[จบ] การกลับมาของสุดยอดนักฆ่าในตำนาน

    บทที่ 55 รอยยิ้มแห่งความเศร้า

    บทที่ 55 รอยยิ้มแห่งความเศร้า


            รุ่งเช้าวันต่อมา


            ลู่เฉิงเฟิงตื่นจากการฝึกลมปราณ เขาขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกสดชื่นแจ่มใส


            หลังจากชำระร่างกายเสร็จ เขาก็เดินออกมาด้านนอก แล้วก็ต้องชะงัก


            เพราะบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยซาลาเปาทอด น้ำเต้าหู้ และของกินอื่น ๆ เด็กสาวตาโตโผล่หัวเล็ก ๆ ขึ้นมาจากกองอาหาร แก้มป่องน่ารักน่าเอ็นดู เหมือนหนูตัวน้อย ๆ 


            พอเห็นลู่เฉิงเฟิง เธอก็โบกมืออย่างดีใจ พูดตะกุกตะกักว่า “มากินข้าวเช้าเร็ว”


            ลู่เฉิงเฟิงเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะ มองอาหารมากมายที่วางอยู่เบื้องหน้า “เธอขนร้านอาหารเช้ากลับมาทั้งร้านเลยรึไง” 


            “ฉันกลัวจะกินไม่อิ่ม ก็เลยซื้อมาเยอะหน่อย เจ้าของร้านใจดีด้วยนะ แถมไข่ต้มใบชามาให้ตั้งสองฟอง”


            ลู่เฉิงเฟิงส่ายหัว ‘เด็กคนนี้ช่างพอใจอะไรง่าย ๆ เสียจริง’


            สาวน้อยตาโตยัดซาลาเปาเข้าปากครึ่งลูก แล้วหยิบกระดาษโน้ตส่งให้ลู่เฉิงเฟิง


            “อะไรเนี่ย” ลู่เฉิงเฟิงรับมาดูคร่าว ๆ ใบหน้าเรียบเฉย มันคือใบเสร็จอาหารเช้า ราคารวมกว่าสามร้อยหยวน 


            อาหารเช้าราคาสามร้อย ถือว่าหรูหราไปหน่อย 


            “เธอซื้อเยอะขนาดนี้กินหมดเหรอ” 


            สาวน้อยตาโตตบไปที่หน้าอกอวบอิ่มของตัวเอง “คุณวางใจได้ ฉันคนเดียวก็กินได้ครึ่งหนึ่งแล้ว ไม่เหลือทิ้งหรอก อีกอย่าง คุณบอกจะเลี้ยงฉันเอง อย่ามาเบี้ยวนะ ค่าอาหารเช้าต้องเบิก”


            ลู่เฉิงเฟิง มองไปตามการเคลื่อนไหวของเธอ สายตาหยุดอยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มของเธอ ในใจรู้สึกประหลาดใจ ‘ร่างกายเล็กแค่นี้ ทำไมหน้าอกถึงได้ใหญ่โตขนาดนั้น บ้าจริง! มองจนหิวแล้ว’ เขาหยิบนมข้าง ๆ ขึ้นมาดื่มสองสามอึก 


            ขณะที่กำลังดื่มนม เขาลุกขึ้นเดินไปเคาะประตู เรียกพยัคฆ์โลหิตกับอาชาล่าวิญญาณมารับประทานข้าวเช้า 


            ตอนทานข้าวเช้า ลู่เฉิงเฟิงถึงเพิ่งเปิดโทรศัพท์มือถือ 


            เมื่อคืนเพื่อป้องกันไม่ให้เหยียนเจี้ยนตงโทรมาก่อกวนตอนดึก ๆ เขาเลยปิดโทรศัพท์มือถือไว้ 


            ชายหนุ่มส่งข้อความหาหลินเจี้ยนลู่ บอกให้เธอมาที่บ้านหน่อย 


            หญิงสาวไม่ตอบกลับ คงยังนอนไม่ตื่น


            ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น 


            เขาเหลือบมองเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่น ‘นี่มันไอ้หมาแก่ เหยียนเจี้ยนตง นี่นา’ 


            “ใครวะ โทรมาแต่เช้าตรู่ รบกวนเวลานอน บ้านแกมีคนตายเหรอ ถึงได้ไม่มีมารยาทแบบนี้” ลู่เฉิงเฟิงรับสายแล้วก็สาดคำพูดใส่ทันที


            [ลู่เฉิงเฟิง] ปลายสายดังขึ้น เสียงเหยียนเจี้ยนตงกัดฟันพูดด้วยความเหนื่อยล้า 


            “แกเป็นใครวะ อ๋อ! ประธานเหยียนนี่เอง ขอโทษทีนะ พูดไปเรื่อย ลืมไปว่าบ้านแกมีคนตายจริง ๆ ด้วย”


            [ลู่เฉิงเฟิง แกอย่าเพิ่งได้ใจไปนัก อีกหน่อยแกจะได้ร้องไห้แน่ รู้ไหมว่าครอบครัวลั่วเจิ้งเต๋อเป็นยังไงบ้างแล้ว]


            คิ้วของลู่เฉิงเฟิงเลิกขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่แกล้งทำท่าทางตกใจ “ไอ้หมาแก่เหยียน แกฆ่าพวกเขาทิ้งจริง ๆ เหรอ” 


            เหยียนเจี้ยนตงหัวเราะร้าย [ลู่เฉิงเฟิง ชาตินี้แกอย่าหวังว่าจะได้เจอพวกเขาอีก นี่แหละผลของการเป็นศัตรูกับฉัน]


            “จริงดิ ดีจังเลย ไม่สิ ฉันหมายถึง แกมันไอ้สารเลวน่ารังเกียจ พ่อตาแม่ยายน้องเมียสุดที่รักของฉัน พวกท่านตายอย่างน่าสงสารจริง ๆ ฮือ ๆ”


            ในห้องหนังสือของตระกูลเหยียน เหยียนเจี้ยนตงถือโทรศัพท์มือถือไว้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เพื่อแก้แค้นลู่เฉิงเฟิง เขาไม่ได้นอนทั้งคืน โทรศัพท์ไม่หยุดเพื่อรอเวลานี้


            เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้โฮของลู่เฉิงเฟิง ใบหน้าของเหยียนเจี้ยนตงก็ปรากฏรอยยิ้มอย่างสะใจในที่สุด


            [ลู่เฉิงเฟิง นี่เพิ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น มาต่อสู้กับฉันสิ ฉันจะทำให้แกตายโดยที่แกไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตายยังไง]


            [ตอนนี้เป็นครอบครัวของลั่วเจิ้งเต๋อ ต่อไปก็จะเป็นคนรอบตัวแก ฉันจะทำให้แกได้เห็นกับตาว่าพวกเขาตายไปทีละคนต่อหน้าแกยังไง]


            ใบหน้าของเหยียนเจี้ยนตงเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยว สายตาเต็มไปด้วยพิษร้ายราวกับอสรพิษ


            “แกนี่มันเดรัจฉานแก่ชั่วช้า โหดเหี้ยมผิดมนุษย์” ลู่เฉิงเฟิงร้องไห้โฮอย่างหนัก จู่ ๆ ก็ไอรุนแรงขึ้นมา แล้วยื่นมือโบกไปมาในอากาศ ตาเหลือกถลน


            เหยียนเจี้ยนตงหัวเราะลั่น รู้สึกสะใจมาก


            พยัคฆ์โลหิต อาชาล่าวิญญาณ และสาวน้อยตาโตมองดูลู่เฉิงเฟิงที่กำลังตาเหลือกโบกมือไปมาในอากาศเป็นพัลวัน ต่างก็งุนงงว่าเขากำลังดีใจหรือเสียใจกันแน่


            จะบอกว่าเขาดีใจ เขาก็เสียใจจนพูดไม่ออก

            จะบอกว่าเขาเสียใจ เมื่อกี้ตอนร้องไห้โฮ ก็ยังหัวเราะเหมือนไอ้เลวคนหนึ่ง


            ลู่เฉิงเฟิงเอามือควานไปมาในอากาศพร้อมกับเสียงแหบแห้งดังออกมาจากลำคอ “น้ำ! น้ำ! ไข่แดงติดคอฉัน”


            ทั้งสามคนชะงัก สาวน้อยตาโตรีบยื่นน้ำเต้าหู้ที่อยู่ข้าง ๆ ให้เขา


            อีกด้านหนึ่ง เยียนเจี้ยนตงได้ยินเข้าพอดี รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้าง ‘ไข่แดงติดคอเนี่ยนะ มันยังมีกะจิตกะใจกินข้าวเช้าอีกเหรอ? ไม่สำลักตายไปซะเลยล่ะ!’ เยียนเจี้ยนตงโมโหแทบขึ้นสวรรค์


            ลู่เฉิงเฟิงรับน้ำเต้าหู้ที่สาวน้อยตาโตยื่นให้ รีบดื่มเข้าไปอึกใหญ่ จากนั้นเขาก็กระโดดขึ้นยืน เต้นผิดเต้นถูกโชว์ลีลาสตรีตแดนซ์ที่ไม่น่าดูชมสักเท่าไรต่อหน้าทุกคน


            ทั้งสามมองเขาอย่างไร้คำจะพูด


            สาวน้อยตาโตทำหน้างง “เมื่อกี้เขาพูดว่าพ่อตา แม่ยาย น้องเมียตายอย่างน่าสงสาร แล้วทำไมเขาดูมีความสุขล่ะ ทำไมเหรอ”


            อาชาล่าวิญญาณครุ่นคิด “ความเศร้าที่แท้จริงคือร้องไห้ไม่ออก การหัวเราะเป็นเพียงแค่การเสแสร้ง เพื่อปกปิดความเศร้าในใจ ตอนนี้เขาคงเสียใจมากที่สุด”


            พยัคฆ์โลหิตคีบซาลาเปายัดเข้าปาก “เลิกเดาเถอะ เขาไม่ได้เสียใจเลย”


            อาชาล่าวิญญาณและสาวน้อยตาโตมองเขาอย่างไม่เข้าใจ


            พยัคฆ์โลหิตใช้นิ้วชี้ไปที่หัวตัวเอง “จริง ๆ แล้วเขาไม่ปกติน่ะ พูดง่าย ๆ ก็คือป่วย” 


            สาวน้อยตาโตทำหน้าประหลาดใจ หันไปมองลู่เฉิงเฟิง “แต่อาการเขาดูเหมือนคนไม่ป่วยเลยนี่” 


            “มันเป็น ๆ หาย ๆ บางทีก็เป็น บางทีก็ไม่เป็น พวกเธออยู่กับเขาไปเรื่อย ๆ ก็รู้เอง แล้วดูเขาเมื่อกี้สิ ไถลไปกับพื้น แล้วยังลีลาท่าทางแบบนั้น พวกเธอว่าเขาปกติไหม”


            อาชาล่าวิญญาณกับสาวน้อยตาโตพยักหน้า เห็นด้วยว่าดูไม่ค่อยปกติ


            “แม่งเอ๊ย! ร้อน! ลวกฉันตายแน่ ๆ” ลู่เฉิงเฟิงที่กำลังเต้นหยุดลีลาแปลก ๆ ลง หายใจยาว ก่อนจะนวดคอตัวเองแล้วจ้องไปที่สาวน้อยตาโต “ไม่ตายเพราะไข่ติดคอ ก็เกือบตายเพราะเธอเนี่ยแหละ”


            สาวน้อยตาโตนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะนมถั่วเหลืองที่ลู่เฉิงเฟิงดื่มเข้าไป แล้วชักมือกลับ กระพริบตาปริบ ๆ  ทำหน้าตาใสซื่อ


            ลู่เฉิงเฟิง เริ่มสงสัยว่าเธอแกล้งแน่ ๆ พวกนี้มันคิดจะฆ่าเขาให้ได้เลยหรือไง


            เขามองไปที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของสาวน้อยตาโต “ไว้คราวหลังฉันจะให้เธอได้ลองลิ้มรสชาติของนมถั่วเหลืองร้อน ๆ บ้าง”


            ใบหน้าเล็ก ๆ ของสาวน้อยตาโตขึ้นสีแดงระเรื่อ เหมือนผลแอปเปิ้ลสุก เธอเข้าใจความหมายของเขาดี


            อาชาล่าวิญญาณและพยัคฆ์โลหิตมองเขาอย่างเหยียดหยัน เหมือนหน้าผากมีคำว่า ‘หื่นกาม’ แปะอยู่


            [ลู่เฉิงเฟิง] 


            เสียงตวาดโกรธเกรี้ยวของเหยียนเจี้ยนตงดังลั่นขึ้นมาจากในโทรศัพท์ทันที


            ลู่เฉิงเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง “บ้าเอ๊ย! เหยียนเจี้ยนตง แกยังไม่ตายเหรอ ไม่สิ แกยังไม่วางไปอีกเหรอ?”


            [ลู่เฉิงเฟิง แกมันเลวจริง ๆ ต่อให้ลั่วเจิ้งเต๋อตายไปทั้งบ้าน แกก็ไม่เสียใจเลยสักนิดเลยรึไง?]


            “ใครบอกว่าฉันไม่เสียใจ ฉันเสียใจแทบขาดใจ ตาย ๆ ๆ ๆ ฉันอยากจะร้องเพลง ‘มหาสมุทรแห่งความเศร้า’ เสียให้รู้แล้วรู้รอด เฮ้ย ๆ ๆ ปาท่องโก๋เหลือไว้ให้ฉันอันสิ ฉันยังไม่ได้กินเลยสักคำ” 

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] การกลับมาของสุดยอดนักฆ่าในตำนาน ที่คุณอ่าน