บทที่ 34 ปลานำโชค
หลังจากที่ซูชิ่นส่งโสมต้นที่สองเข้าไปในมิติวิเศษ เยว่เยว่ก็คว้าชายเสื้อของนางแล้วเขย่าไม่หยุด
"ท่านแม่ เยว่เยว่ช่วยท่านแม่หาตัวยาสมุนไพรได้นะเ้าคะ"
"ไม่ได้หรอกเยว่เยว่ สถานการณ์ในูเานี้แม่ยังไม่คุ้นเคย ไม่กล้าพาเ้าบุ่มบ่ามเข้าไป ดังนั้นครั้งนี้จะยังไม่พาเ้าไป รอจนแม่มั่นใจว่าในูเานี้ไม่มีอันตรายมากเกินไป แม่ถึงจะให้พวกเ้าออกมา" ซูชิ่นยังคงส่ายหน้า
"เยว่เยว่ต้องเชื่อฟัง ห้ามเอาแต่ใจนะ" โจวโจวก็พยักหน้าอยู่ข้าง ๆ อย่างเห็นด้วย
"ข้า... ข้าแค่อยากช่วย... ช่วยท่านแม่หาสมุนไพร ข้าหาสมุนไพรได้เยอะแยะเลยเ้าค่ะ" เมื่อเยว่เยว่เห็นว่าทั้งท่านแม่และพี่ชายต่างพูดเช่นนี้ ก็น้อยใจจนน้ำตาไหลออกมาทันที
ซูชิ่นเห็นเด็กน้อยร้องไห้อย่างน่าสงสาร และรู้ว่านางมีเจตนาดีจึงลดน้ำเสียงให้อ่อนลง "เอาล่ะ เลิกร้องได้แล้ว แม่รู้ว่าเยว่เยว่อยากช่วยแม่ แต่ครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งหน้าแม่จะพาลูกไปแน่นอน เชื่อฟังนะ ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ลงเขาตอนนี้เลย"
เมื่อเยว่เยว่เห็นว่าซูชิ่นยืนกรานเช่นเดิมจึงได้แต่พยักหน้าพร้อมกับสะอึกสะอื้น
หลังจากส่งเด็กทั้งสองเข้าไปในมิติวิเศษ ซูชิ่นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ในป่าลึกเช่นนี้อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ นางไม่กล้าประมาท
นางหาผ้าผืนหนึ่งมาพันรอบศีรษะทำเป็ผ้าคลุมผม เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมถูกกิ่งไม้หรือหนามเกี่ยว จากนั้นก็ใช้มีดสั้นตัดกิ่งไม้กิ่งหนึ่งมาถือไว้สำหรับปัดหญ้า แล้วซูชิ่นก็เริ่มเดินขึ้นเขา
เป็ไปตามคาด ความกังวลของนางไม่ใช่เื่เกินจริง เพราะเมื่อเดินไปได้ไม่ไกล ซูชิ่นก็พบร่องรอยของงูในพุ่มหญ้า
นางเองก็ค่อนข้างกลัวสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ดังนั้นจึงยืนอยู่ที่เดิม รอจนงูตัวนั้นเลื้อยจากไปก่อนจึงค่อยเดินหน้าต่อ
เดิมทีคิดว่าในูเาซื่อเต้าจื่อแห่งนี้ควรจะมีสมุนไพรมากมาย แต่ผลปรากฏว่าเดินมาจนถึงกึ่งกลางเขา ซูชิ่นกลับไม่พบโสมต้นที่สามเลย
ตลอดทางนางค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่าว่าแต่โสมเลย แม้แต่สมุนไพรที่มีราคาขึ้นมาหน่อยก็ยังไม่เห็น แต่กลับเห็นงู แมลง หนู และมดอยู่บ่อยครั้ง
ใน่แรกนางยังรู้สึกใจเต้นระทึก แต่พอผ่านไปสักพัก นางกลับรู้สึกว่าตัวเองเริ่มชินชาเสียแล้ว
กระทั่งเดินมาจนถึงยอดเขา ก็เป็เวลาเที่ยงวันพอดี นางจึงหาที่ร่มใต้ต้นไม้เพื่อนั่งพัก เมื่อมั่นใจว่าบริเวณนี้ไม่มีอันตราย และบนยอดเขามีก้อนหินเป็ส่วนใหญ่ รวมถึงหญ้าที่ขึ้นไม่สูงนัก ซูชิ่นจึงนำเด็กทั้งสองออกมาจากมิติวิเศษ
ทันทีที่เด็กทั้งสองออกมา ก็ยืนมองไปรอบ ๆ ยอดเขา
เยว่เยว่ยังมีท่าทางหงอย ๆ รู้สึกว่าตนเองถูกท่านแม่รังเกียจ
ซูชิ่นไม่ถนัดเื่การปลอบเด็กจริง ๆ นางจึงลูบหัวเล็ก ๆ ส่งเดชแล้วพูดว่า "ดูลูกสิ แม่ให้ลูกเข้าไป แล้วแม่ก็ให้พี่ชายเข้าไปด้วยไม่ใช่หรือ? แม่ไม่ได้รังเกียจว่าลูกเกะกะ เพียงแต่ในูเานี้มีอันตรายมากเกินไป"
เยว่เยว่ใช้นิ้วถูมือเล็ก ๆ ของตนเองแล้วพูดว่า "แต่เมื่อวานท่านแม่ให้พี่ชายช่วยจับกระต่าย เยว่เยว่ก็อยากช่วยเหมือนกัน เยว่เยว่จับกระต่ายไม่เป็ ทำเป็แต่หาสมุนไพรเ้าค่ะ"
ซูชิ่นหลุดขำ ที่แท้เด็กน้อยคนนี้รู้สึกอิจฉาที่เมื่อวานโจวโจวช่วยจับกระต่ายได้มากมายนี่เอง
"เยว่เยว่ โสมสองต้นที่ลูกหาเจอ สามารถซื้อกระต่ายได้กองโตเชียวนะ ลูกเก่งกว่าพี่ชายตั้งเยอะ"
"จริงหรือเ้าคะ?" ดวงตาของเด็กหญิงเป็ประกายขึ้นมาทันที
"แน่นอน" ซูชิ่นพยักหน้าแล้วเอ่ยยืนยัน
"ท่านแม่ งั้นเดี๋ยวพวกเราไปหาสมุนไพรกันเถิดเ้าค่ะ ข้าจะช่วยท่านแม่หาโสมให้ได้อีกหลาย ๆ ต้น แบบนี้วันหน้าพวกเราจะได้ซื้อกระต่ายได้เยอะ ๆ" เยว่เยว่ราวกับได้รับพลังงานมหาศาล
ถ้าเป็แบบนั้น ท่านแม่ก็ไม่ต้องให้พี่ชายช่วยจับกระต่ายอีกแล้ว!
มุมปากของซูชิ่นพลันกระตุกเล็กน้อย
เด็กคนนี้ เ้าเห็นโสมเป็หญ้าป่าหรืออย่างไร? พูดว่าหาได้ก็หาได้เลย
แต่ใครจะรู้ว่า หลังจากเยว่เยว่เดินเล่นรอบยอดเขาหนึ่งรอบ แล้วจะชี้ไปยังซอกก้อนหินอย่างตื่นเต้น
"ท่านแม่ ดูสิเ้าคะ โสม!"
ซูชิ่น "..."
โสมต้นที่สามนี้เห็นได้ชัดว่ามีอายุมากกว่าสองต้นแรกมาก เมื่อนับคร่าว ๆ ก็พบว่ามีอายุเกือบห้าสิบปีเลยทีเดียว
ซูชิ่นรู้สึกเหมือนเห็นผีจริง ๆ ตอนที่เพิ่งขึ้นมาบนยอดเขานี้ นางกวาดสายตามองไปทั่วแล้ว ซอกก้อนหินตรงนั้นนางก็มองผ่านตาไปครั้งหนึ่งแต่ไม่เห็นอะไร แล้วเหตุใดเยว่เยว่ถึงหาเจอ?
เด็กคนนี้คงไม่ใช่ปลานำโชคกลับชาติมาเกิดหรอกนะ!
ซูชิ่นสงสัยในใจอย่างมาก จึงตัดสินใจว่าอีกสักพักจะพาเยว่เยว่เดินวนบนูเาดู เพื่อดูว่ามันเป็อย่างไรกันแน่
"ท่านแม่ โสมต้นนี้ซื้อกระต่ายได้กี่ตัวเ้าคะ?" เยว่เยว่พูดอย่างตื่นเต้น
"คาดว่าน่าจะซื้อได้เป็ร้อยตัวเลยละ" ซูชิ่นเกาศีรษะเบา ๆ พลางตอบ
เยว่เยว่ไม่มีแิเื่ตัวเลข ปัจจุบันนางนับได้เพียงนิ้วมือสิบนิ้วบวกกับนิ้วเท้าสิบนิ้ว สำหรับนางแล้ว คำว่าร้อยตัวถือเป็จำนวนที่มหาศาลมาก ดังนั้นเยว่เยว่จึงย่นจมูกใส่โจวโจวอย่างภาคภูมิใจ
"พี่ชาย ข้าเก่งกว่าท่านอีก!"
แต่โจวโจวกลับส่งเสียง "อ้อ" อย่างไม่ใส่ใจ ทำให้เยว่เยว่ฮึดฮัดออกมาด้วยความโกรธ
พี่ชายบ้า!
วันนี้เก็บเกี่ยวได้ไม่เลว ซูชิ่นจึงตัดสินใจว่าการปฏิบัติการครั้งนี้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
แม้ว่าในูเาแห่งนี้จะต้องมีสมุนไพรที่มีราคาอีกมากมาย แต่การเป็คนจะโลภเกินไปไม่ได้ ต้องรู้จักพอเมื่อได้ผลลัพธ์ที่ดี
เพราะอยากรู้ว่าเยว่เยว่เป็อย่างไรกันแน่ ซูชิ่นจึงส่งโจวโจวเข้าไปในมิติวิเศษ แล้วใช้เสื้อผ้าทำเป็สายสะพาย มัดเยว่เยว่ไว้ที่หลัง
"เยว่เยว่ ลูกช่วยแม่ดูให้ดี ๆ นะ ว่าตรงไหนมีโสม หรือมีเห็ดสีดำ ๆ ขึ้นอยู่บ้าง"
เห็ดที่นางพูดถึงคือเห็ดหลินจือ เพราะเกรงว่าเด็กจะเข้าใจยากจึงบรรยายเช่นนี้
"เ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะหาให้ดีที่สุดเลยเ้าค่ะ"
แต่จนกระทั่งซูชิ่นออกจากูเาซื่อเต้าจื่อ เยว่เยว่ก็ไม่สามารถหาโสมต้นที่สี่ได้อีก และไม่พบเห็ดหลินจือด้วย
ซูชิ่นจึงคิดในใจว่า การที่โสมสามต้นนั้นถูกเยว่เยว่หาเจอ คงจะเป็เพียงเื่บังเอิญจริง ๆ
การแบกเด็กเดินบนทางเขานั้นเหนื่อยมาก ซูชิ่นจึงส่งเยว่เยว่เข้าไปในมิติวิเศษเพื่อให้ตัวเบาขึ้น และไม่นานก็ข้ามูเาซานเต้าจื่อเข้าสูู่เาเอ้อร์เต้าจื่อ
วันนี้คนบนูเามีค่อนข้างมาก เพื่อไม่ให้ผู้คนสงสัย ซูชิ่นจึงแกล้งเก็บผลไม้ป่าบางส่วนใส่ไว้ในสาบเสื้อ
ตลอดทาง ซูชิ่นพบกับคนในหมู่บ้านหลายคน เดิมทีนางไม่อยากพูดคุยกับคนเหล่านี้ แต่กลับทนแรงที่อีกฝ่ายอยากทักทายไม่ได้
"ชิ่นเหนียง เ้าก็เข้าป่ามาด้วยหรือ ลูกทั้งสองคนของเ้าเล่า?"
คนที่เรียกนางคือหญิงสาวที่อายุไล่เลี่ยกับซูชิ่น หญิงสาวคนนี้แซ่จ้าว ชื่อซิ่วจือ สามีที่นางแต่งงานด้วยก็แซ่เฉิง หากนับกันแล้วก็นับเป็พี่สะใภ้ของเ้าของร่างเดิม
ซูชิ่นไม่สะดวกที่จะไม่ทักทาย จึงได้แต่หยุดฝีเท้าแล้วยิ้มให้จ้าวซิ่วจือ
"พี่สะใภ้ซิ่วจือ ท่านก็มาเก็บผลไม้ในป่าหรือเ้าคะ?"
จ้าวซิ่วจือพยักหน้า "ผลผลิตในไร่หวังพึ่งไม่ได้เลย ค่าอาหารของคนทั้งบ้านก็ยังไม่มี ข้าอยู่บ้านเฉย ๆ จึงขึ้นเขามาเก็บผลไม้และขุดสมุนไพรบ้าง"
ซูชิ่นอยากจะบอกว่า 'งั้นท่านยุ่งเถอะ ข้าขอตัวก่อน'
แต่ผลปรากฏว่า จ้าวซิ่วจือดึงนางไปด้านหนึ่งด้วยท่าทางลึกลับ แล้วหยิบแป้งทอดชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ยัดใส่มือซูชิ่น "รีบรับไปเถอะ กลับไปให้ลูกทั้งสองคนกิน"
ซูชิ่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบดันแป้งทอดกลับคืนไป "พี่สะใภ้ ทำเช่นนี้ได้อย่างไร ตอนนี้ทุกบ้านต่างขาดแคลนเสบียง แป้งทอดนี้ข้ารับไว้ไม่ได้เ้าค่ะ"
จ้าวซิ่วจือแสร้งทำเป็โกรธแล้วพูดว่า "เ้ายังจะมาเกรงใจข้าอีกหรือ? รีบรับไปเสีย ไม่อย่างนั้นข้าจะโกรธจริง ๆ นะ เมื่อก่อนเยี่ยนอันบ้านเ้าคอยดูแลสามีข้า ตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว เ้าต้องเลี้ยงลูกสองคนก็คงลำบากไม่น้อย ข้าไม่มีสิ่งอื่นที่จะช่วยเ้าได้ มีเพียงแป้งทอดชิ้นนี้ชิ้นเดียว เ้าอย่าได้รังเกียจเลย"