"ท่านพี่ ท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดเ้าค่ะ ปลาพวกนี้เดี๋ยวข้าจะคัดแยกเองเ้าค่ะ" หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลินฟางเซียนก็พูดกับสามี
"เ้าเข้าไปเปลี่ยนก่อนเถิด ปลาพวกนี้ให้ข้าทำเอง" ไม่พูดเปล่า เซียวซูเหวินก็เดินยกถังปลาตรงไปด้านข้างของบ้านที่มีโอ่งน้ำวางอยู่ จากนั้นก็เลือกเอาแต่ปลาตัวใหญ่ๆใส่ถังอีกใบเพื่อนำไปขาย ส่วนหลินฟางเซียนที่เห็นว่าสามีคงไม่ยอมให้นางทำแน่ๆจึงเดินเข้าบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน
"ท่านพี่..ท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถิดเ้าค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวข้าทำต่อจากท่านเอง" เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว หลินฟางเซียนก็เดินออกมาหาสามี
"อืมมม เสร็จแล้วล่ะเ้าไปนั่งพักกับน้องๆก่อนเถิด" เซียวซูเหวินพูดกับภรรยาเสร็จเขาก็เดินเข้าบ้านไป หลินฟางเซียนจึงเดินไปนั่งพักกับน้องๆของสามีที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"พี่สะใภ้ขอรับ" เซียวเทียนิ
"อืม เ้ามีเื่อะไรทำไมทำหน้าเช่นนั้น" หลินฟางเซียนที่เห็นว่าเซียวเทียนิทำหน้าแปลกๆแถมยังเรียกนางอีก จึงถามกลับไป
"เอ่อออ...ขะ..ข้าจะถามว่า..ทะ..ท่านมีขนมอีกหรือไม่ขอรับ" พูดจบก็รีบก้มหน้าลงกลบเกลื่อนความอาย ส่วนหลินฟางเซียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มออกมาทันที
"ข้าต้องมีแน่นอนอยู่แล้ว เ้าอยากกินอะไรเล่า" หลินฟางเซียน
"ข้าอยากกินไอศกรีมแบบเมื่อวานอีกขอรับ" เซียวเทียนิ
"แล้วเ้าล่ะ" หลินฟางเซียนหันหน้าไปถามเซียวเหว่ยเถียนบ้าง
"ข้าอยากกินขนมช็อคโกแล็ตขอรับ" เซียวเทียนิ
"ได้เลย" จากนั้นหลินฟางเซียนก็เอาไอศกรีมกับช็อคโกแลตกล่องใหญ่ยื่นให้ทั้งสองคน
"ขอบคุณพี่สะใภ้ขอรับ / ขอบคุณขอรับ" ทั้งสองเอ่ยขอบคุณด้วยความดีใจ
ทั้งสามคนนั่งคุยกันอยู่ไม่นานเซียวซูเหวินก็ออกมาจากบ้าน หลินฟางเซียนที่เห็นว่าสามีของนางมาแล้วก็เรียกให้นั่งลงก่อน จากนั้นก็เรียกไอศกรีมออกมาให้สามีกินก่อน ทั้งสี่คนนั่งพักผ่อนกันอย่างสบายใจที่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"ท่านพี่ พรุ่งนี้ท่านค่อยเอาหมูป่ากับปลาพวกนั้นไปขายดีหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนพูดกับสามี
"ทำไมต้องไปขายพรุ่งนี้ด้วยเล่า" เซียวซูเหวิน
"ขะ..ข้าแค่เห็นท่านเหนื่อยมาหลายวันแล้วเลยอยากให้ท่านพักผ่อนบ้างเ้าค่ะ ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปขายได้หรือไม่เ้าค่ะ อีกอย่างวันนี้แดดแรงข้าคิดว่าเราตากถังเช่าวันนี้ทั้งวันก็น่าจะใช้ได้แล้ว พรุ่งนี้ก็คงนำไปขายได้แล้ว ข้าก็เลยอยากให้นำไปขายพร้อมกัน อีกอย่างพวกชาวบ้านจะได้ไม่สงสัยว่าพวกเราไปเช่าเกวียนท่านลุงผู้ใหญ่ทำไมทุกวันด้วยเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนบอกเหตุผลออกไป
"อืมมม ข้าตามใจเ้า" พูดจบก็ยิ้มน้อยๆให้ภรรยา
"จริงสิ!!..ข้ามีเมล็ดผักอยู่ ถ้าเช่นนั้นวันนี้พวกเราปลูกผักกันดีหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"ตามใจเ้า เดี๋ยวข้าจะขุดดินทำแปลงผักให้ แล้วเ้าจะปลูกผักอะไรบ้างเล่า" เซียวซูเหวินถามภรรยา
"ไม่ต้องขุดดินทำแปลงใหม่หรอกเ้าค่ะท่ายพี่ ข้าและน้องๆของท่านขุดไว้เยอะแล้ว พวกเราแค่พรวนดินนิดๆหน่อยๆก็ปลูกได้แล้วเ้าค่ะ ว่าแต่..ท่านพี่พอจะรู้มั้ยเ้าค่ะว่าเราสามารถหามูลสัตว์จากที่ไหนได้บ้าง" หลินฟางเซียน
"มูลสัตว์รึ เ้าจะเอาไปทำสิ่งใดกัน" เซียวซูเหวินถามอย่างแปลกใจ
"จริงด้วยขอรับ พี่สะใภ้อยากจะได้มูลสัตว์ทำไมกันหรือขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ข้าก็อยากรู้ขอรับ" เซียวเทียนิ
เมื่อเห็นทุกคนต่างก็สงสัยและอยากรู้ หลินฟางเซียนก็เลยบอกเหตุผลที่นางอยากได้มูลสัตว์เพื่อให้ทุกคนเข้าใจ
"ข้าจะเอามาผสมกับดินที่เราจะปลูกผัก มูลสัตว์จะช่วยบำรุงดินทำให้ผักที่เราปลูกเติบโตเร็วขึ้น ต้นผักงอกงามน่ากินขึ้นกว่าที่เราปลูกลงในดินแบบที่เราทำอยู่ทุกวันนี้เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดเอามูลสัตว์มาใช้ปลูกผักเช่นเ้าว่าเลย มันจะได้ผลจริงๆหรือ" เซียวซูเหวิน
"จริงๆนะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปขอซื้อมูลวัวจากบ้านท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้านดู" เซียวซูเหวิน
"ต้องเป็มูลที่แห้งแล้วเท่านั้นนะเ้าค่ะท่านพี่" หลินฟางเซียน
"ข้าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าไปเอาถังเช่าออกมาตากก่อนเสร็จแล้วจะไปบ้านท่านลุงหัวหน้าหมู่บ้าน" เซียวซูเหวิน
"เดี๋ยวพวกข้าช่วยด้วยเ้าค่ะ จะได้เสร็จเร็วๆ" หลินฟางเซียน
จากนั้นพวกเขาทั้งสี่คนก็พากันเอาถังเช่าออกมาตากแดดกัน ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ
"ซูเหวิน..เ้าอยู่บ้านหรือไม่..โอ้วว..นั่นเ้าอยู่บ้านจริงๆด้วย" ขณะที่เซียวซูเหวินกำลังจะเดินไปบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน ก็มีคนมายืนเรียกเขาอยู่หน้าบ้านก่อนที่จะถือวิสาสะเดินเข้าไปในบ้านของเซียวซูเหวินโดยไม่ขออนุญาติก่อนเลยด้วยซ้ำ เพราะบ้านของเซียวซูเหวินไม่มีรั้วบ้านนั่นเอง ส่วนคนที่มาเรียกเขาก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็เฉินตงที่มากับภรรยาของเขานั่นเอง
"เ้ามาหาข้ามีเื่อันใดเร่งด่วนหรือไม่" เซียวซูเหวินถามสหายของเขาหลังจากที่เฉินตงและภรรยาพากันเดินเข้ามาถึงจุดที่พวกเขานั่งอยู่ก่อนแล้ว
"ท่านพ่อกับท่านแม่เป็ห่วงเ้าและครอบครัวเลยให้ข้าเอาข้าวแล้วก็แป้งพวกนี้มาให้เ้า แล้วก็ยังมีมันพวกนี้ด้วย วันนี้ข้าไม่ได้ขึ้นเขาไปหาล่าสัตว์เลยไปเช่าเกวียนคนแถวบ้านเอาของพวกนี้มาให้เ้า" เฉินตงพูดขณะที่กำลังขนของลงจากเกวียนส่งให้กับเซียวซูเหวิน
"ลำบากพวกเ้าสองคนแล้ว ฝากขอบคุณท่านลุงกับท่านป้าด้วย เ้าสองคนมานั่งพักเหนื่อยก่อน" เซียวซูเหวิน
"อ้อ..ข้าลืมแนะนำเลย นี่ฉินมี่โย่ว ภรรยาของข้าเอง น้องหญิงนี่เซียวซูเหวินสหายข้าและภรรยากับน้องๆของเขา" เฉินตงบอกกับทุกคน
"คารวะทุกท่านเ้าค่ะ" ฉินมี่โย่วกล่าวทักทายพร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจ
"นี่ภรรยาของข้าหลินฟางเซียน ส่วนนี่เหว่ยเถียนและเทียนิน้องชายของข้า" เซียวซูเหวินแนะนำทุกคนในครอบครัวให้เฉินตงและภรรยาได้รู้จักบ้าง
"คารวะท่านทั้งสองเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าไปเอาน้ำมาให้นะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนพูดจบก็เดินเข้าไปในบ้านทันที
"คารวะท่านพี่เฉินตงท่านพี่ฉินมี่โย่วขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนและเซียวเทียนิกล่าวทักทายพร้อมกัน
"นี่พวกเ้ากำลังทำอะไรกันอยู่รึ ข้าสองคนมารบกวนเวลาเ้าหรือไม่" เฉินตง
"ไม่ได้รบกวนอันใดหรอก วันนี้พวกข้าว่าจะปลูกผักด้านหลังบ้านกัน นี่ก็พึ่งกลับมาจากไปจับปลาเลยพากันมานั่งพักเหนื่อยกันก่อน" เซียวซูเหวิน
"จับปลารึ ปลามันว่ายน้ำเร็วมากพวกเ้าจะพากันจับยังไง" เฉินตง
"ภรรยาและน้องๆของข้าไปทำหลุมดักปลาไว้ ข้าเลยไปช่วยพวกเขาจับ นั่นไงปลาที่จับมาได้อยู่ในถังนั่นวันนี้เ้าก็เอาปลากลับไปทำอาหารให้ท่านลุงกับท่านป้ากินด้วยเถิด ตอนแรกข้าว่าจะนำไปขายวันนี้เลยแต่เซียนเออร์อยากให้ไปขายพรุ่งนี้แต่เช้าแทน" เซียวซูเหวิน
"โอ้ววว!! นี่พวกเ้าจับได้เยอะขนาดนี้เชียวหรือ" เฉินตงที่เห็นว่าในถังทั้งสองมีปลาอยู่จนเต็มก็ใเพราะเขาไม่เคยเห็นใครจับปลาตัวใหญ่ได้เยอะขนาดนี้มาก่อน แถมยังเป็ปลาสดๆที่ยังไม่ตายอีกด้วย
"อืมมม" เซียวซูเหวิน
"พวกท่านดื่มน้ำก่อนเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนเดินถือน้ำมาให้เฉินตงและภรรยาของเขา
"ขอบคุณแม่นางหลิน" เฉินตงกล่าวขอบคุณก่อนจะรับน้ำแล้วส่งให้กับภรรยาของตน
"เรียกข้าว่าฟางเซียนก็ได้เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนบอก เพราะหากเรียกแค่แซ่ของนางก็ดูจะเหมือนคนแปลกหน้ากันเกินไป
"ท่านพี่ เดี๋ยวข้าไปทำอาหารมื้อกลางวันก่อนนะเ้าค่ะ ไก่ที่ท่านพี่ล่ามาได้ข้าขอแบ่งไปทำอาหารสักตัวนะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนบอกกับสามีของนาง
"เ้าทำทั้งสองตัวเลยก็แล้วกัน ทำเยอะๆหน่อย ทำเผื่อสหายของข้าและภรรยาด้วย เ้าสองคนก็อยู่กินมื้อเที่ยงกับข้าก่อนเถิด" เซียวซูเหวินพูดกับภรรยาเสร็จก็หันไปพูดกับสหายของตน
"นี่พวกเ้ากินข้าวมื้อกลางวันด้วยหรือ" เฉินตงถามขึ้นอย่างใ ไม่แพ้ภรรยาของเขาที่ได้ยินว่าครอบครัวเซียวกินข้าวมื้อกลางวันก็ใเช่นกัน ต้องเข้าใจก่อนว่าชาวบ้านอย่างพวกเขาแทบจะไม่มีใครกินข้าวมื้อกลางวันเลย โดยส่วนมากจะเป็พวกเศรษฐีหรือพวกคนมีเงินทั้งนั้นที่จะกินข้าววันล่ะสามมื้อ
"อืมมม" เซียวซูเหวินตอบออกไปแค่นั้น
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปทำอาหารก่อนนะเ้าค่ะ เชิญพวกท่านนั่งคุยกันไปก่อน" หลินฟางเซียน
"แม่นางฟางเซียน ให้ข้าไปช่วยท่านเถิดเ้าค่ะ จะให้ข้าอยู่คุยกับพวกผู้ชายข้าก็คงคุยไม่รู้เื่ ให้ข้าไปช่วยท่านเถิดเ้าค่ะ" ฉินมี่โย่ว
"เอ่อออ..ถ้าเช่นนั้นก็ได้ เชิญแม่นางมี่โย่วทางนี้" หลินฟางเซียน 'ดีนะที่เอาทุกอย่างออกมาจากกำไลไว้ก่อนแล้ว ไม่อย่างนั้นได้บรรลัยแน่ๆฟางเซียนเอ๋ยยย'
เมื่อเห็นว่าพวกผู้ชายและเด็กๆนั่งคุยกันอยู่ หลินฟางเซียนและฉินมี่โย่วก็เดินเข้าไปในครัว จากนั้นหลินฟางเซียนก็จัดการก่อเตาไฟเพื่อต้มน้ำก่อนเป็อันดับแรก
"เ้าจะทำอะไรกินหรือแม่นางฟางเซียน" ฉินมี่โย่วที่เห็นหลินฟางเซียนทำเพียงแค่ต้มน้ำก็ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
"ข้าว่าจะทำข้าวมันไก่ให้ทุกคนได้ลองกินดู ว่าแต่..แม่นางมี่โย่วข้าขอถามได้หรือไม่..เ้าอายุเท่าไรหรือ" หลินฟางเซียน
"ปีนี้ข้าอายุสิบหกปีแล้วเ้าค่ะ ว่าแต่ข้าวมันไก่นี่เป็เช่นไร ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน" ฉินมี่โย่ว
"เช่นนั้นเราก็อายุเท่ากันนะสิ งั้นเราสองคนมาเป็สหายกันได้หรือไม่ ข้ายังไม่เคยมีสหายเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆเลย" หลินฟางเซียน
"ได้สิๆ ข้าก็อยากมีสหายเหมือนกันนะ เช่นนั้นตอนนี้เราเป็สหายกันแล้วนะ แต่ว่า..เ้ายังไม่ตอบคำถามข้าเลยนะ" เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินฟางเซียนถาม ฉินมี่โย่วก็รีบตอบตกลงทันที นางดีใจมากที่จะได้มีสหาย โดยเฉพาะสหายอย่างหลินฟางเซียนที่นางรู้สึกถูกชะตาั้แ่ครั้งแรกที่เห็นแบบนี้
"คำถามหรือ?...อ้อๆ...ข้าวมันไก่นะหรือ พอดีเมื่อก่อนตอนที่ข้าเป็เด็กท่านแม่ของข้าเคยทำให้ข้ากินอยู่หลายครั้ง ข้าชอบกินมากก็เลยขอให้ท่านแม่สอนให้ เดี๋ยวเ้าก็รอกินดูได้เลย ข้ารับรองว่าเ้าจะต้องชอบ และหาซื้อกินจากที่ไหนไม่ได้แน่นอน เดี๋ยวข้าจะทำเยอะๆพวกเ้าจะได้เอาไปฝากท่านลุงกับท่านป้าด้วย ตอบแทนที่ท่านทั้งสองมีน้ำใจแก่ครอบครัวของข้า" หลินฟางเซียน
"ขอบใจเ้ามาก แล้วเ้ามีอะไรให้ข้าช่วยบ้าง" ฉินมี่โย่ว
"นี่ไง น้ำร้อนแล้วพอดีเดี๋ยวข้าจะเอาไก่ลงไปลวกในน้ำร้อนก่อน เ้าก็มาช่วยข้าถอนขนไก่ก่อนก็แล้วกัน" หลินฟางเซียน
จากนั้นทั้งสองสาวก็พากันช่วยกันถอนขนไก่ก่อนจะผ่าเอาพวกเครื่องในออกมาล้างทำความสะอาด เมื่อทำความสะอาดตัวไก่และเครื่องในเสร็จแล้ว หลินฟางเซียนก็เทน้ำใส่หม้อก่อนจะยกขึ้นไปต้มบนเตา ตามด้วยใบเตย ขิงแก่และรากผักชีลงไป โดยมีฉินมี่โย่วคอยช่วยเป็ลูกมือและคอยถามอยู่ข้างๆตลอดเวลา เมื่อไฟเริ่มร้อนหลินฟางเซียนก็นำไก่ใส่ลงไปทั้งตัวเลย ระหว่างที่รอไก่สุก หลินฟางเซียนและฉินมี่โย่วก็หันไปเตรียมเครื่องปรุงต่างๆรอไว้ก่อน พอไก่สุกจนเนื้อนุ่มแล้ว หลินฟางเซียนก็ยกหม้อลงจากเตาแล้วตักเอาตัวไก่ออกมา จากนั้นก็เอาหม้อใบใหญ่อีกใบวางลงไปบนเตา เทน้ำมันใส่ลงไปพอประมาณ ใส่ขิงแก่ที่หั่นเป็แว่นไว้ลงไป ตามด้วยหัวหอมกระเทียมสับละเอียดที่เตรียมไว้แล้วลงไป จากนั้นก็ผัดจนกว่าจะหอมได้ที่แล้วก็เทข้าวที่ซาวไว้แล้วลงไป จากนั้นก็ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วใส่เกลือและน้ำตาลทรายลงไปแค่พอประมาณพอให้ข้าวมีรสชาติ แล้วก็ผัดต่อจนกว่าข้าวจะเปลี่ยนสี เมื่อข้าวเปลี่ยนสีแล้วหลินฟางเซียนก็เทน้ำต้มไก่ลงไปในหม้อข้าวส่วนหนึ่งแล้วปิดฝาหม้อรอให้ข้าวสุก ส่วนน้ำต้มไก่อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ในหม้อ หลินฟางเซียนก็ยกขึ้นตั้งเตาเพื่อทำน้ำซุปของข้าวมันไก่ หลังจากน้ำซุปเริ่มร้อนแล้ว หลินฟางเซียนก็ใส่หัวไช้เท้าลงไปในน้ำซุปก่อนจะปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาลและซีอิ๊วขาวลงไป
"ต่อไปเราไปทำน้ำจิ้มกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะสอนเ้าเอง เผื่อว่าเ้าได้ลองกินดูแล้วชอบข้าวมันไก่ที่ข้าทำ ครั้งต่อไปเ้าจะได้ทำให้สามีและทุกคนในครอบครัวของเ้าได้กินอีก" หลินฟางเซียน
"เ้าไม่หวงสูตรอาหารเหมือนคนอื่นหรอกหรือ สูตรอาหารพวกนี้เขาไม่บอกคนอื่นง่ายๆเช่นเ้าหรอกนะฟางเซียน" ฉินมี่โย่ว
"เ้าเป็คนอื่นที่ไหนกัน เ้าคือสหายของข้าต่างหาก ต่อให้เ้านำไปทำขายข้าก็ไม่เสียดายถ้าเป็เ้า" หลินฟางเซียนตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างจริงใจ
"ขอบใจเ้ามากที่มีน้ำใจกับข้ามากถึงเพียงนี้" ฉินมี่โย่วพูดไปพร้อมกับน้ำตาคลอที่นางได้สหายที่ดีเช่นนี้
"เ้าห้ามร้องนะ เดี๋ยวน้ำตาเ้าก็หยดใส่อาหารที่ข้าอุตส่าห์สอนเ้าทำกันพอดี" หลินฟางเซียนพูดเย้าแหย่ฉินมี่โย่ว
"นี่เ้า! เ้าๆ..นี่จริงๆเลย ฮ่าๆๆๆ" แล้วทั้งสองคนก็พากันหัวเราะเสียงดังจนทำให้พวกผู้ชายที่ช่วยกันทำแปลงผักอยู่ด้านหลันบ้านต่างพากันมองหน้ากัน
"มาๆ ข้าจะสอนเ้าทำน้ำจิ้มข้าวมันไก่ที่แสนอร่อยเอง" หลินฟางเซียนพูดพร้อมกับทำหน้าเพ้อฝัน ทำให้ฉินมี่โย่วต้องหลุดขำออกมาอีกครั้ง
จากนั้นหลินฟางเซียนก็สอนฉินมี่โย่วทำน้ำจิ้มโดยหลินฟางเซียนนำขิงมาปลอกเปลือกออก จากนั้นก็หั่นซอยเป็ลูกเต๋าเล็กๆ ต่อด้วยหั่นซอยพริกสดทั้งพริกแดงและพริกเขียวเตรียมไว้ จากนั้นก็แบ่งขิงที่หั่นไว้ส่วนหนึ่งใส่ลงไปในครก ตามด้วยพริกเม็ดที่เตรียมไว้ แล้วก็ตำให้ละเอียดแล้วใส่น้ำกระเทียมดอง ซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู น้ำตาลปิ๊บ เต้าเจี้ยว ซีอิ๊วดำหวานลงไป จากนั้นก็คนให้เครื่องปรุงทุกอย่างเข้ากัน เสร็จแล้วหลินฟางเซียนก็ตักให้ฉินมี่โย่วลองชิมรสดู
"โอ้ววว อร่อยมาก ข้าพึ่งเคยกินของอร่อยเช่นนี้ครั้งแรกเลยนะ" ฉินมี่โย่ว
เมื่อได้รับคำยืนยันว่าอร่อยแล้ว หลินฟางเซียนก็เทน้ำจิ้มลงใส่ถ้วยก่อนจะใส่ขิงและพริกที่หั่นเตรียมเอาไว้ลงไป จากนั้นก็เดินไปเปิดดูหม้อข้าว เมื่อเห็นว่าข้าวสุกแล้วก็ยกลงจากเตา ส่วนน้ำซุปก็เอาฟืนออกจากเตาบางส่วนแล้วอุ่นน้ำซุปด้วยไฟอ่อนๆไว้ เวลากินก็จะได้ซดน้ำซุปร้อนๆจะทำให้รสชาติอร่อยกว่ากินน้ำซุปเย็นๆ
"แค่นี้ก็เสร็จแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลากินข้าวเลย มี่โย่ว..เ้าอยากลองทำของหวานหรือไม่" หลินฟางเซียน
"ข้าก็อยากลองทำ แต่ข้าเกรงใจเ้าที่ต้องสิ้นเปลืองของพวกนี้เพราะเอามาทำให้พวกข้ากิน" ฉินมี่โย่ว
"ไม่สิ้นเปลืองอันใดเลย ของพวกนี้ข้าไม่ได้ซื้อมาสักหน่อย พวกข้าเก็บมาตอนขึ้นเขาไปหาเก็บของป่าทั้งนั้น เ้าอย่าได้เกรงใจเลย มาๆข้าจะสอนเ้าทำ" หลินฟางเซียน
"ขอบใจเ้ามากเลยนะฟางเซียน" ฉินมี่โย่ว
จากนั้นหลินฟางเซียนก็สอนฉินมี่โย่วทำบวชฟักทอง เพราะนางยังมีฟักทองเหลืออยู่ ซึ่งหลินฟางเซียนก็ให้ฉินมี่โย่วเดินไปปลอกเปลือกฟักทองอยู่ที่ข้างบ้านและไม่ลืมให้นางเก็บเมล็ดฟักทองไว้ให้ด้วย เมื่อเห็นว่าฉินมี่โย่วออกไปแล้วหลินฟางเซียนก็รีบเอากะทิและน้ำตาลโตนดออกมาจากกำไลแล้วจึงเดินออกไปช่วยฉินมี่โย่วปลอกเปลือกฟักทอง
"ข้าว่าน้องหญิงของข้าท่าทางจะชอบแม่นางฟางเซียนมากๆเลยนะ ข้าไม่เคยเห็นนางสนิทกับใครมาก่อนเลย" เฉินตง
"หากเป็เช่นนั้นก็ดีแล้ว เซียนเออร์จะได้มีเพื่อนบ้าง" เซียวซูเหวินก็คิดเหมือนสหายของเขาเช่นกัน
"พอแค่นี้ล่ะ เราไปนั่งพักรอกินข้าวกันเถิด" เซียวซูเหวินบอกกับเฉินตงและน้องๆของเขา พวกผู้ชายพากันมานั่งพักเหนื่อยกันไม่นาน หลินฟางเซียนและฉินมี่โย่วก็ยกอาหารออกมา
"อาหารเสร็จแล้วมากินข้าวกันเถิดเ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"เหว่ยเถียน เทียนิ เ้าสองคนไปช่วยพี่สะใภ้และแม่นางมี่โย่วยกอาหารออกมาด้วย" เซียวซูเหวิน
"ขอรับ / ขอรับ" ทั้งสองตอบพร้อมกัน
หลังจากที่ช่วยกันยกอาหารออกมาครบแล้วพวกเขาก็พากันนั่งกินข้าวด้วยกัน โดยมีหลินฟางเซียนเป็คนสอนวิธีกินข้าวมันไก่ให้กับทุกคน
"โอ้ววว...นี่มันอร่อยมาก แม่นางฟางเซียนเ้าช่างมีรสมือที่เหนือใครเลยจริงๆ เมล็ดข้าวนี่ก็เต็มเมล็ดเรียงตัวสวยมาก" เฉินตง
"อื้มมมมม ข้าเห็นด้วยขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ข้าทำคนเดียวที่ไหนกันเ้าค่ะ มี่โย่วก็ทำด้วย หากท่านอยากกินอีกก็ให้มี่โย่วทำให้ท่านกินก็ได้ นางก็ทำเป็หมดแล้ว" หลินฟางเซียน
"เ้าก็พูดเกินจริง ข้าแค่เป็ผู้ช่วยเ้าเอง อีกอย่างต่อให้ข้าทำเองก็คงไม่อร่อยเช่นเ้าทำหรอก" ฉินมี่โย่ว
"ไม่จริงๆเ้าอย่ามาถ่อมตนไปหน่อยเลยน่า" หลินฟางเซียนพูดจบทุกคนก็พากันยิ้มให้กับหญิงสาวทั้งสองคนที่พากันนั่งถกเถียงกันอยู่ไม่หยุด
เวลาผ่านไปไม่นานทุกคนก็พากันกินข้าวและของหวานที่ทำไว้จนหมดไม่มีเหลือเลยสักอย่าง 'กินกันโหดขนาดนี้เลยหรอเนี่ยยย หากข้าไม่ได้พรจากท่านเทพนี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะลำบากขนาดไหนกัน นี่ดีนะที่ห่อแบ่งเอาไว้ไปฝากท่านลุงกับท่านป้าไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นผู้ชายพวกนี้คงกินหมดก่อนเป็แน่แท้' หลินฟางเซียนได้แต่คิดอยู่ในใจก่อนจะหันไปยิ้มแหยๆให้กับฉินมี่โย่วที่กำลังทำหน้าไม่ถูกกับการกินของพวกผู้ชายเช่นกัน
หลักจากกินข้าวเสร็จแล้วเฉินตงและภรรยาของเขาก็พากันขอตัวกลับก่อน หลินฟางเซียนจึงนำอาหารที่นางแบ่งเอาไว้ไปฝากท่านลุงกับท่านป้ามายื่นให้ทั้งสองคน และยังมีพวกเครื่องปรุงต่างๆอีกที่นางได้บอกกับฉินมี่โย่วไว้แล้วว่าแต่ล่ะอย่างใช้ปรุงอาหารประเภทใดบ้าง นอกจากนี้ยังมีปลาอีกเป็สิบตัวซึ่งนางก็ได้บอกวิธีดับคาวปลาและวิธีทำอาหารจากปลาให้อร่อยไว้แล้ว ส่วนข้าวสารนางก็ให้สามียกกระสอบใหญ่ขึ้นเกวียนของทั้งสองคนก่อนเลย โดยบอกให้เปิดดูของข้างในได้ก็ต่อเมื่อพวกเขาทั้งสองคนกลับถึงบ้านแล้วเท่านั้น เมื่อเฉินตงกับภรรยาของเขากลับไปแล้ว พวกเขาทั้งสี่คนก็พากันไปพลิกกลับด้านของถังเช่าให้ด้านล่างโดนแดดบ้างจะได้แห้งเร็วขึ้น จากนั้นก็ชวนกันไปปลูกผัก หลินฟางเซียนเลือกปลูกแค่ผักกาด ผักคะน้า บล็อคโคลี่และพริกก่อน เพราะนางไม่อยากให้พวกชาวบ้านเห็นว่าพวกนางทำอะไรปลูกอะไรบ้าง ตอนนี้บ้านของพวกนางยังไม่มีรั้ว รอให้นางมีเงินสร้างรั้วบ้านเพื่อกันสายตาพวกชาวบ้านที่อยากรู้อยากเห็นก่อนเถอะ นางจะปลูกทุกอย่างที่นางมีเลย