ฟิตเนสดิเซิร์ทสาขาดาวทอลู
เพียงเปิดบริษัทหลังจากหยุดยาวก็มีงานใหญ่รออยู่ตรงหน้าแล้ว พนักงานทั้งใหม่และเก่าเมื่อได้ทำความรู้จักกันแล้วก็ได้มีการประชุมใหญ่ครั้งแรกเพื่ออธิบายแผนงานและแบ่งหน้าที่กันทันทีปีนี้มีแผนที่จะเปิดร้านแฟรนไชส์ใหม่ หนึ่งก็คือร้านเบเกอรี่และสองคืออาหารจานด่วน (Fastfood) ส่วนสินค้าของบริษัทก็มีอีกหลายตัวที่วางแผนจะวางขายอีกหลายอย่างเช่นกันซึ่งต้องมีการวางแผนกำหนดเวลาอีกครั้งหนึ่งเรื่องนั้นก็จะยกให้พนักงานไปวิเคราะห์กันต่อไป
เรื่องสุดท้ายที่จะประชุมหารือในวันนี้หลังจากผ่านไปหลายชั่วโมงนั่นก็คืออีกโครงการใหญ่ของบริษัท งานนี้จะเกี่ยวกับหุ่นยนต์แต่บริษัทของพวกเขาแน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะผลิตมันขึ้นมาเองจะต้องหาบริษัทคู่ค้าที่จะผลิตออกมาตามที่ต้องการโดยหุ่นยนต์ที่ต้องก็คือหุ่นยนต์ทำอาหารโดยพวกเขาจะใส่ชุดคำสั่งการของสูตรทำอาหารเมนูต่างๆ ให้กับมันเพื่อที่จะทำให้ออกมาได้รสชาติที่ดีที่สุดเมื่อลูกค้าซื้อไปก็สามารถสั่งให้หุ่นยนต์ทำอาหารให้กินได้เลยและเมื่อแผนนี้สำเร็จแล้ว ต่อไปพวกเขายังสามารถเขียนสูตรคำสั่งทำอาหารเมนูอื่นๆออกขายให้เจ้าของหุ่นยนต์ซื้อให้หุ่นยนต์ทำให้กินได้อีกด้วย
“เรื่องนี้ต้องฝากให้ไปหาบริษัทผลิตหุ่นยนต์ด้วยนะครับเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียมาด้วย เมื่อได้แล้วเราจะจำกัดวงแคบก่อนที่จะติดต่อกับทานั้นดูอีกทีเพื่อที่จะได้ตัดสินใจเรื่องราคา”เพราะแผนนี้ในปีที่ผ่านมาเขาได้แต่คิดไว้เท่านั้นจึงยังอยู่ในขั้นตอนเฟ้นหาบริษัทที่จะผลิตหุ่นยนต์ให้อยู่นั่นเอง
“ได้ครับ” ฝากจัดซื้อที่รับหน้าที่นี้ไปเอ่ยรับทราบทันที
“ส่วนรูปทรงหุ่นยนต์ตามที่ผมกับเพเนียสต้องการฝ่ายออกแบบว่ายังไงบ้างครับ” เพราะตัวเขาเอง และน้องชายไม่ได้สันทัดเรื่องนี้มากพอเลยทำได้แค่บอกความต้องการคร่าวๆ กับทางออกแบบ แล้วฝากให้พวกเขาทำงานต่อ
“ตามที่คุณเพวิสได้ให้ไอเดียมาฝ่ายเราได้ออกแบบมาแล้วครับ ส่วนของแม่ครับ 4 แบบพ่อครับ 4 แบบ รวมทั้งหมด 8 แบบครับ”เมื่อประธานในการประชุมถามถึงหัวข้อของเขาฝ่ายออกแบบก็เปิดภาพที่เขาออกแบบไว้ขึ้นจอภาพและให้ฉายเป็นภาพเสมือน 5 มิติอยู่ตรงกลางที่ประชุมทันที
หุ่นยนต์ที่ฝ่ายออกแบบสามารถทำได้แค่ออกแบบฝ่ายนอกเท่านั้นไม่สามารถครอบคลุมไปถึงระบบของหุ่นยนต์ได้ แต่เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลไป เพราะหลักๆก็อาศัยความสามารถของหุ่นยนต์ทำครัวปกติได้เลย หุ่นยนต์ทั้ง 8แบบ พื้นผิวของหุ่นยนต์จะปรับแต่งให้มีสีต่างกันออกไปพร้อมกับรูปลักษณ์อื่นๆ เช่นรูปทรงของหัวที่จะมีหมวกและไม่มีหมวก รูปทรงของมือเท้า แขน ขา ก็คือถูกออกแบบมาต่างกันออกไปสามารถเลือกหรือหยิบส่วนใดส่วนหนึ่งในแต่ละตัวมารวมกันใหม่ก็ได้และการเล่นเกมแต่งหุ่นยนต์ก็เริ่มขึ้น ณ บัดนี้
“ส่วนหัวผมว่าคงความมีหมวกแบบเชฟไว้ก็ดีนะครับเป็นเอกลักษณ์ดีด้วย แต่ว่าตัวหุ่นหญิงและชายให้มีสัญลักษณ์ที่ต่างออกไปด้วยนะครับ”เพเนียสที่นั่งพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่บอกออกมา
“ได้ครับแล้วเราควรจะตั้งชื่อพวกเขาว่าอะไรดีครับ” เรื่องนี้ก็สำคัญนอกจากจะเรียกได้ง่ายแล้วรับทำให้รู้จักกันได้มากขึ้นด้วย
“เอาไงเรา” เพวิสหันถามน้องชาย
“ให้ผมตั้งเหรอครับ”เพเนียสชี้เข้าตัวเอง แถมยังถามกลับอย่างตื่นเต้น ให้เขาเป็นคนตั้งจริงอ่ะตอนที่ตั้งชื่อแบรนด์อย่าง แฮงกรี้อิงค์กี้ ยังถามเขาอยู่เลยว่าเอาจริงเหรอนี่มาอีกแล้ว ไว้ใจให้เขาตั้งชื่อจริงเหรอครับ
“งั้นเอาอะไรแบบง่ายๆ ดีไหมครับ น้องน้ำตาลกับพี่เกลือ??” ในหัวก็แว็บสองชื่อนี้มาทันที
“??”
“...”
“ผมว่าก็เป็นไอเดียที่เรียบง่ายแต่ก็เข้าใจง่ายดีนะครับ คนจะได้จำได้ง่ายด้วย” เริ่มมีคนเห็นด้วยอยู่บ้างไม่ได้แย้งกับสกิลการตั้งชื่อของเพเนียสเลย เพราะที่เห็นๆ มาไม่ว่าชื่อช่องไลฟ์สตรีมชื่อสินค้า ชื่อบริษัท ก็ล้วนผ่านความคิดของเพเนียสทั้งนั้น แล้วเป็นไงล่ะสุดท้ายก็มีคนรู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง
“เอาจริงเหรอ??”แต่เพวิสถึงกับเลื่อนเก้าอี้เขยิบตัวมากระซิบถามน้องชายเลยทีเดียว เมื่อกี้แค่พูดเล่นใช่ไหม
“จริงครับ” เพเนียสยังคงพยักหน้าให้แถมยังอธิบายความหมายในการตั้งชื่อนี้อีกด้วย เพราะเกลือกับน้ำตาลถือได้ว่าเป็นเครื่องปรุงพื้นฐานในครัวของแต่ละบ้านเลยก็ว่าได้หยิบยกเอามาตั้งชื่อแบบนี้ นับว่าไม่ผิด
สุดท้ายหุ่นยนต์ที่มีแผนจะผลิตและเปิดตัวในปีนี้ ถึงแม้ว่ายังไม่สรุปเลือกบริษัทที่จะผลิตให้แต่ตั้งชื่อไว้แล้ว ว่าพี่เกลือ เป็นหุ่นยนต์พ่อครัว แล้วก็น้องน้ำตาลเป็นหุ่นยนต์แม่ครัว
“เพเนียส เราออกงานคู่กันนะ”หลังจากจบการประชุมเพวิสเลยบอกอีกเรื่องที่มิคุผู้ช่วยของเขาพึ่งจะแจ้งมาเองในระหว่างที่เขากับน้องชายกำลังประชุมกันอยู่และที่งานนี้ไม่ได้ถูกเขาพิจารณาก่อน ก็เพราะว่ามันอยู่ในสัญญาแล้วนั่นเองเมื่อผู้จ้างเลือกตัวตอนไหน ถ้าไม่ติดงาน ก็ต้องไป
“งานอะไรเหรอครับ”
“งานเปิดตัวฟิตเนสดิเซิร์ทใหม่น่ะ”
“ที่ไหนเหรอครับ”
“ที่ดาวทอลูนี่แหละไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่ นั่งรถลอยยฟ้าชั่วโมงเดียวก็ถึง”เพวิสบอกน้องชายตามที่ได้ข้อมูลมา
“คุณออสตินมาเปิดสาขาฟิตเนสดิเซิร์ทที่นี่เลยเหรอครับเนี่ยนึกว่าจะเปิดแค่นี่ดาวใหญ่ๆ ซะอีก”เพราะว่าหลังจากที่เขาและพี่ชายได้ไปถ่ายงานในฟิตเนสที่สาขาแรกในดาวสรูลเลีย ที่เป็นดาวระดับเอแล้วหลังจากนั้นก็เริ่มทยอยเปิดที่ดาวอื่นอีกหลายแห่งอยู่เหมือนกันเขาได้ติดต่อกับออสตินอยู่บ้าง เห็นว่ากิจการไปได้สวยเลยทีเดียว
“พี่ก็ไม่รู้กับเขา”เพวิสว่าพร้อมกับยักไหล่ประกอบ สงสัยอยากจะมาหาเงินกับผู้คนในดาวนี้ละมั้ง
“แบบนี้ผมต้องเตรียมของไปแสดงความยินดีแล้วก็ต้อนรับในฐานะเจ้าบ้านด้วยไหมครับเนี่ย” เพเนียสบอกอย่างที่คิดเพราะความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาและออสตินคือว่าดีพอสมควรควรค่าที่จะคบหากันต่อไปยาวๆ
“อืม แล้วแต่เราเลยแล้วกัน”
วันที่เปิดฟิตเนสดิเซิร์ทสาขาดาวทอลู ลานด้านหน้าฟิตเนสถูกจัดเป็นเวทีเล็กๆและซุ้มถ่ายภาพอีกนิดหน่อยผู้เข้าร่วมงานเนืองแน่นจนไม่คิดว่าจะใช้กลุ่มลูกค้าในอนาคตเลยทีเดียวเพราะได้นักร้องอย่างเพวิสมาร่วมงานวันนี้ ไหนจะตามคู่มาด้วยน้องชายอย่างเพเนียสทำให้งานนี้ได้รับความสนใจจากแฟนๆ อย่างมาเลยทีเดียว เพวิสร้องเพลงเปิดงานหลังจากนั้นเขาและเพเนียสก็พูดคุยตอบคำถามจากพิธีกรอีกนิดหน่อย คำถามก็เป็นแนวๆเกี่ยวกับฟิสเนตและก็เชิญชวนให้เข้ามาให้บริการที่นี่นั่นแหละและด้วยพลังของคนอยากออกกำลังกาย(เป็นแฟนคลับของสองพี่น้องแล้วส่วนใหญ่) ในวันแรกก็ได้เมมเบอร์ไปหลายร้อยเลยทีเดียวล่ะ
หลังจากจบงานพบปะกับแฟนๆลง เพวิสกับน้องชาย(รวมถึงมิคุด้วย)ยังไม่ได้กลับเขาถูกเชิญเข้ามานั่งพักในห้องรับรองในส่วนของผู้บริหาร ซึ่งคนที่เชิญมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือออสตินที่เดินทางมาเปิดสาขาใหม่ด้วยตนเองนั่นเอง ถึงแม้ว่าจริงๆแล้วจะปล่อยให้ผู้จัดการสาขาทำก็ได้ แต่ครั้งนี้ในดาวระดับดีดวงเล็กๆเขากลับเดินทางมาด้วยตนเอง
“สาขานี้ใหญ่ไม่แพ้สาขาหลักเลยนะครับเนี่ย”เพราะได้เดินดูไปรอบหนึ่งแล้ว เพเนียสถึงเอ่ยคำนี้ออกมาได้ศูนย์รวมการออกกำลังกายที่ครบวงจร จ้างผู้เชี่ยวชาญมาโดยเฉพาะคุณอยากมีหุ่นแบบไหนขอให้บอก ถ้าไม่เกินกว่าที่การออกกำลังกายจะทำได้รับรองว่าที่นี่ย่อมช่วยคุณได้เช่นกัน แต่ก็ต้องมีวินัยในตัวเองด้วยนะ
“จริงๆ ใหญ่กว่าด้วยซ้ำนะ เพราะได้อาคารนี้ต่อมาพอดีถ้าเทียบกับราคาที่ดินถูกกว่าดาวระดับเอและบีที่พี่เคยซื้อด้วยแหละเงินที่ตั้งไว้เลยได้มาขนาดนี้” ออสตินบอกเล่าออกมาอย่างพึงพอใจเขาซื้ออาคารหลังนี้ต่อมาอีกที ให้เงินอีกก้อนเพื่อรีโนเวท ตกแต่ง ลงอุปกรณ์ต่างๆหมดเงินไปพอๆ กับสาขาที่มีเนื้อที่เล็กกว่านี้เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว
“แบบนี้ก็ดีเลยสิครับเอาไว้ผมมาใช้บริการนะครับ” เพเนียสบอกยิ้มๆ
“ได้เลย เดี๋ยวให้พนักงานดูแลอย่างดี”ออสตินตอบอย่างใจดี
“โอ้ ดูแลอย่างดีนี่ยังไงครับคงไม่ใช่ให้ผมออกกำลังอย่างหนักใช่ไหม”เพเนียสทำหน้าขยาดทันทีเมื่อนึกไปถึงการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเหมือนตอนที่ต้องถ่ายโฆษณา
“ฮ่าๆๆ ไม่หรอกน่า คิดมากไปนะเรา”ออสตินหัวเราะร่าออกมาทันทีกับท่าทีไม่ชอบใจของเพเนียสยื่นมือออกไปขยี้กลุ่มผมที่ขาวที่ถูกจัดทรงอย่างเอ็นดูเขาน่าจะเพิ่มเครื่องเล่นแบบเด็กๆ ลงไปด้วยนะ เผื่อน้องชายคนนี้จะชอบ
“อือ...”เพเนียสส่งเสียงไม่พอใจทันทีที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ก็ไม่ได้ถึงกลับเบี่ยงตัวออกห่างแต่อย่างใดโวยวายเล่นนิดหน่อยเท่านั้น
“คุณพอได้แล้วน่า หัวน้องผมเละหมดแล้ว”เพวิสเห็นท่าที่ไม่ค่อยชอบใจคว้าจับข้อมือของออสตินออกมาจากหัวน้องชายเขาพร้อมกับหน้าที่บ่งบอกถึงความไม่ชอบนี้ให้แก่อีกคนรู้อย่างไม่กักเก็บใดๆ
“อะๆๆ ผมไม่แกล้งน้องชายคุณแล้วก็ได้นั่งพักดื่มชาสักหน่อยก่อนเถอะครับ จะได้หายเหนื่อย”ออสตินยกมือสองข้างในท่ายอมแพ้พอดีกับที่หุ่นยนต์เข้ามาเสิร์ฟชาและของว่างเขาเลยเบี่ยงประเด็นไป
“พี่เองี่ยังไงกันครับหัวผมไม่ใช่ดินเหนียวนะที่จับแล้วจะได้เละคามือ” เพเนียสไม่พอใจเลยโวยพี่ชายอย่างไม่จริงจังออกมาพร้อมกับนั่งลงในที่ที่เขาต้องการทันที โซฟาตัวเดี่ยวแสนนุ่มถูกเขานั่งลงก่อนที่จะคว้าเอาหมอนนุ่มๆ รูปทรงเหมือนไข่ไก่มากอดไว้
“แต่พี่ว่าไม่น่าใช่ดินเหนียวนะน้องเพเนียส”มิคุที่ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม พร้อมกับใช้สายตามองของว่างที่ว่างอยู่บนโต๊ะกระจกสีใสตรงหน้าชาเขาไม่รู้ว่าคือชาอะไร แต่ขนม ดูท่าจะเป็นสินค้าของเพเนียสอย่างแน่นอน
หลังจากประจำที่และดื่มกินของว่างไปได้นิดหน่อยแล้วออสตินที่นั่งบนโซฟาตัวยาวตัวเดียวกับเพวิส เห็นทุกคนดูจะผ่อนคลายบ้างแล้วเขาเลยเริ่มเกริ่นเข้าอีกเรื่องขึ้นมา
“จริงๆผมมีเรื่องจะมาถามคุณด้วยนะคุณเพวิส แล้วก็น้องเพเนียสด้วยนะครับ”
“เรื่องอะไรเหรอครับ”เพเนียสถามออกไปด้วยท่าทางสนใจอยู่ไม่น้อยเพราะท่าทางของออสตินที่ดูจะจริงจังขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง
“คือเพื่อนผมจะทำรายการไอดอลเซอร์ไวเวอร์น่ะแล้วยังเลือกเพลงประจำรายการไม่ได้น่ะ ผมเห็นว่าคุณก็แต่งเพลงทำเพลงเองเลยอยากจะถามว่าอยากลองทำเพลงแบบนี้ลองดูไหม จริงๆ ก็ต้องส่งเดโม (Demo) ให้ทางผู้จัดเลือกก่อนนั่นแหละ แต่ผมเห็นว่าคุณมีความสามารถและเพลงก็ดังๆ ทั้งนั้น” ออสตินบอกถึงเรื่องที่เขาต้องการจะบอกกล่าวออกมาหลังจากที่เขาบอกไป ก็มีคำถามจากทั้งสองคนมาอีกหลายคำถามทั้งรายการที่ว่าชื่อว่าอะไร ซึ่งมันมีชื่อว่า Idolidentity รายการใหม่ที่สร้างขึ้นเพื่อสู้กันรายการเก่าของอีกไม่กี่เจ้าที่ทำโดยรายการจะถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานใหม่ทั้งชุด หนึ่งในนั้นคือเพื่อนของออสตินนั่นเองรายการนี้จะเปิดตัวซีซั่นแรกกับการสร้างบอยแบนด์ทุนก็หาได้จากหลายฝ่ายแล้วหนึ่งในนั้นก็ได้ออสตินนี่แหละสนับสนุนส่วนค่ายที่จะดูแลต่อหลังจากเดบิวต์ก็มีแล้วด้วยแต่เรื่องเพลงรายการจากที่มีให้เลือกตอนนี้ พวกเขายังไม่ถูกใจเท่าไหร่ ออสตินอาศัยที่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายการและยังรู้จักกับฝั่งเพวิสเขาเลยเอาเรื่องนี้บอกเล่า และชักชวนดู
“เรื่องนั้น ผมคงไม่...”เพวิสเองไม่กล้าจะรับเอาเรื่องใหญ่แบบนี้มาแบกรับ ทั้งๆ ที่รู้แก่ใจว่าเพลงดังๆนั้นก็ได้มาจากเพเนียส สิ่งที่เขาพอจะทำได้ก็คือใส่ชื่อของน้องชายเป็นเจ้าของเพลงร่วมกับเขาด้วยก็แค่นั้นแต่คนก็ยังคิดว่าเขาแต่งเพลงเองอยู่ดีแถมยังชมว่าเขารักน้องชายเพราะเอาชื่อน้องชายมาร่วมเป็นเจ้าของเพลงอีกด้วยก็ไม่รู้จะบอกผู้คนว่ายังไงดีแล้วในเรื่องนี้
“เอาสิครับ น่าสนใจออก”เป็นเพเนียสเองที่เอ่ยแทรกออกมาอย่างสนใจ เขาได้ฟังเพลงประจำรายการเซอร์ไวเวอร์มาหลายเพลงล้วนเพราะๆ และติดหูทั้งนั้น และเพลงพวกนั้นมันไม่เหมาะจะให้พี่ชายร้องเท่าไหร่แต่ถ้ามันได้ถูกร้องโดยคนอื่นก็ดีไม่น้อยเลย ผู้คนจะได้ฟังเพลงที่เขาได้ฟังมาเยอะๆด้วย
“เอาจริง??” เพวิสถามน้องชายเสียงสูง
“อาดูเหมือนว่าการตัดสินใจจะอยู่ที่น้องเพเนียสสินะครับเนี่ย”ออสตินว่าพร้อมกับรอยยิ้ม รอยยิ้มที่เพวิสเห็นแล้วชักจะเหม็นขี้หน้าหน่อยๆ
“ฮ่าๆๆ ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ เพียงแค่ผมสนใจเท่านั้นเองพี่เพวิสเลยต้องตามใจก็เท่านั้น” ออสตินยิ้มพอใจในคำตอบดูเหมือนวันนี้ที่เขาเอาเรื่องที่มาพูด จะได้ฟังข่าวดีเสียแล้วพวกเขาอยู่คุยรายละเอียดอื่นๆ อยู่พักใหญ่เลยทีเดียวถึงได้แยกย้ายกันกลับแถมเพเนียสยังเชิญชวนไปเที่ยวบ้านเขาด้วย เพราะไหนๆ อีกฝ่ายก็อยู่ในดาวทอลูแล้วและแน่นอนว่าออสตินตอบตกลงอย่างยินดีมากๆ เลยทีเดียว