สองวันผ่านไปตั้งวันที่เทียนอี้ปิดประตูฝึกตนวันนี้เป็วันที่ทั้ง 3 สำนักจะเปิดรับสมัครเพื่อทดสอบศิษย์ใหม่ที่ลานกว้างกลางเมือง เทียนอี้ลืมตาขึ้นมาและยิ้มอย่างพอใจกับผลลัพธ์ของตนตอนนี้เทียนอี้ได้ทะลวงระดับพลังมาจนถึงขอบเขตปฐีขั้นที่ 4 แล้ว
ร่างกายของเทียนอี้ตอนนี้เต็มไปด้วยพละกำลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยพลังที่มีอยู่ในตอนนี้เทียนอี้สามารถต่อสู้และเอาชนะผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตราชันขั้นที่ 4 ได้ถ้าเป็การต่อสู้บนภาคพื้นดินเพราะเทียนอี้ยังไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้
ขอบเขตปฐีขั้นที่4 มีความสามารถต่อสู้และเอาชนะผู้ที่อยู่ในขอบเขตราชันย์ขั้นที่ 4 ได้สิ่งนี้นับว่าเป็สิ่งที่อยู่เหนือสามัญสำนึกด้วยพลังการต่อสู้ระดับนี้ของเทียนอี้ นับว่าไม่แตกต่างจากสัตว์ประหลาดมากนักด้วยระดับพลังงานต่อสู้ระดับนี้ของเทียนอี้ถึงจะสามารถรับประกันความปลอดภัยของตัวเขาเองได้
ตอนนี้ยังอยู่ใน่เช้าตรู่เทียนอี้รีบอาบน้ำทำธุระส่วนตัว และลงไปกินข้าวที่ห้องอาหารชั้นล่างวันนี้ภายในโรงเตี๊ยมมีผู้คนมากมาย ซึ่งส่วนมากจะเดินทางมาจากเมืองขนาดเล็ก และส่วนใหญ่เป็วัยรุ่นอายุระหว่าง 15 ถึง 18 ปี ซึ่งเป็เกณฑ์ขั้นต่ำในการรับศิษย์ของทั้ง 3 สำนัก
หลังจากที่เทียนอี้กินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเทียนอี้ชายหนุ่มรูปงามในชุดสีขาวก็ได้เดินไปยังลานกว้างกลางเมืองที่เป็บริเวณที่ใช้ในการรับสมัครและทดสอบศิษย์ใหม่ของทั้ง 3 สำนักเมื่อมาถึงบริเวณลานกว้างกลางเมืองฟ้าคํารณ เทียนอี้ก็ ก็ต้องพบกับผู้คนมากมายหลายพันคน
ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่มาเพื่อทดสอบเข้าสำนักทั้ง3 ของเมืองฟ้าคํารณตอนนี้ตรงหน้าของพวกเขามีโต๊ะอยู่ 3 ตัว โดยที่โต๊ะแต่จะตัวมีป้ายชื่อของแต่ละสำนักตั้งอยู่ด้านหน้าสำนักจันทร์เสี้ยว สำนักกระบี่ฟ้า และสำนักเพลิงผลาญตามลำดับ
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเทียนอี้จะเข้าสำนักไหนเทียนอี้ มีความรู้สึกที่ไม่ดีกับสำนักจันทร์เสี้ยวและไม่รู้เกี่ยวกับสำนักเพลิงผลาญ แต่เทียนอี้ค่อนข้างพอใจกับสำนักกระบี่ฟ้าเพราะมีความประทับใจเล็กน้อยกับหลี่เจี่ยนหลงทำให้เทียนอี้เลือกที่จะเข้าสำนักกระบี่ฟ้าั้แ่ทีแรก
แต่ก่อนที่จะเดินไปที่โต๊ะของสำนักกระบี่ฟ้าก็บังเอิญพบกับตัวน่ารำคาญเข้าซะก่อน ซึ่งเป็ใครไปไม่ได้นอกเสียจากฟางจั่วกับศิษย์น้องอีก 3 คนของมันขณะเดียวกันพวกของฟางจั่วก็มองเห็นเทียนอี้พอดีเช่นกันจึงเดินเข้ามาหาเทียนอี้
"อย่าคิดว่าเ้าเป็คนของหอการค้าหมื่นธาราแล้วจะหนีรอดเหมือนมือของข้าไปได้" ฟางจั่วพูดกับเทียนอี้
หลังจากออกมาจากโรงเตี๊ยมมันได้ส่งคนออกไปสืบที่มาที่ไปของเทียนอี้และพบว่าเทียนอี้มีความสัมพันธ์กับหอการค้าหมื่นธาราถึงขนาดที่ผู้ดูแลสาขาต้องออกมาต้อนรับและให้ความเคารพนอบน้อม มันจึงไม่กล้าลงมือกับเทียนอี้ใน่หลายวันที่ผ่านมาเพราะเกรงกลัวต่ออำนาจของหอการค้า
แต่เมื่อมันเห็นว่าเทียนอี้มาทดสอบเพื่อเข้าสำนักในวันนี้มันจึงคิดว่าตนมีโอกาสในการเอาคืนเทียนอี้บ้างแล้วถึงแม้มันจะไม่สามารถลงทำร้ายเทียนอี้ได้ แต่มันก็ยังพอมีวิธีที่มันจะทำให้เทียนอี้เสียหน้าได้มันจึงเดินเข้ามาพูกกับเทียนอี้แต่ก่อนทีฟางจั่วจะได้ทำอะไรอีกหลี่เจี่ยนหลงก็เดินเข้ามาหาเทียนอี้พอดีเช่นกัน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้ามาจริงๆด้วยไม่เสียแรงที่ข้าออกปากชวนเ้ามาด้วยตัวเอง"เมื่อเห็นว่าหลี่เจี่ยนหลงเดินมาทักทายตนเทียนอี้จึงยิ้มออกมาแล้วหันไปทักทักทายหลี่เจี่ยนหลงเช่นกันด้วยการก้มหัวให้เล็กน้อย
"ในเมื่อศิษย์พี่หลี่เอ่ยปากชวนด้วยตนเองแล้วข้าเทียนอี้จะไม่มาได้อย่างไร" เทียนอี้ตอบกลับไปอย่างสุภาพเมื่อเห็นว่าเทียนอี้ไม่หันมาสนใจตนเองฟางจั่วที่รู้ว่าตัวเองถูกเทียนอี้เมินอีกครั้งจึงได้เพียงแต่กัดฟันกรอดๆแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
"ฮ่า ฮ่า ฮ่าเ้าเนี้ยน่ะเทียนอี้เ้าจะเมินนายน้อยฟางแบบนี้ไม่ได้น่ะดูสิงอลไปโน่นแล้วเห็นไหม"หลี่เจี่ยนหลงที่เห็นฟางจั่วเดินหนีไปด้วยอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้แต่ขำออกมาและกล่าวหยอกล้อออกมาทำให้ฟางจั่วที่รีบเดินออกไปแทบสะดุดเท้าตัวเองหัวทิ่มดิน
เมื่อเห็นว่าหลี่เจี่ยนหลงเดินเข้ามาฟางจั่วก็เดินหนีไป.เห็นได้ชัดเลยว่าฟางจั่วไม่้าปะทะกับหลี่เจี่ยนหลงถึงแม้ว่าสำนักทั้งสามจะชิงความเป็หนึ่งกันอยู่ตลอดเวลาแต่ฟางจั่วรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถต่อกรกับหลี่เจี่ยนหลงได้จึงทำได้เพียงเดินหนีออกไปอย่างอย่างข่มขืน
เทียนอี้เมื่อเห็นนิสัยเช่นนี้ของหลี่เจียนเฉินก็ทำได้เพียงส่ายหน้าเบาๆหลังจากเจอกันสองครั้งมีหรือที่เทียนอี้จะไม่รู้ว่านิสัยของหลี่เจี่ยนหลงเป็เช่นไรชายผู้นี้มีนิสัยขี้เล่นแต่เป็คนตรงไปตรงมานับว่าเป็คนที่น่าคบหาคนหนึ่ง
หลังจากหลี่เจี่ยนหลงพูดคุยกับเทียนอี้ในเื่ของรายระเอียดในการทดสอบอยู่สักพักใหญ่ๆก็ขอตัวไปจัดการธุระของตนที่อีกด้าน ก่อนจะเดินหายเข้าไปในฝูงชนของผู้มาสมัครขอเข้ารับการทดสอบเมื่อเทียนอี้ทราบรายละเอียดต่างๆแล้วจึงเดินไปที่โต๊ะของ สำนักกระบี่ฟ้าเพื่อทำการลงทะเบียน
ด้วยที่หน้าตาอันหล่อเหล่าของเทียนอี้จึงเป็จุดสนใจของสาวน้อยมากมายสาวน้อยคนแล้วคนเล่าต่างมองมาที่เทียนอี้แล้วพูดคุยกันอย่างเขินอายบางคนถึงขั้นหน้าแดงจนต้องยกมือขึ้นมาจับแก้มขาวๆของตนช่างเป็ภาพที่ดูแล้วชวนให้มองอย่างยิ่ง
เมื่อมีคนชอบย่อมมีคนไม่ชอบด้วยเช่นกันสายตาของของผู้ชายหลายคนตอนนี้ต่างมีมองเทียนอี้ด้วยด้วยความอิจฉาตาร้อน.ถ้าสายตาเ่าั้เป็กระบี่เทียนอี้คงถูกทิ่มแทงร่างจนพรุนไปทั้งร่างแล้ว
"พี่เหลียงตงดูน้องม่านผิงสิมองไอ้หนุ่มหน้าขาวคนนั้นจนหน้าแดงไปหมดแล้ว"ในมุมหนึ่งของลานกว้างชายร่างท้วมกำลังพูดกับชายร่างสูงที่อยู่ข้างตัวเอง
"ชิไอ้หนุ่มหน้าขาวคนนั้นมันเป็ใครกันถึงทำให้น้องม่านผิงมีท่าทีเช่นนี้ได้"ชายหนุ่มร่างสูงพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก
เหลียงตงนั้นได้ตามจีบเด็กสาวที่ชื่อม่านผิงมาสักพักแล้วแต่เด็กสาวที่ชื่อม่านผิงไม่เคยให้ความสนใจกับตัวมันเลย และเมื่อมันเห็นท่าทางเขินอายของม่านผิงเวลามองเทียนอี้แล้วยิ่งทำให้มันรู้สึกไม่สบอารมณ์มากนักเพราะตัวมันนั้นมีความรู้สึกหึงหวงต่อเด็กสาวที่มันแอบชอบ
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ฟางจั่วที่อยู่ไม่ไกลมากนักก็สังเกตเห็นเช่นกันมันจึงกระตุกรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นมา ก่อนที่จะเรียกศิษย์น้องคนหนึ่งมาหากระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูก่อนที่ลูกศิษย์ของสำนักจันทร์เสี้ยวคนนั้นจะวิ่งออกไปด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย........
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานถ้าผลงานผิดพลาดประการไดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ