แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านมาปลุกให้ปรางรัศมีตื่นจากห้วงนิทรา เธอหันไปมองใบหน้าคมที่นอนหลับตาอย่างสบายใจราวกับว่าเขานั้นกำลังฝันหวานอยู่
นี่ก็เป็เช้าอีกวันที่เธอตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของชายหนุ่ม ถึงแม้ก่อนนอนหญิงสาวจะเอาหมอนข้างมากั้นไว้ แต่ก็มักจะถูกชายหนุ่มแอบเอาออก่กลางดึกและขยับร่างของเธอมานอนในอ้อมแขนทุกคืน จนเธอเริ่มชินกับการที่ต้องนอนในอ้อมกอดของเขาเสียแล้ว
ปรางรัศมีค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นเพื่อไม่ให้คีรินทร์ตื่น ก่อนจะย่องเดินออกจากห้องไปจัดการธุระส่วนตัวของตนเองและเตรียมอาหารเช้าให้เขาแบบที่เธอเคยทำอยู่ทุกวัน
หลังจากที่ได้ยินเสียงประตูปิดลง ชายหนุ่มก็ค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ เขายันตัวลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางตรงเคาน์เตอร์หัวเตียงก่อนจะกดเบอร์โทรออกหาเลขาส่วนตัวคนสนิท
“อรุณสวัสดิ์ครับบอส” เสียงปลายสายดังทักทายคนต้นสายเมื่อเขากดรับ
“พชร วันนี้นายเอารถมาจอดที่รั้วหน้าบ้านฉันคันนึงนะ แม่บ้านบอกว่าปรางรัศมีออกไปข้างนอกหลังจากที่ฉันออกไปแล้วทุกวัน ฉันอยากจะรู้ว่าว่าที่เ้าสาวของฉันออกไปไหนกันแน่” ชายหนุ่มพูดสั่งงานกับปลายสาย
“ครับบอส” เลขาหนุ่มขานรับอย่างเข้าใจ
“ขอบใจมาก” เขาพูดก่อนจะวางสายไป และลุกขึ้นจากที่นอนไปทำธุระส่วนตัวของตนเอง
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ กินข้าวแล้ว เลขาหนุ่มที่สวมบทบาทเป็บุรุษพยาบาลประจำตัวของเ้านายก็มารับเขาออกไปทำงานตามปกติ แต่สิ่งที่ไม่ปกติในวันนี้คือ ชายหนุ่มได้เปลี่ยนจากรถของตนที่เลขาหนุ่มขับออกมาจากบ้านเพื่อสลับไปยังรถอีกคันที่เขาสั่งให้เลขาคนสนิทขับมาจอดรอไว้
คีรินทร์นั่งจับพวงมาลัยรถรออยู่ไม่นาน เป้าหมายของเขาก็เดินออกมาจากบ้าน ในเวลาเดียวกันก็มีรถยนต์สีขาวคันหรูขับมาจอดเทียบหน้าบ้านเพื่อมารับหญิงสาวไป
“รถใคร?” เขาบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัย ก่อนจะสตาร์ทรถและขับตามออกไปห่างๆ
รถยนต์สีขาวคันนั้นขับเลี้ยวเข้าไปในอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง
“อู่ซ่อมรถ มาทำไม?” เขาบ่นพึมพำอย่างสงสัย แต่ก็ขับรถตามเข้าไปด้วยความอยากรู้
เมื่อเขาขับรถเข้าไปถึงที่จอดรถ เห็นรถคันที่เธอนั่งมาจอดอยู่แต่ไม่เจอตัวหญิงสาวแล้ว
“มากับใคร?” ชายหนุ่มพึมพำอย่างงุนงง ในหัวของเขาตอนนี้มีคำถามมากมายเต็มไปหมด
จู่ๆเสียงริงโทนโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น ชายหนุ่มจึงหยิบมันขึ้นมาดูชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอมือถือก่อนจะกดรับมัน
“ว่าไงพชร” เขาทักทายปลายสาย
“มีเื่แล้วครับบอส มีลูกค้าถ่ายวิดีโอหนูในร้านอาหารซันไชน์เดย์ของเราได้ ตอนนี้กำลังเป็ไวรัลในโซเชียลเลยครับ และมีลูกค้าท้องเสียหลายโต๊ะพร้อมกันด้วยครับ” ปลายสายพูดอย่างร้อนรน
“แล้วตอนนี้ลูกค้าอยู่ไหน เป็ยังไงบ้าง” เขาถามถึงอาการของลูกค้าด้วยความเป็ห่วง
“นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วครับ ตอนนี้ปลอดภัยดีครับ” ปลายสายตอบ
“ดีมาก ฉันจะรีบไป”
หลังจากกดวางสายเขาก็รีบขับรถออกจากอู่ซ่อมรถเพื่อไปยังร้านอาหารภายใต้การปกครองของตนทันที โดยที่ต้องยอมตัดใจพักเื่ของหญิงสาวเอาไว้ก่อน
“เกิดอะไรขึ้น ร้านเรามีหนูได้ยังไง แล้วทำไมลูกค้าถึงท้องเสียได้”
ทันทีที่ถึงร้าน ชายหนุ่มก็เอ่ยถามผู้จัดการร้านอย่างร้อนใจ
“ผมรับประกันนะครับบอส ร้านเราไม่มีทางมีหนูแน่นอน ผมให้พนักงานทุกคนทำความสะอาด 5 ส. หลังเลิกงานทุกวัน ไม่มีแม้แต่ที่สะสมอาหารให้หนูกิน ร้านเราไม่เคยมีหนู มันเป็ไปไม่ได้เลยครับที่จะมีหนูในร้าน” ผู้จัดการร้านอธิบาย สีหน้าตึงเครียด
“เอาภาพกล้องวงจรปิดมาเช็คดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเก็บตัวอย่างอาหารที่เป็ต้นเหตุไปตรวจหาสารปนเปื้อนที่แลปด้วย” เขาสั่งงานกับลูกน้อง
“ครับบอส” ผู้จัดการขาญรับ ก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของใครของมัน
“บอสครับ นี่เื่ที่บอสสั่งให้ผมไปสืบมาครับ” เลขาหนุ่มพูดก่อนจะยื่นเอกสารบางอย่างให้เ้านายของตน
คีรินทร์รับเอกสารนั้นมาเปิดดูอย่างสนใจ
“เป็อย่างที่บอสคิดไว้ครับ คุณปรางรัศมีและคุณมะปรางคือคนๆเดียวกันจริงๆ” เลขาหนุ่มเกริ่นนำ “เบอร์โทรศัพท์ที่คุณมะปรางใช้ตรงกับเบอร์ของคุณปรางรัศมีที่บอสให้มาครับ และเบอร์นี้ถูกลงทะเบียนในชื่อของคุณปรางรัศมี จันทร์ประดับ” เขาอธิบายเสริม
“คุณมะปราง ดีไซเนอร์สาวชื่อดัง เรียนจบปริญญาตรีคณะนิติศาสตร์ และเกียรตินิยมอันดับหนึ่งคณะบริหารธุรกิจ มีปริญญาตรี 2 ใบ ไม่ธรรมดาจริงๆ” ชายหนุ่มสรุปตามสิ่งที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร
“ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะสมกับเป็ว่าที่ภรรยาของคีย์ คีรินทร์ แห่งซันไชน์กรุ๊ป” เขาพูดอย่างพอใจ
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนเขาได้เจอกับเงาสะท้อนของตัวเอง คนที่มีความคิดและทำอะไรเหมือนๆกัน คนที่มีชีวิตที่คล้ายกันและเลือกที่จะทำอะไรคล้ายๆกัน ยิ่งรู้แบบนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอคือคนที่ใช่สำหรับเขา เธอคือผู้หญิงที่เขารอคอย
เวลาล่วงเลยมาถึง่เย็น คีรินทร์กลับมาถึงบ้านแต่ก็ไม่พบวี่แววการมีอยู่ของปรางรัศมีเลย
“คุณปรางรัศมียังไม่กลับมาเหรอ” เขาเอ่ยถามแม่บ้านที่อยู่แถวนั้น
“กลับมาแล้วค่ะ แต่ว่าก็ออกไปอีกแล้วค่ะ เธอฝากบอกคุณว่าเธอไปงานวันเกิดเพื่อนให้คุณทานข้าวได้เลย ไม่ต้องรอค่ะ” แม่บ้านบอกตามที่หญิงสาวฝากฝังไว้
“งั้นก็เอาข้าวมาเถอะ ฉันหิวแล้ว” เขาพูดก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ
“ค่ะ” แม่บ้านคนเดิมก้มหน้ารับทราบ แล้วหันเดินเข้าครัวไป
ไปงานวันเกิดเพื่อนงั้นเหรอ ชายหนุ่มคิดในใจ คนอย่างปรางรัศมีไม่น่าจะมีเพื่อนที่ไหนได้ แต่ถ้าในฐานะคุณมะปรางก็อาจจะเป็ไปได้ ใช่สิ เขาลืมคิดเื่นี้ไปเลย แล้วเพื่อนที่ว่าคือใครกัน ชายหนุ่มได้แต่สงสัย คิดวนไปวนมาเื่ของหญิงสาวอยู่อย่างนั้น