บทที่ 6 ถงหลีปกป้องตัวเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น ยามเฉิน อิงตามเวลาสากลคือเจ็ดโมงเช้า
“เหตุใดโลกมนุษย์มันน่าเบื่อยิ่งนัก” ถงหลีนั่งหย่อนเท้าบนเก้าอี้หัวกลมภายในห้องนอน การมีชีวิตเป็ลูกสาวของท่านพ่อหลิว ไม่ได้ดูน่าตื่นเต้นอย่างที่นางคิด เมื่อวานนี้นอกจากไม่ถูกตามใจ ถงหลียังถูกท่านพ่อห้ามปรามมิให้เลี้ยงสาวใช้อีกเก้าชีวิต
เช่นนั้นพวกนางคงถูกต้อนไปขายที่ตลาดทาสสินะ
โครก ~ ครากกกก ~
ขณะนั่งคิดเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ ท้องกลมอ้วนของถงหลีคำรามประท้วงเสียงดัง เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาแววตาขึ้นประกายทันที เมื่อนึกถึงรสชาติอาหารของโลกมนุษย์ที่แสนเลอเลิศ เมื่อวานได้กินไปแล้วหลายอย่าง แต่ถงหลีก็ยังไม่รู้จักพอ
อันที่จริงอวี่เอ๋อร์สาวใช้คนดีที่ถงหลีเลือกเองกับมือ เวลานี้นางควรยกอาหารเข้ามาให้ถงหลีมิใช่หรือ ก่อนหน้านี้บอกว่าจะไปเตรียมของช่วยพวกแม่ครัว เหตุใดป่านนี้แล้ว…ยังไม่กลับมา...
คงไม่ใช่ว่า! เกิดเื่กับอวี่เอ๋อร์หรอกนะ!
ถงหลีทึกทักขึ้นมาอย่างนั้นก็ไม่อาจนั่งเฉยได้อีกแล้ว ก้นกลมกลึงะโดึ๋งลงจากเก้าอี้หัวกลมจนหัวโยกโครงเครง ทันทีที่ตั้งหลักได้ สองขาสั้น...ซอยเท้าวิ่งปรูดไปบนทางเดิน มุ่งตรงไปยังโรงครัวที่อยู่ท้ายจวน
“อาหารคุณหนูของเ้าก็มีอยู่แค่นั้น! มากกว่านี้ไม่ได้แล้ว!!” เสียงของใครบางคนฟังดูโอหังไม่เบา ดังอยู่ในโถงห้องครัวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากทางเท้า ถงหลีที่วิ่งไวอยู่บนทางเท้าได้แต่หยุดฝ่าเท้ากะทันหันด้วยสีหน้าแปลกใจ ทั้งแปลกใจกับคำพูดของคนผู้นั้น ทั้งแปลกใจกับพร์วิเศษที่เพิ่งปรากฏขึ้นมา
ถงหลีสามารถได้ยินเสียงคนพูดคุย จากระยะไกลได้ชัดเจน!
นอกจากสามารถสูดหากลิ่นอายความบริสุทธิ์กับกลิ่นอายของความชั่วร้าย ถงหลียังสามารถดักฟังเื่ของคนอื่นได้ด้วยหรือนี่ ต้องแบบนี้สิ ชีวิตของถงหลีในโลกมนุษย์ถึงจะน่าตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย!
“แต่อาหารที่พวกเ้าเตรียมไว้ให้คุณหนูของข้า มีเพียงน้ำซุปกระดูกหมู กับผักลวกไม่กี่ใบเท่านั้น คุณหนูของข้าจะอิ่มท้องได้อย่างไร แม้แต่อาหารของหญิงรับใช้อย่างพวกเรา ยังได้กินข้าวพูนถ้วย!” อวี่เอ๋อร์เป็สาวใช้คนใหม่ที่จวนหลิวเพิ่งรับเข้ามา จึงไม่ค่อยกล้ามีปากเสียงกับหัวหน้าสาวใช้สักเท่าไหร่ แต่เพื่อคุณหนูถงหลีของนาง ไม่ว่าอวี่เอ๋อร์จะกึ่งกล้ากึ่งกลัวขนาดไหน นางเองก็ต้องกลั้นใจทุ่มเถียงทั้งที่รู้ดี....ว่าตนเองแทบไม่มีโอกาสชนะ
“แล้วอย่างไร! ข้าไม่สนว่าคุณหนูของเ้าจะอิ่มหมีพีมันหรือไม่ ข้าสนเพียงว่า นายท่านหลิวอยากให้คุณหนูลดน้ำหนัก ตัวข้าก็แค่ช่วยสนองให้ นอกจากไม่ถูกตำหนิ เชื่อเถอะว่านายท่านยังต้องออกปากชม ที่ข้าใส่ใจคุณหนูถึงเพียงนี้” สาวใช้ที่พูดจาหยิ่งผยองได้เพียงนี้ นางเป็หัวหน้าสาวใช้ มีนามว่าฟางจิ้งอี
ครั้งในอดีต มารดาของจิ้งอีเป็หัวหน้าสาวใช้จวนหลิว เรียกได้ว่ามารดาของนางนั้น เป็คนเก่าคนแก่ของจวนหลิว อยู่ยงมาั้แ่ตอนที่นายท่านหลิวคนเก่ายังไม่สิ้นใจ พอหลิวเฉวี่ยต้วนขึ้นมาเป็หัวหน้าตระกูลหลิว มารดาบังเกิดเกล้าของจิ้งอีย้ายไปดูแลเื่บัญชีใช้จ่ายช่วยฮูหยินใหญ่ ส่วนตำแหน่งหัวหน้าสาวใช้ที่ยังว่างอยู่ ก็ได้จิ้งอีขึ้นไปทำหน้าที่แทนมารดา
แต่จิ้งอีหัวสูงและทะเยอทะยานกว่าที่ทุกคนคิด แม้มารดาของนางเตือนหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่จิ้งอีก็ไม่เคยฟังคำเตือนของมารดา นางไม่อยากเป็แค่หัวหน้าสาวใช้เหมือนแม่ของนางไปชั่วชีวิต หากมีวาสนา นางนั้นอยากเป็ฮูหยินจวนหลิว
แน่นอนว่าตำแหน่งฮูหยินน้อยจวนหลิว เป็ของกู้เลี่ยงจินเท่านั้น ่เวลาที่กู้เลี่ยงจินอาศัยอยู่ในจวนหลิว ก็ถูกจิ้งอีคอยใช้แผนสกปรกกลั่นแกล้งตลอด ถึงกระนั้นกู้เลี่ยงจินก็ไม่คิดถือสา เพราะนางรู้ว่าสามีตัวร้ายของนางเป็คนนิสัยอย่างไร หากรู้ว่าภรรยารักถูกรังแกเข้า คนอย่างหลิวเฉวี่ยต้วนจะต้องไม่ลังเลที่จะขับไล่สองแม่ลูกออกจากจวนแน่นอน
ทว่าแม่บ้านแซ่ฟาง ผู้เป็มารดาของจิ้งอี เป็ผู้าุโของจวนหลิว อายุก็มากแล้ว ไม่ควรออกไปใช้ชีวิตทุกข์ยากที่นอกกำแพงจวนหลิว บั้นปลายชีวิตที่แก่ชราของนาง ควรได้รับการดูแลและคุ้มครองจากจวนหลิว ให้สมกับที่นางทุ่มเทตลอดทั้งชีวิตไปกับการรับใช้คนในจวนหลิว
เพราะคำนึงนึกได้อย่างปัญญาชน กู้เลี่ยงจินจึงหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าหรือเรียกใช้จิ้งอีตรง ๆ
ั้แ่กู้เลี่ยงจินหย่าขาดและออกจากจวนหลิว คนที่ยินดีปรีดาที่สุดเห็นทีจะเป็จิ้งอีผู้นี้เท่านั้น
จึงไม่แปลกเลยสักนิด ที่พอจิ้งอีแอบได้ยินเฉวี่ยต้วนคุยกับตงฉือเื่อยากให้ถงหลีลดน้ำหนัก นางจึงสาระแนแส่ไม่เข้าเื่ ลดปริมาณอาหารของคุณหนูถงหลีโดยพลการ ทั้งที่ในความเป็จริง...จิ้งอีคนนี้แทบอยากใส่ยาพิษลงไปในอาหารของถงหลี เพียงเพราะเห็นนางเป็บุตรสาวของกู้เลี่ยงจิน หากไม่เห็นแก่อารมณ์รุนแรงของนายท่านหลิวแล้วล่ะก็ จิ้งอีคงเด็ดหัวนางเด็กอ้วนถงหลีั้แ่เมื่อวาน
!!!
คำพูดที่จิ้งอีพูดกับอวี่เอ๋อร์มันไม่เข้าท่าจริง ๆ ถงหลีที่ลอบฟังอยู่บนลานดิน เผลอรวบนิ้วมือกลายเป็กำปั้นเล็ก ๆ โดยไม่รู้ตัว แล้วเดินตรงดิ่งเข้าไปในจุดเกิดเหตุ ด้วยสีหน้าร้ายกาจเหมือนหมูป่าตกมัน
“คนใจร้าย! อย่ารังแกคนของถงหลี!” ดวงตาของถงหลีคล้ายขึ้นสีเืขณะเค้นเสียงพูด กลิ่นอายของความชั่วร้ายในตัวถงหลี เข้มข้นกว่ากลิ่นอายของความชั่วร้ายในตัวจิ้งอีตั้งหลายเท่าตัว นี่ทำให้สาวใช้เล็ก ๆ ในห้องครัว รีบโก่งตัวต่ำเพื่อทำความเคารพเด็กวัยสามขวบทันที
แม้ว่าถงหลีจะเป็เด็กวัยเยาว์และเป็เด็กที่มาจากบ้านป่า ซึ่งอยู่ห่างไกลความเจริญอย่างตำบลหนานเฉิง แต่บัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็บุตรสาวของท่านกั๋วกง และเป็คุณหนูใหญ่แห่งจวนสกุลหลิว ตามธรรมเนียมเดิมที่อิงจากกฎจวน พวกนางเล็ก ๆ ก็ควรโค้งตัวคำนับต่อถงหลีแทบทุกครั้งที่พบหน้า
“พวกเ้าจะก้มหัวให้นางทำไมกัน ไม่เห็นหรืออย่างไร! ว่านางกำลังทำตัวก้าวร้าวไร้เหตุผล แต่ก็อย่างว่า! เด็กที่มาจากบ้านป่า ไร้การศึกษาและไม่มีผู้ใดอบรมสั่งสอน ก็ต้องเป็เช่นนี้! กู้เลี่ยงจินตายไปแล้ว คุณหนูก็ยิ่งไร้ผู้อบรมสั่งสอน ช่างเป็คนที่น่าเวทนายิ่งนัก” จิ้งอีไม่รู้จักชะโงกดูเงาหัวตัวเอง แม้แต่เด็กสามขวบยังกล้ารังแก คงรู้ฤทธิ์ของถงหลีน้อยไปซะแล้ว!
“จิ้งอี! เ้าไม่กลัวตาย แต่พวกข้ากลัวตายยิ่งนัก ข้าขอเตือนเ้าไว้ก่อน ไม่ว่าด้วยสถานะใด...เ้าก็ไม่มีสิทธิ์ไปพูดกับคุณหนูอย่างนั้น” สาวใช้นางหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกล ยื่นมือมากระตุกชายเสื้อของจิ้งอีเบา ๆ แล้วเอ่ยเตือนสติ ก่อนที่จิ้งอีจะทำอะไรเลยเถิดไปมากกว่านี้
“หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในอนาคตอันใกล้! นางต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายเข้าหาข้า และต้องคลานเข่ามาขอคำชี้แนะจากมารดาเลี้ยงอย่างข้า เช่นนั้นข้าขอถามเ้า ตัวข้ามีตรงไหนไม่มีสิทธิ์ที่จะด่าทอและสั่งสอนนางงั้นหรือ!?”
เพราะกาลก่อน จิ้งอีขูดรีดสารพัดวิธีไปรังควานและกลั่นแกล้งกู้เลี่ยงจิน แต่ตัวนางก็ยังอยู่ดีมาถึงทุกวันนี้มิใช่หรือ มิหนำซ้ำยังได้กลายเป็หัวหน้าบ่าวไพร่ ครานี้กะอีแค่พูดจาถากถางเด็กคนหนึ่ง มันจะอะไรกันนักกันหนา หากโดนลงโทษ จะโดนโทษหนักแค่ไหนกันเชียว
จิ้งอีหัวสูง ลั่นวาจาถากถางคนอื่นจนเคยตัว! คิดว่าเคยรังควานคนเป็แม่อย่างกู้เลี่ยงจินได้ ก็จะรังควานคนเป็ลูกอย่างถงหลีได้เหมือนกัน
โฮ๊ก ~ ปิ๊ป!!!
“ถง! หลี!!! ไม่มีมารดาชั่วช้าอย่างเ้า” เด็กน้อยคำรามลั่น ทั้งโมโหหิวและอารมณ์ร้ายตามลักษณะของปีศาจที่มาจากต่างดินแดน ยามนี้ัน้อยในคราบของมนุษย์ เผลอยกสองมือขึ้นเสมอโหนกแก้มอ้วน แล้วเค้นกรงเล็บเหมือนแมว พลางแยกเขี้ยวข่มขู่ ก่อนจะวิ่งรัวเร็ว เล็งหัวทุยไปโหม่งหัวเข่าของจิ้งอี จนเป้าหมายเสียหลักล้มลง ต่อด้วยทิ้งรอยกรงเล็บ...ข่วนไว้บนใบหน้าด้าน ๆ ของจิ้งอีจนเืซิบ
อ๊ากกก!
“นางเด็กประหลาด กล้าทำข้าเสียโฉมงั้นหรือ!!!”
จิ้งอีสติแตกพลัน!!!
เผลออุทานหยาบคายต่อหน้าคุณหนูถงหลี แต่เดิมในใจของนางไม่เคยยอมรับว่าถงหลี คือคุณหนูของจวนสกุลหลิว ยามนี้จิ้งอียิ่งดวงตาพร่าเลือน สติมัวหมอง ลืมไปชั่วขณะว่าถงหลีเป็ใคร ใจกล้าหน้าด้าน...คว้ากรงนิ้วทั้งห้า...ทึ้งเข้าที่ปอยผมสลวยของถงหลีวัยสามขวบ
ใช่แล้ว! หญิงปากร้ายวัยยี่สิบสองปี กำลังต่อกรกับเด็กเล็กวัยเพียงสามขวบ
“จิ้งอี!!! ปล่อยมือจากคุณหนูซะ ไม่อย่างนั้นพวกข้าจะพลอยเดือดร้อนไปกับเ้ากันหมด” สาวใช้ที่ฐานะต่ำกว่าจิ้งอีพยายามเตือนสตินางหนแล้วหนเล่า ตอนนี้ถึงขั้นลุกขึ้นไปโครมคร่อมบนร่างของจิ้งอี เพื่อให้นางคลายมือออกจากมวยผมสวยของคุณหนูถงหลีเสียที
“ไม่ปล่อย! เป็ตายอย่างไรข้าก็ไม่ปล่อย!” จิ้งอีเสียสติคล้ายถูกผีสางสิงสู่ ไม่ว่าผู้ใดตักเตือนก็เหมือนเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาเท่านั้น แต่เมื่อมีจังหวะหนึ่งที่ถงหลีหลุดพ้นจากการถูกควบคุม เท้าเล็กที่ไวว่องก็ปีนขึ้นไปนั่งบนบ่าจิ้งอีอย่างถนัดถนี่ นิ้วมือเหนียวหนึบของเด็กหญิง ทึ้งผมจิ้งอีทั้งยังสลับไปดึงใบหูของนางอย่างเมามัน ปากเล็กของถงหลีงับหูซ้ายของจิ้งอี จนนางต้องอ้าปากกว้าง ร้องขอชีวิต!