ผู้สืบทอดลำดับเจ็ดแห่งเทพราชันจักรพรรดิแวมไพร์ (รอรีไรท์)

    ตอนที่ 21 ทักษะคำสาป "ราคะแผดเผา" ตอนต้น

                       เควินเมื่อได้เข้ามาภายในห้องพักเขาก็สำรวจมองดูสิ่งของประดับตกแต่งเพียงแต่ก็เป็๲การตกแต่งที่ธรรมดา ห้องเอาไว้แค่ให้คนพักผ่อนเท่านั้นไม่มีการประดับตกแต่งที่ชวนให้น่ามองสบายสายตาดั่งเช่นบ้านพวกขุนนางถึงแม้ว่าเมืองแห่งนี้จะเป็๲เมืองที่เป็๲แหล่งท่องเที่ยวสำคัญก็ไม่สามารถตกแต่งประดับห้องให้ดีกว่านี้ได้เลยเหรอ


                   เควินจึงเลิกสนใจของประดับห้อง ไม่นานมานี้เขามีความสนใจอยากจะพัฒนาพลังเวทมนตร์แต่พลังนี้ตั้งแต่มีมนุษย์เกิดขึ้นมาในประวัติศาสตร์ก็ยังไม่มีใครสามารถฝึกเลื่อนขั้นที่สูงกว่าพลังดั้งเดิมได้เพราะพลังเวทมนตร์เกิดมาพร้อมกับจิตวิณญาณในช่วงการตั้งครรภ์ของแม่ในระยะหก เดือน
                  "ชั่งเถอะหากมีโอกาสไปถามท่านแม่(ผู้หญิงน่ารำคาญ)ก็ได้ช่วงนี้้ข้าเองก็ไม่ค่อยได้ฝึกพลังวิณญาณ มัวแต่สนใจเรื่องพักผ่อนเกินไปนี่ข้าทำอยู่บนความประมาทขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"
                 ขั้นกำเนิดจิตวิณญาณจะต้องสร้างแก่นแกนมหาสมุทรวิณญาณขึ้นมาให้อยู่จุดศูนย์กลางของร่างกายบริเวณหน้าท้องขึ้นมา จากนั้นแผ่พลังวิณญาณภายในมหาสมุทรวิณญาณออกไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย 
                 พลังวิณญาณที่แข็งแกร่งจะหนุนเสริมพลังเวทมนตร์ให้รุนแรงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ศัตรูที่แข็งแกร่งย่อมมาหลายรูปแบบ ดั่งเช่นมนุษย์เองจะใช้พลังโจมตีในด้านเวทมนตร์และด้านพลังวิณญาณ แต่ก็ไม่อาจใช้การโจมตีจิตวิณญาณได้นั่นเพราะมันคือขีดจำกัดของความสามารถปถุชนธรรมดาสามัญที่สามารถไปถึงได้
    แต่ก็มีตำนานบันทึกไว้ว่านักปราชญ์ในตำนานทั้งสี่ที่สามารถกลายเป็นเทพได้และขึ้นไปโลกที่สูงกว่าพวกสามารถที่จะฝึกฝนจิตวิณญาณได้ตั้งแต่ยังอยู่ในคราบปถุชนถึงยังไงแม้ว่าไม่อาจเชื่อได้อย่างแน่นอน หากจะให้เควินหยุดคิดว่ามีโลกที่สูงยิ่งขึ้นไปอีกหรือไม่ก็คงห้ามความคิดไม่ได้ มนุษย์แม้ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ต่ำต้อยไร้ค่าที่หากแค่เผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์เหมือนพวกปีศาจและมารอสูรก็พ่ายแพ้เละเทะแบบนี้ ยิ่งเผ่าพันธุ์ที่สูงส่งพวกมันยิ่งเห็นพวกมนุษย์เป็นดั่งมดปลวกที่พร้อมจะบดขยี้ให้หายไปเมื่อไหร่ก็ได้
                  "แค่ขั้นกำเนิดจิตวิณญาณเท่านั้นเอง ข้าจะทำการควบแน่นสร้างแก่นแกนมหาสมุทรวิณญาณให้ได้ในเวลาที่เร็วที่สุด"
                  หากเป็นคนปกติก็ต้องทำการควบแน่นนั้นต้องใช้จิตวิณญาณเข้าช่วยเพื่อสร้างแก่นแกนของมหาสมุทรวิณญาณแล้วรวบรวมเข้าสู่จุดศูนย์กลางการนำแก่นแกนเข้าสู่จุดศูนย์กลางก็เหมือนดั่งเช่นการนำเมล็ดพันธุ์พืชมาปลูกลงในดิน 
                 จากนั้นใช้พลังวิณญาณฟ้าดินที่อยู่รายรอบเป็นน้ำเพื่อรดให้เมล็ดงอกเงย สำหรับเควินจะมีวิธีการที่เรียกได้ว่าแตกต่างกันขนานหนักจากที่จะใช้จิตวิณญาณที่แสนน้อยนิดผสมรวมกับพลังวิณญาณฟ้าดินควบแน่นสร้างแก่นแกน เขาหันไปใช้พลังเวทมนตร์ผสมรวมแทนในการสร้างแก่นแกนมหาสมุทรวิณญาณซึ่งมันก็ได้ผลในตอนที่เขายังวัยเพียงแปดขวบปี การใช้พลังเวทมนตร์มาแทนที่ไม่เพียงใช้แทนกันได้แต่แก่นแกนยังสมบูรณ์กว่าการใช้จิตวิณญาณอย่างมากเมื่อนำมาปลูกก็จะสร้างรากฐานที่มีความแข็งแกร่งกว่าการใช้จิตวิณญาณถึงสามเท่า
                 วิธีนี้ของเควินที่คิดค้นขึ้นมาได้นั่นก็เพราะความสามารถที่แปลกประหลาดมาตั้งแต่เด็กวิธีการคิดการวิเคราะห์ที่สูงล้ำยังมีการคิดที่ผิดแปลกไปจากสามัญสำนึกของคนทั่วไป แต่เควินก็ไม่คิดที่จะเผยแผ่มันออกไปโดยจะให้คนที่เควินเชื่อใจเท่านั้นใช้วิธีนี้ ไม่ว่าจะเป็นอัศวินราตรีทมิฬหรือแม้กระทั่งอาริเชียที่เขารักเขาก็ใช้วิธีนี้ทุกครั้งจนกระทั่งจะใช้ฝึกกับลาเวเรียก็เช่นกัน เพียงแต่ว่าเควินได้กำชับลาเวเรียไว้ให้รอจนกว่าจะถึงการทำบททดสอบของวิหารวิหคเพลิงสรรค์ถ้าหากเธอฝืนทำมันไปก่อนก็จะมีพลังธาตุไฟของเธอจะไม่สามารถนำไปดูดซับธาตุไฟจากวิหารวิหคเพลิงสรรค์ได้
    เควินขัดสมาธิลงเข้าสู่ห่วงการฝึกเขาดูดซับพลังวิณญาณฟ้าดินเข้ามาภายในร่างพร้อมนำพลังเวทมนตร์เข้าชักนำเพื่อควบแน่นแก่นแกนของมหาสมุทรวิณญาณ พลังสองชนิดผสานการทำงานของกันและกันเป็นอย่างดีราวกับพวกมันเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน เวลาผ่านไปเพียงไม่นานแก่นแกนก็เริ่มก่อสร้างกลายเป็นก้อนพลังงานขนาดเล็กอัตราการดูดซับพลังวิณญาณฟ้าดินเพิ่มมาขึ้นการใส่พลังเวทมนตร์เข้าไปก็เช่นกัน เควินจึงเร่งผสานพลังสองชนิดนี้เข้าไปอย่างคล่องแคล่วแก่นแกนที่เป็นแค่ก้อนพลังงานขนาดเล็กมันเร่งดูดซับอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมขนาดของมันก็เริ่มขยายขึ้นทีละนิด

                ……...
                วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่นานแสงอรุณก็ผ่านเข้ามาในตัวห้องของเควิน ท่วงท่าดั่งนักพรตที่บำเพ็ญเพียรก็ท่อแสงสุกสกาวออกมาดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดออก
                "สำเร็จแล้ว ข้าสามารถสร้างแก่นแกนได้ภายในคืนเดียว ช่วยลดภาระไปได้เยอะเลยทีเดียวจะเหลือก็เพียงแค่นำมาไปที่จุดศูนย์กลางของร่างกายจากนั้นก็ดูดซับพลังวิณญาณฟ้าดินผสมกับพลังเวทมนตร์เข้าไปเรื่อยๆรอจนเติบใหญ่จนทะลวงช่วงชั้นใหญ่ไปถึงหลอมรวมจิตวิณญาณได้น่าจะใช้เวลาไม่นาน ต้องรักษาระดับความเร็วแบบนี้เอาไว้"
                 ก๊อกๆ
    แอ๊ด!
               ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกเงาร่างดั่งเทพธิดาก็เผยให้เห็น เธอมีใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติน้อยคนมากที่จะได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเธอนอกเสียจากเควินและแม่ของเธอองค์จักรพรรดินีองค์ปัจจุบัน รูปร่างที่ยั่วยวนชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงไหล เสียงที่ไพเราะดั่งนางเซียน ท่าทางการวางตัวที่สัมผัสได้ถึงความสูงส่ง ความสามารถที่เป็นดั่งบุตรตรีแห่งเทพบนสรวงสวรรค์ลงมาเกิด คงเป็นใครไปไม่นอกจาก อาริเชีย
                "เควิน เตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง จะถึงเวลาออกเดินทางแล้วนะ"
                "อืม" เควินยังอยู่นั่งในท่วงท่าของการขัดสมาธิเมื่อเห็นอาริเชียเข้ามาในห้อง เควินก็กล่าวว่า "อาริเชียข้ามีของขวัญมอบให้เจ้าเข้ามานี่สิ"           "ทำไมมอบให้ข้าบ่อยขนาดนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนเจ้าก็ให้ไปแล้วมิใช่หรือ" อาริเชียถึงจะมีท่าทีที่ไม่อยากรับเอาของขวัญที่เควินให้เท่าไหร่เพราะเขาให้ของขวัญเธอทีไรมันไม่ใช่ของขวัญธรรมดาปกติทั่วไปเธอคิดว่ามันเกินขอบเขตที่จะรับมาทั่งที่ยังไม่แม้แต่จะหมั้นหมายกันเลยแม้แต่น้อยเพราะอาการบาดเจ็บของเขาจึงถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด
                เมื่อเควินที่อยู่ในทวงท่าเดิมไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนอาริเชียก็ค่อยๆเดินเข้ามาพอหยุดที่ตรงหน้าของเควินทันใดนั้นอาริเชียรู้สึกเหมือนร่างกายกำลังโดนโอบอุ้มอยู่สุดท้ายก็พบว่าเธอได้มานอนอยู่บนเตียงของเควินแล้วในขณะที่เควินกำลังโอบร่างอันงดงามของเธออยู่ด้านบน อาริเชียเมื่อรู้อย่างนี้แล้วเธอก็เหมือนร่างกายไม่ตอบสนองราวกับว่าตัวเธอไม่อยากขัดขืนเขาเสียเอง
                  "ไม่ได้นะเควิน รอพวกเราแต่งงานกันก่อนสิ เจ้าจะทำตอนนี้ไม่ได้"
                 "อาริเชียข้าแทบจะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อไหร่กันที่เจ้าจะมาเป็นของข้าอย่างสมบูรณ์สักที"สติของเควินเริ่มเลือนรางแทนที่ด้วยอาการหลงมัวเมาไปกับร่างของอาริเชีย
                  "เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่ปีพวกเราก็จะอายุสิบแปดปีแล้วเพราะฉนั้นเจ้าต้องอดทนเอาไว้ก่อนไม่อาจทำมันตอนนี้ได้ ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้หัวใจข้าก็เป็นของเจ้าเพียงคนเดียวเควิน เจ้าไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเราจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปแน่นอน"
                   เควินทำราวกับคำกล่าวของอาริเชียเป็นแค่ลมผ่านหูถึงแม้ว่าตัวเขาเองจะมีความอดทนสูงเมื่อได้อยู่กับอาริเชียในสภาพร่างกายสมบูรณ์แบบนี้เขาแปลกใจทำไมความอดทนมันเกือบละลายหายไปทุกที อาการที่บ้าคลั่งแบบนี้เขาลืมไปได้อย่างไรมันก็เคยเกิดมาหลายครั้งแล้วนิ
                 ทั้งสองมองหน้ากันไปมาสุดท้ายเควินก็สะกดข่มมันลงไปได้ เขาเองก็เกือบพลาดไปแล้วจริงๆ เมื่อกลับมาในสภาพปกติระยะหนึ่งไม่ผ่านไปไม่ถึงห้าวินาทีมันก็มีอาการขึ้นมาอีกแต่ดูเหมือนเควินจะโดนหลอกให้ตายใจร่างกายเขาเริ่มที่จะเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อยๆเขาไม่รอช้าประกบริมฝีปากอาริเชียทันที เควินกับอาริเชียจุมพิตกันอย่างดูดดื่มดั่งคนรักที่พลัดพรากจากกันนานในขณะที่ร่างกายของเควินกดทับร่างของอาริเชียเอาไว้ทั่งร่างมือของเขาก็เริ่มที่จะซุกซนแต่ด้วยความที่อาริเชียไม่อยากที่จะทำเรื่องเกินไปกว่าการจูบ เธอก็จำเป็นต้องสกัดมือของเควินออกไป เมื่อสักครู่ทั้งที่เขากลับมาอดทนได้แล้วแท้ๆแต่ทำไมมันเกิดขึ้นมาอีกแล้วละ
                "เควิน อดทนไว้ก่อนเจ้าต้องลุกออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้นะ หากเจ้ายังทำแบบนี้อยู่มันจะไม่ดีนะ" อาริเชียภาวนาว่าของให้ใครสักคนผ่านมาที่ห้องของพวกเธอถ้าหากยังดำเนินไปต่ออีกนิดละก็พวกเธอสองคนก็คงทำมันลงไปแน่ ความบริสุทธิ์ของหญิงสาวในตระกูลของจักรพรรดิต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ก่อนการแต่งงานเพราะมันเป็นทั้งเกียรติของตระกูลและตัวเธอเองด้วย
                 ในขณะที่เควินที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกครั้งเขาก็เอื้อมมือไปคิดจะถอดชุดของอาริเชียออก อาริเชียไม่อาจหยุดการกระทำของเควินได้ได้แต่ส่งเสียงบอกให้เขาหยุด ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากให้เขาสัมผัสตัวของเธอแต่เธออยากให้เขาผ่านพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องเสียก่อน ทันทีที่ชุดของอาริเชียกำลังจะถูกถอดออกก็ปรากฎร่างของลาเวเรียเข้ามาภายในห้องเมื่อเห็นภาพที่เควินกำลังประกบริมฝีปากกับอาริเชียพร้อมมือที่ซุกซนบนร่างกายของอาริเชีย แต่ด้วยสีหน้าไม่เต็มใจของอาริเชียทำให้ลาเวเรียรีบเข้ามาห้ามเควินที่กำลังเต็มไปด้วยอารมณ์รักที่อาจควบคุมตนเองได้

                 "เควินเจ้าควบคุมตัวเองของเจ้าก่อนสิ เจ้าจะทำแบบนี้ไม่ได้พวกเจ้ายังไม่แต่งงานกันเลยนะ" ทันทีที่เสียงของลาเวเรียดังเข้ามาในโสตประสาท เควินก็ผลักตัวเองลอยหมุนตัวออกจากตัวของอาริเชียจนหยุดร่างห่างจากเธอถึงห้าเมตรเสื้อผ้าของเควินก็ถูกเขาปลดออกไปนานแล้วเผยให้เห็นร่างกายที่กำยำแข็งแรง ส่วนทางด้านอาริเชียยังดีที่ลาเวเรียมาทันเสื้อผ้าของเธอจึงไม่ถูกปลดออกแต่มันก็ยับยู่ยี่ไปหมดแล้ว
                
                  ..........