บทที่ 7 พินัยกรรมที่ยังไม่เปิดเผย (รีไรต์)
จากเหตุการณ์เดิมพันในครั้งนั้น ทำให้ทัศนคติของชาวเน็ตที่มีต่อเสิ่นชิงเริ่มเปลี่ยนไป พวกเขาต่างให้กำลังใจเธอในการเรียน
บางคนถึงขั้นแนะนำคอร์สเรียนจากติวเตอร์ชื่อดัง รวมถึงแนะนำแบบฝึกหัดพร้อมเฉลยข้อสอบจริงให้ด้วย
ชาวเน็ตส่วนใหญ่มักชอบความสนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ แทนที่จะอยากเห็นเสิ่นชิงออกจากวงการ แต่พวกเขากลับอยากเห็น ‘หนุ่มหล่อ’ ทำเื่น่าอายมากกว่า
หลายคนยังคงถกเถียงกันอย่างออกรสในห้องไลฟ์สด เกี่ยวกับเทคนิคในการสอบเข้ารับราชการ
ช่องแชต : ฉันสอบราชการติดหลังจากพยายามมาสิบปี แนะนำให้ดูโคนันเพื่อฝึกฝนตรรกะและการคิดวิเคราะห์
ช่องแชต : คนที่อยู่ข้างบนพอก่อนนะ สอบมาตั้งสิบปียังจะกล้าพูดอีก
ช่องแชต : ฉันสอบติดภายในปีเดียว แนะนำให้ใช้แผนผังความคิดสรุปประเด็นสำคัญ
ช่องแชต : เสิ่นชิง เธอต้องดูข่าวและหนังสือพิมพ์บ่อย ๆ คำถามออกสอบมักจะอ้างอิงจากเหตุการณ์ปัจจุบัน
ช่องแชต : ใครก็ได้ช่วยที! มีเซียนท่านไหนช่วยอธิบายโจทย์วิเคราะห์ข้อมูลให้หน่อยได้ไหม
ช่องแชต : เช้าตรู่แบบนี้ พวกคุณนี่แหละที่เป็แรงกระตุ้นชั้นยอดเลย ฉันลุกไปอ่านหนังสือเตรียมสอบบ้างดีกว่า
ช่องแชต : เห็นด้วยกับความเห็น้า +10086 ฉันด้วย ๆ
ด้วยแรงผลักดันจากเสิ่นชิง ทำให้มีผู้คนเข้าร่วมการเรียนมากขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศการเรียนในห้องไลฟ์สดเริ่มเข้มข้นขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้น เสิ่นชิงจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อห้องไลฟ์สดเป็ ‘ห้องเรียนเตรียมสอบข้าราชการ’
หลังหน้าจอ ลู่เย่กำลังดูไลฟ์สดอยู่ด้วยความประหลาดใจ ในฐานะลูกเศรษฐีรุ่นที่สองอย่างเขาแล้ว การสอบราชการไม่ได้อยู่ในตัวเลือกของชีวิตแม้แต่น้อย
ลู่เย่พับแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นข้อมือขาวเนียนและเรียวบาง ปลายนิ้วเคาะไปที่โต๊ะกาแฟเบา ๆ อย่างครุ่นคิด
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเสิ่นชิงถึงอยากสอบเข้าราชการอย่างกะทันหันแบบนี้
ความจริงแล้ว มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าการสอบราชการได้ สามารถใช้เป็เหตุผลในการขอยกเลิกสัญญาจ้างงานได้
ดังนั้น ทุกคนจึงไม่ทราบว่าที่เสิ่นชิงตั้งใจสอบราชการเพื่อหลุดพ้นจากการควบคุมของบริษัท
ลู่เย่ก็คิดไม่ถึง เช่นเดียวกับที่บริษัทก็ไม่ได้ตระหนักถึงเื่นี้ ประธานบริษัทเจียอี้ยังคงคิดว่าเสิ่นชิงกำลังสร้างกระแสเรียกยอดวิว
ตอนนี้แม้ว่าเสิ่นชิงจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนแล้ว แต่หล่อนก็ยังเป็ที่สนใจของผู้คน
มีกระแสก็มียอดวิว ดาราที่มีกระแสในตัว บริษัทย่อมยินดีอย่างมาก
ถ้าประธานบริษัทเจียอี้รู้ว่าเสิ่นชิง้ายกเลิกสัญญา โดยใช้การสอบราชการเป็ข้ออ้าง เขาคงโกรธจนอยากฆ่าคนแน่
่นี้ที่คฤหาสน์ตระกูลเฉียวค่อนข้างวุ่นวาย
ทุกคนในครอบครัวต่างทะเลาะเบาะแว้งกัน เื่การแบ่งมรดก
เริ่มจากเฉียวเทียนเอินถือตราประทับบริษัท เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อปลดกรรมการบริหาร ตามมาด้วยคุณลุงเฉียวที่ฟ้องร้องทนายความในข้อหาปลอมแปลงพินัยกรรม แถมยังมีสามีภรรยาเฉียวพ่อแม่เฉียวที่ฟ้องร้องมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ส่วนเฉียวอวี้เหอกำลังยุ่งอยู่กับการจัดการคฤหาสน์
เธอเมินเฉยต่อทีมงานรายการ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
สั่งให้คนใช้เอาของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเสิ่นชิงออกไปจากคฤหาสน์ ถ้าเอาออกไม่ได้ก็ให้ทำลายทิ้งซะ
หญิงสาว้าลบร่องรอยการใช้ชีวิตของเสิ่นชิงที่เคยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ออกไปให้หมด แม้ว่าทุกอย่างที่ครอบครัวของเธอมีในวันนี้ล้วนได้มาจากการสูบเืสูบเนื้อเสิ่นชิง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเกลียดชังที่เฉียวอวี้เหอมีต่อเสิ่นชิงลดลงแม้แต่น้อย
หล่อนเกลียดที่เสิ่นชิงมาแย่งพ่อแม่ของตัวเองไป แย่งชีวิตของเธอ ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แทนตัวเองมานานกว่ายี่สิบปี ความเกลียดชังที่เฉียวอวี้เหอมีต่อเสิ่นชิง ฝังรากลึกลงไปในกระดูกั้แ่ยังเด็ก
เพราะเสิ่นชิง ทำให้เธอที่มีบ้านแต่ก็กลับไม่ได้
เพราะเสิ่นชิง ทำให้พ่อแม่ต้องแอบมาหาเธอแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ
เพราะเสิ่นชิง เธอจึงต้องเรียกคนขับรถและพี่เลี้ยงว่าพ่อแม่ ตอนที่ได้รับทุนไปเรียนโรงเรียนผู้สูงศักดิ์ ก็ถูกคนอื่นชี้นิ้วตราหน้าเยาะเย้ย
เฉียวอวี้เหอหันไปมองรูปถ่ายของเสิ่นชิงกับคุณปู่ที่แขวนอยู่บนผนัง ก่อนจะหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดใบหน้าของเสิ่นชิงออกไปครึ่งหนึ่ง
เมื่อเห็นใบหน้าของเสิ่นชิงร่วงลงพื้น หล่อนก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ แววตาเต็มไปด้วยความวิกลจริตและโเี้
“คุณหนู คุณผู้หญิงเรียกให้ไปพบที่ห้องโถง มีเื่ด่วนครับ!”
ทันใดนั้น พ่อบ้านก็เดินเข้ามา โค้งคำนับให้กับเฉียวอวี้เหอ แล้วพาไปที่ห้องโถง
เฉียวอวี้เหอเพิ่งจะเดินมาถึงห้องโถง ก็ได้ยินเสียงปาข้าวของ
“อะไรนะ! คุณปู่ยังมีพินัยกรรมอีกฉบับงั้นเหรอ? แล้วยังยกหุ้น 10 เปอร์เซ็นให้เสิ่นชิงด้วย?”
สีหน้าของแม่เฉียวซีดเผือด ท่าทางสง่างามที่เคยมีก็หายไป ราวกับเสียสติ หล่อนปาข้าวของพร้อมกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“ใจเย็น ๆ ก่อน พินัยกรรมฉบับนั้นอยู่ในมือลุงของฉัน ตอนนี้ยังไม่ได้เปิดเผย” เฉียวเฟิงพูดขณะสูบบุหรี่ ดวงตาของเขาดูมืดมน น้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
เฉียวอวี้เหอได้ยินเื่ราวคร่าว ๆ มาบ้างแล้ว เธอเลิกคิ้วขึ้น เดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว “ทำไมล่ะ? เธอเป็แค่คนนอกมีสิทธิ์อะไรมารับมรดก? ฉันต่างหากที่เป็หลานสาวของคุณปู่ หุ้นส่วนนั้นควรจะเป็ของฉันสิ! พ่อกับแม่ พินัยกรรมนี้ใช้ไม่ได้หรอก คุณปู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสิ่นชิงไม่ใช่คนของตระกูลเฉียว”
เฉียวเฟิงนวดขมับ ตอนนี้ในมือพวกเขามีหุ้นของบริษัท 35 เปอร์เซ็นต์ ถ้าสามารถฮุบหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ของเสิ่นชิงมาได้ แล้วไปซื้อจากผู้ถือหุ้นรายอื่นในราคาสูงอีก 5 เปอร์เซ็นต์ พวกเขาก็จะมีอำนาจควบคุมเฉียวกรุ๊ปได้อย่างสมบูรณ์
ดังนั้น หุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ของเสิ่นชิงจึงสำคัญมาก
จู่ ๆ แม่เฉียวก็นึกอะไรบางอย่างออก ทันใดนั้นก็ร้องเสียงดัง “จริงสิ! ในพินัยกรรมระบุว่ายกหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ของบริษัทให้กับหลานสาวเฉียวชิงใช่หรือเปล่า? ถ้าอย่างนั้น พวกเรารีบเปลี่ยนชื่อเฉียวอวี้เหอเป็เสิ่นชิงเลยสิ ในเมื่อตอนนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าเฉียวอวี้เหอคือหลานสาวแท้ ๆ ของคุณปู่”
เฉียวเฟิงก้มหน้าสูบบุหรี่ พ่นควันออกมาช้า ๆ แล้วส่ายหัว “ไม่ได้หรอก บนพินัยกรรมระบุเลขบัตรประชาชนของเสิ่นชิงเอาไว้”
หญิงวัยกลางคนถึงกับพูดไม่ออก ความยินดีบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา ชื่อสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่เลขบัตรประชาชนไม่สามารถเปลี่ยนได้
ถ้าเสิ่นชิงอยากรับมรดก เธอสามารถเปลี่ยนกลับไปใช้นามสกุลเดิมได้ แต่เฉียวอวี้เหอไม่สามารถเปลี่ยนเลขบัตรประชาชนได้
เฉียวอวี้เหอเปิดหน้าต่าง หายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “พ่อแม่ ถ้าคุณลุงจะเปิดเผยพินัยกรรมฉบับนี้ ก็คงเปิดเผยไปนานแล้ว แต่ที่คุณลุงไม่เปิดเผย เพราะ้าใช้มันเป็ข้อต่อรองกับพวกเราหรือเปล่า? เพราะเสิ่นชิงกับเฉียวเทียนเอินสนิทกัน ถ้าเสิ่นชิงโอนหุ้นให้เขา บริษัทเฉียวก็จะตกไปอยู่ในมือของเฉียวเทียนเอิน คุณลุงคงไม่อยากเห็นแบบนั้นเหมือนกัน”
เฉียวเฟิงมองเฉียวอวี้เหอด้วยความประหลาดใจ “ใช่แล้ว ลูกพูดถูก ลุงของลูกบอกว่า ถ้าพวกเราย้ายออกจากคฤหาสน์ตระกูลเฉียว เขาก็จะเก็บเื่พินัยกรรมไว้เป็ความลับ”
แม่เฉียวหัวเราะเยาะ “ฝันไปเถอะ! คฤหาสน์ตระกูลเฉียวคือสัญลักษณ์ของผู้นำตระกูลเฉียว คิดจะไล่พวกเราออกไปงั้นเหรอ? ไม่มีทาง!”
สมองของเฉียวอวี้เหอกำลังแล่นอย่างหนัก กำลังคิดหาวิธีรับมือ
ในความคิดของเธอ คฤหาสน์ไม่เอาไม่เป็ไร แต่หุ้น 10 เปอร์เซ็นต์นั้น จะไม่มีวันยอมปล่อยไปเด็ดขาด
ทันใดนั้น หญิงสาวก็นึกถึงเื่บางอย่างขึ้นมาได้
เมื่อเช้านี้ เธอได้ยินทีมงานรายการที่ปักหลักถ่ายทำอยู่ในคฤหาสน์พูดเยาะเย้ยเสิ่นชิง พวกเขาพูดว่า สมัยก่อนเสิ่นชิงเคยทำตัวกร่างไปทั่ววงการบันเทิง ตอนนี้บริษัทบังคับให้มาออกรายการ เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูด
เมื่อคิดถึงเื่นี้ ดวงตาของเฉียวอวี้เหอก็เป็ประกายขึ้นมาทันทีอย่างกะทันหัน เธอคิดแผนการบางอย่างได้
“พ่อแม่ หนูเสนอให้เรามอบคฤหาสน์หลังนั้นให้กับคุณลุงไปเลยค่ะ เพื่อแลกกับพินัยกรรมที่อยู่ในมือของเขาดีไหม?”
แม่เฉียวลุกขึ้นยืนทันที “อวี้เหอ ลูกบ้าไปแล้วหรือไง คฤหาสน์หลังนี้จะยกให้คนอื่นได้ยังไง!”
เฉียวอวี้เหอกล่าว “แม่คะ คฤหาสน์มันก็แค่เื่ของหน้าตาเท่านั้น หุ้นต่างหากที่เป็ของจริง เราต้องยึดพินัยกรรมเอาไว้ก่อน จากนั้นค่อยไปเจรจากับเสิ่นชิง บังคับให้เธอยกหุ้นส่วนนั้นให้กับเรา”
“จะเป็ไปได้ยังไง พวกเรากับเธอแตกหักกันไปแล้ว เสิ่นชิงยัยเด็กนั่น ทั้งดื้อรั้น แถมยังเอาแต่ใจ เธอไม่มีทางยอมหรอก” แม่เฉียวพูด
“ตราบใดที่เรายังควบคุมเธอได้ ถึงเธอจะไม่อยากยอมก็ต้องยอม” เฉียวอวี้เหอยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ดวงตาเต็มไปด้วยความโหดร้าย “หนูมีแผนแล้วค่ะ”