บทที่ 19
การซื้อเวลา
เอวาสูดลมหายใจเข้าลึก ถึงแม้จะเป็ชัยชนะของเธอแต่กลับรู้สึกถึงความจริงที่ไม่อาจเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะฝึกฝนหนักเพียงใดขีดความสามารถของเธอในตอนนี้เทียบเท่าได้กับนักสู้ระดับทองแดงเท่านั้นเอง บนโลกใบนี้ไดรฟ์คือสิ่งที่จำเป็กว่าสิ่งใด
เธอมองไปร่างไร้ิญญาของนักฆ่าคนนั้น โอกาสที่ต่ำกว่าหนึ่งในร้อยเกิดขึ้นต่อหน้า วิธีที่จะสามารถหาไดรฟ์มาได้ คือการสังหารผู้ไดรฟ์ด้วยกัน หลังจากพลังชีวิตและไดรฟ์ถูกตัดขาดออกจากกัน มีโอกาสต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ไดรฟ์ จะไม่หลอมละลายไปกับพลังชีวิต และจะหลุดออกมาจากตำแหน่งหลังคอของผู้
เอวามองไปยังแผ่นสีทองแดงที่หลุดออกมาจากร่างของนักฆ่า ลักษณะของไดรฟ์เหมือนกับลักษณะของไมโครชิปในโลกของเธอ แต่มันมีลักษณะบางราวกระดาษ ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย แข็งเหมือนเหล็ก มีสีตามระดับความสามารถของระดับไดรฟ์
เธอใช้ปลายนิ้วหยิบไดรฟ์ทองแดงมาไว้ในมือด้วยความคิด
‘ขีดความสามารถของฉัน ในตอนที่ยังไม่ผสานไดรฟ์เทียบเท่านักสู้ระดับทองแดง หากได้ผสานเ้านี้กับร่างกายและใช้สิ่งที่เรียกว่าออร่า บางทีอาจช่วยให้หนีไปจากสถานการณ์เฮงซวยนี้ได้ แต่ทว่าในตำราเขียนไว้อย่างชัดเจน ว่าการผสานไดรฟ์ใช้เวลาอย่างเร็ว สิบสองชั่วโมง อย่างช้าสองวัน ระหว่างนั้นร่างกายจะตกอยู่ในสภาวะจำศีลเหมือนเป็อัมพาตทั้งตัว’
หลังจากที่ความคิดในหัวเกิดความขัดแย้งกัย เธอจึงตัดสินใจจะเก็บไดรฟ์ที่ดรอปมาไว้กับตัวก่อน เอวาไม่อยากเสี่ยงที่จะผสานไดรฟ์ในตอนนี้ ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็ว่าพ่ายแพ้ก่อนที่จะได้พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด จากนั้นเธอได้ให้ความสนใจกับการต่อสู้ของลูคัสและโอเวน เนื่องจากการต่อสู้ค่อยๆทวีความรุนแรงมากไปอีกหนึ่งระดับ
สำหรับโอเวนแล้ว การต่อสู้กินเวลาไปประมาณห้าถึงหกนาที แต่เหมือนกับเขากำลังออกกำลังสุดแรงเป็วันๆโดยไม่ได้หยุดพักเลย ส่วนของลูคัสแตกต่างกันเป็อย่างมาก เขาต่อสู้โดยที่ไม่มีหยาดเหงื่อสักเม็ดให้เห็นบนใบหน้า และที่สำคัญ สายตาของลูคัส จะสลับมองเป้าหมายอย่างเอวาลีนพลางต่อสู้กับโอเวนไปด้วย ความแตกต่างระหว่างพวกเขาสองคนมีมากเกินไป ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
เดิมทีเอวา้าให้ทั้งสองคนต่อสู้กันและเธอจะใช้โอกาสนั้นลอบโจมตีลูคัส แต่ดูเหมือนว่าความคิดจะเกิดจากการไร้ประสบการณ์ในทวีปเวอร์เทมแบร์ก เอวายังไม่เข้าใจระดับความแข็งแกร่งของคนในโลกนี้ดีพอ ทำให้สิ่งที่คิดในหัวแตกต่างกับหลักความเป็จริง และหากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่ถึงสิบนาที โอเวนจะฝ่ายพ่ายแพ้และแผนการของเธอจะนำพาหายนะมาสู่ชีวิตนับร้อยที่ไม่ได้รู้เื่รู้ราวด้วย
“เื่นี้เกิดขึ้นเพราะเอวาลีน คงจะให้คนนอกมารับเคราะห์ด้วยไม่ได้” คิดได้แบบนั้น เอวาหยิบดาบของนักฆ่ามาไว้กับตัวพร้อมกับขยิบตาส่งยิ้มให้กับลูคัส จากนั้นเธอเปลี่ยนทิศทางพุ่งตัวออกไปด้านข้างเข้าสู่พุ่มไม้หนาทึบ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
หากเธอแยกตัวออกจากกองคาราวาน ความเป็ไปได้หนึ่งเดียวก็คือ ลูคัสจะต้องละทิ้งการต่อสู้ตรงหน้าและเปลี่ยนมาเป็ไล่จับเธอแทน เพียงเท่านี้ก็สามารถยื้อความตายของทุกชีวิตในคาราวานได้แล้ว หรืออย่างน้อยๆก็จนกว่าลูคัสจะจัดการเธอได้และย้อนกลับไปเก็บงาน...สังหารหมู่ทุกคน
ลูคัสเห็นแบบนั้น เขาหดสายตาเปลี่ยนความสนใจไปที่เอวาลีนทันที
โอเวนเข้าใจได้ด้วยประสบการณ์ หากปล่อยลูคัสไปง่ายๆ เขาจะใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีในการไล่ตามและสังหารหญิงสาว ก่อนจะย้อนกลับมาเก็บงานกับพวกเขาทั้งหมด โอกาสรอดมากที่สุดคือยื้อเวลาให้เด็กสาวหลบหนีไปให้นานที่สุด
ขณะที่โอเวนกัดฟันเค้นเรียวแรงออกมาต่อสู้กับอีกฝ่าย อัศวินระดับทองแดงห้าคนวิ่งขึ้นมายืนเคียงข้าง
“พวกนายกลับมาทำไม แล้วคนอื่นๆละ??”
ชายร่างใหญ่มีแผลเป็บนใบหน้ากล่าวตอบ “ลูกพี่ เราอพยพคนไปยังขบวนที่หนึ่งและให้คนที่ไว้ใจได้ นำพาขบวนไปขอความช่วยเหลือจากวิหารเทมพลาร์ที่ใกล้ที่สุด”
ชายร่างเล็กพูดต่อ “หัวหน้า ตอนนี้แผนการเป็ยังไงบ้าง??”
โอเวนกล่าวตอบสหายทั้งสองคน “ยื้อเวลาเ้านั้นเอาไว้ อย่างน้อยก็ให้มันคาดสายตากับเป้าหมาย”
“ยื้อเวลาที่ว่านั้น นานเพียงใด??” ชายรูปร่างสูงถามออกมา
โอเวนประเมินขีดความสามารถของพวกพ้อง และสั่งการออกไป “ห้านาที พยายามให้ได้ห้านาทีก็พอแล้ว”
เวลาห้านาทีนั้นเหมือนจะสั้น แต่หากฝ่ายหลบหนีไม่ทิ้งร่องรอยอะไรให้ผู้ไล่ล่าพบเจอ ในยามค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้ก็อาจคลาดกันนานนับชั่วโมงหรือนานนับวันก็เป็ได้
“ใช้อาร์ติกแฟกต์โจมตีระยะไกล คอยสนับสนุนอยู่รอบนอกก็พอ อย่าได้เสี่ยงปะทะเด็ดขาด” สิ้นเสียงของโอเวน เงาร่างทั้งห้าทะยานล้อมรอบศัตรูเอาไว้ โดยมีโอเวนยืนจ้องประสานอีกฝ่ายไม่ให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ
ลูคัสเห็นอีกฝ่ายตัดสินใจแบบนั้น เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้มือขวาจับไปที่ใบหน้าของตัวเองและพยายามกลั้นเสียงหัวเราะถึงขีดสุด เขาขบขันกับการกระทำของอีกฝ่ายจนไม่อาจข่มสะกดความ้าฆ่าเอาไว้ได้เลย
ลูคัส ไฟฟ์ เ้าของสมญาเงามืดแห่งตระกูลไฟฟ์ เขาเป็มือสังหารระดับแนวหน้าของเมืองวาล์ล น้อยคนที่กล้าจะเข้าใกล้เขา เพราะด้วยกลิ่นอายแห่งความตายที่ปกคลุมอยู่รอบตัวของลูคัส ทำให้ผู้คนที่พบเห็น มักจะถอยหนีด้วยความกลัว แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ช่างเป็เื่น่าตลกที่มีกลุ่มทหารรับจ้างและนักสู้ระดับเงิน้ารั้งให้เขาอยู่กับที่ ความกล้าเหล่านี้ได้กระตุ้นความ้าสังหารของลูคัสมากขึ้นไปอีก
ลูคัสปลดปล่อยความ้าสังหารออกมา ดาบยาวในมือฟาดฟันออกไป ออร่าสีดำพุ่งเข้าใส่ตัวของโอเวน เขาทำได้เพียงยกดาบป้องกันอย่างเต็มกำลัง แต่แรงสะท้อนก็ส่งผลให้โอเวนกระเด็นถอยออกไปไกล
จากนั้นลูคัสพุ่งตัวเข้าหาชายรูปร่างสูงที่อยู่ใกล้ที่สุด ดาบในมือฟันออกไปในระยะประชิด ทแยงจากบนขวาลงสู่ซ้ายล่าง แม้คมดาบไม่ได้ััตัว แต่ออร่าของเขาได้ห่อหุ้มร่างกายของอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งตัว
เพียงชั่วครู่ ร่างของชายผู้นั้นสั่นระริกก่อนที่จะกระตุกเป็ระยะ เหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ พลังที่กัดกินชีวิตของอีกฝ่ายเกิดจากออร่าของลูคัสที่ได้่ชิงอากาศโดยรอบจนทำให้ไม่มีอากาศหายใจ
เพียงไม่ถึงสิบวินาที หนึ่งในห้านักสู้ระดับทองแดง ก็ได้เสียชีวิตลงอย่างรวดเร็ว โดยที่พวกเขาไม่มีความสามารถแม้จะตอบโต้ได้เลย ระยะเวลาห้านาทีที่พวกเขา้ายื้อเอาไว้เห็นทีจะเป็เื่ยากไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็คือนักรบรับจ้างมืออาชีพ ทั้งหมดรู้ดีว่าสิ่งที่จะปลอบโยนความตายของสหายร่วมรบได้ดีที่สุด มีแต่ต้องทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงเท่านั้น
จากนั้นสี่คนที่เหลือได้นำอาร์ติแฟกต์ที่เป็โซ่ออกมา โซ่ทั้งสี่สายเดิมทีมีห้ารูปแบบ แต่เพื่อนของพวกเขาพึ่งจะเสียชีวิตไปจำเป็ต้องใช้ออกด้วยโซ่สี่เส้น อานุภาพจึงลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง
เห็นแบบนั้น ลูคัส ตวัดดาบซ้ายขวาสลับ สร้างออร่าเป็รูปกากบาทป้องกันการโจมตีของโซ่ทั้งสี่เส้น จังหวะนั้นโอเวนได้เข้าประชิดตัวพร้อมกับโจมตีเข้าใส่ ลูคัสหมุนตัวอยู่กลางอากาศ หลบการโจมตีอย่างเชี่ยวชาญ พร้อมกับส่งเท้าเตะเข้าไปยังลำตัวของโอเวนอย่างจัง
ปัง!!!! ร่างของโอเวนกระแทกเข้ากับก้อนหินใหญ่
อีกสี่คนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ ประกายแสงสีแดง ปลดปล่อยอัตลักษณ์ธาตุเพลิงฟาดเข้าใส่ตัวของลูคัสถึงสี่สาย แต่ทว่ามันกลับถูกหยุดไว้ด้วยออร่าสีดำกลางอากาศอย่างง่ายดาย ความแตกต่างของระดับชั้น เป็เื่ยากที่จะก้าวข้ามได้อย่างแท้จริง