ขณะที่นพเก้ากำลัง 'ทำการรักษา' อย่างมาราธอนข้ามคืนอยู่นั้น...
อีกฟากหนึ่งของเมืองเวสสุวรรณลึกลงไปในคุกตุลาการใต้ดินของหน่วยมหามนตรา...
ปรากฏร่างของชายผู้หนึ่งสภาพร่างกายยับเยินเปรอะเปื้อนโชกเื... ถูกจองจำล่ามโซ่ตรวนเวทมนตร์ห้อยต่องแต่งห้อยหัวลงมาจากเพดานคุกในห้องขังเดี่ยว
เขาคือ 'พ่อมดทมิฬสามตา' หรือ 'เฒ่าเฉียว' ฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตที่ถูกจับกุมมาได้เมื่อ่กลางวันตลอดครึ่งวันที่ผ่านมา... เขาถูกทรมานรีดเค้นข้อมูลด้วยสารพัดเครื่องมือสุดโเี้ของหน่วยมหามนตรา
สภาพของเขาตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงความเป็มนุษย์... เรือนผมเผ้ายุ่งเหยิงหลุดร่วงชุดนักโทษขาดกะรุ่งกะริ่งชุ่มโชกไปด้วยเื และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ...เล็บมือและเล็บเท้าทั้งยี่สิบนิ้วของเขา ถูกถอดกระชากหลุดออกไปจนหมดสิ้น
ทว่า... ต่อให้เ้าหน้าที่ทรมานจะสรรหาวิธีการที่โหดร้ายทารุณสักเพียงใด...เฒ่าเฉียวก็กัดฟันแน่น ไม่ยอมปริปากคายความลับหรือยอมมอบคัมภีร์วิชามนต์ดำให้แก่ทางการเลยแม้แต่ครึ่งคำ
เคล็ดวิชาศาสตร์มืดอันทรงพลังพวกนั้น...มันคือสิ่งล้ำค่าที่เขาต้องบุกป่าฝ่าดง เอาชีวิตไปทิ้งเสี่ยงตายอยู่ในแดนรกร้างปีศาจนานหลายปีกว่าจะได้มา ในเมื่อจนป่านนี้ เขายังหาผู้สืบทอดที่เหมาะสมไม่ได้...เขาก็ยอมกลืนมันลงคอ หอบเอาเคล็ดวิชาทั้งหมดตายตกตามกันไปในปรภพเสียยังจะดีกว่า!
“หึๆ...สภาพของเ้าตอนนี้... ช่างดูน่าสมเพชเวทนายิ่งนักนะ!”
จู่ๆ น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยือกก็ดังก้องสะท้อนมาจากมุมมืดทางด้านซ้ายของผนังห้องขัง
“จ... เ้าเป็ใคร!?”
เฒ่าเฉียวพยายามเบิกตาที่บวมปูดมองฝ่าความมืด เขามิได้รู้สึกใกลัวแต่อย่างใด... เป็เื่ปกติในวงการนี้ที่จะมีพวกจอมยุทธ์ฝ่ายมารจิตใจชั่วช้า พยายามลักลอบเข้ามาเพื่อหวังจะล้วงตับชิงเคล็ดวิชาลับจากเขา
ต้องรู้ก่อนว่า... 'วิชาควบคุมจิติญญา' และมนต์ดำที่เขาอยู่นั้นเป็สุดยอดวิชาหายากที่แทบจะสาบสูญไปแล้วในดินแดนภาคกลางและต่อให้มีคนหาคัมภีร์มาได้... ก็ใช่ว่าใครหน้าไหนจะฝึกฝนได้สำเร็จ! ผู้ฝึกฝนจะต้องเป็ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับ'พร์และพลังจิติญญา' พิเศษเหนืุ์แต่กำเนิดเท่านั้น
“แหม...ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะ เฒ่าเฉียว...”
ปรากฏรองเท้าบูตสีดำขลับก้าวเดินทะลุออกมาจากเงามืดของกำแพงคุก ราวกับภูตผี...ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคน รูปร่างผอมสูงสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิทปกปิดใบหน้ามิดชิด
“ท...ท่านหัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬ!!”
เฒ่าเฉียวเบิกตากว้างแทบถลนออกจากเบ้า
ผู้มาเยือนปริศนาผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็หัวหน้าพรรคฝ่ายมารที่หาตัวจับยากและลึกลับที่สุดในวงการ ชายผู้นี้คือสุดยอดปรมาจารย์ด้านการข่าวเชี่ยวชาญเื่การแฝงตัว ลอบสังหาร และรวบรวมข้อมูลข่าวกรองมากที่สุดในเมืองเวสสุวรรณ เครือข่ายข่าวสารของเขาแม่นยำและกว้างขวางมาก จนแม้แต่ 'นิกายใหญ่ฝ่ายธรรมะ' บางแห่ง...ยังต้องแอบลักลอบติดต่อ ซื้อข้อมูลลับจาก ‘หอเหยี่ยวทมิฬ’ ของเขา
“ข้ามี 'ข้อเสนอ' ดีๆ มาให้เ้า... สนใจจะรับฟังดูไหม?” หัวหน้าเหยี่ยวทมิฬเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์
“เหอะ!ในสภาพโดนโซ่ล่ามเป็หมาห้อยหัวอยู่แบบนี้... ข้ายังมีสิทธิ์เลือกหรือมีทางเลือกอื่นด้วยรึ?” เฒ่าเฉียวแค่นเสียงเย้ยหยันประชดประชัน
“ฮ่าๆๆ!นั่นก็จริงของเ้า!... เอาล่ะ! ข้า้า ‘หนอนแมลงกู่ระดับจักรพรรดิ’ ที่เ้าซุกซ่อนไว้!แลกเปลี่ยนกับการที่ข้าจะช่วยชีวิตเ้าออกไปจากที่นี่ และอนุญาตให้เ้า ‘เข้าร่วม’เป็ผู้าุโในพรรคเหยี่ยวทมิฬของข้า!... ข้อเสนอนี้ เป็อย่างไรบ้าง?”
หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผายลม!! ข้อเสนอหมาๆแบบนี้... เหตุใดเ้าไม่เอามีดมาปาดคอข้าไปเลยล่ะวะ!!”
เฒ่าเฉียวสบถด่าอย่างหัวเสียรู้สึกเหมือนกำลังถูกปล้นและโดนกวนตีนอย่างแรง 'หนอนแมลงกู่ระดับจักรพรรดิ' ถือเป็ไพ่ตายและสมบัติเวทมนตร์ที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา การจะยอมยกให้คนอื่นง่ายๆแลกกับตำแหน่งบ้าบอในพรรคมาร... มันเป็การแลกเปลี่ยนที่ขาดทุนย่อยยับเกินไป
“ใจเย็นๆก่อนสิเพื่อน... อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธ... เ้าไม่อยาก ‘แก้แค้น’ ล้างบางไอ้พวกตระกูลหวงอสุราทองคำ... ที่มันจับเ้ามาทรมานปางตายแบบนี้รึ?”
“จ...เ้ามีแผนการงั้นรึ?”
เมื่อได้ยินคำว่า 'แก้แค้น' ั์ตาของเฒ่าเฉียวก็สาดประกายวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตมาดร้ายในวินาทีนี้... สิ่งที่เขาปรารถนาและ้ามากที่สุด ไม่ใช่ชีวิตรอด...แต่เป็การได้เห็น ‘ตระกูลหวง’ ถูกบดขยี้พังทลายล่มสลาย เขาฝันหวานไปถึงขั้นว่าจะใช้เวทมนตร์ดำจับตัวผู้หญิงทุกคนในตระกูลนั้น มาทำเป็ 'หุ่นเชิดกามารมณ์'ระบายความแค้นเสียให้สาแก่ใจ
หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬไม่รอช้ารีบขยับเข้าไปกระซิบ สาธยายแผนการ 'ยึดครองตระกูลหวง' ที่เขาวางหมากร่วมกับหวงไค่ให้เฒ่าเฉียวฟังอย่างละเอียด...
“สรุปก็คือ...เ้า้าจะเอา 'หนอนแมลงกู่' ของข้าไปฝังควบคุมสมองของ 'หวงไค่' (ผู้าุโสายรอง)เพื่อใช้มันเป็ 'หุ่นเชิด' ยึดอำนาจควบคุมตระกูลหวงอีกทอดหนึ่งงั้นสิ?”
เฒ่าเฉียวขมวดคิ้ว รู้สึกงุนงงสับสน (ทำไมพรรคระดับบิ๊กเบิ้มอย่างเหยี่ยวทมิฬถึงต้องมาลงทุนลงแรง เพ่งเล็งวางแผนยึดครองตระกูลชนชั้นกลางอย่างตระกูลหวงด้วยวะ?...หรือว่า... ตระกูลนั้นมันจะมีความลับหรือขุมทรัพย์ระดับมหากาฬซ่อนอยู่!?)
“ตกลงว่าเ้าจะเอาด้วยไหม?...หากเ้าตอบตกลง และยอมส่งมอบหนอนแมลงกู่มาให้ข้า...ข้าสัญญาว่าจะยอมเปิดเผย ‘ความลับสุดยอด’ ของตระกูลหวงให้เ้าได้รับรู้เป็โบนัส!... ซึ่งบางที... ความลับนี้อาจจะเป็กุญแจสำคัญ และเป็ประโยชน์อย่างมหาศาล ที่จะช่วยไขประตูผลักดันให้เ้าก้าวข้ามคอขวด ทะลวงขึ้นสู่ 'ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์'ได้ในอนาคตเลยนะเว้ย!”
จักรพรรดิยุทธ์!!
เพียงแค่ได้ยินคำศักดิ์สิทธิ์คำนี้...หัวใจของเฒ่าเฉียวก็เต้นกระหน่ำรัวเร็ว
พลังอำนาจระดับจักรพรรดิ!ใครบ้างเล่าจะไม่อยาก หากเฒ่าเฉียวผู้นี้ สามารถฝ่าด่านอัสนีบาตก้าวขึ้นสู่ขอบเขตนั้นได้สำเร็จ... เขาจะมีอายุขัยยืนยาวเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 500 ปี! (หรืออาจจะทะลุไปถึง 2,000 ปีด้วยซ้ำ!) ร่างกายที่แก่ชราเหี่ยวย่นของเขาจะถูกชำระล้างผลัดเปลี่ยนกระดูก หวนคืนสู่ความหนุ่มแน่นวัยฉกรรจ์อีกครั้งเขาจะกลับมาเตะปี๊บดัง ปึ๋งปั๋งมีแรงฟาดฟันสตรีได้ทุกค่ำคืนโดยไม่ต้องพึ่งพายาโด๊ปหรือสมุนไพรใดๆ เลยสักนิด
“ตกลง! ข้าเอาด้วย!!”
เฒ่าเฉียวตอบตกลงแทบจะทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
เป้าหมายสูงสุดของเขาในตอนนี้...คือการทำลายล้างตระกูลหวงให้สิ้นซาก และ่ชิง 'ความลับแห่งจักรพรรดิยุทธ์' มานี่ยังไม่รวมถึงผลประโยชน์ระยะยาว ที่เขาจะได้รับสิทธิ์เข้าถึง‘เครือข่ายข่าวกรอง’ อันทรงประสิทธิภาพของหอเหยี่ยวทมิฬอีกนะ ด้วยข่าวสารที่แม่นยำและฉับไว...โอกาสที่เขาจะบุกไปฉกชิงสมบัติ หรือลอบสังหารเป้าหมายได้สำเร็จก็จะมีเปอร์เซ็นต์เพิ่มสูงขึ้นมหาศาล การตกลงดีลนี้... ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว! โคตรคุ้ม!
“ยอดเยี่ยม!คิดได้แบบนี้ก็ดี! งั้นเดี๋ยวระหว่างทางหนี ข้าจะค่อยๆ เล่ารายละเอียด‘แผนความร่วมมือระยะยาว’ ของพวกเราให้เ้าฟังก็แล้วกัน!”
หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬยิ้มกริ่มอย่างพอใจเขาเร่งโคจรพลังปราณมืด ก่อนจะตวัดมือฟันฉับทำลายโซ่ตรวนเวทมนตร์ที่พันธนาการร่างของอีกฝ่ายจนขาดสะบั้น
“ตอนนี้...รีบตามข้ามาได้แล้ว!”
ทว่า... ในขณะที่หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬกำลังจะหันหลัง นำทางพาเฒ่าเฉียวมุดหนีออกไปทาง ‘ช่องทางลับ’ที่เขาขุดเจาะเตรียมไว้นั้นเอง...
จู่ๆ ร่างของเฒ่าเฉียวก็ยืนแข็งทื่อค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ! ดวงตาเบิกกว้างถลน ปากอ้าพะงาบๆ
“ร... ระ...”
“หืม? อะไรวะ!?”
หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬขมวดคิ้วรู้สึกงุนงง แต่สัญชาตญาณอันตรายระดับเทพของเขา กลับแจ้งเตือนร้องลั่นทำให้เขาก้าวถอยหลังกรูด รักษาระยะห่างออกไปโดยอัตโนมัติ
“ร... ะเิเวลา!!!อ๊ากกกก!!!”
สิ้นเสียงะโโหยหวนเฮือกสุดท้ายของเฒ่าเฉียว!...
จู่ๆ ร่างกายของเขาก็ปรากฏ 'รอยแตกร้าว' สีแดงฉานสว่างวาบขึ้นมาทั่วทั้งตัวพลังปราณมหาศาลตีรวนปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายในตันเถียนก่อนที่มันจะพองตัวขยายออก...
ตู้มมมมม!!!
ร่างของเฒ่าเฉียวะเิตูมกระจุยกระจาย กลายเป็เศษซากเนื้อและพายุโลหิต แรงะเิจากการ ‘พลีชีพ’(ที่ถูกตระเตรียมไว้) รุนแรงมหาศาลประดุจะเินิวเคลียร์ขนาดย่อมกวาดล้างทำลายล้างเป็วงกว้าง
เสียงะเิกัมปนาทดังกึกก้องะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งคุกใต้ดิน!ห้องขังเดี่ยวที่กักขังนักโทษระดับสูง กว่า 10 ห้องในบริเวณใกล้เคียง ถูกแรงอัดกระแทกพังถล่มทลายราบเป็หน้ากลองในพริบตา
โชคยังดี...ที่ในคุกโซนนั้นไม่มีนักโทษหลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากกฎของหน่วยมหามนตรา...นักโทษระดับ B ขึ้นไปส่วนใหญ่จะถูกส่งตัวย้ายเข้าเมืองหลวงทันที หลังจากที่ถูกรีดเค้นข้อมูลจนเสร็จสิ้น(ภายใน 1 เดือน)
อั่ก!!!
“บัดซบเอ๊ย!! แฮ่กๆๆ!!”
หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬ กระอักเืคำโตเขาไหวตัวหลบหนีออกจากรัศมีะเิศูนย์กลางไม่ทันทำได้เพียงรีบยกสองแขนขึ้นมาตั้งการ์ด กางม่านปราณป้องกันแรงกระแทกเอาไว้สุดชีวิต
เขากระเด็นล้มลุกคลุกคลานสำลักฝุ่นควันและเศษอิฐเศษปูนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะฝืนยันตัวลุกขึ้นมาได้... ในขณะที่'ช่องทางลับ' (หลุมหนีตาย)ที่เขาอุตส่าห์ขุดเตรียมไว้ด้านหลังกำแพง บัดนี้ถูกหินถล่มปิดตายทับถมจนมิด
“เฮ้ย!!มีเสียงะเิดังมาจากคุกใต้ดิน!! พวกเราถูกโจมตี!!” “เร็วเข้า!!รีบวิทยุขอกำลังเสริมด่วน!!” “ดูนั่น!! มีผู้บุกรุก!!รีบกระจายกำลังล้อมจับตัวมันไว้!!”
เสียงฝีเท้าและเสียงตวาดสั่งการของเ้าหน้าที่หน่วยมหามนตรานับสิบคนดังระงมใกล้เข้ามาทุกที
ชิ!!
หัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬแค่นเสียงสบถอย่างหัวเสียเขาไม่มีเวลามานั่งไว้อาลัย หรือหาคำตอบแล้ว
เขารีบร่ายวิชาเร้นกายสุดยอด...สลายร่างให้กลายเป็ ‘เงาสีดำ’ มุดลงดำดิ่งหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับเงาของพื้นคอนกรีต... ก่อนจะพุ่งทะยานหลบหนีออกไปจากซากปรักหักพัง ด้วยความเร็วระดับเงาปีศาจ!
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง(นี่แผนการลักลอบแหกคุกของกู...มันถูก ‘บุคคลปริศนา’ มองออก และซ้อนแผนตลบหลังงั้นรึ!? หรือว่า...นี่จะเป็การแก้แค้น วางกับดักสังหารส่วนตัววะ!?)
ตอนนี้ สมองของเขามืดแปดด้านหาคำตอบไม่ได้ เขาทำได้เพียงกัดฟัน ชะลอ 'แผนการยึดตระกูลหวง' ออกไปก่อนชั่วคราว...และต้องรีบกลับไปงัดเอา ‘แผนสำรอง (Plan B)’ ขึ้นมาปัดฝุ่นปรับปรุงใช้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินนี้แทน
่เวลาก่อนรุ่งสาง (เวลาตี 4)...
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ(การรักษามาราธอนข้ามคืน) นพเก้าก็จัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะปีนหน้าต่างโจนทะยานออกจากห้องพักของโรงแรมหรูลอบบินกลับไปยังคฤหาสน์ตำหนักของเขาอย่างเงียบเชียบ
ระหว่างทางที่บินร่อนอยู่บนฟ้า...เขากำลังฮัมเพลงเบาๆ อย่างสบายอารมณ์รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและเบิกบานใจเป็ที่สุด!
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์!]
[โฮสต์ได้ทำการสังหาร 'พ่อมดทมิฬสามตา' อาชญากรโรคจิตระดับตำนานที่ก่อกรรมทำเข็ญมานานกว่า 30 ปีได้สำเร็จ(โดยการซ้อนแผนวางกับดักะเิจิติญญาเอาไว้ล่วงหน้า)!] [รางวัลตอบแทนความเืเย็น:เพิ่มความจุช่องทรัพยากร +15 ช่อง!]
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ (โชคหล่นทับ)!]
[จากผลลัพธ์อันบังเอิญของแรงะเิจากการพลีชีพของพ่อมดทมิฬสามตา... โฮสต์ได้เข้าไป ‘ขัดขวางและทำลาย’แผนการลับสุดยอด ของหัวหน้าพรรคเหยี่ยวทมิฬเข้าอย่างจัง! ส่งผลให้แผนการชั่วร้าย(ที่จะใช้แมลงกู่ระดับจักรพรรดิยุทธ์ ไปควบคุมหวงไค่ เพื่อยึดครองตระกูลหวง)ล้มเหลวไม่เป็ท่า!] [รางวัลส้มหล่น: เพิ่มความจุช่องทรัพยากร +20ช่อง!]
นพเก้าชะงักการบิน ร่อนลงไปยืนหยุดพักอยู่บนยอดตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง...เพื่อเพ่งอ่านและย่อยสลายข้อมูล 'ความสำเร็จ'ที่เด้งขึ้นมารัวๆ
“อ้อ...ที่แท้มันก็เป็แบบนี้นี่เอง...”
เมื่ออ่านรายละเอียดจบ เขาก็ถึงบางอ้อเข้าใจเื่ราวทั้งหมดกระจ่างแจ้ง
ดูเหมือนว่า... ไอ้พวกพรรคเหยี่ยวทมิฬมันกำลังจ้องตาเป็มัน หมายปองอยากจะได้ 'ความลับบางอย่าง' ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในสุสานของตระกูลหวงและเพื่อความชัวร์แบบ 100% พวกมันจึงวางหมากซ้อนแผนกะจะเอาแมลงกู่ไปฝังสมอง ควบคุม 'หวงไค่' ให้กลายเป็หุ่นเชิด เพื่อใช้เป็ใบเบิกทางในการยึดอำนาจและเปิดสุสานอย่างง่ายดาย
แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะ...ว่าการที่เขาแอบไปฝัง 'อาคมะเิิญญา'เอาไว้ในร่างของพ่อมดทมิฬสามตาก่อนล่วงหน้า...มันจะกลายเป็การจุดชนวนะเิพลีชีพ ขัดขวางทำลายแผนการฮุบกิจการของพวกพรรคมารได้อย่างพอดิบพอดีเป๊ะแบบนี้!
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์แบบรัวๆ!]
[โฮสต์ได้ให้กำเนิดบุตรสายเืตรงผู้มีสถานะเป็ 'บุตรแห่ง์' (ลูกรักของพระเ้า)จำนวน 1 คน (ในครรภ์)!]
[อัปเดตความคืบหน้าภารกิจจำกัดเวลา: “เปิดตัวสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนมนุษย์”... เงื่อนไข:รับบุตรแห่งโชคชะตา/บุตรแห่ง์ เป็สาวก (ปัจจุบันทำได้ 1 / 5 คน)]
[รางวัลย่อยสุดพิเศษ:ได้รับสิทธิ์ 'หมุนกาชาอธิษฐานฟรี' แบบ10 โรลรวด!]
“หืม?... เดี๋ยวๆๆ ระบบ... มึงหมายความว่ายังไงวะ!?”
นพเก้าขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกงุนงงสับสนกับแจ้งเตือนล่าสุด (กูเพิ่งจะทำกิจกรรมเข้าจังหวะไปคืนเดียว...นี่กูเสกเด็กเข้าท้องผู้หญิง แล้วได้ลูกเป็ถึง 'บุตรแห่ง์'เลยเหรอวะ!? มึงบั๊กหรือเปล่าเนี่ย!?)
[เมื่อถึงเวลา...โฮสต์ก็จะได้รับรู้และเข้าใจทุกอย่างเองแหละน่า! อย่าเพิ่งมาเร่งรัด!] ระบบตอบกลับมาด้วยความยียวนกวนประสาทไม่ยอมอธิบายหรือสปอยล์อะไรเพิ่มเติม
“เอ้า!ไอ้ระบบเวรนี่!... นับวันมึงจะยิ่งทำตัวอินดี้ เล่นตัว ไม่ยอมตอบคำถามกูดีๆ นะ!”
นพเก้าทำหน้ามุ่ย สบถด่าระบบอยู่ในใจก่อนจะเลิกสนใจ เลิกเซ้าซี้เอาคำตอบ... เขาถีบตัวะโออกจากยอดตึก บินฝ่าความมืดมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลหวง
เมื่อร่อนลงจอดถึงหน้าประตูคฤหาสน์... นพเก้าก็กะว่าจะเดินกลับเข้าไปทิ้งตัวนอนหลับพักผ่อนชาร์จแบตในห้องนอนสักงีบใหญ่ๆ เพราะเมื่อคืนนี้...เขาต้องรับบทเป็คุณหมอจำเป็ ตรากตรำ 'ทำการรักษา' (ถอนพิษกำหนัด)อย่างดุเดือดมาราธอนติดต่อกันนานหลายชั่วโมง... จนตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยล้าปวดเมื่อยเอว และหมดเรี่ยวหมดแรงไปหมดแล้ว
“เรียนเ้าตระกูลน้อยขอรับ!”
ทันใดนั้นพ่อบ้านชราก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานตัว
“ท่าน ‘ฉินหย่ง’ (รองผู้นำตระกูลฉิน) เดินทางมาขอเข้าพบท่านเป็การด่วนขอรับ!ตอนนี้กระผมเชิญให้นั่งรออยู่ที่ห้องรับรองหลักแล้วขอรับ!”
“ฉินหย่งเรอะ?”
นพเก้าพึมพำทวนชื่อคิ้วขมวดเข้าหากัน... ผู้ชายคนนี้ก็คือ 'บิดาบังเกิดเกล้า' ของฉินโหย่วเอ๋อ(อดีตว่าที่พ่อตา) นั่นเอง
เขาไม่เข้าใจเลยว่า... ในเมื่อยัยลูกสาวตัวดีบุกมาฉีกสัญญา ‘ยกเลิกการหมั้นหมาย’ หักหน้าเขากลางคฤหาสน์ไปั้แ่มะวานแล้ว...แล้ววันนี้ ไอ้คนเป็พ่อมันจะถ่อมาหาเขาแต่เช้าตรู่เพื่อจุดประสงค์อะไรอีกวะเนี่ย!? หรือจะมาด่าซ้ำเติม?
เมื่อนพเก้าเดินทอดน่องเข้าไปในห้องโถงรับรอง... เขาก็พบกับบุคคล 3 คน กำลังนั่งประจันหน้ากันด้วยบรรยากาศตึงเครียด สองคนแรกคืออัครเดชและหวงเม่ย (พ่อและแม่ของเขา)... ส่วนอีกคน คืออดีตพ่อตา 'ฉินหย่ง' นั่นเอง!
ฉินหย่ง เป็ชายร่างั์สูงใหญ่เกือบ2.5 เมตร รูปร่างกำยำบึกบึน... บนศีรษะของเขามี‘เขาสีม่วงเข้ม’ สองเขา คดเคี้ยวยาวเฟื้อยชี้เด่ขึ้นไปบนเพดานบ่งบอกถึงสายเืเผ่ายักษาระดับสูง
“ข้าน้อย...ขอน้อมคารวะ ท่านจักรพรรดิหวง ขอรับ!”
ทันทีที่เห็นหน้านพเก้า...ฉินหย่งก็รีบผุดลุกขึ้นยืน โค้งคำนับประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อมที่สุด
แม้ในใจของชายร่างั์ จะรู้สึกกระอักกระอ่วนเสียหน้า และอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด แต่เขาไม่มีทางเลือกกฎเกณฑ์เหล็กของยุทธภพระบุไว้ชัดเจน... ผู้น้อยต้องก้มหัวให้ความเคารพแก่ผู้ที่บรรลุ 'ระดับพลังขอบเขตที่สูงกว่า'อย่างไม่มีเงื่อนไข หากเป็เมื่อก่อน (ที่นพเก้ายังกาก)...เขาคงกล้าเชิดหน้า ยืดอกเรียกอีกฝ่ายว่า ‘ไอ้ลูกเขย’ ได้เต็มปากเต็มคำแต่สถานการณ์ตอนนี้มันพลิกผันไปหมดแล้ว
(บัดซบเอ๊ย!!...เื่วิบัติทั้งหมดนี้... มันเป็ความผิดของไอ้เด็กสวะ ‘ซ่งอวี้หาน’ คนเดียวเลย!) ฉินหย่งด่ากราดสบถสาปแช่งชายหนุ่มสามัญชนอยู่ในใจด้วยความเกลียดชัง (ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หนุ่มนั่นมันมาตีสนิทเป่าหูยั่วยวนลูกสาวข้า... มีหรือที่ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนผู้แสนจะฉลาดหลักแหลมของข้า... จะหน้ามืดตามัว ทำเื่โง่เขลา ไร้สมอง ทิ้งอัญมณี[จักรพรรดิยุทธ์]ไปคว้าก้อนกรวดแบบนี้ได้!!)
“อืม... เอาล่ะท่านมีธุระกงการอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่า... รึว่า... ท่านตั้งใจจะมาพูดคุยสะสางปัญหาเื่ที่ลูกสาวท่าน บุกมา ‘ขอถอนหมั้น’ เมื่อวานนี้ใช่ไหมล่ะ?”
นพเก้าพยักหน้ารับการคารวะพอเป็พิธีก่อนจะยิงคำถามแทงใจดำ พุ่งเข้าประเด็นหลักอย่างไม่อ้อมค้อมเขาอยากจะรีบเคลียร์จบๆ แล้วกลับไปนอนใจจะขาด ไม่รู้ทำไม... เขาถึงรู้สึกอ่อนเพลียเหมือน ‘พลังอำนาจระดับจักรพรรดิยุทธ์’ ในร่าง มันถูกรีดเค้นสูบออกไปจนแห้งเหือดซะขนาดนี้ (ก็แหงล่ะ เล่นฉีดพิษจนหมดก๊อกขนาดนั้น!)
“ช... ใช่แล้วขอรับ!ข้าน้อยต้องกราบขอประทานอภัย เป็อย่างสูงแทนลูกสาวด้วยขอรับ!”
ฉินหย่งรีบโค้งคำนับปะหลกๆน้ำเสียงสั่นเครือ
“ดูเหมือนว่า‘โหย่วเอ๋อ’ ลูกสาวของข้า จะทำเื่ผิดพลาด มหันตภัยร้ายแรงลงไปโดยพลการ!...ขอยืนยันด้วยเกียรติเลยว่า ทางผู้ใหญ่ตระกูลฉินของเรา ไม่มีใครล่วงรู้หรือเห็นชอบกับการกระทำนี้เลยแม้แต่คนเดียว! ข้าน้อยจึงต้องรีบบากหน้า มาขอขมา...หวังว่าพวกท่านผู้ยิ่งใหญ่ จะเมตตา ให้อภัยในความเยาว์วัย รู้เท่าไม่ถึงการณ์และความใจร้อนของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งด้วยเถิดขอรับ!”
ฉินหย่งร่ายยาวท่องบทสคริปต์ขอโทษขอโพย ที่อุตส่าห์ซักซ้อมท่องจำมาเป็อย่างดีในใจ
“หึ! ให้อภัยงั้นรึ!?เหอะ! ช่างกล้าพูดนะ!...”
หวงเม่ย ผู้เป็แม่ ทนฟังความหน้าด้านไม่ไหวอีกต่อไป!นางตบโต๊ะดังปัง! ชี้หน้าด่ากราดทันที!
“ท่าน้าจะให้เรา‘ยกโทษ’ แล้วยอมตกลง ‘จัดงานหมั้นหมาย’ กันใหม่อีกรอบ...ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างงั้นรึ!? ฮ่าๆๆ!น่าขันสิ้นดี! ท่านคิดว่าตระกูลหวงอสุราทองคำของเรา เป็สนามเด็กเล่นรึไง!หรือท่านอยากจะทำให้ตระกูลของเรา กลายเป็ ‘ตัวตลก’ให้ชาวเมืองหัวเราะเยาะเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มากกว่านี้ฮะ!?”
นางรู้ดีเต็มอก...ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนาง ต้องทุ่มเทพยายามเอาอกเอาใจเด็กสาวคนนั้นมาตลอดหลายปีมากแค่ไหน! นางจึงรู้สึกปวดร้าวเ็ปแทนลูกชายสุดๆ! พฤติกรรมของยัยเด็กฉินโหย่วเอ๋อ...มันเหมือนการจงใจเหยียบย่ำ ปั่นหัวและเล่นตลกกับความรู้สึกอันบริสุทธิ์ของลูกชายนางชัดๆ!
“เม่ยเอ๋อ... ใจเย็นๆก่อนเถอะคุณ”
อัครเดชเอื้อมมือไปลูบหลังภรรยาเบาๆแต่ในดวงตาของเขากลับฉายแววเดือดดาล และคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะไม่แพ้กัน!
เมื่อวานนี้... เขาจมปลักวุ่นวายอยู่กับการเคลียร์กองเอกสารในห้องทำงานทั้งวันทั้งคืน...จึงเพิ่งจะมารับทราบข่าวร้าย เื่การโดนบุกมา ‘ถอนหมั้น’ เอาตอนเที่ยงคืนจากปากของภรรยานี่แหละ
ในตอนแรก... เขาโกรธจัดถึงขั้นวางแผนจะระดมพล ยกขบวนผู้าุโระดับสูงของตระกูลบุกไปเหยียบถึงหน้าจวนตระกูลฉิน เพื่อคาดคั้น ทวงถาม ‘คำอธิบาย’และขอค่าเสียหายให้รู้แล้วรู้รอด! เพราะการกระทำหยามเกียรติทุบหม้อข้าวกลางอากาศเช่นนี้... มันหมายความว่า ต่อจากนี้ไป ความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่าง‘สองตระกูลใหญ่’ คงต้องขาดสะบั้น และไม่อาจปรองดองจับมือร่วมธุรกิจกันได้อีกต่อไปแล้ว!
“เอาเถอะๆพวกท่านพอได้แล้วล่ะ... ไม่ต้องเถียงกันหรอก”
นพเก้าถอนหายใจยาว โบกมือห้ามทัพตัดบท
“ข้าเข้าใจ‘การตัดสินใจ’ ของนางกระจ่างแจ้งดีแล้วล่ะ! และข้าก็ยอมรับมันได้... จากนี้ไปข้าจะไม่เข้าไปก้าวก่ายหรือพยายามตามตื๊อตอแยเรียกร้องอะไรจากนางอีกต่อไปแล้วล่ะ!”
นพเก้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแฝงความตัดพ้อ (ปลอมๆ) นิดๆ
“น... นี่!!”
ฉินหย่งสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสี!คำพูดตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยของนพเก้า... ทำเอาเขาใจหายวาบ!
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า... 'ธุรกิจการค้า โควตาสัมปทาน และเส้นสายอิทธิพล'ทั้งหมดที่เขาใช้ไต่เต้า กอบโกยมาได้ใน่หลายปีหลังนี้...ล้วนได้มาจากการ 'พึ่งพิงบารมี และยืมจมูก' ของว่าที่ลูกเขยอย่างนพเก้าหายใจทั้งสิ้น!
ทันทีที่ข่าวลือเื่ ‘การถอนหมั้น’แพร่สะพัดออกไป... บรรดานายทุน พาร์ตเนอร์ธุรกิจ และผู้าุโในตระกูลฉินที่เคยวิ่งเต้นเข้าหา ประจบสอพลอเขา... ต่างก็เริ่มถอยห่าง และตั้งป้อมทวงถามคำอธิบายจากเขาอย่างหนักหน่วง! เขาจึงต้องรีบร้อนบากหน้าถ่อมาขอขมาด้วยตัวเองแต่เช้าตรู่แบบนี้
หากการเจรจาขอขมาล้มเหลว...และนพเก้ายืนกรานที่จะตัดขาดความช่วยเหลือจริงๆ ล่ะก็... อนาคตทางการเมือง การค้าและความฝันที่จะได้ก้าวขึ้นเป็ 'ผู้นำตระกูลฉิน'ของเขา... คงต้องพังทลายดิ่งลงเหวตกต่ำถึงขีดสุดอย่างกู่ไม่กลับแน่ๆ!
“ท่านฉินหย่ง...ข้าขอตัวลากลับไปพักผ่อนก่อนนะขอรับ! ตอนนี้... ข้ากับนาง ไม่มีพันธะหรือความผูกพันใดๆ ต่อกันอีกต่อไปแล้ว!... ยิ่งไปกว่านั้น...”
นพเก้ายกมือขึ้นทาบอก แสร้งบีบน้ำตาทำหน้าเศร้าสร้อย อินเนอร์มาเต็ม
“การที่ลูกสาวของท่านมาบอกเลิก ปฏิเสธความรักของข้าอย่างเ็าและไร้เยื่อใยเช่นนี้... มันทำให้ 'จิตใจอันบอบบาง' ของข้า... รู้สึกร้าวรานและแตกสลายแหลกละเอียดเป็ล้านๆ ชิ้นเลยนะขอรับ! แงๆ!”
พูดจบ นพเก้าก็ประสานมือโค้งคำนับลวกๆก่อนจะหมุนตัว เดินลากขาตุปัดตุเป๋ออกจากห้องรับรองไปด้วยท่าทางอิดโรยและเหนื่อยล้าขั้นสุด!
ในสายตาของอัครเดชและหวงเม่ย (ผู้เป็พ่อแม่)...สภาพร่างกายที่ซูบผอม ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาดำคล้ำของลูกชาย...มันดูเหมือนคนที่กำลังเผชิญกับ 'ภาวะซึมเศร้า'และความเครียดทางอารมณ์อย่างหนักหน่วง จากการถูกหักอก
แต่หารู้ไม่...ว่าในความเป็จริงแล้ว... สาเหตุที่นพเก้าหน้าซีด ตาโหล เดินขาถ่างแบบนี้...มันเป็เพราะ ‘ไต’ ของเขาต้องทำงานหนัก ผลิตน้ำกามออกมาเยอะเกินพิกัดในศึกามืดเมื่อคืนต่างหากโว้ย!
(เฮ้อออ...เมื่อคืนกูไม่น่าหักโหม รักษานางหนักมือไปหน่อยเลยว่ะ... ปวดหลังฉิบเป๋ง) นพเก้าเดินพึมพำบ่นอุบอิบไปตลอดทางเขาเริ่มตระหนักถึงความยากลำบาก และความเหน็ดเหนื่อยของวิชาชีพแพทย์! การทุ่มเท 'รักษาคนไข้' ข้ามคืนแบบนี้มันช่างสูบพลังชีวิตจริงๆ
(หากมีชายหนุ่มคนใด บังเอิญมาได้ยินหรืออ่านความคิดในหัวของไอ้หมอนี่ล่ะก็... พวกมันคงพร้อมใจกันสาปแช่งและรุมกระทืบหมอนี่ให้ตายคาส้นตีน ด้วยความอิจฉาริษยาอย่างแน่นอน!)
“โธ่...ลูกเก้าของแม่...”
หวงเม่ยมองตามแผ่นหลังที่ห่อเหี่ยวของลูกชาย...นางรู้สึกเ็ปร้าวรานใจ จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นางรีบล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมออกมาซับน้ำตาที่เอ่อท้น ตลอดชีวิตที่ผ่านมา... นางไม่เคยเห็นลูกชายสุดที่รักต้องตกอยู่ในสภาพตรอมใจ น่าสงสารแบบนี้มาก่อนเลย หัวใจของคนเป็แม่แทบจะแหลกสลายตามลูกไปด้วย
ในขณะที่ ฉินหย่ง อดีตว่าที่พ่อตา...ทำได้เพียงแค่ประสานมือ โค้งคำนับบอกลากลับไปอย่างหน้าชื่นอกตรม
ในใจของเขากำลังเดือดปุดๆร้อนรุ่มไปด้วยความหงุดหงิดและเคียดแค้น ก็เพราะว่า...หลังจากที่ยัยลูกสาวตัวดีของเขา ก่อเื่งามหน้าสร้างความฉิบหายไว้ให้ตระกูลเสร็จสรรพ... นางก็ดัน 'หายตัวไป' อย่างไร้ร่องรอย โยนขี้ โยนปัญหาทุกอย่างทิ้งไว้ให้ผู้เป็พ่อต้องมาตามเช็ดตามล้าง แบกรับขี้หน้าคนเดียวล้วนๆ
(รอก่อนเถอะ!ยัยลูกเนรคุณ ไม่รักดี!!... ถ้ารู้ว่ามึงแอบไปซุกหัว กบดานอยู่ที่ไหนล่ะก็...กูจะบุกไปกระชากผม แล้วทุบตีมึงให้ตายคามือเลยคอยดู!!) ฉินหย่งกำหมัดแน่น กัดฟันกรอดด้วยความแค้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น... มันเป็เพราะความโง่เขลา และความรักบังตาที่นางมีต่อไอ้เด็กสวะ ‘ซ่งอวี้หาน’ นั่นแหละ!
ไอ้เด็กสามัญชนจนๆ แบบนั้น...ต่อให้มันจะมีพร์ เป็อัจฉริยะเลิศเลอมาจากไหน... แล้วยังไงวะ!? ในเมื่อมึงเกิดมาตัวเปล่า ไร้ขุมอำนาจไม่มีตระกูลใหญ่คอยหนุนหลัง... มึงก็เป็ได้แค่ ‘จอมยุทธ์พเนจร’ ยาจกธรรมดาๆที่รอวันถูกพวกผู้มีอำนาจเหยียบย่ำเท่านั้นแหละ
เมื่อคิดไตร่ตรองถึงจุดนี้...ฉินหย่งก็เริ่มฉุกใจคิดถึง 'ความเป็ไปได้'อีกทางหนึ่ง!
(หรือว่า...ยัยลูกสาวตัวแสบของข้า ที่หายตัวไป... นางจะแอบเก็บข้าวของ หนีตามไปอยู่กินกับไอ้หนุ่มนั่นแล้ววะ!?) เขาเคยคิดเผื่อใจถึงความเป็ไปได้ข้อนี้เอาไว้แล้ว... แต่ทว่า... เมื่อเขาส่งสายลับและลูกน้องคนสนิท ให้บุกไปสืบดู และค้นบ้านพักของ ‘ซ่งอวี้หาน’...พวกเขากลับพบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิต หรือบุคคลใดๆอาศัยอยู่ที่นั่นเลย
(อย่าบอกนะว่า...สองคนนั่น มันใจกล้าหน้าด้าน นัดแนะพากัน ‘หนีตามกัน’ออกไปจากเมืองเวสสุวรรณแล้วจริงๆ!?)ฉินหย่งรีบส่ายหัว สลัดความคิดบ้าๆ นี้ทิ้งไปทันที!เขาพยายามหลอกตัวเอง และเชื่อมั่นลึกๆ ว่า...ลูกสาวผู้เย่อหยิ่งและรักเกียรติยศของเขา... คงไม่มีทางลดตัว ทำเื่เสื่อมเสียน่าอับอายขายขี้หน้าถึงขนาดนั้นหรอก! (มั้งนะ)
ขณะที่ฉินหย่ง กำลังเดินก้มหน้าก้มตาคิดแผนแก้ปัญหา ออกมาถึงบริเวณประตูรั้วหน้าคฤหาสน์ตระกูลหวง... เขาก็ต้องตกตะลึง!เมื่อพบกับฝูง ‘กองทัพนักข่าว’ และปาปารัสซีจากหลากหลายสำนัก ยืนถือไมค์ ถือกล้องออรอทำข่าวกันมืดฟ้ามัวดิน!
ปรากฏการณ์นี้คงจะวุ่นวายไปอีกหลายวัน! แน่นอนล่ะ... ระดับความฮอตฮิต และความสนใจของมวลชนที่มีต่อ ‘จักรพรรดิยุทธ์รุ่นเยาว์’ ผู้เป็ความหวังใหม่ของเมือง...มันย่อมดึงดูดสปอตไลต์ และเป็ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่ง ที่ทุกคนจับตามองเป็พิเศษอยู่แล้ว
หืม?
ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูรั้วออกไปนั้นเอง...
สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับ 'หญิงสาวปริศนา' ผู้หนึ่ง นางสวมเสื้อคลุมยาวปรกหน้าปรกตาเดินสวนทาง สวนหมัดกับเขากลับเข้าไปในคฤหาสน์
วินาทีที่เดินสวนกัน...สัญชาตญาณของฉินหย่ง ก็กระตุกวาบ! เขารู้สึกประหลาดใจ และขนลุกซู่ กับ 'กลิ่นอายความรู้สึกที่คุ้นเคย' อย่างน่าประหลาด! ซึ่งความรู้สึกนั้น... มันดันไปคลับคล้ายคลับคลากับรังสีความเกลียดชัง และความหมั่นไส้ ที่เขามักจะแผ่พุ่งเอาไว้ใช้มองไอ้เด็ก 'ซ่งอวี้หาน' เป็ประจำ!
“ฮ่าๆๆ... บ้าไปแล้ว!ข้าต้องประสาทหลอน หมกมุ่นเื่ของไอ้เด็กนั่นมากไปแน่ๆ เลย!”
ฉินหย่งแค่นเสียงหัวเราะเยาะตัวเองพยายามปัดความคิดไร้สาระทิ้งไป ดูเหมือนว่า่นี้ เขาคงจะเครียดจัดพักผ่อนน้อยเกินไป สงสัยกลับไปถึงบ้าน คงต้องขอตัวไป ‘ปิดด่านฝึกตน’นั่งสมาธิล้างสมองสักพักซะแล้ว จิตใจของเขาฟุ้งซ่านเกินไป...ผู้หญิงแปลกหน้าเดินสวนทางกันแค่นี้... จะไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความเชื่อมโยงอะไรกับไอ้เด็กสวะ 'ซ่งอวี้หาน' ได้ยังไงกันล่ะว้า! (หารู้ไม่ ว่านั่นแหละตัวจริงเสียงจริงเลย)
“เฮ้ยๆ! พวกแกดูนั่นสิ!ผู้หญิงลึกลับคนนั้นเป็ใครวะ!? ทำไมถึงมี ‘พ่อบ้านใหญ่’ของตระกูลหวง เดินนำทาง เชื้อเชิญต้อนรับเข้าไปถึงข้างในด้วยล่ะ!?”
“ข้าก็ไม่คุ้นหน้าเหมือนกันว่ะ!แต่... พวกแกสังเกตเห็นอะไรไหม!? ภายใต้ร่มผ้าคลุมที่หลวมโพรกนั่น...ดูเหมือนว่า สรีระ่หน้าท้องของนาง จะนูนป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัดเลยนะเว้ย!ท่าทางจะ ‘ตั้งครรภ์ท้องโย้’ มาหลายเดือนแล้วซะด้วย!!”
บรรดานักข่าวหัวเห็ดต่างพากันซุบซิบนินทา ชี้ไม้ชี้มือ ถ่ายรูปแชะๆ กันอย่างเมามัน
เื่ชู้สาว คาวโลกีย์พรรค์นี้...มันเป็เื่ปกติธรรมดาของสังคมคนรวยอยู่แล้ว การที่นายน้อย หรือผู้มีอำนาจจะแอบไปไข่ทิ้ง มีบ้านเล็กบ้านน้อย ซุกซ่อน 'ภรรยาลับๆ' ไว้หลายคน (ตราบใดที่พวกเขามีเงินมีปัญญาเลี้ยงดูปูเสื่อให้พวกนางกินหรูอยู่สบายได้) มันก็ไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอะไร
เห็นได้ชัดเจนเลยว่า...ผู้หญิงลึกลับท้องโตคนนี้... ถ้าไม่ใช่พวก 'นางคณิกาชั้นสูง' ที่หวังจะมาเกาะใบบุญใช้ลูกในท้องเป็เครื่องมือไต่เต้า อัปเกรดสถานะตัวเองให้สุขสบาย... ก็คงจะเป็‘หญิงสาวผู้บริสุทธิ์’ (ที่พลาดท่า ถูกล่อลวงโดยนายน้อยจอมหื่นคนใดคนหนึ่งในตระกูล)แล้วต้องอุ้มท้อง บากหน้ามายืนเรียกร้องขอความเป็ธรรมบังคับให้อีกฝ่ายรับผิดชอบสายเืในท้องแน่ๆ! ข่าวฉาวระดับนี้ ขายได้ราคาดีชัวร์!
ในขณะเดียวกัน... ทางฝั่งของ ‘ซูหลัน’ (หญิงสาวปริศนาในชุดคลุม)...
ขณะที่นางกำลังก้าวเท้า เดินตามหลังพ่อบ้านใหญ่เข้าไปภายในคฤหาสน์ตระกูลหวง...ภายในจิตใจของนาง ก็กำลังเผชิญกับพายุอารมณ์ที่สับสน ซับซ้อนและปั่นป่วนอย่างรุนแรง
ใครมันจะไปคาดคิดและเตรียมใจรับมือทันล่ะ!! ว่าชายหนุ่มแปลกหน้า ผู้ซึ่งได้ร่วมเรียงเคียงหมอนมีความสัมพันธ์ทางกายอันลึกซึ้ง (แบบมาราธอน) กับนางเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา...จะกลายเป็คนๆ เดียวกับ ‘อดีตคู่หมั้น’ ของ ‘พี่สาว’ (ฉินโหย่วเอ๋อ)ที่เพิ่งจะบุกไปขอถอนหมั้นหักหน้าเขามาหมาดๆ!! โลกมันจะกลมและเล่นตลกร้ายเกินไปแล้ว!!
“ข...ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ!!”
ซูหลันพึมพำกับตัวเองเสียงสั่นอารมณ์ปั่นป่วนจนแทบจะเป็บ้า! นางยกสองมือขึ้นกอบกุม ลูบคลำ 'หน้าท้องที่นูนป่อง' ของตัวเองด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและสับสน
เมื่อเช้านี้... ทันทีที่นางสร่างเมาลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนในโรงแรมหรู... นอกจากจะพบกับ 'คราบเืพรหมจรรย์' ที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอนและ 'ปึกธนบัตร' (ค่าตัว?) วางทิ้งไว้เป็หลักฐานบนโต๊ะหัวเตียงแล้ว...
สิ่งที่ทำให้นางช็อกจนแทบช็อกตายก็คือ...หน้าท้องแบนราบของนาง ดันขยายขนาด พองโต นูนป่องขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!รูปลักษณ์ภายนอกของนางในตอนนี้... ดูไม่ต่างอะไรกับ 'หญิงตั้งครรภ์ท้อง 3 เดือน'เลยสักนิด และที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าก็คือ...เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ท้องของนางก็ยิ่งขยายใหญ่อัปไซส์ขึ้นมาอย่างก้าวะโ
ในตอนแรก... นางพยายามปฏิเสธความจริงหลอกตัวเองว่า สิ่งที่เห็นมันต้องเป็แค่ภาพลวงตานางตั้งข้อสันนิษฐานเข้าข้างตัวเองว่า... ไอ้ผู้ชายสารเลวหน้าด้านคนนั้นมันอาจจะเป็พวกผู้ฝึกยุทธ์สายมาร ที่แอบใช้ 'ศาสตร์มืด หรือวิชาคำสาป' บางอย่าง มาเสกป่องกลั่นแกล้งทรมานนาง เพื่อความสะใจ
ทว่า... หลังจากที่นางฝืนตั้งสติลองเดินลมปราณ และใช้ 'พลังจิติญญา'สแกนตรวจสอบความผิดปกติภายในร่างกายอย่างละเอียด...นางก็พบกับความจริงอันโหดร้าย ที่ทำให้นางแทบจะล้มทั้งยืน!
นางไม่ได้โดนคำสาป!... แต่นางกำลัง‘ตั้งครรภ์’ มี ‘ชีวิตน้อยๆ’ ของเด็กทารก ดิ้นขลุกขลักเติบโตอยู่ภายในมดลูกของนางจริงๆ!!
(บ้าไปแล้ว!!มันจะเป็ไปได้ยังไงกัน!!? ต่อให้ผู้ชายคนนั้นจะน้ำยาดีฉีดสเปิร์มระดับเทพแค่ไหน... แต่การจะเสกให้ผู้หญิงท้องโต 3 เดือนได้ภายในเวลาแค่ชั่วข้ามคืนเดียวเนี่ยนะ!! วิทยาศาสตร์และการแพทย์มันก้าวล้ำไปถึงขั้นนี้ั้แ่เมื่อไหร่วะ!!)
โชคยังดี...ที่ในระหว่างที่นางกำลังเดินเหม่อลอย แบกท้องโย้ออกมาจากโรงแรมและกำลังเดินเร่ร่อนหาทางออกอยู่ในเมือง... สายตาของนางก็เหลือบไปเห็น‘ภาพถ่ายและป้ายประกาศเกียรติคุณ’ ของชายหนุ่มรูปหล่อผู้หนึ่ง กำลังฉายหราโชว์เด่นหลาอยู่บนจอโฆษณา LED ขนาดั์กลางสี่แยกไฟแดง
ทำให้รู้ความจริงว่า...บุรุษผู้คว้าพรหมจรรย์ของนางไปเมื่อคืนนี้ แท้จริงแล้วเขาไม่ใช่กุ๊ยข้างถนนแต่เขาคือ ‘จักรพรรดิยุทธ์รุ่นเยาว์’ ฮีโร่คนใหม่ของเมือง นามว่า 'นพเก้า' ผู้เป็ทายาทสืบทอดสายตรง ของตระกูลหวงอสุราทองคำนั่นเอง
เมื่อล่วงรู้ถึงพิกัดและแหล่งกบดานของตัวการใหญ่...นางจึงไม่รอช้า ไม่ต้องแวะเตรียมการ หรือหาซื้อตะกร้าของขวัญใดๆ ให้เสียเวลานางรีบโบกแท็กซี่ บึ่งรถพุ่งตรงดิ่งมาบุกเบิกคฤหาสน์ตระกูลหวงทันที!นางจะต้องบุกไปกระชากคอเสื้อ และเค้นคอถามความจริงจากปากไอ้เวรนั่นให้จงได้...ว่าเมื่อคืนนี้ มึงแอบเล่นตุกติก งัดใช้วิชาเสกเด็กเข้าท้องแบบไหนทำบ้าอะไรกับร่างกายกู!!
ภายในห้องโถงรับรองแขกสุดหรู...
‘หวงเม่ย’ผู้เป็มารดาของนพเก้า กำลังนั่งเอนหลังทิ้งตัวพิงพนักโซฟาด้วยสีหน้าอิดโรยและเคร่งเครียดสุดๆ... ขณะที่ 'อัครเดช' ผู้เป็สามี กำลังเดินกระวนกระวายเอามือไพล่หลัง เดินวนไปวนมาเป็วงกลมอยู่กลางห้อง (ซึ่งเป็นิสัยประจำตัวของเขาเวลาที่ต้องใช้ความคิดหนักๆ แก้ปัญหาไม่ตก)
“ที่รัก!...เราอย่ามัวแต่นั่งรอช้าอยู่เลย! เราต้องรีบยกทัพ บุกไปทวงความยุติธรรมให้ลูกชายเราที่ตระกูลฉินเดี๋ยวนี้เลย! ข้าจะต้องบุกไปกระชากหัว นั่งจับเข่าคุยเคลียร์ปัญหาใจกับยัยเด็กผู้หญิงจองหองคนนั้นให้รู้เื่ให้ได้!”
หวงเม่ยตบหน้าตักตัวเองฉาดใหญ่!ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเดือดดาล! นางเตรียมจะเดินออกไปสั่งการ ระดมพล‘กองพันองครักษ์เกราะเหล็ก’ ประจำตระกูลหวง ให้ตั้งแถวเตรียมพร้อมบุกทะลวงทันที!
“ใจเย็นๆก่อนสิคุณน้อง! ไม่จำเป็ต้องบุ่มบ่ามทำเื่ให้มันเอิกเกริกวุ่นวายขนาดนั้นหรอก!... ตอนนี้ เราทำได้เพียงแค่‘สงวนท่าที’ และรอคอยดูสถานการณ์ไปก่อน... ข้าอยากจะรอดูทิศทางลมซะหน่อย ว่า‘ท่านพ่อตา’ (หวงไท่) จะตัดสินใจงัดมาตรการ หรือมีท่าทีตอบโต้ตอกกลับเื่นี้ยังไงต่อไป!”
อัครเดชรีบเดินเข้าไปรั้งแขนภรรยาให้นั่งลง...มีหรือที่เขาจะอ่านใจ เดาความคิดของภรรยาไม่ออก ที่นางทำทีโวยวายอยากจะยกทัพไปทวงความยุติธรรมน่ะ... ลึกๆ แล้ว นางก็แค่อยากจะหาเื่บุกไป‘อาละวาด’ พังบ้านคนอื่น เพื่อระบายความโกรธแค้นและความหงุดหงิดที่สุมอกอยู่เท่านั้นแหละ
“ฮึ่ม!!ถ้าท่านพ่อมัวแต่ใจเย็น ไม่ยอมลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องเกียรติยศตระกูลล่ะก็...ข้าจะเป็คนบุกเดี่ยว ไปสั่งสอน ตบหน้ายัยเด็กนั่นด้วยมือของข้าเองนี่แหละ!”
หวงเม่ยกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ!ดวงตาคุกรุ่นไปด้วยไฟโทสะ! (ยัยเด็กบ้านั่น!กล้าดียังไง ถึงได้ทำตัวร่าน หักอกลูกชายข้า แล้วแอบหนีตามผู้ชายคนอื่นไปหน้าตาเฉย!ซ้ำยังบังอาจกล้าเอา 'หมวกเขียว' ใบเบ้อเริ่มมาสวมทับหัวลูกชายสุดที่รักของข้าอีก!! ยอมไม่ได้โว้ยยย!)
เฮ้อออ~
อัครเดชลอบถอนหายใจยาว... อันที่จริงไม่ใช่แค่เขาและหวงเม่ยเท่านั้น ที่กำลังอารมณ์ค้าง เดือดดาลเป็ฟืนเป็ไฟ...ตอนนี้ สมาชิกทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลหวง ล้วนรู้สึกเหมือนถูก ‘เหยียบหาง’และถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางสี่แยก
หากผู้นำสูงสุดอย่าง ‘หวงไท่’ออกคำสั่งประกาศิต ‘เปิดศึก’ บุกถล่มตระกูลฉินเมื่อไหร่ล่ะก็...กองทัพของตระกูลหวงทุกคน ก็พร้อมจะชักดาบ ประกาศาเืกระโจนเข้าสู่สมรภูมิรบอย่างไม่ลังเล นับั้แ่ก่อตั้งลงหลักปักฐานสร้างตระกูลมาอย่างยิ่งใหญ่นานนับพันปี...พวกเขาไม่เคยต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อัปยศหยามเกียรติระดับชาติเช่นนี้มาก่อนเลยในประวัติศาสตร์
และในขณะที่คลื่นใต้น้ำแห่งความแค้นกำลังก่อตัวหมุนวน ใกล้จะะเิเป็พายุทอร์นาโดอยู่นั้นเอง...
แอ๊ดดด...
ประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘พ่อบ้านชรา’ ผู้ที่เดินนำทางพา ‘หญิงสาวสวมผ้าคลุม (ท้องโย้)’ ก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างเงียบเชียบ
“หัวหน้าพ่อบ้าน?...นี่เ้า... พาใครเข้ามาด้วยเนี่ย?”
อัครเดชขมวดคิ้ว ถามด้วยความสงสัยระคนแปลกใจ(สถานการณ์กำลังตึงเครียดหน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้...มึงยังมีกะจิตกะใจ พาผู้หญิงท้องแก่ใกล้คลอดที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาเพ่นพ่านในห้องรับรองอีกเรอะ!?)
ทางด้านพ่อบ้านชราเองก็มีสีหน้าหนักใจ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสุดๆ
สารภาพตามตรง... ตอนแรกที่เขาได้ยินเื่ราวคำกล่าวอ้างจากปากของผู้หญิงคนนี้ที่หน้าประตู... เขาก็แทบจะไม่เชื่อหูตัวเองคิดว่านางเป็พวก 18 มงกุฎมิจฉาชีพที่หวังจะมากรรโชกทรัพย์
แต่ทว่า... ด้วยความรอบคอบเขาจึงแอบสั่งให้ลูกน้องสายลับ ไปเจาะระบบ ไล่เช็กตรวจสอบภาพจาก 'กล้องวงจรปิด' (CCTV) ตามเส้นทางและโรงแรมหรูในเมืองเมื่อคืนวาน... และภาพหลักฐานมัดตัวที่เขาได้รับรายงานกลับมา ก็คือ... 'สาวสวยสุดเซ็กซี่' ผู้นี้... ได้เดินโอบกอดประคองกันเข้าไปในโรงแรม และใช้เวลาร่วมสวิงกิ้ง เล่นผีผ้าห่มกับ 'ท่านเ้าตระกูลน้อย' (นพเก้า) สองต่อสองตลอดทั้งคืนจริงๆ!!
“ข...ขอประทานอภัยด้วยขอรับ ท่านหัวหน้าตระกูล!... ผ... ผู้หญิงคนนี้คือ... ‘ของๆ ท่าน’... เอ๊ย! ไม่ใช่สิ!” พ่อบ้านชราตื่นเต้นจนลิ้นพันกัน พูดจาติดอ่างสื่อสารผิดความหมายไปไกลลิบ!
“อะไรนะ!!!?”
อัครเดชเบิกตากว้างหน้าซีดเป็ไก่ต้ม! สติหลุดลอย! (ไอ้เหี้ยยย! มึงหมายความว่าไงวะ ที่บอกว่าผู้หญิงท้องคนนี้ คือ ‘ของๆกู’!!?)
“ไอ้เชี่ยเดช!!!!มึงแอบไปไข่ทิ้งไว้ที่ไหนมาฮะ!!!!”
หวงเม่ยแผดเสียงคำรามลั่นห้องดั่งนางสิงห์ร้าย!นางผุดลุกขึ้นยืนตระหง่าน สองมือกำหมัดแน่นกรอด จนได้ยินเสียงกระดูกข้อนิ้วลั่นดังกร๊อบๆ!
ในหัวของนางตอนนี้ขาวโพลนไปหมด! (ปัญหาเื่ลูกชายนก โดนเมียทิ้งถอนหมั้นยังไม่ทันจะเคลียร์จบ!... นี่ผัวตัวดีของกู ดันไปแอบมีเมียน้อย ซุกกิ๊กจนท้องโตโย้ปล่อยให้มันบุกมาทวงสิทธิ์ อุ้มท้องมาประจานถึงหน้าบ้านอีกเหรอเนี่ย!!กูจะบ้าตาย!!)
“พ... พ่อบ้าน!!มึงระวังปาก ระวังคำพูดหน่อยนะโว้ย!! ข้าสาบานได้ ข้าไม่เคยรู้จักมักจี่หรือเคยเห็นหน้ายัยผู้หญิงคนนี้มาก่อนในชีวิตเลยนะเว้ย!!”
อัครเดชลนลานรีบยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวัน เหงื่อแตกพลั่กไหลเป็ทาง!
(ไอ้พ่อบ้านเวรตะไล!!กูกับมึงเคยมีความแค้น บาดหมางเคืองขุ่นอะไรกันมาแต่ชาติปางก่อนวะ!!ทำไมมึงถึงต้องมาสาดโคลน วางแผนฆาตกรรม โยนขี้ใส่กูแบบนี้ด้วยฮะ!? มึงอยากเห็นกูโดนเมียจับหั่นศพ ยัดใส่กระสอบทิ้งถ่วงน้ำมากใช่ไหม!!) เขาะโด่าทอ สาปแช่งพ่อบ้านอยู่ในใจอย่างเอาเป็เอาตาย!
“ม... ไม่ใช่ๆ!ข้าน้อยกราบขออภัย ข้าน้อยพูดผิด!เรียบเรียงคำพูดผิดไปหน่อยขอรับท่านหัวหน้าตระกูล!! ท่านหญิงโปรดระงับโทสะก่อน!...ค... คือว่า ผู้หญิงคนนี้... นางมาแสดงตัว อ้างสิทธิ์ว่านางคือ... ‘ลูกสะใภ้’ ของพวกท่านต่างหากล่ะขอรับ!!”
เมื่อพ่อบ้านชรารู้ตัวว่าตัวเองเผลอพูดจาสองแง่สองง่ามจุดชนวนาครอบครัวจนเกือบจะทำให้เ้านายบ้านแตก... เขาก็รีบลนลานโค้งคำนับขอโทษขอโพย และรีบอ้าปาก สปีดแก้คำให้ถูกต้องโดยด่วน
“ห๊าาา!!!!?”
คราวนี้... ทุกคนในห้องโถงรับแขก(รวมทั้งสาวใช้ที่ยืนแอบฟังอยู่) ต่างเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง ตกตะลึงงันไปตามๆ กัน!บรรยากาศเงียบกริบไปชั่วอึดใจ... ก่อนจะะเิกลายเป็เสียงเซ็งแซ่ความโกลาหลฮือฮาดังกระหึ่มขึ้นมาแทนที่! บรรดาแม่บ้านและสาวใช้ ต่างซุบซิบนินทาชี้ไม้ชี้มือ ทำหน้าตาตื่นเต้นใ ประหนึ่งกำลังดูละครหลังข่าวตอนอวสาน!
“ม...มันจะเป็ไปได้ยังไงวะ!?”
อัครเดชขมวดคิ้วยืนนิ่งงันเป็รูปปั้น! เขาไม่เคยระแคะระคาย หรือคาดคิดมาก่อนเลยว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขา จะแอบไปทำตัวเหลวแหลก ไข่ทิ้งเรี่ยราดซุกซ่อนภรรยาลับๆ ไว้ข้างนอกบ้านแบบนี้!
แต่ทว่า... ในวินาทีถัดมา...สมองอันเฉียบแหลมของเขาก็ประมวลผล สว่างวาบขึ้นมาทันที! (เดี๋ยวนะ!... ข้าจำได้ลางๆ ว่า...เมื่อสองวันก่อน... ไอ้ลูกเก้า มันเดินคอตก เข้ามาหาข้าในห้องทำงานแล้วก็คุกเข่าร้องไห้โฮ ฟูมฟาย ขอโทษขอโพยข้าชุดใหญ่... หรือว่า!...วีรกรรมความผิดที่มันร้องไห้ขอโทษวันนั้น... จะหมายถึงการไป ‘ทำผู้หญิงท้อง’เื่นี้วะ!!?)
“น...นี่เื่จริงงั้นรึ!?”
อารมณ์ของหวงเม่ยพลิกผันเปลี่ยนโหมดเร็วกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี! ทันทีที่รู้ว่าหญิงสาวปริศนาตรงหน้าไม่ใช่เมียน้อยของผัว... นางก็รีบปรี่ ถลาเข้าไปดึงแขน ประคองหญิงสาวคนนั้น(ซูหลัน) ให้มานั่งเคียงคู่กันบนโซฟากำมะหยี่สุดหรูทันที!
นางลูบคลำหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่ายด้วยดวงตาที่เป็ประกายวิบวับ! แม้ในใจลึกๆ นางจะรู้สึกเคือง และอยากจะหยิกเนื้อทุบตีไอ้ลูกชายตัวแสบให้เขียวช้ำ... (ทำไมมึงถึงไม่ยอมเปิดตัวพาลูกสะใภ้แต่งเข้าบ้านให้มันถูกต้องตามประเพณีวะ! ทำไมถึงปล่อยปละละเลยให้นางต้องทนลำบาก อุ้มท้องโตเต็ดเตร่ ร่อนเร่อยู่ข้างนอกคนเดียวแบบนี้ฮะ!)
แต่ถึงกระนั้น...ความโกรธก็ถูกแทนที่ด้วย ‘ความปีติยินดี’ จนล้นอก! นางไม่เคยคาดคิดหรือฝันหวานมาก่อนเลยว่า... ตัวเองจะได้เลื่อนขั้น อัปเกรดสถานะขึ้นเป็ ‘คุณย่า’ ได้อุ้มหลานตัวน้อยๆ เร็วปานกามนิตหนุ่มขนาดนี้!
“ค... คือว่า...”
ซูหลันอึกอัก ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องตกเป็เป้าสายตา และถูกซักไซ้ไล่เลียงอย่างหนักหน่วงจากบรรดาผู้ใหญ่นางไม่มีทางเลือก จึงจำยอมต้องเล่า ‘ความจริง’ (เท่าที่บอกได้) ให้พวกเขารับฟัง
นางเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ความผิดพลาดในค่ำคืนที่ผ่านมาให้ฟังจนหมดเปลือก...แต่แน่นอนว่า... นางขอสงวนสิทธิ์ รูดซิปปากเงียบกริบ 'ปกปิด' ความลับสุดยอด เื่ฐานันดรศักดิ์ที่แท้จริง(องค์หญิงแห่งราชวงศ์) และเื่ที่นางปลอมตัว แฝงกายในนาม ‘ซ่งอวี้หาน’ เอาไว้มิดชิดข้อมูลคอขาดบาดตายระดับนี้... เก็บงำซุกซ่อนไว้เป็ไพ่ตายกับตัว ย่อมปลอดภัยที่สุด
“อ... อะไรนะ!? เ้าเพิ่งจะไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกชายข้า แค่ ‘คืนเดียว’ งั้นรึ!!?... เป็ไปไม่ได้!!ท้องมันจะโตป่อง ขยายไซส์อลังการขนาดนี้ ภายในเวลาแค่ชั่วข้ามคืนได้ยังไงกัน!!...นี่ลูกชายข้า มันแอบไปข่มขู่ บังคับให้เ้าแต่งนิยายโกหกสร้างเื่เพื่อปิดบังความผิดอะไรอีกรึเปล่าเนี่ยฮะ!?”
หวงเม่ยเบิกตากว้างจ้องจับผิดหญิงสาวด้วยสีหน้าจริงจัง และเคลือบแคลงสงสัยขั้นสุด! ตรรกะนี้มันฝืนกฎธรรมชาติ และหลักการแพทย์มากเกินไป
อัครเดชเองก็ยืนกอดอก นิ่งเงียบรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อเขารู้สึกว่า... นิสัยใจคอของลูกชายเขา ไม่น่าจะเป็คนมักง่าย ไร้ความรับผิดชอบชิงสุกก่อนห่ามถึงขนาดนี้
และที่สำคัญ...หากปล่อยให้ไอ้ลูกชายตัวดี มันมีนิสัยเ้าชู้ไก่แจ้มักมากไข่ทิ้งเรี่ยราดไปทั่วแบบนี้... แล้วในอนาคต หากมันก้าวขึ้นรับตำแหน่ง‘ผู้นำตระกูล’ เต็มตัว... ปัญหาศึกชิงมรดก และความวุ่นวายจากการที่มี ‘ทายาทลับ’โผล่มาเรียกร้องสิทธิ์นับสิบๆ คน คงจะปวดหัวบรรลัยแน่ๆ!
(ฮืออออ...ทำไมไม่มีใครยอมเชื่อข้าเลยวะเนี่ย! ข้าพูดความจริงทุกอย่างเลยนะเว้ย!!) ซูหลันนั่งก้มหน้างุด อยากจะร้องไห้ะโระบายความอัดอั้นแต่ก็ไม่มีน้ำตา นางไม่รู้จะงัดเอาหลักฐาน หรือคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ข้อไหนมายืนยันพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางได้เลยจริงๆ
และในขณะที่สองสามีภรรยากำลังสวมบทบาทนักสืบโคนัน เค้นคอสอบสวนลูกสะใภ้อย่างดุเดือดอยู่นั้น...
พ่อบ้านชรา ก็รับคำสั่งรีบวิ่งไปเชิญตัว ‘นพเก้า’ (ตัวการใหญ่)ให้มาเข้าเฝ้าที่ห้องโถงรับรองทันที
หาวววววว~~
“ฮ้าวว... ท...ท่านพ่อ... เรียกตัวข้ามาด่วนขนาดนี้ มีเื่คอขาดบาดตายอะไรอีกรึขอรับ?...ข้ากำลังง่วงนอนสุดๆ เลยนะเนี่ย...”
นพเก้าเดินหาวหวอดๆ ถูตาปรือๆ ก้าวเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทางงัวเงียสุดๆ
แต่ทันทีที่ั์ตาของเขาโฟกัสภาพชัดเจน... และปะทะเข้ากับร่างของ ‘หญิงสาวแปลกหน้า’ที่เขาร่วมหอลงโรงด้วยเมื่อคืน... เขาก็เบิกตากว้าง สร่างง่วงเป็ปลิดทิ้ง!
(เชี่ยยย!!ทำไมนางถึงมาโผล่นั่งหน้าสลอน อยู่ที่นี่ได้วะ!!?) และเมื่อสายตาของเขา เลื่อนต่ำลงไปหยุดอยู่ที่ 'ก้อนหน้าท้อง' ที่นูนป่องขยายไซส์ใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มของนาง... เขาก็ยิ่งช็อกตาตั้ง อ้าปากค้าง
(เดี๋ยวนะ!แล้วไอ้ก้อนตรงท้องนั่นมันอะไรวะ!! ทำไมไซส์มันถึงได้ใหญ่เว่อร์วังอลังการบวมเต่งขนาดนั้น!!)
“ไอ้ลูกเก้า!! แกมีข้อแก้ตัวหรือมีคำอธิบายดีๆ อะไร จะชี้แจงแถลงไขให้พวกเราฟังไหมฮะ!!?”
หวงไท่ ผู้เป็ประธาน(ที่เพิ่งเดินตามเข้ามาสมทบ) ตวาดเสียงกร้าว! ชายชราตวัดมือออกคำสั่งเด็ดขาดให้บรรดาคนรับใช้ และผู้ติดตามทั้งหมด ทยอยออกจากห้องไปให้หมด!เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ หวงไท่, หวงเม่ย,อัครเดช, นพเก้า และหญิงสาวท้องโย้ (ซูหลัน)เป็การเคลียร์ปัญหาความลับภายในครอบครัว
นพเก้ายืนนิ่งเป็หินพูดไม่ออกบอกไม่ถูก! หัวสมองขาวโพลนไปหมด! กูจะไปตรัสรู้ได้ไงวะว่ามันเกิดปาฏิหาริย์เหนือธรรมชาติบ้าบออะไรขึ้น!!?
“ระบบ...นี่ฝีมือมึงใช่ไหม!? มึงแอบเล่นตุกติก ทำบ้าอะไรลงไปฮะ!?”
นพเก้าตั้งข้อสันนิษฐาน โยนความผิดโยนขี้ไปให้ระบบอัจฉริยะในหัวทันที! เขาเชื่อมั่นล้านเปอร์เซ็นต์ว่าไอ้ปรากฏการณ์ตั้งครรภ์สายฟ้าแลบ ท้องป่องไวปาน 5Gแบบนี้... มันต้องเป็ฝีมือการดัดแปลงตัดต่อพันธุกรรมของไอ้ระบบเวรนี่แน่นอน!
[ฮัลโหล!!โฮสต์กำลังพูดพล่อยๆ ใส่ร้ายป้ายสีอะไรระบบอยู่ฮะ!? แหกตาดูผลผลิตตรงหน้าให้ดีๆสิ! เห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งเลยว่า... ไอ้เด็กที่นอนดิ้นอยู่ในท้องป่องๆ นั่นน่ะ...มันคือ 'ผลผลิตทางชีวภาพ' ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงและน้ำเชื้อของโฮสต์ล้วนๆ เลยนะโว้ย!]
บางครั้งระบบก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายและเอือมระอากับความปัญญาอ่อนแถสีข้างถลอกของเ้านายมันจริงๆ! (ตรรกะไหนวะเนี่ย! กูเป็แค่ ‘โปรแกรม AI’ ฝังอยู่ในหัวมึงนะโว้ย!กูจะเอาน้ำยา เอาอวัยวะสืบพันธุ์ที่ไหน ไปแทงยอดเสกเด็กเข้าท้องผู้หญิงได้วะ!!ไอ้บ้าเอ๊ย!)
“เออๆ... แล้วมึงพอจะมีข้อมูลหรือรู้สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ (หรือไสยศาสตร์) ไหมล่ะ...ว่าตกลงมันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้นกันแน่!?”
เมื่อนพเก้าตระหนักได้ว่าตรรกะความคิดของตัวเองมันเพี้ยน และหลุดโลกเกินไป เขาก็รีบปรับโฟกัสดึงสติกลับมาตั้งคำถามใหม่ให้ดูฉลาดขึ้น
[ติ๊ง~ ระบบขออธิบายกลไกทางชีวภาพ: จากผลการวิเคราะห์สแกนสถานการณ์ปัจจุบันอย่างละเอียด... สรุปได้ว่า ปรากฏการณ์ท้องโย้ฉับพลันนี้เกิดจากอานุภาพและผลกระทบข้างเคียง ของ 'ผลกายาสถิต'(ไอเทมระดับเซียน) ที่หลอมรวมและสถิตอยู่ภายในตันเถียนของโฮสต์! เนื่องจากโฮสต์ยังซึมซับและย่อยสลายพลังงานของผลไม้วิเศษนี้ ไม่หมด 100%... ในระหว่างการ'ทำกิจกรรมเข้าจังหวะ' มวลพลังงานวิเศษที่ตกค้างจึงได้ 'หลุดรอดและถ่ายทอด' แทรกซึมผ่านสารคัดหลั่ง(อสุจิ) พุ่งตรงเข้าไปปลุกเสก กระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดภายในมดลูกของหญิงสาวผู้นี้! ส่งผลให้ทารกในครรภ์ได้รับการ 'กระตุ้นพันธุกรรม' และปลุกพลัง'กายาระดับเซียน' ขึ้นมาั้แ่ยังเป็ตัวอ่อน!เซลล์จึงเกิดการแบ่งตัว และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วก้าวะโผิดมนุษย์มนาทั่วไป!]
เมื่อได้รับฟังคำอธิบายหลักการทำงาน(สุดกาว) จากระบบ... นพเก้าก็ถึงบางอ้อ! พยักหน้าเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง!
เขาค่อยๆ หันใบหน้าไปมองสบตากับซูหลัน... แววตาของนางเต็มไปด้วยความสับสน เคลือบแคลงและรอคอยคำอธิบายจากปากของเขาเช่นเดียวกัน
“ท...ทุกคนฟังข้านะขอรับ!... เด็กในท้องนั่น... เป็ ‘สายเื’ ลูกแท้ๆ ของข้าเองจริงๆ!... ซูหลัน... เ้าไม่ต้องกังวลไปนะ!ข้าเป็ลูกผู้ชายพอ! ข้าพร้อมจะยืดอก ‘รับผิดชอบ’ เลี้ยงดูเ้าและลูกในท้องอย่างดีที่สุดเอง!!”
นพเก้าประกาศจุดยืน ยืดอกรับแมนๆในเมื่อหลักฐานมันคาตา และสถานการณ์มันบีบบังคับมาถึงขั้นนี้แล้ว...เขาก็มีแต่ต้องก้มหน้ารอมรับความจริงแต่โดยดี ขืนเขากล้าปฏิเสธหรือตีเนียนปัดความรับผิดชอบทอดทิ้งลูกในไส้ของตัวเองล่ะก็...พฤติกรรมเลวทรามแบบนั้น มันก็คงไม่ต่างอะไรกับพวก ‘ขยะเปียก’ เดนมนุษย์ที่สมควรโดนสังคมรุมประณามหยามเหยียดแล้วล่ะ
โอ้วววว!!!
ผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งสามคนของตระกูลหวงถอนหายใจเฮือกใหญ่! โล่งอกไปเปราะหนึ่ง! พวกเขาได้รับคำยืนยันนั่งยันนอนยันแล้วว่า... หญิงสาวปริศนาคนนี้ คือ ‘ลูกสะใภ้ตัวจริงเสียงจริง’ ของตระกูลอสุราทองคำอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ลูกเก้า!...ไหนแกเล่ามาซิ... ว่าเื่ราวมันเป็มายังไงกันแน่! เล่ามาให้หมดเปลือกเล่ามาให้ละเอียดยิบทุกซอกทุกมุม! ห้ามปกปิดหรือขาดตกบกพร่องไปแม้แต่ประโยคเดียวเลยนะเว้ย!!”
อัครเดชผู้เป็พ่อ แทรกเสียงเข้มคาดคั้นเอาความจริง
นพเก้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจำยอม เปิดปากเล่าสตอรีทั้งหมดให้ทุกคนฟังอย่างไม่มีปิดบัง
เริ่มั้แ่...การอธิบายสรรพคุณปาฏิหาริย์ของ ‘ผลกายาสถิต’ ว่ามันเข้าไปกระตุ้นเซลล์พันธุกรรมจนทำให้ทารกในครรภ์มี ‘กายาเซียน’ และเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติได้อย่างไร
และที่พีกที่สุดก็คือ... การแหกโค้งเปิดเผย ‘ตัวตนที่แท้จริง’ ของหญิงสาวตรงหน้า!... ว่าแท้จริงแล้วนางไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาๆ! แต่นางคือ 'ซูหลัน' องค์หญิงรัชทายาทลำดับที่หนึ่งแห่งราชวงศ์สุริยันสีชาด! ผู้ซึ่งแอบปลอมตัวแปลงโฉมใช้ชีวิตซุกซ่อนอยู่ภายใต้นามแฝงว่า 'ซ่งอวี้หาน'มาตลอดหลายปีนั่นเอง!!
ถึงแม้เขาจะอยากปิดบัง...แต่เมื่อเด็กคลอดออกมา เขาก็ไม่สามารถปิดบังพร์ระดับเซียนของลูกได้อยู่ดีเพราะจากข้อมูลสแกนสปอยล์ของระบบ... กายาวิเศษที่ลูกของเขาจะได้รับสืบทอด ก็คือ 'กายาระดับเซียนขั้นสูงสุด' อย่าง 'กายาอาทิตย์สีชาด'! ซึ่งเป็กายาในตำนาน ที่สาบสูญขาด่การสืบทอดในหมู่ราชวงศ์มานานนับพันปีแล้ว!
โชคยังดี... ที่เขาตั้งสติได้และรูดซิปปาก เลี่ยงที่จะไม่นำเสนอ หรือเปิดเผยความลับเื่ 'การกลับชาติมาเกิดใหม่' ของเขาออกไปผสมโรงด้วย ไม่อย่างนั้น... พ่อแม่และตาของเขา คงได้เกิดอาการช็อกตาตั้ง หัวใจวายตายคาที่เพราะรับปริมาณความแปลกประหลาดไม่ไหวแน่ๆ!
อะไรนะ!!!? [หวงไท่] (มีสมบัติ์ระดับไอเทมเทพ ที่สามารถเสก 'ปลุกกายาวิเศษ' ได้ด้วยรึ!? เกิดมาจนหัวหงอกพวกข้ายังไม่เคยได้ยิน หรือเคยเห็นตำราเล่มไหนเขียนบันทึกไว้เลย!!)
อะไรนะ!!? [หวงเม่ย] (ยัยหนูคนนี้ คือ... 'องค์หญิง'สายเืบริสุทธิ์ แห่งราชวงศ์สุริยันสีชาดงั้นรึ!!? โอ้วมายก๊อด! งานนี้ตระกูลหวงของเรา โชคดีแจ็กพอตแตก ได้เกาะต้นขาเกาะเกล็ดัของราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่เข้าให้แล้ว!!)
เดี๋ยวนะ!! แล้วนี่อะไรอีกวะเนี่ย!!? [อัครเดช] (นางผู้นี้ คือร่างจริงของ ‘ซ่งอวี้หาน’... บุรุษอัจฉริยะหน้าหวานผู้ครองบัลลังก์ 'อันดับหนึ่ง' ในทำเนียบ์รุ่นเยาว์งั้นรึ!!?แท้จริงแล้ว เขาคือผู้หญิงแต่งชาย!... แถมยังมาลงเอย กลายเป็‘ลูกสะใภ้’ ของตระกูลหวงอีกต่างหาก!! ช็อกซ้อนช็อก!!)
และที่ช็อกที่สุดก็คือ!! [3 คนร่วมบรรเลงเสียงในหัว] ทารกในครรภ์... จะถือกำเนิดมาพร้อมกับ 'กายาเซียนขั้นสูงสุด'!! กายาในตำนานที่หายสาบสูญไปนานนับพันปี!!นี่มันว่าที่ ‘เทพเ้า’ เดินดินชัดๆ!!
“อ... อาาาา~~”
หวงไท่ ผู้เฒ่าสูงสุดของตระกูล...ถึงกับอ้าปากค้าง สมองช็อต สตั้นไป 10 วินาที! ชายชราพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ครางอืออาในลำคอ!
ด้วยทิศทางของสถานการณ์พายุข่าวดีที่โหมกระหน่ำซัดเข้ามาแบบรัวๆ คอมโบเซตใหญ่ขนาดนี้...มันมีแต่เื่มงคล โชคลาภ และผลประโยชน์ระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทั้งนั้นชายชราไม่รู้จะแสดงสีหน้า หรือระบายความปีติยินดีออกมายังไงดี ความสุขและความเจริญรุ่งเรือง มันหล่นทับ พุ่งชนเป้าหมายเข้าอย่างจัง แบบไม่ทันตั้งตัว
“ฮ่าๆๆๆ!! วิเศษ!วิเศษที่สุดเลย!! ข้าบอกแล้วไง ว่าลูกชายสุดที่รักของข้าคนนี้...ไม่เคยทำเื่ให้แม่ต้องผิดหวังเลยสักครั้ง!!”
หวงเม่ยหัวเราะร่าน้ำตาแห่งความปลื้มปีติไหลอาบสองแก้ม นางรีบลบชื่อ ‘ตระกูลฉิน’และอดีตคู่หมั้นงี่เง่า ทิ้งออกไปจากเมมโมรีสมองแบบถาวรทันที!
(เหอะ!แค่บุตรสาวของตระกูลขุนนางอันดับหนึ่งของเมืองบ้านนอก... จะเอาสกิลเอาฐานะอะไรไปเทียบชั้น แข่งบารมีกับ 'องค์หญิงรัชทายาท'แห่งราชวงศ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ล่ะจ๊ะ! เทียบกันไม่ติดฝุ่นหรอกโว้ย!!)
ในขณะที่ทุกคนกำลังชื่นมื่น... อัครเดชกลับมีสีหน้าเคร่งขรึม คิ้วขมวดเข้าหากันเป็ปม
เขารู้สึกตะหงิดๆแปลกใจอย่างบอกไม่ถูก (ทำไมเื่ราวทุกอย่าง...จังหวะเวลา และเหตุการณ์ความบังเอิญทั้งหมดนี้... มันถึงได้ดูลงล็อก ประจวบเหมาะโป๊ะเชะ พอดีเป๊ะราวกับถูกจับวางขนาดนี้!?...)
(หรือว่า...ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ จะเป็ ‘สุดยอดแผนการระยะยาว’ ที่ไอ้ลูกชายอัจฉริยะของข้า มันแอบซุ่มวางหมากชักใยอยู่เื้ัมาั้แ่ต้น!!?)
ยิ่งคิด อัครเดชก็ยิ่งตาสว่าง!มั่นใจเกินล้านเปอร์เซ็นต์! ตอนนี้ เขารู้สึกทึ่งและศรัทธาในวิสัยทัศน์ของลูกชายตัวเองแบบสุดหัวใจ! สมแล้วจริงๆที่มันคู่ควรกับการก้าวขึ้นเป็ 'ผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูล'อย่างไร้ข้อกังขา!
(การวางหมากการมองเกมขาด ล่วงหน้าไปไกลหลายสิบสเตปแบบนี้... ต่อให้เอา ‘ร้อยเ้าตระกูล’หรือขงเบ้งกลับชาติมาเกิด มากองรวมกัน... ก็ยังไม่มีปัญญาเทียบชั้นหรือมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล เทียบเท่าลูกชายของข้าได้เลยสักนิด!!)
(เหอะ! ตระกูลฉิน!...ตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองงั้นรึ!? ถุย!พวกมึงเปิดหูเปิดตาดูซะ! ลูกสะใภ้ของตระกูลหวงกูคือองค์หญิงรัชทายาทแห่งราชวงศ์โว้ย!พวกมึงมันก็เป็แค่เศษฝุ่นผงใต้ตีนเท่านั้นแหละ!!) อัครเดชแอบลูบเคราแพะ (ที่ไม่ได้ไว้) พลางฉีกยิ้มกว้างจินตนาการฝันหวานไปไกลทะลุจักรวาล!
อย่างไรก็ตาม...บุคคลที่กำลังตกอยู่ในสภาวะ 'ช็อกสติแตก' มากที่สุดในห้องโถงแห่งนี้...ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็ ‘ซูหลัน’ นั่นเอง
(ก...เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!!? ท... ทำไมผู้ชายคนนี้ (นพเก้า)...ถึงได้ล่วงรู้ความลับ์ รู้ประวัติศาสตร์ชาติกำเนิดรู้ความลับทุกอย่างเกี่ยวกับตัวข้า ได้ทะลุปรุโปร่ง ละเอียดยิบขนาดนี้วะ!!?) ในขณะที่สมองของนางกำลังปั่นป่วนพยายามค้นหาคำตอบ และความเป็ไปได้ต่างๆ นานาอยู่นั้น...
จู่ๆ นางก็รู้สึก 'ปวดมวนท้อง' อย่างรุนแรงฉับพลัน! ความเ็ปแปล๊บแผ่ซ่านลุกลามไปทั่วช่องท้อง ราวกับมีมีดนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงกรีดเฉือนมดลูกของนางจากภายใน!
“อ๊ากกกกกก!!!”
ซูหลันกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมานแสนสาหัส!ร่างกายของนางงอหงิก สั่นเทาอย่างรุนแรง เหงื่อกาฬแตกพลั่ก!
“โอ้วว!!พระเ้าช่วยกล้วยทอด!! ล... ลูกสะใภ้ของข้า... น... นางกำลังจะคลอดแล้ววว!! ทหาร!!รีบไปตามหมอตำแยมาเร็ว!! แล้วสั่งให้คนไปเตรียม ‘ตำหนักพยาบาล’ให้พร้อมเดี๋ยวนี้เลยยย!!”
หวงเม่ยผู้เป็แม่สามีที่ประสาทััไวที่สุด นางใสุดขีดรีบถลาเข้าไปอุ้มช้อนร่างของลูกสะใภ้ ลอยหวือขึ้นพาดบ่าทันที! ก่อนจะสับตีนแตกวิ่งโกยอ้าว นำหน้าพุ่งตรงดิ่งไปยังตำหนักแพทย์ ด้วยความเร็วสี่คูณร้อย!
เพียะ!!!
“ไอ้หลานเวร!!มึงกำลังยืนบื้อ รอตัดริบบิ้นอะไรอยู่วะ!!? ยังไม่รีบวิ่งตามเมียมึงไปอีก!!หรือมึงไม่อยากจะเห็นหน้า ‘ลูก’ มึงตอนคลอดฮะ!!?”
หวงไท่ ทนเห็นหลานชายยืนเอ๋อแดกไม่ไหวชายชราง้างมือ ฟาดฝ่ามืออรหันต์ ตบกบาลนพเก้าไปหนึ่งฉาดใหญ่! เพื่อเรียกสติ!
โอ๊ะ!
เมื่อโดนตบกบาลเรียกสติ...นพเก้าก็สะดุ้งเฮือก หลุดออกจากภวังค์
เขาสับเกียร์หมา พุ่งทะยานทะลวงกำแพงเสียง ตรงดิ่งไปยังตำหนักการแพทย์ด้วยความเร็วแสง! ระหว่างทางเขาก็ะโสั่งการด้วยเสียงกัมปนาท... สั่งให้องครักษ์เงา ปิดกั้นล็อกดาวน์สถานที่ทุกตารางนิ้ว ห้ามใครเข้าออกเด็ดขาด
พร้อมกับโฉบแวะไป ‘ลากคอ’หมอตำแยและหมอหลวงประจำตระกูล... หิ้วปีก ห้อยต่องแต่ง ปลิวละลิ่วไปตามแรงลมบินตรงเข้าสู่ตำหนักการแพทย์ ด้วยความเร็วดุจพายุทอร์นาโด!
(ฮือออ... ท...ทำไมท่านจักรพรรดิ ถึงต้องรีบร้อนรุนแรง กระชากลากถูข้าน้อยบินผาดโผนผาดโผน ซิ่งทะลุนรกขนาดนี้ด้วยขอรับ!!ทำอย่างกับว่าภรรยาจะคลอดลูก หรือกำลังจะหนีะเิกันแน่เนี่ย!!) หมอชราที่โดนหิ้วปีกบินอยู่กลางอากาศ หวาดเสียวจนเยี่ยวเล็ดตัวสั่นงันงก อยากจะอ้าปากโวยวาย แต่ลมก็ตีเข้าปากจนพูดไม่ออก
ไม่ปล่อยให้หมอชราได้มีเวลาคิดฟุ้งซ่านหรือสวดมนต์กรวดน้ำ...
ทันทีที่สองเท้าแตะถึงพื้นหน้าประตูตำหนักแพทย์... หัวหน้าทีมแพทย์และหมอตำแย ก็รีบวิ่งมารับ่ต่อลากตัวนพเก้าให้เข้าไปทำหน้าที่ 'ผู้ช่วยหมอ'(และคอยจับมือให้กำลังใจเมีย) ในห้องทำคลอดทันที
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างตึงเครียดนานกว่า หนึ่งชั่วยาม (2 ชั่วโมง)...
โดยมี ‘หวงไท่’และบรรดาผู้าุโระดับสูงของตระกูลหลัก ยืนเดินวนไปวนมาเฝ้ารอคอยความหวังอยู่ด้านนอกตำหนักอย่างใจจดใจจ่อ
ในขณะที่ ‘นพเก้า’ (ว่าที่คุณพ่อ), ‘อัครเดช’ (ว่าที่คุณปู่), และ ‘หวงเม่ย’ (ว่าที่คุณย่า)... ต่างกำลังรุมล้อม ยืนให้กำลังใจเชียร์อัป ส่งเสียงลุ้นลูกสะใภ้อย่างดุเดือด อยู่ภายในห้องทำคลอดอันแสนวุ่นวาย