20. กาลเวลาผันผ่าน
วันเวลาผันผ่านจากวันเป็เดือนจากเดือนผ่านพ้นเป็ปี ยามนี้สินค้าบ้านสกุลจางขายดิบขายดีทั้งยังมีพ่อค้าจากต่างเมืองมาขอซื้อทั้งผักทั้งผลไม้ไปขายต่ออีกด้วยทั้งชิงเหมยนางยังเอาผลไม้ต่างๆมาแปรรูปเป็เฉ่าเหมยอบแห้งและผูเถาก็ทำอบแห้งหรือที่เรียกว่าลูกเกดนั้นเอง
ส่วนผักที่ขายดีและเป็ที่นิยมของชาวเมืองมากๆ ก็จะเป็ต้นอ่อนงอก ขายดียิ่งนักสร้างรายได้มากมายให้สกุลจางได้อยู่อย่างไม่ลำบากเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วเรียกได้ว่าเป็คหบดีน้อยๆเลยทีเดียว แต่สกุลจางก็อยู่กันอย่างพอดีไม่มากไปไม่น้อยไปเงินทองที่หามาได้ก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ทั้งทองคำดิบที่ได้มาอีกท่านพ่อหล่อทองเป็ก้อนๆ เป็แท่งๆเก็บไว้อย่างมิดชิดมีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่รับรู้
ตอนนี้พี่ใหญ่ชิงเว่ยอายุได้ 16 หนาวแล้วและเข้าสำนักศึกษาพร้อมกับลู่หานก็กลายมาเป็บ่าวคนสนิทของพี่ใหญ่ด้วยและได้เข้าเรียนสำนักศึกษาด้วยกัน และผลการเรียนของพี่ใหญ่ดีมากจนเป็ศิษย์เอกของอาจารย์เลยทีเดียวพี่ใหญ่้าสอบขุนนางเพื่อรับราชการจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็อย่างหนักไม่ใช่เพียงเพราะชอบเท่านั้นแต่เขาคิดว่าหากตนรับราชการอย่างน้อยก็จะไม่มีใครสามารถมารังแกครอบครัวจางของเขาได้
ส่วนน้องเล็กสุดแสนน่ารักน่าเอ็นดูของชิงเหมยตอนนี้อายุ11 หนาวแล้วและก็เข้าเรียนที่สำนักศึกษาเช่นกันพร้อมกับลู่เหอบ่าวคนสนิทที่ติดตามน้องเล็กั้แ่เด็กก็เข้าเรียนด้วยเช่นกันน้องเล็กมีความชื่นชอบที่ผิดคาดของชิงเหมยไปมากพอดูเพราะชิงเฉิงอยากจะเป็หมอและตอนนี้ก็มีความมุ่งมั่นที่จะสอบเข้าสำนักแพทย์หลวงให้ได้'ข้าจะเป็หมอที่เก่งที่สุดในแคว้นเลยขอรับ' นี้คือคำที่น้องเล็กได้เอ่ยบอกกับท่านพ่อและท่านแม่ไว้ตอนที่รู้ตัวว่ามีความฝันที่จะเป็หมอรักษาคน
ชิงเหมยปีนี้อายุเข้า 14 หนาวแล้วปีหน้านางก็จะปักปิ่นถือว่าจะโตเป็สาวแล้วตอนนี้ก็มีแม่สื่อมาเลียบๆ เคียงๆ มากขึ้นทั้งพี่ใหญ่ทั้งตัวนางเองหรือแม้แต่น้องเล็กก็ยังมีแม่สื่อมาทาบทามหมั้นหมายเรียกว่าเนื้อหอมทั้งพี่ทั้งน้อง แต่ทั้ง 3 พี่น้องหาได้สนใจไม่ มีแต่จะตั้งใจเล่าเรียนและทำงานหาเงินเข้าบ้านกันเท่านั้น
พี่ใหญ่และน้องเล็กต้องเป็ที่หมายปองอยู่แล้วเพราะรูปร่างหน้าตารูปงามนักผิวผ่องเป็ประกายรูปร่างสูงใหญ่และดูแข็งแรงมากเพราะทำงานในสวนมาั้แ่เด็กอีกทั้งยังฝึกร่างกายหรือฝึกยุทธอีกด้วยถึงจะดูเป็บัณฑิตหนุ่มหน้าใสแต่ก็ดูแข็งแรงมากสมชายชาตรีเรียกว่าหญิงสาวมากมายต่างก็หมายปอง
ส่วนชิงหมยนางคิดเพียงว่าได้อยู่กับท่านพ่อท่านแม่แบบนี้ก็มีความสุขมากแล้วและไม่คิดจะออกเรือนเร็วๆนี้แน่นอน โดยที่นางไม่รู้เลยว่าบุรุษผู้เฝ้ารอคอยให้นางเติบโตอยู่นั้นรอคอยเวลาผันผ่านเดือนปีที่จะได้นางมานานแค่ไหนแล้วหากเขามารู้ความคิดนางว่าไม่คิดจะออกเรือนคงได้มีคลั่งกันบ้างก็อุตส่าห์ตามเฝ้าตามรอมาหลายปี
ส่วนสหายของนางหลงเฟยฉีนั้นตอนนี้ก็อายุ 14 หนาวตอนนี้เริ่มเข้ามาช่วยงานกิจการของตระกูลหลงแล้วและช่วยเหลืองานของหลงเฟยอวิ๋นได้มากเลยทีเดียว หลงเฟยอิ๋วจึงปล่อยให้น้องชายเข้ามาดูแลกิจการบางอย่างบ้างแล้วเฟยฉีก็ชื่นชอบการค้าขายเป็อย่างยิ่ง
ส่วนเื่ที่พี่ชายของเข้าดูมีใจให้สหายของเข้านั้นเฟยฉีแอบสังเกตและเริ่มรับรู้ได้มาหลายปีแล้วเพราะการกระทำของพี่ชายที่มีต่อสหายทั้งคอยถามคอยห่วง แถมคอยหวง ต้องเรียกว่าหวงมากจึงทำให้เฟยฉีรับรู้แล้วว่าไม่พ้นต้องได้สหายรักมาเป็พี่สะใภ้แน่นอน
ดังนั้นตลอดหลายปีมานี้เวลาที่พี่ชายไปตรวจงานหรือไม่ได้อยู่ที่เมืองเป่ยนานๆก็จะเป็เขานี้แหละที่คอยส่งข่าวคราวของสหายให้พี่ชายได้ทราบเื่ราวตลอดหรือเวลาที่มีบุรุษมายุ่มย่ามเกาะแกะว่าที่พี่สะใภ้ ก็เป็เขาที่คอยกันท่าให้แล้วก็ได้แต่โอดครวญว่า เฮ้อ! พี่ใหญ่ท่านรีบๆ กลับมาเสียทีเถิดข้ากันพวกบุรุษหน้าเหม็นให้ท่านไม่หวาดไม่ไหวแล้ว แล้วก็เลิกปากหนักเสียทีขืนยังเป็แบบนี้ท่านได้เสียนางไปแน่ๆทีเดียว
ส่วนทางด้านหลงเฟยอวิ๋นนั้นปีนี้ก็อายุ22 แล้วตลอดหลายปีที่เข้ามาจัดการงานกิจการต่างๆเขาวางรากฐานหาคนที่สามารถเชื่อใจให้มาช่วยดูแลงานที่ร้านค้าและกิจการแต่ละสาขาได้แล้วจนบัดนี้จึงไม่ต้องห่วงมากนักและคิดที่จะกลับมาที่เมืองเป่ยเพื่ออยู่ประจำสาขาใหญ่ที่นี่
เวลาก็ผ่านมาเนิ่นนานไม่รู้ว่าเด็กน้อยของเขาจะเป็อย่างไรบ้าง ปีๆหนึ่งเข้าได้กลับเมืองเป่ยเพียง2-3 ครั้งได้เจอนางแค่ปีละครั้งสองครั้งบางครั้งก็ต้องมาคอยแอบมองอยู่ไกลๆ เท่านั้นนางยังเด็กนักคงไม่เหมาะหากเขาจะพูดหรือเอ่ยสิ่งใดไปได้แต่รอเวลาให้นางถึงวัยปักปิ่นเมื่อนั้นเขาจะไม่รีรอสิ่งใดอีกทั้งสิ้น
ด้วยอายุที่สมควรแต่งภรรยาทั้งสมบัติเงินทองกิจการมากมายที่มี แต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะแต่งภรรยาจึงทำให้หลงเฟยอวิ๋นเป็ที่หมายปองจากจวนต่างๆทั้งคู่ค้าทั้งขุนนางต่าง้าผูกสัมพันธ์โดยการส่งลูกหลานบุตรสาวมาเสนอให้เขาแต่งภรรยาเอกเสมอ หรือบางครั้งถึงขึ้นวางแผนสกปรกวางยาเขาก็มีแต่เขาก็รอดมาได้ทุกครั้งด้วยระมัดระวังตัวตลอดอย่างไรภรรยาของเขาก็จะต้องเป็นางเท่านั้นจางชิงเหมย
"นายท่านขอรับเตรียมของเรียบร้อยพร้อมสำหรับเดินทางแล้วขอรับ"
"อืม" เสียงขรึมตอบรับและเดินออกไปก้าวขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับเมืองเป่ย เมืองบ้านเกิด ที่มีทั้งบ้านทั้งครอบครัวและคนที่ผูกสมัครฝากใจไว้รออยู่เฟยอวิ๋นใช้เวลาเดินทาง 15 วันก็มาถึงเมืองเป่ยเพียงเท้าเหยียบย่างเข้าจวนเฟยฉีน้องชายของเขาก็วิ่งตึงตังเข้ามารับที่หน้าจวนทันที
"พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้ว"
"อาฉี เ้าโตแล้วเหตุใดจึงยังวิ่งเป็เด็กไปได้"
"ก็ข้าดีใจมากที่ท่านกลับมาเสียทีนี้ขอรับตอนนี้มีเื่มากมายที่ท่านต้องรีบจัดการอย่างเร่งด่วนนะขอรับพี่ใหญ่"
"เื่อันใดเล่า"
"จะเื่ใดก็เื่ชิงเหมยอย่างไรเล่าพี่ใหญ่ ตอนนี้นางนั้นเนื้อหอมมีบุรุษมากมายส่งแม่สื่อมาขอหมั้นหมายทั้งพ่อค้า คหบดี ทั้งจวนขุนนาง ทั้งจากในเมืองเป่ยไหนจะยังมีเมืองอื่นๆ อีกที่ต่างได้ยินชื่อเสียงของบ้านจางต่างก็คิดจะผูกมิตรทั้งนั้นนี้ขนาดนางยังไม่ปักปิ่นนะขอรับพี่ใหญ่หากท่านจะทำสิ่งใดก็รีบเข้าเถิดขอรับ หากชักช้าจะไม่ทันการได้"
หลังจากที่ได้ฟังเฟยฉีดวงตาคมกริบก็เคร่งขรึมดำมืดดั่งห้วงรัตติกาลปลดปลอดบรรยากาศชวนอึดอัดและไม่น่าเข้าใกล้ออกมาทันที
' มันผู้ใดกล้ามายุ่งกับเด็กน้อยของเขากันคงไม่อยากตายดีสินะ'
ริมฝีปากแดงดังผลอิงเถาของเฟยอวิ๋นแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากแววตาอำมหิตขึ้นทันทีก่อนจะเร่งรีบเดินออกจากจวนะโขึ้นขวบอาชาสีนิลออกจากจวนทันทีทั้งที่พึ่งมาถึงบ่าวไพร่ต่างใกับท่าทางของนายท่านใหญ่ของจวนว่าเหตุใดจึงรีบร้อนนักผิดกับเฟยฉีที่เดาได้ทันทีว่าจุดหมายปลายทางของพี่ชายนั้นไม่พ้นต้องไปหาสหายของเขาเป็แน่
'อา!พี่ใหญ่ท่านต้องเลิกปากแข็งได้แล้วนะขอรับรักก็บอกว่ารักไปเลย ข้าจะได้มีหลานตัวอ้วนๆมาให้เล่นสักที'............