เช้าวันต่อมาศานต์ไปที่ห้องพักฟื้นดอกเข็มตอนนิลตายังหลับอยู่เพื่อดูเธอกับลูก
“เพื่อนคุณกลับไปแล้วเหรอผมยังไม่ได้ขอบคุณพวกเขาเลย”ชายหนุ่มชวนคุยระหว่างหญิงสาวให้นมลูก
“กลับไปแล้วค่ะพวกเขามีธุระ”
“งั้นเหรอเอาไว้คราวหน้าก็ได้ ผมพึ่งให้นิ่มกลับไปพักวันนี้ผมจะอยู่เป็เพื่อนคุณเอง”
ดอกเข็มไม่พูดกับเขาอีกทำคนได้เป็พ่อเสียใจแต่ถึงอย่างนั้นศานต์ก็ไม่กล่าวโทษเธอ เขาพยายามรักษาบรรยากาศผ่อนคลายไว้เข้าไปดูลูกใกล้ ๆ เมื่อเขากินนมอิ่มแล้ว
“ให้ผมดูเขาหน่อย” ดอกเข็มไม่ว่าอะไรประคองลูกให้เขาอุ้มคนเป็พ่อมองเ้าตัวน้อยที่พึ่งกินอิ่มหลับในอ้อมกอดอย่างเอ็นดู ชีวิตน้อย ๆช่างเปราะบางน่าถนอมเหลือเกิน
ศานต์มองอีกสักพักจึงยกตัวเล็กขึ้นจูบแก้มลูกน่ารักขนาดนี้แต่เขากลับไม่มีโอกาสได้เลี้ยงดูจนโตคิดแล้วน้ำตาก็ไหลชายหนุ่มกอดลายแนบอกไว้หลายนาที
“ฉันตั้งชื่อลูกว่าพระพายค่ะ” ดอกเข็มเห็นศานต์เสียใจจึงบอกเขา “ฉันอยากให้เขาพัดไปอย่างอิสระเลยตั้งชื่อที่แปลว่าลมให้”
“พระพายลูกของพ่อ ต่อไปต้องเป็อย่างที่แม่หวังนะลูก”ชายหนุ่มกลับมาอุ้มลูกตามปกติ มองเขาด้วยความรักก่อนคืนให้แม่ถอดแหวนจากนิ้วมือข้างขวาให้ดอกเข็มเก็บไว้
“นี่เป็แหวนที่แม่ของผมให้ไว้เก็บไว้ให้ลูกเถอะนะ ส่วนนี่คุณเก็บไว้ใช้กับลูก”เขาล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งจากกระเป๋าเสื้อให้แม่ของลูก
ดอกเข็มมองเช็คเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาทที่ชายหนุ่มให้ด้วยความสมเพชตัวเอง“ฉันจะใช้อย่างประหยัดขอบคุณค่ะ”เธอแสร้งยิ้มด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนไม่รู้สึกอะไรที่ต้องจากกันปิดบังความขมขื่นภายในใจที่แบกเอาไว้
“คุณตาเป็ยังไงบ้างคะเมื่อวานเห็นเธอล้มแล้วร้องเ็ปมาก”
“ผมกับเขาเสียลูกไปอีกคนแล้ว”
“เสียใจด้วยนะคะต่อไปคุณต้องดีกับคุณตามาก ๆ นะ”
ศานต์มองคนพูดโดยไม่รู้จะตอบอย่างไร“เงินที่ผมให้คุณไม่ต้องคิดเกรงใจจนไม่ไปเบิกมาใช้นะผมไม่สามารถดูแลคุณกับลูกได้แต่อย่างน้อยก็ให้ผมสบายใจว่าพวกคุณแม่ลูกไม่ได้ลำบากจนเกินไป”
เห็นคนรักน้ำตาไหลอย่างห้ามไม่อยู่ดอกเข็มพลอยร้องไห้ตามไปด้วยเธอพยักหน้ารับปากแต่กลับไม่กล้าสู้หน้าเขา
ศานต์เดินเข้ามาใกล้ลูบตัวลูกผ่านผ้าห่อตัวเขา“ช่วยบอกลูกว่าพ่อรักเขามากถ้ามีเื่อะไรที่ไม่สามารถจัดการได้ให้มาหาพ่อ คุณก็เหมือนกัน”
“ฉันไม่คิดกีดกันคุณกับลูกหรอกค่ะรอให้เขาโตจนปกป้องตัวเองได้ค่อยให้เจอกับคุณจะดีกว่า”
“ผมจะรอนะ” พูดเสียงสั่นพลางเช็ดน้ำตาเข้าไปกอดทั้งสองไว้ด้วยความอาลัย
“รักกันมากพอหรือยัง” น้ำเสียงที่ทำให้เด็กชายอายุสองวันร้องไห้ทันทีที่ได้ยินดังขึ้นศานต์หันกลับไปมองคนเสียงดังจนเด็กใ ยืนขวางนิลตาไม่ให้เข้ามาหาเื่ดอกเข็มแม้หญิงสาวยังต้องนั่งบนรถเข็นแถมมีสายน้ำเกลือกับเืติดตัวอยู่
ดอกเข็มกอดลูกของเธอไว้แน่นกลัวอีกฝ่ายจะเข้ามาทำร้าย
“คุณมาที่นี่ทำไมทำไมไม่นอนพัก”
“ฉันก็มาดูหน้าอีแพศยากับลูกชู้ของมันไงตายยากตายเย็นนักนะ”
“ทำอะไรไม่ดูสังขารตัวเอง” ศานต์ตำหนิพลางสาวเท้าไปที่รถเข็นนิลตาปัดมือแม่บ้านแล้วส่งสายตาบอกให้นางถอยออกไปจากรถ “กลับห้องอย่ามายุ่งกับลูกผมอีก”
“ปล่อยฉันเดี่ยวนี้นะเข็นเร็วแบบนี้เดี๋ยวฉันก็ตกหรอก”ออกห่างห้องพักของดอกเข็มมาสักพักแล้วศานต์จึงผ่อนแรงเข็นรถหยุดคุยกับคนเจ็บที่หน้าตาถมึงทึง
“มองอะไรชายชั่ว”
เขาไม่สนใจคำยั่วโมโหของภรรยา“เรามาตกลงกันนะ”พูดแล้วเดินมาข้างหน้าเพื่อให้นิลตารู้ว่าเขากำลังพูดเื่สำคัญ
“ทำไมฉันต้องตกลงกับคุณด้วย”
“ผมเลิกกับเข็มแล้วต่อไปนี้ผมจะไม่ไปหาเขากับลูกอีกคุณก็ต้องเลิกยุ่งกับพวกเขา”ชายหนุ่มจ้องคนที่ทำเป็ไม่สนใจ
“แล้วฉันจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณไม่โกหกต่อไปก็จะเอามันกับลูกมาเหยียบหน้าฉัน”
ศานต์ถอนหายใจกับความคิดลบของนิลตา“ผมกลัวคุณนั่นแหละจะตามไปเหยียบเข็มอีกผมต้องทิ้งลูกกับคนรักเพื่อมาอยู่กับคุณมันก็แย่พอแล้วคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามแต่ถ้าผมรู้ว่าคุณไปยุ่งกับพวกเขา ผมจะหย่ากับคุณ”
อนาคตการงานของเขาต้องเสียหายอย่างหนักหากหย่ากับนิลตาแต่ศานต์กล้าใช้มันมาอ้างเพราะรู้ว่านิลตาก็จะเสียหายเหมือนกันหากต้องหย่ากับเขา
“นี่คุณ” นิลตามองสามีที่พูดจบก็เดินหนีตนอย่างไม่ใยดีด้วยความเจ็บใจแม่บ้านที่ตามอยู่ห่าง ๆ ได้แต่ถอนใจเข้ามาช่วยเข็นรถให้เ้านายแทน
“รอให้ฉันหายดีก่อนเถอะฉันจะตามไปจัดการให้หมดเลย”
ศานต์กลับไปเฝ้าดอกเข็มที่ห้องพักฟื้นแต่พอได้เอนหลังลงโซฟาก็หลับสนิทไปโดยไม่รู้ตัวเมื่อคืนชายหนุ่มนอนไม่ค่อยหลับ พยาบาลเข้ามาดูอาการนิลตาทั้งคืน
ดอกเข็มมองชายคนรักอย่างเหม่อลอยหน้าเขาเต็มไปด้วยร่องรอยความเครียดแม้ตอนหลับเธอนึกถึงสีหน้าของเขาตอนสารภาพว่าผมแต่งงานแล้ว
หญิงสาวเปลี่ยนท่านอนบนเตียงหันหลังให้เขาร้องไห้เงียบๆ
“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยฝากฉันเข้าทำงาน”หลังฝากเรซูเม่ไว้กับศานต์ไม่กี่วันดอกเข็มก็ติดต่อหาเขาเธอไม่มีมือถือจึงไปหยอดเหรียญที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะโทรไปตามเบอร์ที่เขาให้ไว้ศานต์นัดเธอไปที่บริษัทขนส่งสินค้าแห่งหนึ่ง เขาฝากงานให้เธอเป็ล่ามฝึกหัดที่นั่น
ดอกเข็มเรียนมหาวิทยาลัยสาขาภาษาญี่ปุ่นจนถึงปีสามครอบครัวเธอขัดสนด้านการเงินอย่างหนักจึงต้องเลิกเรียนอย่างน่าเสียดายเธอหางานที่ไม่ใช้วุฒิปริญญาเลี้ยงตัวเองและจุนเจือครอบครัวแต่ความเสียดายที่อุตส่าห์เรียนมาตั้งเยอะดอกเข็มพยายามฝึกภาษาต่อเผื่อได้ใช้ประโยชน์ในอนาคตซึ่งวันนี้ความพยายามของเธอเกิดผลแล้ว
“คุณได้งานแล้วเลี้ยงเบียร์ผมสักแก้วสิผมอุตส่าห์เอาชื่อตัวเองรับประกันคุณนะ ทั้งที่ยังไม่เคยฟังคุณพูดภาษาญี่ปุ่นเลย”ดอกเข็มช่วยเขาโดยไม่รู้จักกันมาก่อนจนตัวเองเดือดร้อนเขาจึงไม่คิดว่าสิ่งที่เธอเขียนไว้ในเรซูเม่จะเป็การโกหกตอนที่บอกว่าหางานล่ามให้เธอก็ไม่ได้ดูเป็กังวล
“ถ้าจะให้เลี้ยงก็ต้องรอทำงานจนเงินเดือนออกก่อนตอนนี้ฉันไม่มีเงิน” หญิงสาวว่า
“แต่ผมอยากดื่มวันนี้นี่นาไปเป็เพื่อนหน่อย” ว่าพลางมองหญิงสาวอย่างมีความหวัง
ดอกเข็มยู่หน้าค้อนเขาก้มหยิบกระเป๋าเงินของตนขึ้นมาเปิด
“วันนี้ผมเลี้ยงเอง”ศานต์รีบพูดเพราะเห็นเธอลำบากใจ “เอาไว้เงินเดือนออกค่อยมาเลี้ยงผมอีกทีนะ”
“ได้ค่ะแต่คุณจะมาทบต้นเพราะวันนี้คุณเลี้ยงไปแล้วไม่ได้นะคะ”
“คุณนี่งกชะมัดเลย”
หญิงสาวรู้ตัวว่าน้ำตาไหลเพราะคิดถึงความหลังจึงลุกไปหาอะไรทำเธอทิ้งเขากับลูกไว้ในห้องออกไปโทรศัพท์หามัสยาแม้จะถึงกำหนดกลับแล้วแต่เพื่อนของเธอกับสามียังเป็ห่วงจึงหาโรงแรมพักรอดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อ
“ช่วยทีนะมัสกุญแจบ้านสำรองอยู่ใต้กระถางต้นไม้ข้างประตูช่วยเก็บเอกสารของฉันที่อยู่ในลิ้นชักหัวเตียงให้ที”
“ได้แกจะไปอยู่กับพวกฉันจริง ๆ ใช่ไหมฉันจะได้เก็บเสื้อผ้าไปด้วยเลย”
“อืมฉันตกลงกับคุณศานต์แล้วว่าจะเลิกกัน แต่เขายังไม่ยอมให้ฉันออกจากโรงพยาบาลฉันเองก็ห่วงลูกพึ่งเกิดจะเดินทางไกลเลยกลัวป่วย ฝากแกเก็บของไปก่อนพอฉันอาการดีขึ้นจะตามไป”
“แกจะมาเชียงใหม่เองเหรอกับลูกสองคนเนี่ยนะ ฉันขอให้สามีส่งคนไปรับได้นะ ลูกแกยังเล็กมากฉันเป็ห่วง”
“กลัวจะรบกวนแกมากเกินไปฉันไปเองคนเดียวได้จะได้ไม่เป็ที่สังเกต”
“เอาตามที่แกว่าก็ได้แต่ถ้าไม่ไหวบอกมาได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบใจนะมัสถ้าไม่มีแกกับคุณอนันต์ฉันคงไม่มีที่ไปแล้ว” เธอก้มหน้าพูดมือข้างที่กำเหรียญไว้ยกขึ้นถูจมูกไม่ให้น้ำเสียงฟังเหมือนร้องไห้
“พูดอะไรอย่างนั้นเราเป็เพื่อนกันนะอย่าคิดมาก”
ดอกเข็มและนิลตานอนโรงพยาบาลอีกสามสี่วันคุณหมอถึงอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ระหว่างนี้ศานต์ไป ๆ มา ๆ สองห้องเขามองห้องพักที่วุ่นวายของนิลตาแล้วแอบปลีกตัวไปหาดอกเข็มทว่าเมื่อไปถึงทั้งห้องไร้เงาหญิงคนรักกับลูกแต่เ้าหน้าที่ตำรวจกับพยาบาลกลับเต็มห้อง
“เกิดอะไรขึ้นครับเข็มกับลูกหายไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มใจหาย ยิ่งเห็นสภาพห้องยิ่งห่วงสองแม่ลูก
“มีคนร้ายบุกเข้ามาในโรงพยาบาลจะทำร้ายคนไข้กับลูกค่ะ”พยาบาลคนที่เห็นเหตุการณ์เล่า
“อะไรนะ”เสียงชายหนุ่มแหบ ใจหล่นพื้น
“อาจจะเป็การชิงทรัพย์หรือไม่ก็กลั่นแกล้งกันครับมีเศษกระดาษนี่หล่นอยู่”ตำรวจที่เข้ามาเก็บหลักฐานยื่นซองใสที่ข้างในมีเช็คเงินสดครึ่งใบอยู่ในนั้นให้ศานต์ดู
เขารู้แล้วว่าคนร้ายมาจากไหนแต่ไม่อยากพูดมากไปกว่านี้หากสืบสาวไปทางนิลตาจะเกี่ยวพันด้วย ดีไม่ดีอาจส่งผลกระทบต่ออนาคตในบริษัท
“แล้วเข็มกับลูกอยู่ไหนครับปลอดภัยหรือเปล่า”
พยาบาลกับรปภ.ถอนหายใจพร้อมกันเมื่อได้ฟังคำถาม“ตอนเรามาเจอคนไข้ดอกเข็มกำลังป้องกันตัวเองจากคนร้ายค่ะ คนร้ายพอเห็นคนมาก็รีบหนีส่วนคนไข้หิ้วกระเป๋าอุ้มลูกวิ่งออกไปเลยค่ะไปถึงหน้าโรงพยาบาลก็วิ่งขึ้นรถจนพวกเราตามไม่ทัน” พยาบาลเล่าเหตุการณ์
ศานต์หลับตาลงอย่างเจ็บแค้นที่ตัวเองไม่ได้อยู่ปกป้องเธอ
“แล้วพอจะรู้ไหมครับว่ารถคันนั้นวิ่งสายไหน”
รู้เส้นทางรถประจำทางที่ดอกเข็มขึ้นศานต์รีบขับรถออกไปตามทันทีชายหนุ่มมองป้ายรถข้างทางหวังว่าจะเจอเธอแต่ไร้วี่แววจนถึงป้ายโดยสารสุดท้ายก็ยังไม่เจอเงาดอกเข็มเลย ใจเขาเป็ห่วงมาก
ศานต์จอดรถพิจารณาว่าหญิงสาวจะไปไหนได้ตอนนั้นมือถือเขามีสายเรียกเข้า
“ว่าไงนิ่มเข็มกลับไปที่บ้านหรือเปล่า”
“ไม่เจอคุณเข็มเลยค่ะคุณศานต์เมื่อเช้าฉันมาทำงานเห็นบ้านว่างเปล่า เสื้อผ้าของคุณเข็มก็ไม่อยู่แล้ว”
‘เข็มอยู่โรงพยาบาลตลอดเอาเวลาไหนไปเก็บเสื้อผ้าหรือว่า…” ชายหนุ่มวางสายแม่บ้านรีบโทรหามัสยา
“ไม่นะคะฉันกลับเชียงใหม่หลายวันแล้ว เข็มไม่ได้ติดต่อมาเลย เกิดอะไรขึ้นกับเข็มเหรอคะ”
“เื่มันยาวน่ะถ้าเข็มติดต่อไปคุณช่วยโทรหาผมด้วยนะครับ”ความจริงศานต์มั่นใจเกินครึ่งว่ามัสยากำลังปกปิดช่วยดอกเข็มเขาไม่ได้จะห้ามไม่ให้เธอไปเพียงแต่เช็คเงินสดถูกทำลายห่วงว่าเธอกับลูกจะลำบาก
เสียงเรียกเข้ามือถือชายหนุ่มดังขึ้นในจังหวะที่คิดอะไรไม่ออกเบอร์โทรเป็เบอร์ไม่คุ้นแต่เสียงที่ได้ยินนั้นทำใจเต้นแรงโล่งอกที่เธอยังปลอดภัย
“เข็มคุณอยู่ที่ไหนเป็อะไรหรือเปล่า ผมจะไปหาคุณคุณอยู่ที่ไหน”
“อย่าเลยค่ะยังไงวันนี้เราก็ต้องจากกันอยู่แล้วฉันแค่โทรมาลาคุณ ฉันกับลูกสบายดีไม่ต้องห่วง”
“แต่ว่าเช็คที่ผมให้คุณมันขาดไปแล้วคุณอย่าพึ่งไปได้ไหมบอกผมมาเถอะว่าคุณอยู่ที่ไหน”
ศานต์ได้ยินเสียงเอะอะดังแทรกมาในสายคิดว่าเธอน่าจะอยู่สถานีขนส่ง ถ้าจะไปบ้านมัสยาที่เชียงใหม่งั้นก็ต้องหมอชิตคิดได้ชายหนุ่มก็รีบสตาร์ทรถ
“เข็มรอผมก่อนนะอย่าพึ่งไป”
ดอกเข็มวางสายเดินก้มหน้าออกจากตู้โทรศัพท์สาธารณะอุ้มลูกไปนั่งรอเวลารถออกบนรถ พอได้ยินเสียงเขาเธอทำใจไม่ได้เลยแต่หากรั้งจะเจอชีวิตของลูกคงไม่ปลอดภัยขนาดในโรงพยาบาลนิลตายังส่งคนมาทำร้ายเธอได้
คนร้ายสวมชุดสีดำปิดหน้าด้วยหมวกโม่งบุกเข้ามาในห้องตอนเธอกำลังเก็บของพวกนั้นเข้ามาจะเอาลูกเธอไปโชคดีที่คว้าพระพายมาได้ทันและพยายามจะวิ่งหนีแต่พวกนั้นตามมาขวางผลักให้ชนผนัง
ดอกเข็มใช้มือข้างหนึ่งปกป้องลูกไม่ให้ได้รับอันตรายอีกข้างตีไปที่คนร้ายมือเธอหยิบหาของที่พอจะเอื้อมถึงมาเป็อาวุธกระเป๋าเงินที่ไม่ทันรูดซิบร่วงกราวลงมาทั้งเศษเหรียญและธนบัตรย่อยดอกเข็มรีบก้มเก็บแหวนกับเช็ค พวกคนร้ายก็พยายามยื้อแย่งไปจากมือเธอ ไม่รู้เพราะโลภหรือเ้านายสั่งมาว่าอย่าให้ผู้หญิงอย่างเธอได้พบเจอความสะดวกสบาย
เสียงร้องของเธอกับพระพายดังแข่งกันออกไปนอกห้องพวกพยาบาลจึงเข้ามาช่วยเหลือทัน คนร้ายหนีออกไปพยาบาลบางคนวิ่งตามร้องให้คนที่แข็งแรงช่วยจับไว้แต่จับไม่ได้อยู่ดี
ดอกเข็มรู้แล้วว่านิลตา้ากำจัดลูกของเธอให้ได้จึงไม่รอช้ารีบพาเขาออกจากโรงพยาบาล
“พี่คะรถจะออกเมื่อไหร่คะ” พนักงานตรวจตั๋วเดินทำหน้าที่บนรถหญิงสาวจึงเอ่ยถาม
“สิบห้านาทีออกน้องซื้อตั๋วให้ลูกยังต้องซื้อสองที่นะ”
“ซื้อแล้วค่ะ”เธอยื่นตั๋วที่กำไว้ในมือให้เขาตรวจ พนักงานรับไปฉีกแล้วคืนให้พลางถอนใจ
“วันนี้แดดร้อนหวังว่าเด็กนี่จะไม่ร้องจนหงุดหงิดหรอกนะ”พูดเสียงดังจนผู้โดยสารคนอื่นหันมามองไม่พอใจเธอ
ดอกเข็มกอดลูกที่ยังหลับไว้ชิดอกไม่ให้สายตาของใครส่งมาทิ่มแทงเขาหญิงสาวอดทนรอเวลารถออกอย่างเจียมตัวยกกระเป๋าน้ำดื่มกับเสื้อผ้าสองสามชุดวางเบาะข้างกันไม่ให้ใครมากวน
ในที่สุดก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ถึงเวลาออกเดินทางแล้วสินะเธอมองออกไปนอกหน้าต่างอำลาเมืองกรุงที่ต่อไปจะกลายเป็เพียงความทรงจำ
รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างเชื่องช้าอยู่ในสถานีต้องระวังรถโดยสารคันอื่นด้วย
“เข็มเข็ม อย่าพึ่งไป” ท่ามกลางเสียงดังของเครื่องยนต์ดอกเข็มได้ยินเสียงที่ทำให้ใจร่ำไห้
ศานต์ตามมาหาเธอเขาตามมาถูกจริง ๆ เธอชะเง้อมองด้วยความอาวรณ์ อยากมองอีกฝ่ายไปจนกว่าจะลับสายตา