ทุกอย่างในออฟฟิศผู้ดูแลหอพักยังดูเหมือนเดิมไม่ได้ต่างไปจากเมื่อวาน ตู้เอกสาร โต๊ะทำงาน แม้แต่ตู้โชว์ฟิกเกอร์ แต่ที่ต่างออกไปก็คือความรู้สึกของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานเมื่อวานนี้เขาดีใจลิงโลดที่ได้เช่าห้องราคาถูกแบบหาที่ไหนไม่ได้มาวันนี้เขากลับสับสน หวาดกลัวต่อสิ่งที่เจอแบบหาที่ไหนไม่ได้เช่นกัน
‘จะเริ่มยังไงถามพี่ต้นยังไงดี เขาเป็ใคร ตายยังไง ทำไมถึงยังอยู่ที่ห้องราคาถูกเพราะอย่างนี้ใช่มั้ย’ ความสงสัยทั้งหลายถาโถมเข้ามาคำถามมีมากมายแต่ไม่รู้จะเริ่มถามจากตรงไหนดี ซันยืนคิดอยู่อย่างนั้นโดยไม่รู้ว่าตัวเองดูย่ำแย่แค่ไหน จนพี่ต้นพูดขึ้นมา
“ไหวมั้ยน้อง นั่งก่อนมั้ยหน้าซีดเหมือนจะเป็ลม” ใบหน้าที่ซีดจนแทบไม่มีสีเืปากก็พึมพำจับคำพูดไม่ได้ ซันไม่รู้ตัวเลยว่าความกลัวของเขาจะแสดงออกมาชัดเจนขนาดนี้
เขาลงนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน คิดในใจ ‘เอาวะ เลือกมาซักคำถามละกัน’ ซันเริ่มพูด“เอ่อ...พี่ต้นครับ”
“เจอแบบไหนมาล่ะ”คำถามสั้นๆ ที่พี่ต้นถามสวนขึ้นมา ทำซันลังเลเล็กน้อย แล้วเขาก็เริ่มเล่าพี่ต้นนั่งฟังจนจบไม่พูดแทรกหรือถามอะไร แค่นั่งพยักหน้าแล้วยิ้มให้ “อืม....นี่ยังเบานะเนี่ยคนก่อนๆเจอหนักกว่าน้องเย๊อะ”
เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง งงงวยกับคำพูดเ้าของหอ ‘คืออะไร ไม่ใเลย รู้อยู่แล้วใช่มั้ยว่ามี แต่ยังให้กูเข้าอยู่เนี่ยนะ’ แต่แล้วดูเหมือนเขาจะเริ่มเข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง ‘อ๋อ..มิน่าถึงได้ราคาถูกขนาดนี้’
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเ้าของหอไม่ละไปไหน‘เบาหรอ ที่กูเจอนี่คือเบาแล้วหรอวะ แล้วคนอื่นที่ว่าเจอหนักนี่จะขนาดไหนวะเนี่ย’
แล้วพี่ต้นก็ส่งเสียงออกมาทำลายความเงียบเรียกความคิดของซันให้กลับมา
“อ่ะ....แล้วจะเอาไง จะขึ้นไปขนของออกเลยมั้ยเดี๋ยวพี่ไปช่วย หรือจะไปนอนห้องเพื่อนก่อนแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาขนก็ได้”ตามประสบการณ์ที่ต้นเคยเจอมา พอเจอแบบนี้ก็ต้องขนของออกทุกราย วันที่2บ้าง วันที่3บ้าง ไม่คิดว่าครั้งนี้จะเร็วกว่าที่คาดไว้
ซันนั่งมองตู้ฟิกเกอร์ด้านข้างโต๊ะทำงานความคิดในหัวเริ่มประมวลผลจนได้คำตอบ “ไม่ออกครับ”
“ห๊ะ!!!” ต้นเด้งตัวจากพนักพิงเก้าอี้ ‘ฟังผิดป่าววะ น้องมันรู้ตัวรึป่าวว่าพูดอะไร’
“อ่า...น้องพูดว่าไม่ออกหรอไม่ออกคือไม่ย้ายออกน่ะหรอ”
“ใช่ครับผมจะอยู่ต่อ” คำตอบที่หนักแน่นมาพร้อมคำขอเพียงอย่างเดียวคือ ‘อย่าขึ้นค่าเช่า’ตอนนี้ซันไม่้าอะไรแล้ว ไม่้ารู้ที่มาของ สิ่งนั้นด้วยซ้ำ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนเพื่อได้เรียนต่อให้จบแค่นั้นก็พอแล้ว
ซันใช้เวลาอยู่ในออฟฟิศพี่ต้นจนถึง่เย็นนั่งนิ่งเหม่อมองตู้ฟิกเกอร์รอบๆห้อง จนกระเพาะอาหารเริ่มประท้วง ‘โครกกกกกกก’ ใช่สิเขายังไม่ได้ส่งอะไรลงท้องเลยั้แ่เช้า เขายืมคีย์การ์ดพี่ต้นเพื่อออกไปหาซื้อข้าวกินอย่างน้อยการได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกสักพัก น่าจะพอมีเวลาได้เตรียมใจกับสิ่งที่ต้องกลับมาเจอ
โต๊ะม้าหินตัวเดิมเวลาใกล้พระอาทิตย์ตก่เดิมกับก๊วนดื่มวงเดิมแต่ที่แปลกไปคือสายตาของเหล่าชายหนุ่มที่มองมายังซัน หนุ่มน้อยสมาชิกใหม่ของหอพักแห่งนี้ที่เดินกลับเข้ามาพร้อมหิ้วถุงพลาสติกพะรุงพะรังต้นเล่าให้ทุกคนฟังหมดแล้วทั้งสิ่งที่ซันเจอรวมถึงเขาตัดสินใจอยู่ต่อด้วย
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะน่ะซัน”พี่รักษ์ะโถามั้แ่เขายังเดินมาไม่ถึงโต๊ะ
ซันรีบเดินเข้ามาใกล้เขายกถุงให้พี่ๆดู ถุงนึงเป็ข้าวกล่อง 1กล่อง ส่วนอีกถุงเขาซื้อจากร้านสะดวกซื้อในนั้นมีขวดน้ำขนม ไฟแช็คและธูป!! ทุกคนหันมองหน้ากันเป็อันเข้าใจว่า ‘ไอ้น้องนี่มันเอาจริงแฮะ’
ทักทายกันไม่นานเด็กหนุ่มก็ขอตัวจากพี่ๆขึ้นไปบนห้อง“จะรีบขึ้นไปทำไม๊ ซื้อข้าวมาแล้วก็มานั่งกินกับพวกพี่นี่มาช่วยพวกพี่กินกับแกล้มก็ได้” พี่ปิงชวนน้องให้อยู่คุยเล่นกันเผื่อจะเล่าถึงประสบการณ์เก่าๆของผู้เช่าคนก่อนๆของห้องนั้น
“ไม่เป็ไรครับผมกินข้าวที่ร้านมาแล้ว” สายตาทุกคนมองที่ถุงข้าวแล้วเลื่อนไปมองหน้าซันพี่ต้นกำลังอ้าปากจะถาม “กล่องนี้สำหรับคนในห้องครับ ผมว่าถ้าลองชวนเค้ากินข้าวแล้วลองคุยกันดีๆ ก็น่าจะอยู่ร่วมกันได้นะครับ”พูดจบก็หันหลังเดินเข้าประตูหอพักไป ปล่อยให้พี่ๆ งงกับความคิดแหวกแนวของเขา
ปากของต้นที่ค้างไว้จะถามซันตอนแรกหันมาพูดกับเพื่อนในวงแทน “แหม่...มีเอาข้าวไปให้เค้ากินด้วยไอ้นี่ น้องมันจะเข้าใจมั้ยวะว่าที่มันเจอน่ะ ผีนะ ไม่ใช่หมา”
ท่ามกลางความเงียบของโถงทางเดินชั้น3 ซันค่อยๆเดินเข้าใกล้ห้องของเขา ‘ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก’ เสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงแบบผิดปกติเมื่ออยู่หน้าห้อง 313 ประตูปิดสนิททั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาจำได้ว่าลืมปิดมันไว้ ใช่ แม้จะกลัวมากแค่ไหนแต่เขาก็ยังพอจำได้คิดในแง่ดี อาจเป็พี่เอื้อหรือคนอื่นในชั้นนี้ผ่านมาแล้วปิดให้ก็ได้มั้ง
เขาแง้มประตูออกอย่างช้าๆแสงยามเย็นฉายผ่านประตูมุ้งลวดระเบียงทำให้ยังพอมองเห็นภายในห้องแม้จะยังไม่เปิดไฟ ซันเดินไปยืนอยู่กลางห้อง หลับตาแน่นมือก็ชูถุงกล่องข้าวขึ้นเหนือหัว “ผมซื้อข้าวมาฝากครับ ยังไงก็......กินข้าวกินน้ำให้ใจเย็นลงก่อนนะครับ” หากมีใครผ่านมาเห็นสิ่งที่เขาทำตอนนี้ก็ต้องคิดว่า เขาบ้า แน่นอน
เสียงลมพัดดังหวิวๆเข้าห้องผสมกับเสียงนกร้องบินกลับรัง ซันค่อยๆเปิดตามองไปรอบห้อง ทุกอย่างนิ่งสนิท ไม่มีแม้เงาว้อบแว้บให้ใเขาวางถุงข้าวบนโต๊ะแล้วเดินไปเปิดไฟให้สว่าง
หรือวิธีเจรจาแบบตำรวจใช้กล่อมผู้ร้ายจับตัวประกันจะไม่เวิร์คก็ใช่สิ ที่เขาคุยอยู่ด้วยไม่ใช่ผู้ร้ายนี่นาเขานึกย้อนถึงตอนเด็กที่แม่เคยใช้ให้เอาอาหารไปไหว้ทางสามแพร่งแถวบ้าน หลังจากเกิดอุบัติเหตุใหม่ๆยังไม่มีญาติมาทำพิธีเชิญิญญา “เอาข้าวให้เขาแหน่ลูกญาติเขายังบ่ได้มาพาเขาเมือบ้าน เป็ตาเหลือโตนอิหลี”
ซันเปิดขวดน้ำใส่หลอดวางไว้แกะขนมมา1ห่อ เปิดกล่องข้าวและจุดธูปปักไว้บนข้าว “มากินข้าวนะครับผมซื้อข้าวมาฝาก ไม่ได้อยากรบกวนอะไรจริงๆผมแค่อยากจะอยู่ห้องนี้ต่อไปเท่านั้นเองครับ” แต่เหมือนพูดกับลมกับอากาศในห้องยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆตอบกลับ
ในเมื่อเขาแสดงเจตนาดีแล้วแต่อีกฝ่ายยังไม่พร้อมคุย เขาเลยแกะขนมอีกห่อมานั่งกินบนที่นอนมือก็ไถหน้าจอโทรศัพท์อ่านการ์ตูนในแอพ ‘หรือเขาอาจจะมาคุยในฝันก็ได้’ เพื่อความสบายใจของตนเอง ต้องคิดบวกไว้ก่อนวะ
ควันธูปลอยอบอวลไปทั่วห้องกลุ่มควันวนเข้าจับกันคล้ายร่างคนอยู่ที่โต๊ะหนังสือยืนมองชายหนุ่มที่กำลังกินขนมและอ่านการ์ตูนในโทรศัพท์ ‘อยากคุยกับชั้นนักใช่มั้ย ได้.....เดี๋ยวเราจะได้คุยกัน’ กระแสลมพัดมาวูบใหญ่ กลุ่มควันนั้นสลายไป เหลือแค่ไฟแดงจากปลายธูปและควันที่ลอยเป็สาย
เวลาเกือบ3ทุ่มตรง ความเหนื่อยล้าจากสิ่งที่เจอมาในวันนี้ทั้งหมดเริ่มกดเปลือกตาของซันให้ปิดลง โทรศัพท์หล่นจากมือของเขาตกพื้นดัง ‘ตุ้บ’ ซันสะดุ้งตื่นจากห้วงเคลิ้มผุดลุกขึ้นนั่งสายตาลนลานมองหาโทรศัพท์ตัวเอง และเท้าของเขาก็ไปเตะเข้ากับบางสิ่ง..............โทรศัพท์ของเขานี่เอง
เขาโค้งตัวลงจากที่นอนยื่นมือไปหาโทรศัพท์ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว ‘จะโผล่มาจากใต้เตียงแบบในหนังมั้ยวะ’ ด้วยจินตนาการต่างๆตามฉากหนังที่ยังจำได้แม่น เขารีบหลับตาแล้วคว้าโทรศัพท์ไว้อย่างรวดเร็วโดยไม่รู้เลยว่าการกระทำของเขาทั้งหมดถูกสายตาคู่หนึ่งมองดูด้วยความสมเพชปนขำ
“ไปอาบน้ำดีกว่าเรา”หลังจากเหลือบมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ ซันเดินไปปิดประตูไม้ที่ระเบียงธูปที่ดับเรียบร้อยแล้วถูกดึงออกวางไว้ในถุง แล้วหันไปหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำ‘หวังว่าจะไม่โผล่มาตอนอาบน้ำนะ’ ฉากจากหนังผีต่างๆยังวนเวียนในมโนของซัน
หยดน้ำกระเซ็นจากผมที่ถูกสะบัดแรงๆหล่นลงพื้นห้องน้ำการได้อาบน้ำหลังจากเหนื่อยมาทั้งวันนี่มันสบายตัวซะจริงซันตวัดผ้าเช็ดตัวห่อท่อนล่างแล้วขมวดปมไว้กันหลุดเสร็จแล้วหยิบผ้าผืนเล็กกว่ามาขยี้หัวให้แห้ง ‘คืนนี้นอนคนเดียวใส่แค่บ็อกเซอร์ดีกว่า’อารมณ์คนเหนื่อยี้เีจะหาเสื้อผ้าใส่ อยากจะโดดลงที่นอนเต็มที เขาเปิดประตูห้องน้ำที่ปิดแง้มไว้เบี่ยงเท้าไปยังตู้เสื้อผ้าที่ตั้งอยู่อีกฝั่งของเตียง
แต่แล้ว.........
บนที่นอนของเขามีร่างหนึ่งนอนอยู่เป็ผู้ชายสวมกางเกงยีนส์สีซีดขายาวและเสื้อยืดสีขาว แต่กลางเสื้อยืดนั้นเต็มไปด้วยรอยเืสีแดงสดและมีวัตถุบางอย่างปักคาไว้อยู่กลางตัวเขารู้ในทันทีว่า...เจอผีของจริงเข้าให้แล้ว
‘วิ่งสิวะวิ่งดิ หันหลังวิ่งออกจากห้องไปเลย เร็วๆ’ เสียงในหัวสั่งเขาอย่างนั้นแต่ร่างกายกลับทำตรงข้าม ซันยืนนิ่งกับภาพตรงหน้า เขาอยากจะวิ่งหนีอีกรอบแต่คราวนี้เขาขยับตัวไม่ได้ มันเหมือนมีตะปูตรึงเท้าเอาไว้ ขาก็ก้าวไม่ออก ‘งั้นหลับตาหนีก็ได้วะ’ เหมือนอีกฝั่งรู้ถึงสิ่งที่เขาคิด
จู่ๆร่างนั้นก็เด้งขึ้นมานั่ง ทำให้เห็นชัดว่าสิ่งที่ปักคาไว้ เป็มีดปอกผลไม้เล่มหนึ่งใบหน้าซีดไม่มีสี ดวงตาเบิกโพลง ั์ตาสีแดงฉานจ้องเขม็งมาที่ซันปากแห้งผาดสีขาวแตกเป็ร่อง มุมปากที่มีเืไหลอาบมาเป็สาย ค่อยๆแสยะยิ้มออกมา เผยให้เห็นฟันที่ชุ่มไปด้วยเืสีแดงทั้งปาก
สิ่งที่เขาเห็นเหมือนหลุดมาจากหนังผีที่เคยดูแต่สยองกว่าเป็หลายเท่าตัว เพราะตอนนี้ร่างนั้นขยับลุกขึ้นยืน และคงไม่ต้องเดาต่อมันกำลังเดินมาหาซัน ทีละก้าว ทีละก้าว
ซันพยายามถอยหนีออกแรงกระตุกเท้าจนผ้าเช็ดหัวหล่นจากบ่า ถอยเท้าไปเหยียบผ้าจนลื่นล้มก้นกระแทกพื้น“โอ๊ย!!”เสียงร้องจากความเจ็บ สติเริ่มกลับมา เขายกมือสั่นเทาขึ้นไหว้ “ผมกลัวแล้วอย่าทำอะไรผมเลยครับ ผมแค่อยากอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ๆ ผมจำเป็ต้องอยู่ที่นี่จนเรียนจบครับอย่ามาหลอกมาหลอนผมเลย ผมกลัวแล้วครับ” ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาด้วยความกลัวไม่ขาดปาก
ซันพูดวกไปวนมาอย่างนั้นไม่หยุดแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหนีสิ่งที่กำลังใกล้เข้ามา เขาถัดตัวไปข้างหลังอย่างเร็วจนทำให้ขมวดปมผ้าหลุดออก ผ้าเช็ดตัวกองอยู่ตรงพื้นไม่ตามเขาที่กำลังถอยไปข้างหลังด้วย
ร่างโชกเืหยุดชะงักทันทีปากที่ชุ่มเือ้ากว้าง “อร๊ายยยยยยยยเห็ดโคนนนนน ชั้นเห็นเห็ดโคนเธอแล้วววววววว” แทบไม่น่าเชื่อ ผีตนนี้หันหน้าหนีให้กับคนที่มันกำลังหลอกยกมือขึ้นปิดตาหันหลังไปอีกทาง
คนที่ตอนนี้ร่างเปลือยเปล่าเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าอะไรของเขาทำให้ผีตนนี้ถึงกับเบือนหน้าไปทางอื่น ซันรีบตะครุบผ้าเช็ดตัวมาปิดท่อนล่างเขาไว้
“อย่ามาโป๊ในห้องชั้นนะยะ!! นุ่งผ้าเสร็จรึยัง!!”ิญญาเ้าของห้องยังคงวีนใส่ผู้เช่าใหม่ต่อเนื่อง
“เอ่อ.....เสร็จแล้วครับขอโทษครับ” ซันพูดออกไปแบบอัตโนมัติ ‘ขอโทษ!? ทำไมต้องขอโทษผีที่มาหลอกด้วยวะ’ถึงอีกใจจะแย้งอย่างนั้นแต่เขาก็พูดไปแล้ว
ผีตนนั้นหันกลับมาช้าๆค่อยๆคลายมือที่ปิดตาออก ตอนนี้หน้าของเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างตอนแรกแล้วรอยเืกับมีดที่ปักไว้ก็หายไปทำให้ซันได้เห็นว่าจริงๆแล้วผีตนนี้เป็ผู้ชายวัยไล่เลี่ยกับซัน ตัวเตี้ยกว่าเขา สูงไม่น่าเกิน170 เิเ ร่างบาง ดูอ้อนแอ้นทั้งรูปร่างและบุคลิก ใบหน้าเรียวตาโต จมูกมีสันได้ทรงสวย ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ถือว่าหน้าตาดีระดับไอดอลเลยนะเนี่ย ซันเผลอยืนจ้องตาไม่กระพริบ
“เฮ้อ.....”เ้าของห้องตัวจริงถอนหายใจเสียงดัง “ถ้าอยากอยู่จริงๆล่ะก็.....เราต้องมีข้อตกลงกัน”