บทที่ 16 แลกเปลี่ยน
ลู่จินฉวนสูญเสียการรับรู้รสชาติโดยบังเอิญขณะปฏิบัติภารกิจพิเศษ ตลอดสองถึงสามปีที่ผ่านมา โจว
จินพยายามฟื้นฟูและรักษาเขามาโดยตลอด
หลายวันก่อนลู่จินฉวนตื่นเต้นมากจนรีบมาหาเขาที่สำนักงาน เพราะเ้าตัวรู้สึกว่าเขารับรู้รสชาติของอาหารได้แล้วหลังจากได้กินมันฝรั่งเส้นทอดจานนั้น
ทว่าเมื่อโจวจินลองให้ขนมชิ้นหนึ่งแก่เขา ลู่จินฉวนกินมันเข้าไปแต่กลับไม่รู้รสชาติของมันเลย
เขายังไม่หายเหรอ?
ทั้งสองคนไปที่โรงอาหารอีกครั้งในตอนเที่ยง สั่งมันฝรั่งเส้นทอดอีกหน
ผลลัพธ์กลับยิ่งน่าผิดหวัง
"ไม่เป็ไร นับเป็การเริ่มต้นที่ดีในการรักษาการรับรสของนาย" โจวจินตบไหล่เพื่อนของตน
เขารู้ว่าลู่จินฉวนรักการกิน การสูญเสียการรับรสเป็เื่ที่ร้ายแรงมากเหมือนตกนรก
แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามไม่แสดงออกมาก็ตาม
ใน่สองวันที่ผ่านมา ลู่จินฉวนไปที่โรงอาหารเพื่อรับประทานอาหารตรงเวลาทุกวัน แต่เขาก็ไม่ได้รับรสชาติที่้าอีกเลย
เขาคิดว่ามันเป็แค่เื่บังเอิญ
แต่ในวันนี้ น้ำในกระติกก็ทำให้เขาลิ้มรสหวานได้อีกครั้ง
ลู่จินฉวนเล่าเื่ทั้งสองเหตุการณ์ให้เพื่อนตัวเองฟัง
“นายไม่ได้คิดไปเองหรือเปล่า” โจวจินถามด้วยความสงสัย “หรือเธอเอายาอะไรให้นายกิน?”
"อย่าบอกเื่นี้กับใคร" ลู่จินฉวนยืนขึ้นถือกระติก "ฉันจะสืบเื่นี้เอง"
ชายหนุ่มจากไป โจวจินแสดงสีหน้าจริงจังออกมาทันที
เหวินหน่วนไม่รู้เื่นี้
เหวินหน่วนไม่ได้ปิดบังอีกต่อไปว่าเธอได้รับาเ็ได้อย่างไร และใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้บอกกับหัวหน้าเจาว่าเหวินเฟิงฉีขู่บังคับให้เธอยกงานนี้ให้กับคนอื่น
หัวหน้าเจาโกรธมาก เขามีอายุกว่าสี่สิบปีแล้ว ครอบครัวของเขามีลูกชายสามคน เขามักจะอิจฉาครอบครัวอื่นที่มีลูกสาวอยู่เสมอ
เมื่อเขาเห็นเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่มีความสามารถ ขยันขันแข็ง และมองโลกในแง่ดีมาสมัครงานที๋โรงอาหาร เขาแอบอิจฉาพ่อแม่ของเหวินหน่วน
เด็กสาวคนนี้มีน้ำใจและมีเหตุผล ไม่เหมือนพวกเด็กเหลือขอสามคนในครอบครัวของเขา พวกเด้กนั่นรู้แต่วิธีทำให้เขาโกรธอยู่ตลอด
ใครจะคิดว่าพ่อแม่ของเหวินหน่วนจะเลวร้ายได้ขนาดนี้
พวกเขาทุบตีลูกสาวตัวเองได้อย่างไร เขายังไม่เคยตบหัวลูกตัวเองเลยด้วยซ้ำ!
แต่นี่ถูกทุบตีจนหัวแตก!
หัวหน้าเจาตบหน้าอกของเขาทันที "อย่ากังวลเื่งาน ไม่มีใครมาแทนที่คุณได้ ตราบใดที่คุณตั้งใจทำงาน คุณจะได้เป็พนักงานประจำที่นี่ในอนาคตแน่นอน"
“ขอบคุณค่ะ หัวหน้าเจา" เหวินหน่วนโค้งตัวขอบคุณอย่างซาบซึ้ง แต่ถูกเขาห้ามไว้
หัวหน้าเจาพยักหน้าอย่างระมัดระวัง “กลับไปพักผ่อนเถอะ"
เหวินหน่วนขอบคุณเขาอีกครั้งแล้วออกจากโรงอาหารพร้อมกล่องอาหารอะลูมิเนียม
ในกล่องข้าวมีซาลาเปาขาวสองลูก เหวินหน่วนตั้งใจจะเอากลับบ้านไปให้คุณย่ากิน
ตอนที่เธอออกมาในตอนเช้า เธอทำอาหารไว้ให้แม่เฒ่าจ้าวแล้ว ซาลาเปาที่ทำจากส่วนผสมในครัวิญญานั้นอ่อนนุ่มมาก เมื่อเพิ่มไส้ถั่วแดงเข้าไป เพียงแค่นี้แม่เฒ่าจ้าวก็จะอิ่มท้องไปเป็วัน แม้ไม่มีใครส่งอาหารให้ก็ตาม สองสามคืนที่ผ่านมา เหวินหน่วนแอบหยดยาหยอดตาจากครัวิญญาให้แม่เฒ่าจ้าวสองหยดก่อนเข้านอน
เธอโกหกแม่เฒ่าจ้าวว่าเธอซื้อมาจากในเมือง แม่เฒ่าจ้าวจับมือเธอในตอนเช้าและพูดอย่างมีความสุขว่า เธอเริ่มมองเห็นแสงรุ่งอรุณข้างนอกได้ลาง ๆ แล้ว
เพียงเท่านี้เหวินหน่วนก็เบาใจลงมาก
เธอไปถึงประตูฐานทัพ พร้อมกันนั้นก็มีรถแล่นมาอย่างรวดเร็ว
"ผู้กอง นั่นเหวินหน่วน" จางจื้อกังชี้ไปที่เหวินหน่วนที่กำลังเดินอยู่ข้างถนน "เธอคงกำลังกลับบ้านใช่ไหม?"
ลู่จินฉวนไม่พูดอะไร
เมื่อมองไปที่ร่างไกลออกไปผ่านกระจกมองหลัง สายตาของเขาก็จับจ้องที่หมวกสีแดงบนหัวของหญิงสาว
จู่ ๆ นิทานหนูน้อยหมวกแดงกับหมาป่าใจร้ายก็ผุดขึ้นในหัวของเขา
จางจื้อกังลูบหลังศีรษะด้วยความงงงวย เขาเห็นผู้กองของเขายิ้มแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง
เธอตาฝาดไปหรือเปล่า?
เหวินหน่วนจ้องมองรถที่แล่นออกไปอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนเธอจะเห็นลู่จินฉวนอยู่ในรถคันนั้น
กำลังออกไปปฏิบัติภารกิจอย่างนั้นเหรอ?
เหวินหน่วนหยุดเดินจนกระทั่งเธอมองไม่เห็นไฟท้ายรถอีกต่อไป เธอหันหลังกลับและเดินไปที่บริเวณบ้านพักของเ้าหน้าที่ฐานทัพแทนที่จะกลับบ้าน
เธอพบที่ซ่อนตัว หญิงสาวคลุมศีรษะด้วยผ้าลายดอกจากห้องครัวิญญาและเปลี่ยนเป็ชุดคลุมลายดอกไม้สีน้ำเงิน แล้วจึงออกจากที่ซ่อน
บ้านพักครอบครัวของเ้าหน้าที่ฐานทัพถูกแบ่งตามลำดับชั้น เหวินหน่วนเดินไปตามบ้านเดี่ยวหลังเล็ก ๆ ที่ถูกสร้างเรียงราย
โชคไม่ดีเลย เธอไม่เจอคนมากนัก
เธอเดินไปรอบ ๆ อยู่พักหนึ่ง หญิงสาวเห็นคุณป้าแต่งตัวเรียบร้อยเดินมาพร้อมถุงเปล่าใบหนึ่ง
“พี่สาว” เหวินหน่วนถามเสียงเบา “ฉันมีแป้งกับแอปเปิล พี่สาวอยากได้ไหม”
ผู้หญิงคนนั้นผงะ “เอา...ว่าแต่น้องสาวมีเนื้อกับผักไหม”
หญิงแปลกหน้าเอาแต่ยุ่งกับงาน คิดว่าจะซื้ออาหารสำหรับวันนี้ได้ทัน ทว่าเธอกลับปวดท้องกะทันหันจนทำให้เธอมาซื้อของช้ากว่าเดิม
ปกติแล้ว ที่สถานีเสบียงมีของไม่มากนัก แต่วันนี้กลับไม่เหลือแม้แต่ผักสักกำมือเมื่อเธอไปถึง
หญิงแปลกหน้ากำลังกังวลว่าจะอธิบายกับลูก ๆ อย่างไร เธอก็ได้พบกับเหวินหน่วนเข้าพอดี
“มี แต่ไม่มาก” เหวินหน่วนอธิบายเสียงเบา “บ้านญาติของฉันอยู่ในโรงงานปูนซีเมนต์ ครั้งนี้ฉันไม่ค่อยได้เอาอะไรมามาก ถ้าคุณ้าเพิ่ม พรุ่งนี้ฉันจะไปดูว่าฉันจะได้ของมามากกว่านี้ไหม”
ดวงตาของหญิงผู้นั้นเป็ประกาย “เอา ๆ ฉันเอาหมดเลย”
สามีและลูกชายสองคนของหญิงแปลกหน้ากินจุมาก แถมเธอยังต้องเตรียมอาหารเลี้ยงปีใหม่อีกด้วย จึงจำเป็ต้องซื้อของเผื่อเอาไว้
แม้ว่าตอนนี้การขายต่อจะผิดกฎหมาย แต่ดวงตาใส ๆ ของเหวินหน่วนนั้นทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจว่าไม่น่าจะมีปัญหา
“งั้นรอสักครู่ ฉันขอไปหยิบมาก่อน” เหวินหน่วนกล่าว
“บ้านของฉันมีลานหญ้าหน้าบ้าน เธอนำของเข้ามาได้เลย” ผู้หญิงคนนั้นพูด
เมื่อเธอกลับถึงบ้าน เธอก็เพิ่งนึกออกว่ายังไม่ได้ถามราคา ทำให้เธอมึนหัวมาก
เหวินหน่วนไม่ได้หายไปไหน หญิงสาวซ่อนตัวอยู่ในที่ซ่อนและหยิบบะหมี่ ผักกาดขาวสองหัว หัวไชเท้า ตับสองชิ้น และแอปเปิลสองสามลูกออกมา
"แอปเปิลสดมาก มีผักและตับด้วย!" หญิงแปลกหน้าชื่อเฝิงเหยียนลี่ เธอพูดอย่างตื่นเต้น "ฉันอยากได้หมดเลย ทั้งหมดนี่ราคาเท่าไหร่"
เหวินหน่วนไม่ตอบแต่ถามอีกฝ่ายกลับ "พี่สาวมีเครื่องนอนเหลือใช้หรือเครื่องนอนที่ไม่ใช้แล้วบ้างไหม? พี่สาวเอามาแลกกับของพวกนี้ได้"
นี่...
เฝิงเหยียนลี่ลังเล เครื่องนอนแลกกับอาหาร เธอจะเสียเปรียบหรือเปล่า?
"ถ้าพี่สาวไม่มี ช่วยหาให้ฉันได้ไหม" เหวินหน่วนถามอย่างอ่อนแรง "พรุ่งนี้ฉันจะเอาอาหารมาเพิ่มให้ใหม่"
เธอเข้าไปในครัวิญญาเป็วันที่สามแล้ว ในตู้เย็นยังคงมีผักและเนื้อสัตว์เหลืออยู่
เหวินหน่วนคาดเดาได้ว่าของพวกนั้นจะหายไปทันทีหลังจากผ่านไปสามวัน
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่เธอหยิบของออกไป ของพวกนั้นจะเพิ่มเข้าไปในตู้เย็นเอง
แต่ไม่มีเครื่องนอนหรือของใช้ประจำวันในครัวิญญา เธอจึงต้องหาแลกเอาเองจากโลกภายนอก
เธอแลกั้แ่วันนี้ดีกว่า จะได้ไม่ต้องทนหนาวในตอนกลางคืน
“หรือถ้าพี่สาวมีเสื้อผ้าที่ฐานทัพแจกก็สามารถเอามาแลกได้ ไม่เป็ไร” เหวินหน่วนพูดด้วยรอยยิ้ม
เธอรู้ว่าทางฐานทัพแจกเสื้อผ้าและเครื่องนอนทุกปี บางคนส่งกลับไปที่บ้านเกิด บางคนมีเยอะจนใส่ไม่หมด
ระหว่างทางกลับบ้าน เหวินหน่วนแบกผ้านวมสีเขียวทหารไว้บนหลัง เธอตกลงกับเฝิงเหยียนลี่ว่าจะนำอาหารและเนื้อมาให้อีกในวันพรุ่งนี้
ไม่ว่าจะเป็อาหารชนิดใดตราบเท่าที่เธอสามารถหามาได้