บทที่11. เสือคาบไปจิน(กิน)
ทั้งสามเมื่อเดินออกมาจนถึงปากถ้ำแล้วจึงเห็นว่าด้านนอกพึ่งจะเป็ต้นยามเว่ย(13.00 – 14.59 น.)เท่านั้น ยังสามารถเดินทางออกจากป่าชั้นในได้ทันไม่จำเป็ต้องค้างคืนในป่าซึ่งเป็การดียิ่งนักเพราะแม้ว่าตลอดการเดินทางจะไม่เจอสัตว์อสูรสักตัวแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าขากลับจะไม่เจอดังนั้นเร่งออกจากป่าโดยเร็วที่สุดย่อมเป็การดีกว่า
“สิบสี่เ้ามาขึ้นหลังปู่เถิดจะได้เดินทางกันได้เร็วขึ้น”ท่านผู้เฒ่าไป๋เอ่ยขึ้นขณะย่อกายลงเพื่อให้หลานสาวปีนขึ้นหลังได้ง่ายๆ
“เ้าค่า”เ้าตัวน้อยรับคำอย่างว่าง่ายพร้อมเดินเข้าไปหาท่านปู่ทันทีแต่ยังไม่ทันจะปีนขึ้นหลังท่านปู่จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องคำรามออกมาดังก้องป่า
โฮกกกก!!กรรร!!!
จากนั้นเงาดำพาดผ่านสายหนึ่งที่ทั้งใหญ่แล้วเร็วก็กระโจนเข้าหาคนทั้งสามอย่างรวดเร็วท่านผู้เฒ่าไป๋และท่านพ่อบ้านหวังฉีถูกแรงมหาศาลที่เป็เ้าของเสียงคำรามนั้นเตะออกไปไกลจนกระอักเืออกมาและกว่าจะสามารถลุกขึ้นตั้งสติได้ร่างกลมป้อมของจิ่วจิวน้อยก็ถูกเ้าของเสียงคำรามอย่างเ้าพยัคฆ์ขาวคาบไปไกลแล้ว
“อ๊ากกกก!!ท่านปู่วววว ช่วยฉิบฉี่โด้ยยยยยยย!!!”เสียงเล็กของเด็กน้อยกรีดร้องดังลั่นทั่วผืนป่า
“เ้าสิบสี่อั๊ก!”เพราะาเ็ที่แก่นปราณอยู่แล้วเมื่อถูกแรงเตะที่รุนแรงเข้าไปอีกจึงทำให้ท่านผู้เฒ่าไป๋กระอักเืออกมาหลายครั้ง
“นายท่านนั้นต้องเป็พยัคฆ์ขาวเป็แน่ขอรับ”พ่อบ้านหวังฉีเอามือกุมหน้าอกก่อนเข้ามาพยุงร่างของผู้เป็นายขึ้นอย่างทุลักทุเล
“รีบไปช่วยเ้าสิบสี่เร็วเข้า”
“ขอรับ”
ท่านผู้เฒ่าไป๋และพ่อบ้านหวังฉีเร่งเดินพลังปราณที่มีเหลือทั้งหมดเพื่อให้สามารถไล่ตามเ้าพยัคฆ์ขาวไปได้ทันแต่ต่อให้ทั้งสองจะเร่งความเร็วมากเพียงใดก็ไม่อาจไล่ตามฝีเท้าของสัตว์อสูรอย่างเ้าพยัคฆ์ขาวได้แต่ถึงอย่างนั้นท่านผู้เฒ่าไป๋ก็พยายามแกะรอยตามไปด้วยความเป็ห่วงหลานสาวตัวน้อยจับใจ
ความร้อนรนเป็ห่วงของทั้งสองผู้ชราทำให้หลงลืมไปว่าตอนนี้ในแหวนมิติของท่านผู้เฒ่าไป๋นั้นมีของวิเศษที่สามารถช่วยให้ร่างกายของทั้งสองฟื้นคืนพลังปราณได้อย่างง่ายได้อยู่ด้วย...
ทางด้านจิ่วจิวน้อยที่ถูกคาบไว้ในปากของพยัคฆ์ขาวตอนนี้ถูกพามาในพื้นที่อาณาเขตของมันแล้วเ้าพยัคฆ์ขาวหยุดฝีเท้าลงร่างของจิ่วจิวน้อยคว่ำพาดตัวเป็แนวขวางโดยมี่ลำตัวที่เป็พุงป่องๆ นั้นอยู่ในปากของมัน ส่วนแขนขาและหัวห้อยต่องแต่งไปมา
“ฮึกฮึก ฮือออ ฉิบฮี่กัววว” จิ่วจิวน้อยทั้งใและกลัวมากแม้จะซุกซนแต่ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ขวัญเสียถึงเพียงนี้มาก่อนเลย
"งั่ม งั่ม ๆ ๆ ๆ"
เ้าพยัคฆ์ขาวเริ่มกดคมเคี้ยวแหลมๆของมันเข้าไปในเนื้อขาวนุ่มของเหยื่อที่มันจับได้มันคาดหวังว่าจะได้ลิ้มรสเืสดๆ ของเหยื่อที่หวานฉ่ำแต่กลับกลายเป็ว่าไม่ว่ามันจะกดคมเขี้ยวลงด้วยแรงที่มากมายเพียงใดก็ไม่อาจสร้างรอยแผลหรือรีดหยดเืของเหยื่อออกมาได้เลยแม้แต่หยดเดียว
“ฮึก!ฮึก!” ร่างเล็กที่ถูกคาบเหมือนลูกแมวตัวน้อยไว้ในปากของพยัคฆ์ขาวยังคงส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นต่อไปอีกสักพักก่อนที่จู่ ๆ จะเริ่มรู้สึกได้ว่าไม่เ็ปที่ตรงไหนเลยสักแห่ง แต่กลายเป็คันๆจั๊กจี้เสียมากกว่า ดังนั้นเสียงร้องไห้สะอื้นฮักในตอนแรกจึงแปรเปลี่ยนเป็เสียงหัวเราะจั๊กจี้แทน
“คิกคัน ๆ จั๊กจี้ คิก คิก”เ้าตัวเล็กหัวเราะจนพุงป่องที่ถูกคาบอยู่นั้นสั่นกระเพื่อมเลยทีเดียว
"โฮกกก!! งั่ม ๆ ๆ ๆ"เ้าพยัคฆ์ขาวก็ยังไม่ยอมแพ้แต่เมื่อผ่านไปสักพักแล้วก็ไม่อาจกินเหยื่อได้ดั่งใจมันจึงเริ่มหงุดหงิดเ้าพยัคฆ์ขาวพยายามกัดๆ แทะๆ ร่างเล็กอยู่เช่นนั้นจนเกือบสองเค่อเมื่อรู้แล้วว่าไม่สามารถกินเหยื่อได้มันล่ามาได้จริงๆ จึงเริ่มหมดความสนใจก่อนจะคายร่างเล็กนั้นออกจากปากของมันลงพื้นอย่างแรง
“ตุ๊บ!โอ๊ยย!! ฉิบฉี่เจ็บ” มือน้อยจับตูดจับขาของตนเองลูบวนไม่มาส่วนเ้าพยัคฆ์ขาวก็เดินสะบัดตูดจากไปอย่างไม่สนใจไยดีอีก
“ฮึก!ฉิบฉีต้องไปหาท่านปู่กับท่านตาพ่อบ้านหวัง ฮึบ” ร่างเล็กพยายามยกร่างเล็กๆที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนมอมแมมของตนเองขึ้นยืนแต่เพราะตอนที่ถูกเ้าพยัคฆ์ขาวคาบมานั้นร่างก็ถูกเหวี่ยงถูกฟัดไปมาตามแรงวิ่งของเ้าพยัคฆ์ขาว จนแขนขาฟาดไปมากับต้นไม้กิ่งไม้ตามลายทางจนทำให้ขาเจ็บจึงไม่อาจลุกขึ้นได้ในทันที จิ่วจิวน้อยจึงพยายามกระดึ๊บๆร่างกายไปทางพี่ต้นไม้ต้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักเพื่อพาร่างของตนเองไปนั่งพิง
บนต้นไม้ไม่ไกลกันนักมีร่างของใครคนหนึ่งที่เฝ้ามองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ตลอด
“จะไม่เข้าไม่ช่วยหรือขอรับนายท่าน”
“ไม่ต้องเ้าเด็กตัวกลมนั้นก็ไม่เป็อันแล้ว”
“ขอรับ”คนสนิทอย่างอิงเฉิงไม่แปลกใจกับคำตอบของผู้เป็นายนักหากสั่งให้เข้าไปช่วยในทันทีสิถือเป็เื่แปลกเพราะนายของเขานั้นไม่เคยสนใจเื่ขอผู้ใดและไม่เคยเห็นมนุษย์ธรรมดาอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำมีแต่ความนิ่งเฉยและเ็าราวกับทั้งร่างกายและหัวใจถูกหล่อหลอมมาจากฤดูเหมันต์
“เ้าไปจัดการพยัคฆ์ขาวนั้นซะเอาหนังมันไปเป็พรมปูพื้นให้ข้าที่ตำหนักเบื้องบน”
“ขอรับนายท่าน”
เมื่อได้รับคำสั่งแล้วอิงเฉิงก็เร้นกายหายไปทันทีเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่ตรงนั้นมาก่อนส่วนคนที่ออกคำสั่งก็ยังคงนั่งอยู่บนต้นไม้ที่เดิมไม่ขยับไปไหนดวงตาสีดำสนิทราวกับห้วงรัตติกาลเฝ้ามองตามร่างเล็กๆเหมือนลูกแมวน้อยมอมแมมนั้นอยู่ตลอด ที่เดี๋ยวก็ร้องไห้เดี๋ยวก็พูดอยู่คนเดียวบางครั้งนางก็เอามือไปแตะๆต้นไม้แล้วทำท่าเพ่งสมาธิแล้วก็ทำหน้าตาดีใจออกมาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดจึงเปลี่ยนอารมณ์ไปมาได้รวดเร็วถึงเพียงนั้นหรือเ้าเด็กตัวกลมนั้นอาจจะใกลัวจนเสียสติไปเสียแล้วก็ได้
“ฉิบฉี่หิวแล้ว”เสียงเล็กหงอยๆเอ่ยออกมาคนเดียวเบาๆ ดวงตากลมโตสอดส่ายไปมารอบกายทั้งหิวทั้งกลัว
หยางไท่อวิ๋นฟงที่ได้ฟังว่าเด็กน้อยนั่นหิวแล้วก็ยกมือขึ้นก่อนจะมีผลผิงกั่วลูกโตปรากฏออกมาบนฝ่ามือจากนั้นเขาก็โยนลงไปให้ใกล้กับที่เด็กน้อยมอมแมมนั้นนั่งอยู่
ตุ้บ!
“หื้มผิงกั่วมาจากไหน ตรงที่ฉิบฉี่อยู่ไม่เห็นมีพี่ต้นไม้ผิงกั่วขึ้นอยู่เยยย”ร่างเล็กที่ยังเจ็บขากระดึ๊บ ๆ ไปหยิบผิงกั่วมา มันลูกใหญ่มาก ใหญ่มากๆจนต้องประคองไว้ด้วยสองมือเลยทีเดียว
‘จิ่วจิวน้อยเ้ากินเถิด ผลไม้นี้กินได้จะได้ไม่หิวอย่างไรเล่า’ เสียงสื่อสารจากต้นไม้ที่นางนั่งพิงหลังอยู่เอ่ยบอกอย่างใจดีมันรู้ดีว่าผลไม้นั้นมาจากที่ใดจึงแนะนำให้เด็กน้อยที่น่าสงสารกินไปขณะที่รอท่านปู่ของนางมารับกลับบ้าน
เมื่อได้ฟังใบหน้ากลมเล็กที่เลอะคราบน้ำตาก็พยักหน้าหงึกหงักว่าเข้าใจก่อนนี้จิ่วจิวเอามือแตะััต้นไม้ที่ตนเองนั่งพิงเพื่อสอบถามว่าพอจะช่วยบอกได้หรือไม่ว่าท่านปู่และท่านตาพ่อบ้านหวังฉีเป็เช่นไรบ้างซึ่งพี่ต้นไม้ก็เต็มใจช่วยเหลือ โดยการสอบถามเหล่าต้นไม้ต่อๆ กันไปเป็ทอดๆแล้วก็ได้คำตอบกลับมาเป็ทอดๆ ว่า ทั้งสองนั้นกำลังรีบตามมาช่วยและอยู่ห่างจากจุดที่จิ่วจิวถูกพามาประมาณห้าลี่เท่านั้นหากเร่งเดินทางไม่เกินสองเค่อก็น่าจะมาถึง
ตอนนี้จิ่วจิวหยิบเอาผิงกั่วขึ้นมาเช็ดๆกับแขนเสื้อที่ขาดวิ่น อยากเอาเช็ดกับเสื้อที่พุง แต่ตอนนี้เสื้อผ้าที่ปิดพุงน้อยๆนั้นเลอะน้ำลายเ้าพยัคฆ์ขาวอยู่ จิ่วจิวเลยเช็ดที่แขนเสื้อแทน
“งั่มกร๊อบบ อย่อยจัง...ฮึก ฮืออออ งั่ม ๆ”
“เ้าเด็กตัวกลมนี่ตลกเสียจริง”หยางไท่อวิ๋นฟงมองดูเด็กน้อยที่อยู่ใต้ต้นไม้แล้วก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะจิ่วจิวน้อยกัดผิงกั่วกินคำหนึ่งเสร็จก็เคี้ยวไปร้องไห้ไปพอผิงกั่วหมดปากก็หยุดร้องไห้ก่อน แล้วก้มลงกัดกินผิงกั่วเข้าไปจากนั้นก็เคี้ยวไปแล้วก็ร้องไห้ต่ออีกทำสลับแบบนั้นไปจนกินหมด
“ฮึกไม่อิ่มเยย”
ตุ้บ!!
“โฮ๊ะ!มาอีกแย้วว ขอบคุณเ้าค่าาา” นางไม่รู้ว่าใครให้แต่เอ่ยขอบคุณออกไปก่อน
‘ลูกนี้ก็จินได้เหมือนลูกที่แล้วใช่หยือไม่พี่ต้นไม้’กระดึ๊บๆ ไปหยิบผลไม้มาแล้วหันมาสื่อสารถามพี่ต้นไม้เพื่อความแน่ใจอีกรอบ
‘กินได้ เ้ารีบกินเถิด’
“งั่มๆ” ปากเล็กๆ ก้มลงงับผิงกั่วกินอีกลูกอย่างสบายใจขึ้นแล้วเพียงไม่เกินสองเค่อก็มีเสียงการเคลื่อนไหวไม่ไกลก่อนจะปรากฏร่างของท่านผู้เฒ่าไป๋และร่างของท่านพ่อบ้านหวังฉี ที่มีเหงื่อชุ่มโชกจากการใช้พลังปราณในการเร่งเดินทางและมีท่าทางที่เหนื่อยอ่อนเป็อย่างมากเลยทีเดียว
“เ้าสิบสี่”เมื่อมองเห็นร่างหลานสาวตัวน้อยที่นั่งพิงหลังกับต้นไม้อยู่ก็เอ่ยเรียกออกมาทั้งดีใจและโล่งใจที่หลานสาวปลอดภัย
“ท่านปู่ฮึก” เมื่อเห็นว่าเป็ใครที่มาสองแขนป้อมยกชูออกสองข้างท่านผู้เฒ่าไป๋เองก็รีบตรงเข้าไปโอบอุ้มร่างเล็กขึ้นมาไว้ทันที
“เ้าไม่เป็อันใดใช่หรือไม่”
“เจ็บๆที่ขาเ้าค่ะ”
“ไม่เป็อันใดแล้วนะเดี๋ยวปู่รักษาให้เ้าเองตอนนี้เรากลับบ้านกันเถิดนะ ”จากนั้นท่านผู้เฒ่าไป๋ก็อุ้มหลานสาวตัวน้อยเร่งเดินทางออกไปทันทีโดยมีพ่อบ้านหวังฉีค่อยรั้งท้ายระวังหลังให้ด้วยเกรงว่าเ้าพยัคฆ์ขาวนั้นจะโผล่ออกมาอีก
“ไปเสียแล้วหรือ”เสียงทุ้มติดนิ่งขรึมจากคนที่แอบมองอยู่ตลอดเอ่ยออกมาแ่เบาอย่างรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้มองดูสีหน้าและท่าทางที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของเ้าลูกแมวน้อยตัวกลมนั้นอีก...