ภัทรเห็นลำแสงพุ่งเข้ามา เขาเองก็ไม่ได้โง่จะไปรับการโจมตีแบบพระเอกในการ์ตูนเด็ก รีบกลิ้งตัวหลบอย่างไวหลบลำแสงคาถาได้สำเร็จ ก่อนจะวิ่งเข้าหามัน
“แกฉลาดแล้วคิดว่าข้าโง่หรือไง!” มันจับเถาวัลย์ที่ตอนนี้เต็มแขนของมันฟาดใส่ภัทร เถาวัลย์นั้นกลายเป็ถาวัลย์หนามยืดออกมาหลายเมตร พุ่งใส่พื้นภัทร เขาหลบได้เฉียดฉิว พื้นถนนที่ถูกฟาดใส่ถึงกับทิ้งรอยยาวลึกเอาไว้
“ให้ตายเถอะ” ภัทรสบถกับตัวเองเมื่อเห็นถึงความน่ากลัวของเถาวัลย์ ก่อนจะโยนบอลโลหะใส่พุ่มหนามของมัน
ผลุบ!
บอลแตกออกกลายเป็เมือกข้นเหนียวสีเหลือง ทำให้เถาวัลย์ และพื้นถนนติดกันหนึบ
“เมือกบ้าอะไรกันเนี่ย! เอา... ไม่...ออก...!” มันทำหน้าหงุดหงิดพยายามดึงเถาวัลย์ออกมาแต่ทำไม่ได้
ภัทรยิ้ม นี่คือหนึ่งในสามสิ่งประดิษฐ์จากการเอาขยะมาลองทำเมื่อหลายวันก่อน เขาเอาเมือกของสไลม์โกเลมมาแอบต้ม และเคี่ยวให้เป็เมือกเหนียว ใส่ไว้ในบอล เขาทำเอาไว้เล่นๆ สองสามอันไม่คิดว่าจะได้ใช้งานจริง ภัทรรีบวิ่งไปหาชายสวมหน้ากาก
“คิดว่าแค่นี้จะหยุดข้าได้เหรอ!”
“อิมเพลโล (Impello)”
แสงสีขาวพุ่งมาหาภัทรในระยะประชิด เขาเอาพลั่วขึ้นมากัน ก็พบแรงผลักมหาศาลจนเขาไถลไปสามเมตร
“ชิ สงสัยต้องตัดทิ้ง”
“เซคตัม อัลตัม (Sectum Altum)”
ลำแสงสีขาวของมันตัดฉับไปที่เถาวัลย์ที่ติดเมือกเหนียวอย่างไม่ลังเล เืไหลทะลักออกจากเถาวัลย์ที่ขาดสะบั้น มันกัดฟันพลางหัวเราะก่อนจะหันมาทางภัทรเถาวัลย์ก็เริ่มงอกออกมาอีกครั้ง ก่อนเริ่มเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง
“มาลุม อิคตัส! มาลุม อิคตัส! มาลุม อิคตัส!!!”
มันร่ายคาถาสีม่วงพุ่งใส่ภัทรมาอีกสามครั้งแบบไม่เว้นช่องว่างให้หายใจ เขากลิ้งหลบได้สองครั้ง แต่ครั้งที่สามต้องใช้พลั่วปัดมันออก ตอนนี้พลั่วของเขาสีดำหลุดลอกจนเห็นสีทองแดงด้านใน และเริ่มมีรอยบุบมากขึ้นเรื่อยๆ
“หึๆ เอาแต่หนีอยู่นั่นแหละไอ้หนูสกปรก”
“เซคตัม อัลตัม!” ลำแสงสีขาวพุ่งมาหาภัทรที่ยังตั้งหลักไม่ได้
“สคาลเพลโล (Scalpello)”
ภัทรหยิบไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลของเขามาสวนด้วยคาถาแบบเดียวกัน แสงสีขาวสองสายกระแทกกันอย่างรุนแรง แน่นอนว่าภัทรที่มีพลังเวทย์น้อยกว่ามาก และใช้แค่คาถาสามัญไม่มีทางสู้คาถาระดับสูงกว่าได้ ลำแสงไกล้มาถึงตัวภัทรมากเรื่อย จนถึงครึ่งเมตร ภัทรได้เบี่ยงไม้กายสิทธิ์ออกไปทำให้ลำแสงของคาถาก็เบี่ยงออกไปด้วย แต่มันก็เพียงพอจะเบี่ยงเบนทิศทางเลี่ยงจุดตายของเขา คาถาของชายคนนั้นเฉี่ยวไหล่ซ้ายของภัทร ไปบาดลึกจนเืซึม
“โอ๊ยยย!”
ภัทรเอามือที่ถือไม้กายสิทธิ์กดแผลที่ไหล่ ความเ็ปทำให้เขานึกย้อนกลับไป... เหมือนตอนนั้นเลย ที่ไอ้คนที่แย่งมิรินไปจากเขาร่ายใส่เขาเมื่อตอนนั้น ความทรงจำนั้นทำให้ภัทรรู้สึกโมโหขึ้นมาจริงๆ
ลำแสงพุ่งมาที่เขาอีก เขาใช้พลั่วรับก่อนจะหมุนตัว ปาบอลเมือกสไลม์ใส่มันอีกสองลูก
ชายสวมหน้ากากโยกหลบอย่างง่ายดายแล้วหัวเราะเยาะ “ตาถั่วรึไง ปาไปไหนละนั่น....”
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ ภัทรก็ปรับพลั่วเป็อีเต้อแล้วขว้างใส่มันอย่างแรง
“ไอ้เด็กบ้านี่!”
มันะโถอยหลังทำให้อีเต้อที่ปาไป ปักอยู่บนพื้นอยู่ด้านหน้ามัน มันกำลังจะเดินไปหยิบอีเตอร์ทิ้ง ก็พบว่ารองเท้าของมันติดหนึบเข้ากับเมือกเหนียวที่ภัทรปาดักไว้ที่พื้น!
“แกนั่นแหละโง่!”
ภัทรหยิบสิ่งประดิษฐ์อย่างสุดท้ายออกมา นั่นก็คือกระบอกยิงที่อวดริศเมื่อวันก่อน แต่ปลายของมันไม่ใช่มัดผ้าแต่เป็เหล็กที่เหลาจนแหลมคม กดปุ่มยิงเหล็กที่เด้งออกมาจากสปริง ใส่ขาของชายสวมหน้ากากทันที
ฟิ้ว!!!
เหล็กแหลมผูกเชือกพุ่งไปแทงฉึกที่ท้องของชายคนนั้น
“อ๊ากกก! ฮ้า... ฮ้า... ฮ้ะ!”
มันร้องด้วยความเ็ปเอามือกุมที่ท้องของมัน ตอนแรกภัทรคิดจะใช้สิ่งประดิษฐ์นี้ยิงพื้นเพื่อห้อยตัวผ่านทางขาดหรือห้อยตัวจากที่สูง ไม่เคยคิดว่าจะต้องเอามายิงใส่คน ‘หวังว่าจะไม่เสียเืจนตายนะ’
เขาเดินไปหยิบอีเต้อแล้วปรับกลับไปเป็พลั่วเพื่อจะตีให้ชายคนนั้นหมดสติไปก่อน เขาจะได้ไปช่วยนัทแล้วตามคนมาจับมันทีหลัง
ตอนนั้นเองที่ชายคนนั้นเงยหน้ามามองเขาแล้วแสยะยิ้ม “เสร็จแน่ไอ้โง่!!!” มันชี้ไม้กายสิทธิ์ใส่ภัทรระยะประชิด
“อิมเพลัส มาลุม!!! (Impellus Malum)”
ลำแสงสีม่วงที่ดูชั่วร้าย และรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ พุ่งมาหาเขาอย่างกระชั้นชิด ภัทรหลบไม่ทันได้แต่เอาพลั่วบังตัวเองไว้
ก่อนที่ลำแสงจะถึงตัวเขา นกกระดาษก็ลอยขึ้นมาปกป้องเขาจากการโจมตีนี้ นี่คือนกกระดาษที่ท่านมาลีให้เขาไปั้แ่ครั้งแรกที่พบกัน แม้ว่าพี่ริศจะบอกว่าป้องกันเวทมนตร์เต็มแรงจากผู้วิเศษที่มีระดับสองได้ แต่กลับไม่สามารถสลายพลังของเวทมนตร์นอกรีตนี่ไปได้ทั้งหมด ลำแสงเสี้ยวหนึ่งก็ยังคงพุ่งใส่เขา
ปัง!!!
เสียงกระแทกรุนแรงของลำแสงพุ่งใส่พลั่ว จนพลั่วหักเป็สองท่อน! ภัทรกระเด็นไปหลายเมตร เขารู้สึกเจ็บแขน และรู้สึกจุกหน้าออกจากการกระแทก นอนคว่ำหน้าลุกไม่ขึ้นได้แต่มอง
มันดึงเหล็กที่ขาออกแล้วร่ายคาถารักษาตัวเอง มีดอกไม้งอกมาจากรูแผล มันเดินกะเผลกมาทางภัทรที่พยายามตะเกียกตะกายหนี
“จงยินดีและปลาบปลื้ม ที่ได้เป็ของบูชาแห่งเทพีของข้า...”
“ออบลาทิโอ... (Oblatio)”
ภัทรหลับตาลงด้วยความกลัวเพราะเขาไม่เหลือวิธีเอาตัวรอดแล้ว แต่คาถาชั่วร้ายกลับไม่ได้พุ่งมา เขาหรี่ตาขึ้นมองเห็นมันยืนนิ่งค้างอยู่ท่านั้น ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวอะไรบางอย่าง
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงใสปนอารมณ์หงุดหงิดดังขึ้นมา
“อาคุส กลาเซีย! (Acus Glacia)”
แท่งน้ำแข็งเรียวยาวสีฟ้าขาวบริสุทธิ์เสียบทะลุคอหอยของชายคนนั้น เืสาดกระเซ็นโดนภัทรที่หมอบอยู่ ร่างนั้นร่วงลงไปกองกับพื้น พร้อมเสียงค่อนแคะดังตามมา
“เนี่ยเหรอเด็กที่พี่ริศให้การเอ็นดู ปวกเปียกไร้ค่า ปกป้องตัวเองยังทำไม่ได้เลย”
ภัทรหันไปมองหญิงสาวหน้าตางดงาม ผมยาวถักเปีย ในชุดสีขาวคาดดำแบบสำนักงานของเขาแต่ปลอกแขนสีแดงเขียนอักษรย่อ ป.ป. (ปราบปราม) ที่โดดเด่นคือเธอมีผมด้านหนึ่งสีขาว และด้านหนึ่งสีดำแบ่งกันชัดเจน ดวงตาด้านหนึ่งเป็สีขาว อีกด้านเป็สีดำเช่นกัน
ภัทรที่ได้สติรีบลุกกระเสือกกระสนไปหยิบด้ามพลั่วหักๆ ขึ้นมาป้องกันตัว “เธอ... เธอเป็ใคร!”
“ไม่ขอบคุณคนที่มาช่วยสักคำ แถมยังจะตั้งการ์ดสู้ด้วย ที่บ้านไม่ได้สอนมารยาทเหรอ”
“ฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอไม่ได้มาทำร้ายฉัน ภูมิรพีส่งเธอมาหรือเปล่า เธออาจจะมาเก็บฉันไปด้วยอีกคนก็ได้” ภัทรยังตั้งท่าระวังตัว
“ไอ้คนขี้ขลาดที่เอาแต่ลอบกัดนั่น ฉันไม่มีทางไปคบค้าสมาคมกับมันหรอก ยี้!” เธอทำหน้าเหนื่อยหน่ายและหงุดหงิดภัทรอย่างมาก ภัทรเริ่มประเมินสถานการณ์ได้ เมื่อตั้งสติได้จึงลดอาวุธลง
“เอ่อ... ขอโทษครับ ่นี้ผมเจอเื่แย่ๆ บ่อยๆ ขอบคุณมากครับที่มาช่วย ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอครับ”
“อี๋... ขนลุก พูดแบบเดิมเถอะ ฉันชื่อว่า รินธิรา วรวารินทร์ แล้วก็ช่วยเลิกเอาขยะนั่นชี้หน้าฉันได้แล้ว”หญิงสาวยืนกอดอกหน้ามุ้ย
ภัทรก้มมองด้ามพลั่วหักในมือแล้วหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าก่อนจะนึกอะไรได้ “วรวารินทร์... นามสกุลพี่ริศนี่!”
“กว่าจะนึกได้ฉันเกือบไปกลับได้สามรอบแล้ว ไม่ได้เื่เลย”เธอทำหน้าซักกะตาย
“แล้วทำไมเธอต้องฆ่าเขาด้วย” ภัทรมองไปที่ศพชายคนนั้น “เราเป็เ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ว่าเราควรจับเป็พวกเขาไปสอบสวนเหรอ”
“นายมันไอ้โง่! จะตายอยู่แล้ว ยังไม่สำเหนียกตัวเองอีก คิดว่าพวกมันจะปล่อยนายไปหรือไง หัดตาสว่างซะบ้าง อย่าโลกสวยไปหน่อยเลย ดูหน้าสิ มันดูเหมือนคนที่จะสอบสวนอะไรได้หรือไง”
เธอโมโหกระฟัดกระเฟียด กระทืบเท้าเดินไปถอดหน้ากากของชายคนนั้นออก ใบหน้าภายใต้หน้ากากพูดได้ว่าไม่ใช่คนปกติอย่างแน่นอน ดวงตาเบิกโพลงแดงก่ำ ริมฝีปากถูกตัดออกจนเห็นฟันสกปรกและเหงือกเน่าเฟะ ภัทรรับไม่ได้จนต้องหันไปอาเจียนข้างทาง
เธอหัวเราะหึๆ แล้วพูด “ใจเสาะชะมัด แบบนี้จะเอาตัวรอดได้เหรอ ฉันได้ยินพี่พูดมารุ่นน้องของตัวเองก็ปกป้องไม่ได้ ห่วยจริง... หึๆ” เธอยิ้มเยาะเขา
ภัทรรู้สึกโกรธอย่างไม่เคยเป็มาก่อนจนลืมตัวหันมาตวาดใส่เธอบ้าง “เธอจะไปรู้อะไรล่ะ! การต้องเสียคนสำคัญของตัวเองต่อหน้าต่อตาโดยที่ทำอะไรไม่ได้มันรู้สึกยังไง! ใช่สิ... เธอมันเกิดมาก็มีพลังแข็งแกร่งนี่ คงไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะไร้ค่าแบบนี้ แต่คอยดูเถอะฉันจะต้องช่วยมิรินให้ได้ ต่อให้ฉันจะต้องตายก็ตาม! หึ... ไม่คุยด้วยแล้ว ฉันจะไปช่วยเพื่อนของฉันก่อน” ภัทระโลงคันนาไปช่วยนัทที่หมดสติ
เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า รอยยิ้มเยาะเย้ยของเธอหายไปตอนไหน และดวงตาของเธอก็เอ่อล้นไปด้วยม่านน้ำตาบางๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
เขาลงไปในนาข้าวเห็นนัทที่ตอนนี้ก็ยังหลับใหลไม่ได้สติทำให้เขารู้สึกเครียดเล็กน้อย รีบจับชีพจรที่ข้อมือ ยังเต้นอยู่… ภัทรเป่าปากโล่งอก เขาเทน้ำยาราดลงไปที่แผลของนัททำให้แผลที่หัวอีกขวดนึง ทำให้ตอนนี้แผลดูตื้นขึ้นและเืก็หยุดไหลไปนานแล้ว
“โชคดีแล้วนะ ที่ไม่เป็อะไรมาก” ภัทรพูดกับนัทที่ไม่ได้สติ เขาอุ้มนัทขึ้นมาวางใต้ต้นไม้ก่อนจะข่มอารมณ์โกรธของตัวเอง หันไปถามรินธิราที่ยืนกอดอกอยู่หน้าร่างของสมุนชายคนนั้น
“คุณรินธิ... ราครับ เราจะจัดการยังไงต่อดี”
รินธิรามองภัทรด้วยสายตาเหยียดหยามกว่าเดิมแต่พยายามไม่สบตาเขา ก่อนจะชูไม้กายสิทธิ์ชี้ขึ้นฟ้าแล้วร่ายคาถา
“อิกนิส สเตลล่า (Ignis Stella)”
พลุไฟสีแดงถูกยิงออกจากไม้กายสิทธิ์สามครั้ง มันพุ่งขึ้นไปบนฟ้าก่อนจะแตกตัวกระจายออกมา ‘คงเป็การส่งสัญญาณให้หน่วยงาน’ ภัทรคิด ก่อนเธอจะหันหลังมามองเขาอีกครั้งแล้วพูด
“ฉันจะไป ‘เก็บขยะ’ ตามทางที่นายทิ้งเรี่ยราดเอาไว้ ส่วนนี่...”
ตุ๊บ!
เธอโยนหน้ากากสองอันมาที่เท้าภัทร ภัทรเก็บมันขึ้นมาก่อนจะพลิกดู มันคือหน้ากากตัวตลกสองอัน... ของพวกที่เขาจัดการไประหว่างทาง เขาก้มมองดูข้างตัวรินธิรา มีกองเือีกกองที่มาจากสมุนของชายคนนั้น แม้เขาจะเข้าใจว่าต้องฆ่าเพื่อความปลอดภัย แต่ก็ยังน่าเศร้าอยู่ดี รินธิรามองภัทรด้วยแววตาหงุดหงิดก่อนพูดทิ้งท้าย
“เก็บไว้เป็ผลงานอันน้อยนิดของนายเถอะ อย่างน้อยนายก็เกือบชนะมัน... จำคำฉันไว้ ไม่มีพลังก็ปกป้องใครไม่ได้ แม้แต่คนที่นายรัก อย่าดีแต่ปากบอกจะช่วยๆ แล้วมาโทษที่ตัวเองไร้พลัง”
เธอหันหลังกลับไปก่อนจะตั้งท่า พุ่งออกไปด้วยรองเท้าสเกตน้ำแข็งของเธอ หายลับไปจากสายตา เหลือไว้เพียงรอยน้ำแข็งเล็กๆ กับไอเย็นจางๆ ที่ค่อยๆ ละลายหายไป