แสงแดดยามบ่ายสาดสะท้อนแผ่นป้ายผ้าดิบหน้าร้านรถเข็นสีแดงของหลินเสี่ยวฟาน กลิ่นแป้งหมี่สุกใหม่และกลิ่นทุเรียนป่าโชยอวลเรียกลูกค้าให้มาต่อแถวยาวเหยียดจนท้ายแถวพาดผ่านสะพานหินไปไกล ทว่าในความรุ่งเรืองอันดับหนึ่งของตลาดท้ายเมืองชิงสุ่ยนี้ ย่อมมีสายตาแห่งความริษยาจับจ้องอยู่เสมอ
ณ ใจกลางเมืองชิงสุ่ย เหลาขนมเปี๊ยะตระกูลหวัง ซึ่งเป็ร้านขนมเก่าแก่และใหญ่โตที่สุดในเมืองกำลังเงียบเหงาราวกับสุสาน เถ้าแก่หวัง ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าไหมหรูหรา นั่งตบโต๊ะเสียงดัง ปัง! ด้วยความโมโหระคนเครียดแค้น ยอดขายขนมเปี๊ยะของเขาดิ่งลงเหวั้แ่วันที่เ้าแสบหลินเสี่ยวฟานให้กำเนิด "โรตีสายไหมสะท้านภพ"
“หนอย! ไอ้เด็กเมื่อวานซืนตระกูลหลิน! มันแผลงวิชาบ้าบออะไรทำขนมเส้นด้าย บินได้ ขโมยลูกค้าของข้าไปจนหมดสิ้น! หากปล่อยไว้แบบนี้เหลาขนมเปี๊ยะร้อยปีของข้าต้องเจ๊งแน่!” เถ้าแก่หวังขบกรามแน่นจนแก้มกระตุก
มันหันไปกวักมือเรียก เ้าสามเสือ นักเลงหัวโจกคุมตลาดท้องถิ่นพร้อมสมุนร่างใหญ่หน้าตาเหี้ยมเกรียมอีกสองคนเข้ามาหา “พวกเ้าสามคน เอาเงินนี้ไป 200 อีแปะ! จงเดินทางไปที่แผงของเ้าเสี่ยวฟานท้ายตลาด แล้วจัดการ ‘ทำลายร่องรอย’ ความน่าเชื่อถือของมันซะ! อย่าให้มันตั้งแผงขายขนมในเมืองนี้ได้อีก!”
เ้าสามเสือยิ้มเหี้ยม ควักถุงเงินไปยัดใส่กระเป๋า “เถ้าแก่หวังวางใจได้เลย เื่ป่วนเมืองถนัดพวกข้านัก ข้าจะทำให้นังหนูเสี่ยวฟานนั่นร้องไห้กลับไปซบอดแม่มันไม่ทันเลยทีเดียว!”
บ่ายวันนั้น ขณะที่หลินเสี่ยวฟานกำลังควงไม้พายและสะบัดแป้งร่อนลมโชว์ลีลาขิงคนดูอย่างเมามัน ลูกค้าในแถวกำลังส่งเสียงเชียร์ ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากท้ายแถว ชายฉกรรจ์ร่างั์สามคนเดินกร่างเข้ามา ผลักไสชาวบ้านและสตรีที่กำลังต่อแถวจนล้มลุกคลุกคลาน แถวอันเป็ระเบียบพังทลายลงในพริบตา
เ้าสามเสือเดินนำหน้า ถือไม้พลองยาวก้าวสามขุมเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้ารถเข็นของเสี่ยวฟาน มันใช้ไม้พลองกระแทกเตาถ่านจนเถ้าปลิวลอย ทุบลงบนแผ่นไม้รถเข็นดัง ปัง!
“เฮ้ย! เ้าหนูเสี่ยวฟาน แผงของแกทำไมกลิ่นทุเรียนเหม็นเน่าราวกับส้วมแตก รบกวนสุขอนามัยของชาวบ้านเยี่ยงนี้! แถมขนมของแกกินแล้วจะท้องร่วงตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ ข้าว่าแกเก็บร้านเน่า ๆ นี่แล้วไสหัวไปจากตลาดท้ายเมืองชิงสุ่ยซะ ดีกว่าต้องเจ็บตัวกระดูกหัก!” เ้าสามเสือะโลั่นลานตลาด
ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างพากันเงียบกริบด้วยความกลัว หลายคนถอยห่างออกไปเพราะรู้กิตติศัพท์ความโหดร้ายของนักเลงกลุ่มนี้ นายน้อยกู้ (กู้เทียนเหว่ย) ที่กำลังนั่งกินโรตีอยู่แถวนั้นเห็นท่าไม่ดี เส้นเืขึ้นหน้า เตรียมจะสั่งให้สมุนของตนเข้าปะทะ ทว่าเสี่ยวฟานกลับยกมือขึ้นห้ามไว้
หลินเสี่ยวฟานจ้องมองหน้าของนักเลงทั้งสามคน แววตาเ้าเล่ห์ของเขาหรี่ลง รอยยิ้มมุมปากขี้โกงยังคงไม่หายไป ศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ค้ำคอของเขามันพลุ่งพล่านขึ้นมาทันที แกล้งข้าเื่ตัดราคาข้ายังพอทน แต่มาสบประมาทว่าขนมของข้าเหม็นเน่าไร้คุณภาพทำลายภาพลักษณ์าาของหวานรึ? เสียหน้าต่อหน้าประชาชีขนาดนี้... คนอย่างหลินเสี่ยวฟาน ยอมหัวขาดแต่หน้าห้ามแตกเด็ดขาด!