“เปล่าจ่ะ นารีล้มน่ะ”
“อย่ามาโกหกชั้น ชั้นรู้ว่าาแจากการโดนทำร้ายกับแผลจากการเกิดอุบัติเหตุนั้นมันต่างกัน...มีอะไรให้ชั้นช่วยไหม?”
“ช่วยซื้อ นารีออกไปได้ไหมล่ะ?”
พงษ์อึกอักไม่กล้าตอบในสิ่งที่นารีขอ เมื่อนารีเห็นว่าพงษ์รู้สึก กระอักกระอ่วนใจจึงเปลี่ยนเื่คุย นารีรู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีใครยอมทุ่มเงินตั้งมากมายซื้อผู้หญิงที่อยู่ในโรงชำเรากลับอยู่ที่บ้านหรอกและเขาอาจจะมีครอบครัวแล้วก็ได้ และคงรัก ภรรยามากด้วย จากวันนั้นที่เขาจ่ายค่าตัวให้ เธอแต่ก็ไม่ได้แตะต้องเธอเลยแม้แต่ปลายนิ้ว
“ชั้น สัญญาว่า เมื่อเสร็จงานที่ชั้นกำลังทำอยู่ชั้นจะช่วยหล่อนออกไปจากที่นี่แต่ต้องรอหน่อยก็แล้วกัน”
“จริงเหรอจ๊ะ ให้นารีทำอะไรก็ได้ ทำงานบ้าน ได้ทุกอย่างเพราะนารีเคยทำไม่ต้องกลัวว่าเมียของคุณจะเข้าใจผิด นารีจะบอกว่า นารีเป็เอ่อ..เป็คนที่เคยรู้จักแค่อยากหางานทำเอาไว้เลี้ยงลูกน่ะจ่ะ รอผัวของนารีกลับมานารีจะไปหาเขา”
“ในเมื่อหล่อนมีสามีแล้วทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่?”
“ เอ่อ เื่มันค่อนข้างยาวน่ะจ๊ะ แต่เอาเป็ว่า ผัวของนารีไม่รู้ว่านารีถูกหลอกมาขายตัวที่นี่น่ะสิเอ่อ...แม่ผัวเกลียดนารีจึงอยากกำจัดนารีให้พ้นจากลูกชายของเขาน่ะจ่ะ”
“หล่อนคิดว่า สามีของหล่อนจะ ทำใจได้รึที่หล่อนมาอยู่ที่นี่?”
นารีทำหน้าสลดและเริ่มเป็กังวล ก่อนที่จะเอ่ยปากพูดกับ พงษ์ ว่า
“นารีก็ไม่รู้หรอกจ่ะแต่นารีก็หวังว่าเขาจะเห็นใจเพราะทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นเพราะแม่ของเขาเป็คนทำให้นารีต้องได้เข้ามาอยู่ที่นี่”
นารีเล่าทุกอย่างั้แ่เริ่มต้น ให้พงษ์ฟัง ไม่รู้ว่าเพราะอะไรนารีถึงได้ไว้ใจ เขาทุกอย่าง แต่สิ่งที่นารีบรรยายออกมานั้น มันทำให้พงษ์ยิ่งรู้สึกสงสารเธอมากกว่าเดิม ไม่คิดว่า นารี ผู้หญิงตัวเล็ก ๆต้องมาเจอกับความทุกข์ยากลำบากมากมายถึงเพียงนี้ แต่เมื่อนารีพูดถึง ป้าชื่นเขาก็นึกเอะใจ แล้ว ถามนารีว่าป้าชื่นนั้นอยู่ที่ไหน นารีจึงตอบ ไปตามความจริง
“ถ้านารีออกไปได้ ป้าชื่นจะเป็คนแรกที่นารีจะเอาคืน”“ถ้าหล่อนช่วยชั้น ชั้นจะแก้แค้นให้หล่อนและ ผู้หญิงอีกหลายคนที่ป้าชื่นพามาขายตัวอยู่ที่นี่ เพราะ...เอ่อ ชั้นไว้ใจหล่อนได้ใช่หรือไม่”
พงษ์ลังเลก่อนที่จะพูดประโยคต่อไป แต่นารี พยักหน้าแล้วให้คำมั่นกับเขาว่าเธอนั้นไว้ใจได้พงษ์จึงเปิดเผยตัวว่าเขานั้นเป็เ้าหน้าที่ของทางการ มาตามสืบหา ลำดวนเด็กสาวที่หายตัวไป จากการเข้ามาแจ้งความของพ่อและแม่ของ ลำดวน แต่หลายเดือนแล้วพงษ์ก็ยังหาลำดวนไปเจอ นารีจึงเล่าให้พงษ์ทราบว่า ลำดวนถูกท่านไพศาลซื้อตัวไป
“ที่แท้คุณก็คือ โปลิศน่ะเอง ช่วยนารีด้วย นารีไม่อยากให้ลูกเติบโตอยู่ในนี้”
นารี อ้อนวอนด้วยแววตาขอร้องที่น่าสงสาร พงษ์ หวั่นไหวกับสายตาของ นารีหญิงสาวที่เป็โสเภณี เขาพยายามจะสลัดความรู้สึก นั้นออกไปไม่ใช่ว่าเขารังเกียจเธอ แต่ เพราะเธอมีสามีแล้ว และยังคงรอคอยสามีของเธอกลับมาส่วนนารีนั้น ประจักรคือความหวังเดียวที่เธอมีอยู่ในเวลานี้เธอรอให้เขากลับมาเท่านั้น นารีมั่นใจว่าประจักรนั้น รักเธอมากพอ ที่จะเชื่อเธอและเข้าใจเธอมากกว่า แม่ของเขา
อีกหนึ่งวันต่อมา
เ้าหน้าที่ของทางการมาช่วยกันขุดหลุมหลบภัยเพื่อรอรับกับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นถึงแม้ว่า่าโลกจะตึงเครียดและอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แต่ทหารญี่ปุ่นก็ยังเข้ามาใช้บริการที่โรงชำเราของดวงใจอย่างไม่ขาดสาย นารีต้องรับแขกทุกวัน วันละหลายคน เด็กในร้านแทบจะไม่พอให้บริการเมื่อนารีไม่มีเวลาให้นมลูกของเธอ เข้มและแม่ดวงใจก็ต้องผลัดกันมาเลี้ยงดูเ้าหนูน้อย ด้วยการให้กินน้ำข้าวไปก่อน ทารกน้อยเหมือนรู้ว่าแม่กำลังทำงานเธอไม่เคยร้องงอแง นั่นจึงทำให้ มีแต่คนรักและเอ็นดู หลุมหลบภัยนั้นสร้างเสร็จแล้ว และอยู่ห่างจากโรงชำเราไปไปไม่ไกลนัก พงษ์ ไม่ค่อยมีเวลาแวะเวียนมาหาเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะสถานการณ์ของานั้นเริ่มมีสัญญาณไม่ค่อยสู้ดีนัก บนท้องฟ้าเริ่มมี เครื่องบิน บินว่อนไปมาอยู่ทุกวัน เสียงของมัน ทำให้ ชาวบ้าน กลัว จนไม่เป็อันทำอะไร ลูกค้าเริ่มหายไปจนไม่มีเหลือเลย หญิงสาวในโรงชำเรา ได้แต่นั่งมองหน้ากัน เพราะพิษานั้นทำให้ทุกคนไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไร โดยเฉพาะเหล่าทหารแห่งแดนอาทิตย์อุทัยเมื่อทราบข่าวว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรเอาจริงแล้วโดยการเริ่มทิ้งบอมลงมาบ้างในบางพื้นที่ ในขณะที่ทุกคนกำลังอกสั่นขวัญแขวนกับเสียงเครื่องบินที่ในวันนี้มันดังมากกว่าปกติ เข้มได้ะโบอกทุกคนให้ไปหลบอยู่ที่หลุมหลบภัยโดยด่วน
“พวกเอ็งออกมากันให้หมดเรือบินกำลังจะทิ้งบอมแล้ว”
เข้มเปิดประตูที่ปิดตายล๊อคไว้ตลอด เพื่อป้องกัน หญิงสาวในโรงชำเราหนีออกไปแต่ในขณะนี้ความเป็ความตายได้เข้ามาจ่อ รอ อยู่ตรงหน้าประตูแล้วเข้มจึงจำเป็ต้องช่วยทุกคนก่อน
“บึม...!” เสียงะเิที่ลงมาเป็ระยะ ๆ นั้น ทำให้ ทารกน้อยใจนร้องให้จ้านารีได้แต่ปลอบใจลูกของเธอทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองก็กลัวไม่แพ้กันไฟดับลงใครบางคนชนนารีล้มลงไปกองอยู่กับพื้น เธอมองอะไรไม่เห็นเลยในความมืดนั้นแต่นารีก็ไม่คิดที่จะปล่อยให้ลูกสาวของเธอหลุดมือไป นารีลังเล ว่าจะไปที่หลุมหลบภัยหรือจะถือโอกาศหนีไปเสียตอนนี้จะดีไหม นารีตัดสินใจ ตรงไปอีกทางที่ไม่ใช่หลุมหลบภัยเพราะมันคือโอกาสเหมาะแล้วที่จะหนีไปเสียตอนนี้ เพื่อลูกน้อยของเธอแม้จะต้องเสี่ยงด้วยชีวิต เสียงเครื่องบินและ ะเิสงบลง บ้านเรือน พังพินาศเสียหายไปทุกที่นารีวิ่งบ้างเดินบ้างเพื่อหนีไปให้พ้นโรงชำเราของ ดวงใจ ในความมืดนั้นมีเพียงเปลวไฟ จากการลุกไหม้ของะเิ ที่มันทำลายล้าง ตามบ้านเรือนและต้นไม้เสียงทารกร้องไห้จ้า อยู่ใกล้ ๆ กับที่นารีกำลังเดินผ่าน ไม่ใช่เสียงของ ลูกสาวของนารี แต่ เป็เสียงของเด็กอีกคน ที่อยู่ใกล้ ๆนารีพยายามปรับม่านตาให้ขยายขึ้น เพื่อค้นหาเด็กในความมืดจนกระทั่งเธอได้พบเห็นเด็กน้อยอยู่ในอ้อมกอดของแม่ ที่หมดสติอยู่นารีจับและเขย่าตัวแม่เด็กให้ฟื้น แต่ เธอแน่นิ่ง เหมือนกับสิ้นลมไปแล้ว นารีจึงใช้ปลายนิ้วแตะที่รูจมูกของเธอคนนั้น จึงรู้ว่า เธอไม่หายใจแล้วนารีคว้าตัวของทารกน้อยในอ้อมกอดของแม่ออกมาพร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีเหมือนกับเป็ลูกของเธอเอง นารีเดินโซซัดโซเซ มาได้ไกลพอสมควรแต่เธอก็ยังไม่ไว้วางใจ กลัวว่า เข้มจะรู้ว่าเธอได้หนีออกมาแล้วเสียงของเ้าหน้าที่ กำลังลงพื้นที่ช่วยคนาเ็ นารีเกรงกลัวว่า จะไม่ปลอดภัยเพราะเ้าหน้าที่บางคนก็เป็คนของ ดวงใจอยู่มากมาย เธอหลบก่อนที่เ้าหน้าที่พวกนั้นจะมาถึงตัวไฟฉายสาดส่อง ไปตกกระทบที่ร่างของคนที่ตายอย่างน่าอนาจอยู่ข้าง ๆ กับนารีที่ความมืดมันบดบังสายตาของเธอในตอนแรก นารีใจนเกือบจะร้องออกมา เสียงฝีเท้าของใครคนหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้ ๆ กับนารี เธอนั่งนิ่งดั่งก้อนหิน ไม่ไหวติงในขณะนั้น นารีได้เพียงแต่คิดว่าอย่าให้ใครเจอเธอเลย ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และิญญาแม่ของเด็กที่เธอช่วยเอาไว้ ให้ช่วยเธอรอดพ้นจากความโชคร้ายนี้เสียทีเพื่อทารกน้อยทั้งสอง แต่เหมือนว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ช่วยเธอเลย ทารกน้อยผสานเสียงกันร้องพร้อมกัน เสียงฝีเท้าของเ้าหน้าที่คนนั้นมาหยุดที่ตรงหน้าของนารีพร้อมกับสาดส่องไฟไปที่ ร่างกายของเธอ
“นารี...!....”
“คุณโปลิศ....ฮือ ๆ ๆ ๆ นารีใแทบแย่ ช่วยด้วยช่วยนารีด้วยถ้าคุณโปลิศไม่ช่วยนารีวันนี้ก็ไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้ว”
นารีเข้าไปซบที่ไหล่ของเขาพงษ์ รับเด็กน้อยมาอุ้มไว้แนบอกของเขาหนึ่งคน หัวใจของเขาเริ่มสั่นไหวอีกแล้ว
“เอาล่ะ ชั้นจะช่วยหล่อนก็ได้ แต่ในคืนนี้หล่อนไปรอชั้นที่สถานีรถไฟก่อนนะ เพราะชั้นต้องไปรายงานตัว และต้องทำเื่ลากับผู้บังคับบัญชาก่อนน่ะ”
“ได้จ่ะ แต่ คุณโปลิศ อย่าช้านะจ๊ะ นารีกลัว พี่เข้มจะตามมา”
พงษ์ พานารีไปส่งที่สถานีรถไฟ พร้อมกับจองตั๋วไว้ให้เธอและตัวเขาคนละหนึ่งใบก่อนที่จะรีบ เรียกรถลากให้ไปส่งเขาที่กรมตำรวจ นารีนั่งรออยู่ประจำที่บนรถไฟไม่กล้า เดินไปไหน เพราะกลัวว่า เมื่อพงษ์กลับมาจะไม่เจอเธอเมื่อมีทารกน้อยมาเพิ่ม ความลำบากก็เพิ่มขึ้นด้วย เสียงร้องของเด็กน้อยจะเป็จุดสนใจ ถ้าหากว่าเข้มเข้ามาตามหา แสงตะวัน โผล่ขึ้นมาแล้ว พร้อมกันนั้นนารีเห็นเข้ม เดินด่อม ๆ มอง ๆ อยู่แถว ๆ ชานชาลา ใกล้จะถึงเวลาที่รถไฟกำลังจะออกเข้มขึ้นมาที่ขบวนรถไฟ เขาคงกำลังตามหา นารีอยู่นารีมองไปที่ใบหน้าของเด็กน้อยทั้งสองเภาวนาว่าอย่าให้เด็กทารกน้อยตื่นขึ้นมาในตอนนี้ เสียงหวูดรถไฟ แจ้งเตือนว่ารถกำลังจะออกแล้ว เข้มกำลังจะเดินมายังโบกี้ที่นารีนั่งอยู่ อีกเพียงแค่ไม่ถึงสามก้าว ก็จะถึงตัวของนารีแล้ว พงษ์ก็ยังไม่มาหรือว่า นารีกับเขาจะคลาดกันเสียแล้ว หรือ นารีอาจจะโชคร้าย ถูกเข้มจับตัวไปจนได้เข้มเดินตรงมา ตรงที่นั่งของนารี อีกเพียงแค่หนึ่งก้าวแต่พนักพิงด้านหลังทำให้เข้มยังมองไม่เห็นนารี แต่ถ้าเข้มเดินมาอยู่ตรงด้านหน้าของนารีเธอจะถูกจับได้ นารี ตระหนกจนหัวใจเต้นถี่รัวเหงื่อเริ่มผุดออกมาจากรูขุมขนเพราะความตื่นตระหนกหวาดระแวง