทำลับๆ ล่อๆ แบบที่มาลีมองแล้วก็สงสัย
“ยังไงก็ขอบคุณที่มาวันนี้นะพี่”
“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณถ้าเมย์ไม่โทรบอกพี่ พี่ก็คงไม่ได้เจอหน้าลูก”
น้าเมย์พยักหน้าก่อนจะหันมาที่มาลียืนอยู่
“เอ็งก็เหมือนกันนังมาลีเป็เด็กดีกับพ่อเขาล่ะ” ถึงไม่เข้าใจแต่เธอกลับััได้ถึงความเป็ห่วง มาลีแยกความรู้สึกไม่ออกว่าน้าสาวของหล่อนมาดีหรือมาร้ายแต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เองก็อยากจะเดินออกมาจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากเจอหน้านายอธิปที่ยืนมองดูจากในบ้าน
“ไปกันเถอะ” บิดาโอบไหล่ของมาลีพาขึ้นรถไป มาลีเดินขึ้นรถโดยมองผู้ติดตามทั้งสองคนที่ยืนยิ้มให้บางๆ ก่อนที่พ่อจะบอกให้ทั้งสองคนขึ้นไปขับรถตามหน้าที่