ตอนที่ 42: คำพิพากษาในความมืด
ลมหายใจหอบถี่สั่นสะท้านสะท้อนก้องผนังซับเสียงของอัยการสาวณิชารีย์ยามที่ผมขยับกายเข้าไปยืนซ้อนหลังกักตัวเธอไว้กับประตูเหล็กหนาที่ปิดล็อกสนิท ความเงียบสงัดระดับห้องเก็บเสียงชั้นเยี่ยมกลืนกินเสียงร้องตื่นตระหนกแผ่วเบาของเธอไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงเสียงหัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวกระหน่ำอยู่ใต้เสื้อสูททำงานสีกรมท่าสุดเนี้ยบ
ผมมองแผ่นหลังบางที่เริ่มสั่นเทิ้มด้วยความพึงใจ ยามกลางวันเธออาจจะเป็นอัยการสาวตงฉินผู้เข้มงวดและสง่างามดั่งนางพญาในศาลพิจารณาคดี ทุกท่วงท่าเปี่ยมด้วยเกียรติยศและกฎระเบียบที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน แต่ยามนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าผมในห้องศาลจำลองที่มืดสลัวและไร้ทางออก เธอกลับดูเหมือนลูกแกะตัวน้อยที่กำลังตื่นตระหนกต่อหน้าเสือร้าย ผมออกแบบห้องศาลจำลองแห่งนี้ขึ้นมาด้วยความตั้งใจที่จะสะท้อนทฤษฎีอคูสติกส์ในทางกลับกัน ผนังห้องทุกด้านบุด้วยฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูง กรุซ้ำด้วยแผงไม้ระแนงสีดำซับเสียงสะท้อนช่วงความถี่ 100 ถึง 4,000 เฮิรตซ์ ซึ่งเป็นช่วงความถี่ของเสียงมนุษย์อย่างสมบูรณ์แบบ มันทำให้แม้แต่เสียงกระซิบที่เบาที่สุด หรือเสียงครางสั่นเครือจากความเสียวซ่าน ก็จะดังชัดเจนก้องอยู่ในหูของผู้ฟังอย่างใกล้ชิดราวกับกระซิบอยู่ข้างแกนสมองโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องขยายเสียงใดๆ เลย
ผมเอื้อมมือหนาไปลูบไล้เส้นผมยาวสลวยสีดำสนิทของเธอช้าๆ สัมผัสความลื่นไหลนุ่มนวล ลากไล้ปลายนิ้วผ่านคอระหงระเรื่อยลงมายังไหล่บาง สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อบ่าที่เกร็งตึงจากความเครียดและภาระหน้าที่ทางกฎหมายที่เธอแบกรับมานานปี กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูแนวชาแนลลอยอวลจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายความเปียกชื้นของร่างกายสาวที่เริ่มถูกเร้าอารมณ์จากความกลัวปนเสียวซ่าน
"ปล่อยฉันนะคุณชานนท์! คุณกำลังทำอะไร? นี่คือการกักขังหน่วงเหนี่ยวเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่... คุณรู้ไหมว่ามันมีโทษจำคุกและบทลงโทษทางอาญาแค่ไหน! อย่าคิดว่าคุณมีอิทธิพลแล้วจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบนะ!" ณิชารีย์พยายามหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผม น้ำเสียงของเธอพยายามทำเป็นดุดันแข็งกร้าวและทรงเกียรติตามประสานักกฎหมาย ทว่าแววตาคู่สวยของเธอกลับสั่นระริกด้วยความกลัวและสับสนอย่างเห็นได้ชัด หน้าอกอวบสะคราญตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตขาวเบียดกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็วรุนแรงตามอัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงปรี๊ด
ผมหัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความสนุกสะใจกับเกมจิตวิทยาบงการนี้ ผมยิ้มละมุนละไมกระซิบตอบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มสุภาพประหนึ่งคุณอาสถาปนิกผู้แสนดีแต่อบอวลด้วยรังสีคุกคามดุดันยากจะต้านทาน "โทษจำคุกและบทลงโทษทางอาญาเหรอครับคุณอัยการคนสวย... ที่นี่ไม่มีศาลพิจารณาคดีภายนอก ไม่มีอัยการสูงสุดคอยปกป้อง และไม่มีตำรวจหน้าไหนคอยช่วยคุณหรอกครับ มีเพียงผม ชานนท์ สถาปนิกใหญ่วัยห้าสิบสองปีที่คุณอุตส่าห์ยอมเสี่ยงชีวิตสืบหาข้อมูลตัวจริงในเงามืดคฤหาสน์นี้ไงครับ"
"คุณรู้..." ณิชารีย์หน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อตระหนักว่าผมรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอทั้งหมดตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาติดต่อสำนักงานสถาปนิกของผม
ผมก้าวเดินอ้อมมาข้างหน้าเธอช้าๆ ฝีเท้าเงียบกริบดุจเงาปีศาจบนพื้นพรมกำมะหยี่หนาเตอะ ล้วงมือหยิบรีโมตคอนโทรลอัจฉริยะในกระเป๋าเสื้อคลุมออกมา กดปุ่มสีทองเบาๆ ทันใดนั้น ผนังไม้หลังโต๊ะพิจารณาคดีจำลองก็สไลด์แยกออกช้าๆ เผยให้เห็นหน้าจอแอลอีดีขนาดใหญ่ 85 นิ้วที่สว่างขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความมืดสลัว
ภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้อัยการสาวสะดุ้งตัวโยน เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงช็อกสุดชีวิต มันคือคลิปวิดีโอความคมชัดสูงที่บันทึกภาพของรัฐมนตรีวิทูรและมหาเศรษฐีอภิสิทธิ์นอนแผ่เปลือยเปล่าไร้ทางสู้ขึงพืดอยู่บนเตียงพันธนาการ BDSM สีทองอร่ามในห้องบำบัดของคฤหาสน์นี้ สภาพของวิทูรนักการเมืองใหญ่ผู้เคยข่มขู่คุกคามผู้อื่น บัดนี้กลับครางกระเส่าร้องขอชีวิตและยอมสยบแทบเท้าผู้หญิงที่รุมล้อมสัมผัสร่างของมันอย่างน่าสมเพชไร้เกียรติยศ ผิวเนื้อหนาท้องพลุ้ยเปียกโชกไปด้วยคราบน้ำรักสั่นระริกตอบสนองต่อน้ำมันนวดสวาทสูตรพิเศษและแรงกระแทกกระทั้นดิบจัดจากพศินรุ่นน้องของผมอย่างศิโรราบราคะ
"นี่มัน... อะไรกัน... พวกคุณทำเรื่องวิปริตแบบนี้ในคฤหาสน์แห่งนี้เหรอ..." ณิชารีย์พึมพำเสียงสั่นสะท้าน มือเรียวสวยสองข้างยกขึ้นกุมปากตัวเอง ร่างกายของเธอสั่นเทาจนแทบจะยืนไม่อยู่เมื่อเห็นภาพผู้มีอำนาจระดับสูงสุดของประเทศพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาและกามารมณ์อย่างไร้ชิ้นดี
"นี่คือความจริงในเงามืดของสมาคมลับของพวกเราครับหนูณิชา" ผมเก็บรีโมตลงกระเป๋า ก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวเธอจนหน้าอกแกร่งของผมบดเบียดแผ่วเบากับเต้าอวบอิ่มชูชันของเธอใต้ร่มผ้า "ทั้งวิทูรและอภิสิทธิ์ต่างก็จำนนยอมรับอำนาจบงการสวาทของพวกเราชั่วนิรันดร์เพื่อแลกกับการปกปิดความลับดำมืดเหล่านี้... แล้วคุณอัยการตงฉินคนสวยล่ะครับ คิดว่าจะลากเรื่องนี้ออกไปสู่แสงสว่างภายนอกได้จริงๆ หรือ? หลักฐานของคุณสูญหายไปหมดแล้ว และไม่มีใครจะเชื่อคำพูดอัยการตัวเล็กๆ อย่างคุณอีกต่อไป หากคุณมีภาพลามกและคลิปหลุดเผยแพร่ออกไป อนาคตทางกฎหมายของคุณคงพังยับเยินไม่มีชิ้นดีแน่"
"ฉัน... ฉันจะไม่ยอมแพ้... ฉันจะส่งคุณเข้าคุก..." ณิชารีย์พยายามเค้นคำพูดข่มขู่แต่น้ำเสียงกลับแผ่วเบาขลาดกลัวเต็มทน ร่างบางเริ่มเบียดเสียดเอนไปข้างหลังพิงเข้ากับขอบไม้หนาของคอกพยานอย่างเหนื่อยแรง
"ก่อนจะส่งผมเข้าคุก... คุณลองมารับคำพิพากษาคดีราคะในห้องศาลของผมก่อนดีไหมคะเด็กดี"
ผมไม่รอช้า เอื้อมมือหนาไปคว้าจับข้อมือเรียวสวยทั้งสองข้างของเธอรวบเข้าหากันทันที ณิชารีย์สะดุ้งสุดตัวพยายามดิ้นรนขัดขืนบิดแขนหลบหนีสุดชีวิต แต่แรงของผู้หญิงทำงานออฟฟิศหรือจะสู้แรงของชายใหญ่วัยห้าสิบกว่าที่ออกกำลังกายคุมกล้ามเนื้อสม่ำเสมออย่างผมได้ ผมจับยึดร่างบางของเธอพิงดันเบียดกับคอกพยานไม้สีดำสนิท หยิบผ้าไหมซาตินสีแดงเข้มเนื้อนุ่มหนาที่เตรียมไว้ในกระเป๋าเสื้อออกมา มัดรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอเข้าหากันแน่นหนาตรึงโยงไว้กับเสาไม้สลักของคอกพยานทันที
"อ๊า! คุณชานนท์ ปล่อยฉันนะ! เสียวข้อมือ... อย่ามัดแน่นขนาดนี้... อื้อ..." ณิชารีย์ครางเสียงหวานหลงด้วยความตื่นตระหนกปนความซ่านกระสันที่แล่นริ้วขึ้นมาโดยไม่อาจควบคุม ความเจ็บแสบแผ่วเบาจากผ้าไหมที่รัดตรึงข้อมือและจำนนต่ออำนาจบงการ ปลุกปั่นไฟตัณหาความใคร่ที่ซ่อนลึกในกายเธอให้ตื่นตัวอย่างรุนแรง
"เด็กดี... นี่คือบทลงทัณฑ์สำหรับจำเลยที่ริอาจมาสืบความลับของอาค่ะ" ผมกระซิบเสียงดุดันเจ้าเล่ห์ สบตากับดวงตาปรือหวานฉ่ำของเธอที่เริ่มเต็มไปด้วยไฟตัณหาความใคร่จากความกลัวที่กระตุ้นเร้าอารมณ์บ้าคลั่ง
ผมสอดฝ่ามือหนาอุ่นจัดเข้าไปใต้ปกเสื้อสูททำงานสีกรมท่าของเธอ ค่อยๆ ลากนิ้วไล้ผ่านผิวเนียนร้อนผ่าว ลอกเลื่อนดึงรั้งสูททำงานราคาแพงออกจากลาดไหล่เนียนขาวของเธอช้าๆ โยนมันลงพื้นพรมกำมะหยี่สีแดงเข้มอย่างไร้ค่า ก่อนจะยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอทีละเม็ด... ทีละเม็ด... เม็ดกระดุมหลุดออกจากรังดุมเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องนวลเนียนขนาดใหญ่โตอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจถี่ระรัว ทรวงอกคู่งามของเธอขาวสะดุดตาตัดกับบราเซียลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มยอดปทุมถันสีหวานไว้จนแทบทะลัก ผิวกายของเธอนุ่มนิ่มร้อนผ่าวจนผมอดไม่ได้ที่จะกุมขยำบดเค้นผ่านเนื้อผ้าบราเซียเน้นย้ำสร้างความรัญจวนใจ
"อ๊า... คุณอาชานนท์... อย่ามองแบบนั้น... อายเหลือเกินค่ะ... อื้อ..." ณิชารีย์โก่งบิดตัวสะโพกกลมกลึงบิดส่ายตอบสนองด้วยความซ่านเสียว ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำสั่นระริก ยิ่งเธอพยายามขยับตัว แผ่นหลังยิ่งเบียดเสียดถูไถไปกับคอกพยานสีดำสะกิดความเสียวซ่านให้เดือดพล่าน
ผมก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของอัยการสาว ปลายลิ้นร้อนชื้นลากไล้ชิมรสชาติผิวเนื้ออุ่นผ่าวของเธอ สลับกับฝ่ามือหนาที่ลากผ่านหน้าท้องแบนราบคอดกิ่วขึ้นมากุมบีบขยำทรวงอกอวบเต่งตึงคู่สวยอย่างหนักหน่วงเน้นย้ำสลับไปมา บีบขยำจนเต้าอวบทะลักออกตามร่องนิ้วมือของผม ณิชารีย์กรีดร้องครางหวานหลงโก่งอกรับสัมผัสป่าเถื่อนอย่างหิวกระหาย ความเป็นอัยการตงฉินสูญสลายไปสิ้นในพริบตา เหลือเพียงจำเลยสาวแสนร่านร้อนที่โหยหาการลงทัณฑ์ราคะจากคุณอาวัยห้าสิบสองปีตรงหน้า
ผมผละใบหน้าออกจากซอกคอเธอ ก้าวเดินไปที่โต๊ะพิจารณาคดีจำลอง คว้าค้อนไม้พิพากษาของศาลจำลองยกขึ้นสูง ก่อนจะเคาะลงบนแผ่นไม้เสียงดังสนั่นห้องเก็บเสียง... ปัง! ปัง!
เสียงค้อนกระทบไม้ดังสะท้อนก้องหูณิชารีย์จนเธอสะดุ้งตัวสั่นเทาด้วยความวาบหวามถึงขีดสุด ผมโยนค้อนทิ้ง ก้าวเข้าประชิดตัวเธออีกครั้ง โน้มใบหน้าก้มลงจูบปากบางของเธออย่างรุนแรงดื่มด่ำ ปลายลิ้นร้อนแทรกผ่านเรียวฟันเข้าไปเกี่ยวกระหวัดกวาดต้อนชิมน้ำหวานของเธออย่างตะกรุมตะกราม บดขยี้ริมฝีปากจนเธอครางระงมสยับสู้พ่ายแพ้และสยบยอมไร้ทางขัดขืนอย่างแท้จริง
ผมผละปากออกกระซิบสั่งเสียงเข้มข้างหูที่แดงซ่านยั่วเย้าประสาทสัมผัส "จำเลยณิชารีย์... อาขอพิพากษาให้คุณจำยอมรับบทลงทัณฑ์คดีสวาทในความมืดนี้ชั่วนิรันดร์ค่ะ" ก่อนที่ผมจะเอื้อมมือไปด้านหลังร่างเนียนนุ่มเพื่อปลดตะขอบราเซียสีดำของเธอออกทันทีจนเนินอกคู่โตเต่งตึงอวบอิ่มทะลักออกสู่อากาศเย็นฉ่ำของห้องใต้ดิน พร้อมเผชิญหน้าศึกสวาทอันดุดันที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้