“โอ้อรุณสวัสดิ์ครับท่านปรมาจารย์ไป่”
ถังเทียนจี๋ซึ่งกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารรีบลุกขึ้นมาทักทายหญิงสาวในทันทีที่เห็นไป่ฟานเซียนเดินเข้ามาเหตุการณ์เมื่อวานถ้าไม่นับเื่ที่ยังหาคนที่อยู่เื้ัปรสิตในร่างหลานสาวไม่ได้แล้วนับว่าเป็วันที่เขามีความสุขมาก
นอกจากหลานสาวที่ป่วยมาหลายปีจะหายดีทั้งยังร่าเริงเป็อย่างยิ่งเขารู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลถังและท่านปรมาจารย์ไป่แน่นแฟ้นขึ้นมาไม่น้อย
เมื่อเห็นภาพเด็กหญิงสองคนที่จูงมือเดินตามกันมาเขาก็ยิ่งยิ้มร่าและหัวเราะอย่างมีความสุข
เขาเข้าไปจูงเด็กทั้งสองมาที่โต๊ะอาหารทั้งสองคนถูกจัดที่นั่งไว้ติดกัน ส่วนถังซื่อหยวนและถังซินหลานเมื่อเห็นไป่ฟานเซียนก็รีบทักทายอย่างสุภาพ
โดยเฉพาะกับถังซินหลานเธอรีบเข้าไปขอโทษสำหรับความไร้มารยาทเมื่อวานทั้งยังรู้สึกสำนึกในบุญคุณของไป่ฟานเซียนที่ช่วยชีวิตลูกสาวของตัวเอง
“คุณไป่ไม่สิท่านปรมาจารย์ไป่ ผมขอโทษกับความไร้มารยาทจริงๆครับ”
ถังเล่อถงเองก็เป็อีกหนึ่งคนที่ก้าวออกมาขอโทษหลังจากที่ได้สติเพราะอาการตกตะลึงจากปาฏิหาริย์ที่ไป่ฟานเซ๊ยนแสดงให้ดูเมื่อวานความรู้สึกที่เขามีต่อหญิงสาวก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
เพียงแต่ไม่ใช่ในแนวหนุ่มสาวเขามองไป่ฟานเซียนราวกับไอดอลที่เขาเทิดทูน
สำหรับนักปรุงยาทุกคนหากได้มาเห็นสิ่งที่เขาเห็นย่อมต้องรู้สึกเหมือนหญิงสาวตรงหน้าเป็เทพเซียนความฝันของพวกเขาคือการพัฒนาศาสตร์ในการปรุงยาให้ได้เฉกเช่นเดียวกันทั้งนั้น
ไป่ฟานเซียนแน่นอนว่าคร้านที่จะใส่ใจนางนั่งลงที่โต๊ะอาหารโดยมีลุงหวงเสิร์ฟชาร้อนอย่างดีให้ในทันทีและไม่ต้องเอ่ยปากขอ
“...รบกวนเ้าแล้ว”
“เป็เกียรติของผมครับท่านปรมาจารย์ไป่”
ลุงหวงค้อมตัวอย่างสุภาพเขารู้ถึงความชอบของปรมาจารย์ไป่ต่อชาร้อนพวกนี้มากทำให้เขาไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะนำชาอย่างดีทั้งหลายมาเสิร์ฟให้นางโดยไม่สนใจว่าจะเป็่เวลาก่อนอาหารและจะเป็การเสียมารยาทต่อนายท่านหรือนายใหญ่หรือไม่ก็ตาม
เพราะตระกูลถังที่เหลือล้วนพยักหน้าอย่างพอใจเมื่อเห็นนางจิบชาแล้วเผยรอยยิ้มบางๆ!
แต่ทันใดนั้นเองถังเย่เย่ที่นั่งจ้องไป่ฟานเซียนมาพักหนึ่งก็ะโลงมาจากเก้าอี้เขาสั้นๆของนางวิ่งมาอยู่ข้างๆไป่ฟานเซียน ยิ่งเด็กน้อยเข้ามามองใกล้ๆเท่าไรดวงตาของเธอก็ยิ่งเปล่งประกายมากขึ้นเท่านั้น
“นายหญิงเป็คนช่วยรักษาเย่เย่ใช่ไหมคะ?”
คำถามของเด็กน้อยทำให้ตระกูลถังใถังซื่อหยวนรีบเข้ามาจะอุ้มลูกสาวแต่ก็ไม่รู้ว่าเด็กตัวน้อยเท่านี้เอาพลังมาจากไหน เธอดิ้นแค่ครู่เดียวก็หลุดมาจากอ้อมแขนของผู้เป็บิดา
“ทำไมถึงเรียกท่านปรมาจารย์ไป่แบบนั้นล่ะลูก?”ถังซื่อหยวนถามอย่างกังวล ทั้งยังแอบมองท่าทีของไป่ฟานเซียนเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงจิบชาอย่างผ่อนคลายก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ก็พี่ฮุ่ยเอ๋อเรียกพี่สาวแบบนั้นเย่เย่ก็จะเรียกด้วย” ถังเย่เย่ชี้ไปยังฮุ่ยเอ๋อซึ่งพยักหน้ารับอย่างภูมิใจเพราะเธอเป็คนสอนเด็กน้อยเย่เย่เอง
“ไม่ได้นะลูกหนูต้องเรียกท่านปรมาจารย์ไป่ต่างหาก”
“...ไม่เป็ไร”
แต่คำตอบของไป่ฟานเซียนทำให้ตระกูลถังตาค้าง
โดยเฉพาะกับผู้เฒ่าถังเทียนจี๋เขาถึงกับดีใจจนเนื้อเต้นหากหลานสาวของเขาสามารถผูกสัมพันธ์กับปรมาจารย์ไป่ได้จริงๆต่อให้จะไม่ใช่ศิษย์แต่เป็ผู้ติดตามก็นับว่าดีเยี่ยมอย่างยิ่งแล้ว!
เพราะจากที่เขาดูปรมาจารย์ไป่ดูจะใจดีกับคนของตัวเองมากๆ อย่างเด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อที่เขาแน่ใจว่าเธอมีความสุขอย่างยิ่งที่ได้ติดตามไป่ฟานเซียน
แต่อย่างไรก็ต้องดูท่าทีไปก่อนเขากลัวว่าหากเร่งรัดเกินไปจะถูกปฏิเสธในฉับพลันเหมือนกับที่เขาขอให้รับตัวเองเป็ศิษย์เมื่อวาน
“อะแฮ่ม! ท่านปรมาจารย์ไป่ครับ เกี่ยวกับเื่บ้านที่ตกลงเอาไว้”
ถังเทียนจี๋เปลี่ยนประเด็นลุงหวงที่หายไปก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับโฉนดที่ดินแผ่นหนึ่งและแท็บเล็ตในมือเขานำมันไปวางไว้หน้าไป่ฟานเซียนอย่างนอบน้อม
“นี่คือโฉนดของบ้านติดทะเลครับมันทั้งใหญ่โตกว้างขวาง และยังค่อนข้างจะปลอดผู้คนเพราะเป็ที่ดินส่วนตัวตรงกับความ้าของท่านทุกอย่าง”
ลุงหวงอธิบายอย่างฉะฉานระหว่างนั้นก็นำแท็บเล็ตในมือเปิดภาพของคฤหาสน์ที่ดูทันสมัยและสร้างอยู่ติดกับทะเลโดยมีระเบียงด้านหนึ่งยาวไปจนถึงชายหาด
อีกด้านของบ้านเป็สนามหญ้าโล่งที่ถูกตัดแต่งโดยผู้เชี่ยวชาญจนดูร่มรื่นสบายตาทั้งตัวบ้านยังปลอดโปร่งและมีเนื้อที่กว้างขวางเพียงพอให้คนเป็สิบอาศัยอยู่ได้อย่างสบาย
นอกจากนี้ที่ดินส่วนนั้นยังเป็ทรัพย์สินส่วนตัวถังเทียนจี๋ใช้อำนาจในมือกว้านซื้อเอาที่ดินบริเวณนั้นมาจนหมดเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครกล้ามารบกวน
เรียกได้ว่าเป็การลงทุนที่มหาศาลมาก
แต่ถังเทียนจี๋กลับไม่คิดว่ามันเป็เื่ขาดทุนสักนิดเขาคิดว่าเขาได้กำไรอย่างยิ่งมากกว่า
ควรรู้ว่าแค่โอสถระดับ4 เม็ดเดียวที่เขาเคยประมูลมาได้นั่นก็ใช้ทรัพย์สินไปราวๆราคาของบ้านหลังนี้แล้วแต่ไป่ฟานเซียนมอบโอสถระดับ 5 ให้พวกเขา ดังนั้นถังเทียนจี๋ย่อมต้องตอบแทนน้ำใจครั้งนี้ให้ยิ่งใหญ่ที่สุด
“ยิ่งกว่านั้นมันยังอยู่ห่างจากบ้านหลังนี้แค่หนึ่งกิโลเมตรถ้าท่านปรมาจารย์ไป่มีปัญหาอะไรก็ติดต่อมาได้ตลอดเวลาเลยครับ”
คำพูดต่อมาของลุงหวงทำให้ไป่ฟานเซียนเหลือบตามองชายชราถังเทียนจี๋ซึ่งเมื่อเขารู้ว่าถูกจับไต๋ได้ก็หัวเราะฮ่าๆออกมาแก้เก้อเพื่อกลบเกลื่อน
นี่ต่างหากที่เป็จุดประสงค์หลัก
หากพวกเขามอบบ้านไกลๆให้ปรมาจารย์ไป่พวกเขาก็จะไม่ได้อะไรเลยแต่ถ้าบ้านที่มอบให้ไปอยู่ใกล้ขนาดแค่นั่งรถไปไม่ถึงสิบนาทีละก็ตระกูลถังก็ยังสามารถไปมาหาสู่กับตัวตนระดับปรมาจารย์ได้สบายๆไม่ใช่หรือ?
หลังจากผ่านการหารือพวกเขาจึงลงความเห็นที่จะมอบบ้านหลังนี้ให้ไป่ฟานเซียนในที่สุด
“...เอาเถิด”
ไป่ฟานเซียนถอนหายใจเบาๆนางรับเอาโฉนดบ้านหลลังนั้นมาแล้วสะบัดมือกระดาษโฉนดก็ลอยช้าๆไปตกในมือฮุ่ยเอ๋อซึ่งรีบนำไปเก็บในกระเป๋าใบเดียวกับที่เก็บเงินซึ่งเธอดูแลอยู่
“ถ้างั้นหลังจากทานข้าวเสร็จผมจะให้ซื่อหยวนพาไปดูบ้านนะครับ”ถังเทียนจี๋พูดจบเหล่าคนรับใช้ก็เริ่มเสิร์ฟอาหารเช้าไป่ฟานเซียนยังเพียงมองอย่างสนใจแค่เพียงชั่วครู่ก็กลับไปเพลิดเพลินกับชาในแก้วเหมือนเดิม
“นายใหญ่ครับมีแขกมาขอพบครับ”
อาหม่าที่รับผิดชอบดูแลอยู่ด้านนอกวิ่งเข้ามารายงานถังเทียนจี๋บนใบหน้าของเขามีความกังวลสายหนึ่งแฝงอยู่
“ใครเหรออาหม่า?”ถังซื่อหยวนถามอย่างแปลกใจ โดยเฉพาะตอนนี้มันพึ่งจะ 8 โมงเช้าแขกที่มาจะรีบไปหน่อยหรือเปล่า?
“ตระกูลหานกับตระกูลติงครับนายท่าน”อาหม่ารายงานที่เขากังวลก็เพราะทั้งสองตระกูลนั้นล้วนเป็ตระกูลใหญ่ในโลกของผู้ฝึกตน พวกเขามีจำนวนผู้ฝึกตนในสังกัดมากกว่าตระกูลถังที่โดดเด่นเื่การปรุงโอสถหลายเท่า
“นายใหญ่คุณชายอี้จากตระกูลอี้มาครับ”
อาเทียนที่อยู่ข้างนอกก็รีบเร่งเข้ามารายงานอย่างแปลกใจวันนี้มันเกิดอะไรขึ้นถึงมีคนใหญ่คนโตจากหลายตระกูลมาเป็แขกที่บ้านตระกูลถังั้แ่เช้า
“ให้พวกเขาไปรอที่ห้องรับแขกฉันจะรีบตามไป” ถังเทียนจี๋สั่งการอย่างจริงจัง
“ท่านปู่เกิดอะไรขึ้นกันครับ?”
ถังเล่อถงถามอย่างไม่เข้าใจ
“...อาจจะเป็เพราะเหตุการณ์เมื่อคืน?”ถังซื่อหยวนคาดเดา เพราะเมื่อคืนแม้ว่าส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในห้องแต่การะเิของแรงกดดันหลังจากที่ไป่ฟานเซียนผสานพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปนั้นแผ่กระจายออกไปเป็วงกว้างไปทั่วทั้งเมือง
“ใช่แน่ๆเ้าพวกนี้จมูกไวเสียจริง!” ถังเทียนจี๋หันไปพูดกับไป่ฟานเซียน
“ท่านปรมาจารย์ไป่ไม่ต้องห่วงเื่นี้ตระกูลถังจะจัดการทุกอย่างให้เองครับ”ชายชราลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องไปพร้อมกับลุงหวง
“คุณไป่ครับพวกเราออกเดินทางไปดูบ้านกันไหมครับ?”
ถังซื่อหยวนชักชวนอย่างรู้งานเขารู้ดีว่าพ่อของเขาไม่อยากให้ไป่ฟานเซียนต้องไปพัวพันกับปัญหาที่กำลังจะเกิดทางที่ดีที่สุดก็คือการพาไป่ฟานเซียนออกไปจากบ้านหลังนี้เสียก่อน
“อืม”
หลังจากที่แน่ใจว่าเด็กๆทานข้าวเช้าจนอิ่มแล้วถังซื่อหยวนและภรรยารวมไปถึงลูกสาวอย่างถังเย่เย่ที่ร่ำร้องอยากจะไปด้วยก็เดินออกจากห้องอาหารถังซื่อหยวนเลือกจะออกไปเงียบๆจึงต้องไปใช้ประตูหลังอย่างช่วยไม่ได้
ที่นั่นมีรถที่อาเทียนเตรียมไว้รออยู่แล้ว
แต่ในตอนนั้นเองพวกเขาก็ได้ยินเสียงจากห้องรับแขกที่ดังมาจนถึงตรงนี้
“อย่าให้มันมากเกินไปนัก!”
เป็เสียงของถังเทียนจี๋ที่ะโออกมาดังลั่นจนผู้ฟังััได้ถึงความโกรธที่แฝงมากับน้ำเสียงทรงพลังนั้นอย่างชัดเจน
ถังซื่อหยวนขมวดคิ้วเขาฝากลูกสาวในมือไปให้ภรรยา แล้วเตรียมตัวที่จะเข้าไปดูสถานการณ์เพื่อช่วยเหลือพ่อของเขา
อย่างไรเขาก็เป็เ้าพ่อคนหนึ่งในวงการธุรกิจ
เื่การเจรจาเขาเก่งกว่าพ่อที่ยึดมั่นในวิถีโอสถมากนัก
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
ถังเทียนจี๋ที่เปิดประตูเข้าไปในห้องรับแขกเดินเข้าไปหาถังเทียนจี๋ที่กำลังโกรธในห้องนั้นนอกจากชายชราตระกูลถังแล้วยังมีแขกที่พึ่งมาใหม่อีก 3 กลุ่ม
ฝ่ายแรกคือชายชราที่ดูมีอายุพอๆกับถังเทียนจี๋เขาสวมชุดคลุมสีน้ำตาลและถือไม้เท้าด้วยมือข้างหนึ่งถังซื่อหยวนจำได้ทันทีว่าคนๆนี้คือผู้าุโคนหนึ่งของตระกูลติง
ติงคังิ
ผู้าุโรองของตระกูลติงที่มีพลังฝึกตนถึงระดับจอมยุทธ์ขั้น5 โดยปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยออกมาทำธุระด้วยตัวเอง
เขานั่งที่โซฟาโดยมีรอยยิ้มบางๆประดับไว้อยู่ที่ใบหน้าไม่ได้แสดงท่าทีเป็ปรปักษ์ตรงกันข้ามกับถังเทียนจี๋ที่จ้องมาอย่างกินเืกินเนื้อ
“อ้าวซื่อหยวนก็อยู่ด้วยนี่นา”
เขาหันมาทักทายถังซื่อหยวนพร้อมกับรอยยิ้มที่เป็เอกลักษณ์แต่ถังซื่อหยวนไม่ชอบผู้าุโตระกูลติงคนนี้เลยสักนิด
“สวัสดีครับผู้าุโติง”
แม้จะไม่ชอบแต่ก็ยังต้องทักทายตามมารยาท
“เจอกันอีกแล้วนะคุณลุงถัง”
อีกด้านของห้องคือคุณชายอี้ฟานที่ถังซื่อหยวนพึ่งปะทะฝีปากด้วยเมื่อวานไม่นึกเลยว่าผ่านมาวันเดียวจะได้เจอกันอีกแบบนี้ เขาส่งยิ้มที่ดูยียวนมาให้ซึ่งถังซื่อหยวนย่อมเลือกที่จะไม่ใส่ใจ
ด้านข้างของอี้ฟานคือเหลียงจงซินที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่
ส่วนคนสุดท้ายคือคนที่ถังซื่อหยวนประหลาดใจที่สุดเพราะไม่นึกว่าเธอคนนี้จะมาที่นี่ด้วยตนเองเลยสักนิด
“สวัสดีค่ะคุณถัง”
คนที่ส่งเสียงทักทายมาเป็คนสุดท้ายคือหญิงสาวที่อายุเพียงยี่สิบปีต้นๆเธอมีใบหน้าที่สวยงามและดูเย่อหยิ่งแต่เป็ความเย่อหยิ่งที่ถังซื่อหยวนรู้สึกว่าแตกต่างกับไป่ฟานเซียนอย่างสิ้นเชิงไป่ฟานเซียนนั้นเขาจะสามารถรู้สึกถึงความสูงส่งและเต็มไปด้วยอำนาจออกมาจากทุกกริยาของเธอโดยไม่ขัดตา
ตอนแรกเขาก็แยกไม่ออกแต่พอได้มาเห็นผู้หญิงคนนี้อีกครั้งเขาก็รู้แล้วว่ามันต่างกันแค่ไหน
“คุณหนูเซี่ยวยี่ผู้าุโหานสบายดีไหม?”
ถังซื่อหยวนทักทายซึ่งหญิงสาวที่ชื่อว่าหานเซียวยี่คนนั้นก็พยักหน้ารับอย่างเย่อหยิ่ง เธอทำราวกับว่าตระกูลถังไม่อยู่ในสายตา
ก็คงจะโทษเธอที่โตมานิสัยเป็แบบนี้ไม่ได้เพราะปู่ของเธอหรือนายใหญ่ตระกูลหานในตอนนี้เป็ตัวตนที่สูงส่งในโลกผู้ฝึกตนจริงๆ!
หนึ่งในตัวตนสูงสุด
พยัคฆ์ภูผาปรมาจารย์หานจุนโป๋ !