หรงเยว่ซีโค้งขอบคุณขันทีที่เดินนำเขาเข้ามายังห้องบรรทมของฮ่องเต่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะคำนับเขาและขอตัวออกไปด้านนอกพร้อมกับเสี่ยวเว่ย โดยไม่ลืมบอกว่าหากเขาและฮ่องเต้ประสงค์สิ่งใดสามารถสั่นกระดิ่งบริเวณหัวเตียงได้ทันที
ร่างสูงก้าวเดินอย่างเงียบเชียบเนื่องจากขันทีคนเมื่อครู่ได้บอกกับเขาว่า ซีฉินมู่หยางลุกขึ้นมาทานข้าวทานยาแล้วก็หลับไปสักพักแล้ว เขาจึงไม่กล้าส่งเสียงดังเพราะกลัวว่าจะทำคนงามตื่นได้
เตียงกว้างมีผ้าม่านโปร่งสีแดงล้อมรอบพอให้เขามองเห็นเงาร่างโปร่งที่นอนอยู่กลางเตียง หรงเยว่ซีใช้มือของตัวเองแง้มม่านเพื่อสังเกตอาการคนป่วย แต่สิ่งแรกที่เขาเห็นกับเป็ภาพคนป่วยในชุดนอนที่แหวกอกเสียจนเขาเห็นไปถึงไหนต่อไหน ยังดีที่ส่วนล่างของอีกฝ่ายมีผ้าแพรผืนบางห่มเอาไว้อยู่
หรงเยว่ซีกลั้นหายใจให้กับภาพที่แสนเย้ายวนความ้าตรงหน้าของเขา เขาขยับนั่งที่เตียงก่อนจะคลี่ผ้าแพรขึ้นมาห่มให้ปิดจุดแดงๆ ล่อตาล่อใจของเขาเสียหน่อย เขานึกโล่งใจที่ผิวใต้ร่มผ้า่บนของอีกฝ่ายไม่ได้มีรอยรัก หรือรอยช้ำชวนบาดตาให้คนที่พึ่งอกหักหมาดๆ แบบเขาน้ำตาตกใน
แม้ใจจะนึกอยากห่มให้ถึงต้นคอ แต่คนป่วยควรอยู่ในสถานที่ปลอดโปร่ง และไม่สวมเสื้อที่ไม่ระบายอากาศจะดีที่สุด หลังมือของเขาััลงบนหน้าผากเนียนก็พบว่าไข้อีกฝ่ายไม่ได้สูงมากนัก ไม่ก็เป็เพราะพึ่งทานยาไปไม่นาน
ดวงตาคมมองใบหน้าอันงดงามของซีฉินมู่หยางที่กำลังหลับพริ้มอย่างต้องมนต์สะกด เขานึกถึงภาพของเมื่อคืนที่เขาใช้ภาพของอีกฝ่ายในการสำเร็จความใคร่จนรู้รสนิยมบนเตียงของตัวเองแล้วก็รู้สึกละอายใจจริงๆ
หรงเยว่ซีไม่รู้ว่าเขาเผลอเหม่ออยู่ในความคิดของตัวเองนานแค่ไหน เพราะเมื่อรู้สึกตัวอีกทีและตั้งใจจะกลับจวนของตัวเองหลังจากได้เห็นอาการอีกฝ่ายแล้วว่าไม่ได้เป็อะไรมาก เขาจึงไม่คิดอยู่นานเพื่อรบกวนคนป่วยอีก แต่ก็ต้องชะงักกับสายตาตัดพ้อบนใบหน้าของคนป่วยที่ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาั้แ่ตอนไหนเสียก่อน
"ฝ่าา ข้าเพียงแวะเข้ามาดูอาการของท่านเท่านั้น ตอนนี้กำลังจะกลับพอดี ข้าขอโทษที่มารบกวนพ่ะย่ะค่ะ" หรงเยว่ซีเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งหลุบตาต่ำไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า
"ซีเอ๋อร์ เ้าไม่สบายเป็เช่นไรบ้าง แล้วมาเยี่ยมข้าแบบนี้จะไม่ไข้กลับงั้นเหรอ"
"อ่า ข้าหายป่วยดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ต้องขออภัยฝ่าาที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ออกมาพบท่าน แถมยังไม่ให้ท่านเข้าไปเยี่ยมไข้อีก"
"ข้าไม่โกรธซีเอ๋อร์เลย ซีเอ๋อร์หายไข้ก็ดีแล้ว"
ซีฉินมู่หยางที่แกล้งป่วยทำทีเป็ขยับตัวจะนั่งพิงหัวเตียงแต่ไม่มีแรงมากพอ จนอีกฝ่ายต้องขยับตัวเข้ามาใกล้และช่วยประคองเขามานั่งพิงหมอน ทว่าเมื่อมือหนาหยิบหมอนหนุนขึ้นมาเขาก็พบเข้าตำรายวนยาง์ถูกวางเอาไว้ใต้หมอน!
หรงเยว่ซีจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายสลับกับตำรายวนยาง์ เขาคิดว่าตัวเองจะได้เห็นใบหน้าเขินอายของอีกฝ่ายยามที่มีคนเห็นความลับว่าแอบอ่านตำราที่ภายในมีเนื้อหาเกี่ยวกับกามอารมณ์ แต่ซีฉินมู่หยางกลับมีสีหน้าเศร้าสร้อย ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำตาจวนเจียนจะหยดลงมาเสียอย่างนั้น
หรงเยว่ซีลนลานขึ้นมาทันที เขาลืมความคิดที่จะตีตัวออกหากจากอีกฝ่ายไปจนหมดแล้วขยับคว้าร่างของอีกคนเข้ามาในอ้อมกอดโดยใช้สัญชาตญาณในการชักนำการกระทำนี้
มือใหญ่ขยับลูบแผ่นหลังอย่างถือวิสาสะ น้ำเสียงของเขาก็ถูกดัดให้อ่อนลงเพื่อถามอีกฝ่ายอย่างร้อนใจ
"ฝ่าา เกิดอะไรขึ้นกับท่าน ทำไมท่านจึงเหมือนจะร้องไห้เช่นนี้ ท่านสามารถเล่าให้ข้าฟังได้นะ ข้าไม่ใช่สหายอีกคนของท่านหรือไงกัน"
'สหาย' คำนี้พูดออกไปก็เจ็บเอง
"เ้าไม่มีสีหน้าสงสัยที่เห็นตำรายวนยาง์เล่มนี้แสดงว่าเ้าเคยอ่านมันแล้วใช่หรือไม่"
ซีฉินมู่หยางช้อนดวงตาฉ่ำน้ำของตัวเองจ้องสบกับดวงตาของหรงเยว่ซี สองมือของเขาขยำเสื้อท่อนบนของอีกฝ่ายเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้คนตรงหน้าคิดหลบหนีจากเขา
หรงเยว่ซีที่ไม่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกล่อเข้ามาในถ้ำัเสียแล้ว เม้มปากก่อนจะพยักหน้าเป็คำตอบ
"ข้าลองตรองคำพูดผ่านๆ มาที่เ้าเคยพูดกับข้า ดูเหมือนเ้าจะเป็อีกคนที่เชื่อในตำรายวนยาง์เล่มนี้ว่าข้ากับแม่ทัพไป๋คือสามีภรรยากันจริงๆ เป็แน่"
"อ่า ฝ่าา ความรักของท่านกับแม่ทัพไป๋ไม่ใช่เื่ที่ผิดเลย ตอนนี้ประชาชนทุกคนต่างสนับสนุนความรักของท่านกับแม่ทัพไป๋กันทั้งนั้น ความรักระหว่างบุรุษกับบุรุษด้วยกันไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจอีกต่อไปแล้ว ข้าเชื่อว่าถ้าท่านเปิดตัวว่าท่านรักกับแม่ทัพไป๋ ท่านจะไม่รู้สึกอึดอัดที่ต้องเก็บงำเป็ความลับอีกต่อไปแน่นอน"
"แต่ข้าไม่ได้รักแม่ทัพไป ข้ารักเ้าต่างหากหรงเยว่ซี!"
ซีฉินมู่หยางที่คิดว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะหยุดความเพ้อเจ้อชอบมโนของอีกฝ่ายเสียที เขาจึงได้สารภาพรักออกไป แต่ดูเหมือนจะเผลอลืมตัวจนใส่อารมณ์ลงไปจนกลายเป็เสียงดังกึ่งะโเสีย นี่เป็การสารภาพรักครั้งแรกในทั้งสองชีวิตของเขาเลยนะ แค่บอกรักอีกฝ่ายเฉยๆ จะธรรมดาเกินไปรึเปล่า คงต้องเพิ่มลูกเล่นอีกนิดหน่อย คนที่กำลังทำหน้าอึ้งค้างกับความจริงที่ได้ยินอยู่ตอนนี้จะได้จดจำไว้ไม่ลืม
คนงามแสนเ้าเล่ห์ลอบยิ้มอยู่ในใจ เขาใช้สองมือประคองใบหน้าของอีกฝ่ายก่อนขยับตัวเล็กน้อยเพื่อแนบจุมพิตลงไปบนริมฝีปากนุ่มของหรงเยว่ซี เขาแช่จูบซึมซับััระหว่างเราสองคนไว้ชั่วครู่ จากนั้นก็รีบขยับตัวนอนลงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหัวไว้เพื่อซ่อนใบหน้าที่กำลังยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ
หรงเยว่ซีที่ช็อกแรกจากคำปฏิเสธของคนงามตรงหน้าว่าไม่ได้รักแม่ทัพไป๋ ตามมาด้วยช็อกที่สองคือคำสารภาพรักของอีกฝ่ายที่มีต่อเขาไม่ใช่แม่ทัพไป๋ที่เขาหลงเชื่อมาตลอด
และสุดท้ายคือคอมโบ้ช็อกสุดๆ เมื่อเขาถูกคนงามที่เขาหลงรักและพึ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเองก็รักเขาเช่นกันมาขโมยจุมพิตเขาไปเสียดื้อๆ แล้วยังมามุดผ้าห่มหนีด้วยความเขินอายอีก
หรงเยว่ซียกมือขึ้นแตะบนริมฝีปากของตัวเองที่ยังมีััอุ่นนุ่มจากอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่ายตกค้างเอาไว้ทั้งบนผิวและในใจของเขาที่กำลังพองโตและเต้นด้วยจังหวะรัวแรง ผิวแก้มของเขาร้อนวูบวาบไปหมด
คนงามของเขาไม่ได้รักแม่ทัพไป๋! เป็เขาที่เข้าใจผิดไปเองจนพาคนทั้งแคว้นเข้าใจผิดตามเขาไปด้วยอีก...
ให้ตายเถอะ เขาไม่ได้เสียใจที่ความเข้าใจผิดของเขาทำให้เขาถอดใจกับแม่ทัพไป๋ไปก่อนเลยสักนิด แต่เขากลับรู้สึกดีมากกว่าที่ความเข้าใจผิดของเขาในเวลานั้น พาเขามาไกลจนได้มีความรู้สึกเดียวกันกับซีฉินมู่หยางผู้นี้
หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาจะขอให้ตัวเองในอดีตมีความเข้าใจผิดเช่นเดิม แต่เขาจะเข้าไปแก้ไขการที่เขานำแม่ทัพไป๋กับฮ่องเต้มาเป็ตัวละครคนรักกันต่างหาก
เอาเถอะ ความเข้าใจผิดของคนทั้งแคว้นเขาค่อยไปตามแก้ทีหลัง แต่ตอนนี้เขาควรลงโทษโจรขโมยจูบอย่างไรดีนะ หึๆ
หรงเยว่ซีไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองรึเปล่า เมื่อเขาทำใจยอมรับว่าตัวเองเป็ฝ่ายรุกได้แล้ว เขาก็ดันรู้สึกฮึกเหิม กระชุ่มกระชวยหัวใจที่จะได้เป็ฝ่ายต้อนฮ่องเต้เข้ามาในอ้อมแขน เหมือนอย่างตอนนี้ที่เขากำลังกักขังคนงามเอาไว้ใต้ร่าง แน่นอนว่าที่เขาไม่คร่อมตัวลงไปเต็มๆ เหมือนฉากในนิยายที่ชอบเขียนก็เพราะกลัวว่าตัวเองที่เป็มือใหม่ในการหัดรุกจะเผลอรู้สึกไวจนร่างกายแสดงปฏิกิริยาน่าอับอายออกมาต่อหน้าอีกฝ่ายจนเผลอหวาดกลัวเขาเอาได้
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยภูมิใจในส่วนนั้นของเขาที่ไม่ได้มีขนาดกะทัดรัดแบบเกอคนอื่น แต่ดันมีขนาดพอสมควรที่ทำให้เขาที่ผันตัวมาเป็รุกไม่รู้สึกอับอาย
หรงเยว่ซีดึงผ้าที่ปิดคลุมใบหน้าของคนงามที่แสน'ขี้อาย'และ'ไม่ประสีประสา'ออก เปิดเผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำของอีกฝ่ายยิ่งชวนให้น่ามองและกลั่นแกล้งเหลือเกิน เขาพยายามกระตุกยิ้มมุมปากเลียนแบบพระเอกในนิยาย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนที่เก๊กให้เสียงต่ำกว่าปกติ
"ฝ่าาจะมาขโมยจุมพิตข้าแล้วหนีหน้าแบบนี้ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ มาให้ข้าเอาคืนเสียดีๆ"
อุ๊บ! ฮ่าๆๆๆ ซีฉินมู่หยางเกือบจะหลุดขำกับท่าทางแสนขี้เก๊กและคำพูดสุดจะชวนขำของอีกฝ่าย แต่เขาก็ทำได้เพียงกลั้นขำและหัวเราะในใจจนหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดไปว่าเขาเขินอายกับคำพูดเมื่อครู่
หรงเยว่ซีที่เห็นอีกฝ่ายเขินกว่าเดิมเขาก็ยิ่งได้ใจ เขาประคองใบหน้าของอีกฝ่ายเอาไว้จากนั้นก็ก้มลงประทับริมฝีปากของตัวเองกลับปากแดงสวยของซีฉินมู่หยางบ้าง
แม้หัวใจของเขาในเวลานี้จะเต้นรัวกระหน่ำจนแทบทะลุอกออกมาแต่เขาก็ต้องพยายามนิ่งขรึมเอาไว้ให้ได้ หรงเยว่ซีถอนจุมพิตที่เป็เพียงการใช้ริมฝีปากแนบกันออก จากนั้นเขาก็สารภาพรักกับอีกฝ่ายกำลังทำตาโตมองเขาอยู่อย่างใ
"ข้าดีใจที่ท่านกับแม่ทัพไป๋ไม่ใช่คนรักกัน เพราะข้าเองก็รักท่านเช่นเดียวกันซีฉินมู่หยาง"
ดวงตาัฉายแววเข้มขึ้นเมื่อเขาต้องหักห้ามความ้าของตัวเองที่อยากฉีกแผนทุกอย่างทิ้งไปแล้วจับฟัดเ้าตัวแสบให้จมเตียงั้แ่วันนี้เสียเลย เขาไม่คิดมาก่อนว่าอีกฝ่ายจะบ้าบิ่นกล้าเป็ฝ่ายจุมพิตเขาก่อนเช่นนี้ ถึงเขาจะแกล้งอีกฝ่ายก่อนก็เถอะ
ก่อนหน้านี้ที่หรงเยว่ซีบ่ายเบี่ยงหลบหน้าเขา ซีฉินมู่หยางก็พอมองออกแล้วว่าอีกฝ่ายคงเริ่มมีใจให้เขาบ้างแล้ว แต่คงกำลังสับสนในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่นอย่างผิดๆ ในเื่ของเขากับไป๋เทียนอี้ เขาก็ไม่คิดเซ้าซี้และให้เวลาอีกฝ่ายได้ไตร่ตรองความรู้สึกของตัวเอง
ก่อนจะวางแผนเื่อาการป่วยของเขาเพื่อดึงอีกฝ่ายให้ออกมาจากจวนตระกูลหรงที่เขาทำอะไรไม่สะดวกมายังสถานที่ของเขาแทน เพื่อกำจัดความเข้าใจผิดของอีกฝ่ายรวมถึงพูดคุยความรู้สึกของพวกเขาทั้งคู่ให้ตรงกัน ซึ่งทุกอย่างก็ตรงไปตามแผนที่เขาวางไว้ จะมีก็เพียงความประหลาดใจที่เขามีต่อหรงเยว่ซีในเวลานี้เนี่ยแหละ
ไม่คิดว่าการที่เขาทำให้อีกฝ่ายสับสนเื่ของความชอบบนเตียงจะไปกระตุ้น'ความแปลก'ของอีกคนได้ขนาดนี้!
"ในเมื่อเราสองคนใจตรงกัน ตอนนี้ท่านกับข้าจึงถือว่าเป็คนรักกันแล้วนะฝ่าา ไม่สิ หยางเอ๋อร์ ว่าแต่สินสอดตอนไปสู่ขอฮ่องเต้เป็ภรรยานี่เท่าไหร่เหรอหยางเอ๋อร์ ข้าจะได้คำนวณว่าเงินเก็บของข้าเวลานี้เพียงพอเหรอไม่?"
ข้าต่างหากที่ต้องไปสู่ขอเ้า หรงเยว่ซี!
talk: รีบไปแก้ข่าวนะซีซี ส่วนเื่สินสอด หนูนอนรอเฉยๆ พอ เดี๋ยวพี่เต้จัดการเองจ้า