Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 82 Memories 2

            ตอนที่82 Memories2

             

            วลีศักดิ์สิทธิ์ประหารเทพ!

            เสียงทรงอำนาจดังออกมาจากร่างเงาฉับพลันแท่นประหารได้ปรากฏขึ้น ก่อนโซ่อักขระสีทองนับร้อยนับพันเส้นจะรัดพันร่างฉยงฉีแล้วลากดึงไปตรึงยังแท่นประหาร

            ช่วงเวลาที่ฉยงฉีถูกตรึงร่างอักขระนับไม่ถ้วนได้หลอมรวมกันเป็นใบมีด แผ่กลิ่นอายสังหารน่าหวาดหวั่นหากสิ่งมีชีวิตธรรมดาสามัญมองจะต้องตกตายทั้งกายและวิญญาณ

            โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

            ฉยงฉีส่งเสียงร้องคำรามผ่านลำคอมันเชิดหน้ามองใบมีด กลิ่นอายอัปมงคลพวยพุ่งออกจากร่าง

            ชวิ้ง!

            ตัวตายตัวแทน!

            พลังอัปมงคลก่อตัวเป็นฉยงฉีอีกตัวหนึ่งซึ่งเป็นวินาทีเดียวกับใบมีดตัดผ่านลำคอของฉยงฉี

            ฉวัะ!

            ใบมีดตัดผ่านลำคอแยกศีรษะกับลำตัวของฉยงฉีออกจากกัน ฉับพลันสิ่งที่ถูกตัดกลับกลายเป็นพลังอัปมงคลที่พุ่งกลับคืนสู่ร่างฉยงฉีที่เป็นอิสระ

            “คิดรึว่าจะหนีรอด?” ร่างเงาแค่นเสียงเย็น ความโกรธแค้นในน้ำเสียงถูกแฝงไว้อย่างล้ำลึก

            “ข้าสู้เจ้าไม่ได้...และเจ้าไม่มีวันเอาชีวิตข้าได้เช่นกัน”ฉยงฉีกล่าวอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหมอกสีม่วงดำ

            “อยู่ในดินแดนอักขระแล้ว...ก็จงอยู่ตลอดไป”ร่างเงาใช้พลังมหาศาลควบรวมอักขระนับล้านตัวที่ไม่ซ้ำกันเป็นกรงขังครอบคลุมทั้งดินแดน

            พลิกชะตา!

            ฉยงฉีใช้วิชาลึกลับบางอย่างเมื่อไปถึงสุดขอบเขตกรงขังมันเปลี่ยนพื้นที่เล็ก ๆ ให้ย้อนกลับไปเป็นอักขระ

            “อย่าได้ฝัน”เสียงร่างเงาดังมา ชั่วอึดใจอักขระกลับเป็นกรงขังอีกครั้ง

            “เจ้าบังคับข้า...ให้ใช้พลังดั้งเดิม!” เสียงฉยงฉีดังก้อง

            ไม่กี่อึดใจแรงสั่นสะเทือนรุนแรงได้เกิดขึ้นในดินแดนอักขระพริบตาเดียวกลิ่นอายอัปมงคลพวยพุ่งไปทั่วสารทิศอักขระบางส่วนยังถูกพลังอัปมงคลกลืนกิน

            หอเซียนหมื่นอักษร!

            ตึงตึง ตึง!

            อักขระควบรวมกันเป็นหอคอยสีทองส่องสว่างสูงเสียดฟ้ามองเห็นไม่ปลายยอดกดทับร่างฉยงฉีที่กำลังแปรเปลี่ยนไปจากเดิม

            โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

            เสียงคำรามฉยงฉีดังก้องหอคอยสีทองส่องสว่างสั่นไหวรุนแรง กลิ่นอายอัปมงคลพวยพุ่งออกมาจากด้านล่าง

            แกร๊ก!

            ไม่กี่อึดใจฐานหอคอยสีทองส่องสว่างพลันเกิดรอยร้าวขึ้น ก่อนรามขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วด้วยพลังอัปมงคล

            อับโชคไร้วาสนา ชะตาขาดสะบั้น

            ไร้รุ่งเรืองสิ้นโชติช่วง มงคลทั้งปวงดับสูญ

            เขตแดนอัปมงคล!

            เปรี้ยงงงงงงงงง

            หอคอยถูกทำลายเป็นเสี่ยงๆ อักขระกลายเป็นผุยผง กลิ่นอายอัปมงคลกลืนกินดินแดนอักขระ แล้วเข้าไปพัวพันร่างเงา

            ในชั่วพริบตาร่างเงาที่ได้เปรียบกลับกลายเป็นเสียเปรียบฉยงฉี

            “ข้าทุ่มสุดตัววันนี้แกต้องตาย ไอ้ตัวเดนนรก ฉยงฉี!!!”เสียงแผดร้องของร่างเงาดังก้องไปทั่วสารทิศ กลิ่นอายน่าสะพรึงกลัวสลายพลังอัปมงคลของฉยงฉีที่อยู่ใกล้ตัวไปทั้งหมด

            “ดิ้นรนไปก็เปล่าประโยชน์ไล่ล่าสังหารข้า หลายยุคสมัยไม่มีใครเคยกล้าทำ” ฉยงฉีปลดปล่อยพลังอัปมงคลเข้มข้น

            ร่างพยัคฆ์สีดำทมิฬมีลวดลายสีม่วงเพิ่มขึ้นปีกที่ถูกแยกออกจากร่างยังงอกกลับคืนมาในไม่กี่ลมหายใจหางอัดแน่นไปด้วยความชั่วร้ายยาวขึ้นเป็นเท่าตัวเขาสีม่วงดำขยายใหญ่พร้อมกับร่างกาย ใบหน้ายังดุร้ายเป็นเท่าทวี

            “ตายซะ”ร่างเงาขยายใหญ่ ทั่วร่างเปล่งแสงสีทองดุจเทพเซียนพุ่งตัวเขาหาฉยงฉีพร้อมอักขระกล้าแกร่งนับไม่ถ้วนที่รวมตัวกันกลายเป็นกระบี่สีทองเล่มใหญ่ยิ่งกว่าขุนเขา

            ฉยงฉีปลดปล่อยพลังอัปมงคลที่แทรกซ้อนไปกับความชั่วร้ายชั่วพริบตาพลังของมันได้ควบรวมกันกลายเป็นทะเลสายฟ้าแห่งความอัปมงคลสีดำทมิฬ เพื่อต้านรับกระบี่

            เปรี้ยงงงงงงงงงงงงง

            เกิดการปะทะรุนแรงจนทุกสิ่งต่างสั่นไหวไปหมดทั่วพื้นที่ในรัศมีที่พลังทั้งสองไปถึงถูกทำลายย่อยยับ ห้วงมิติฉีกขาด

            วุ่งวั่งวุ่งวั่ง....

            แสงสว่างวูบวาบปรากฏขึ้นอีกสองสามครั้งเหลือทิ้งไว้เพียงพลังสองสายปะทะกันคล้ายไม่มีวันจบสิ้น

            .

            .

            .

            .

            ณพื้นที่อันเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ

            ที่ใดสักแห่งในพื้นที่นั้น

            ชายคนหนึ่งในชุดโบราณดุจเทพเซียนนั่งลูบขนแมวป่าสีทองที่นอนขดตัวอยู่บนตักเขาสายตาจ้องมองไปยังเนินดินที่มีก้อนหินสลักปักอยู่ด้านหน้าห่างออกไปหลายเมตร

            บนก้อนหินนั้นสลักอักษรโบราณเก่าแก่ยากเข้าใจแต่ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นหลุมฝังศพของใครสักคนหนึ่งไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอน

            “เสี้ยววันดุจพันปีไม่มีเจ้าเคียงกาย โลกอันแสนวุ่นวาย ล้วนกลายเป็นว่างเปล่า” ชายหนุ่มถอดถอนลมหายใจน้ำเสียงเศร้าโศกหวนคิดถึงคะนึงหา ฝ่ามือขวาลูบไล้ขนสีทองของแมวป่าบนตักแผ่วเบา

            “ชีวิตของเราไม่ต่างกันนักนางเสียสละเพื่อช่วยข้า แม่ของเจ้าเสียสละเพื่อช่วยเจ้า”ชายหนุ่มถอดถอนลมหายใจอีกครั้ง คราวนี้เขาใช้มือซ้ายช้อนตัวแมวป่าขนสีทองมาอยู่ในอ้อมแขนก่อนจะลุกขึ้นจากก้อนหินที่นั่งอยู่

            ชายหนุ่มเดินไปหยุดตรงหน้าก้อนหินสลักไม่ทันไรดวงตาเขาได้มีน้ำสีใสไหลออกมาเป็นสาย

            หยดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นใส่ร่างแมวป่าขนสีทองบ้างก็หยดลงสู่ผืนดิน แต่น้ำตาเหล่านั้นคล้ายภาพลวงตาไม่นานมันก็กลายเป็นละอองสีทองสลายหายไป

            วันเวลาเคลื่อนผ่านไปวันแล้ววันเล่าไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใด ชายหนุ่มยังคงยืนหลั่งน้ำตาอยู่เช่นนั้นแมวป่าขนสีทองก็นอนอยู่ในอ้อมแขนไม่จากไปไหนแต่เหมือนไม่มีสิ่งใดกระทบร่างของชายหนุ่มและแมวป่าขนสีทองได้

            “เจ้าเคยบอกว่าอย่าเสียเวลาเปล่าปล่อยความเสียใจไหลไปตามสายลม” ชายหนุ่มพึมพำเขาแหงนหน้ามองท้องฟ้ากว้างใหญ่ไม่คุ้นตา แล้วพึมพำอีกครั้ง

            “ชีวิตข้าไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายได้สืบทอดมรดกโบราณ ได้พบเจ้าคนที่ข้ารักสุดหัวใจเป็นคนแรกในชีวิตสุดท้ายกลับต้องเสียเจ้าไปและไม่นานมรดกโบราณคงถูกผนึก สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำเลือนราง”

             

            “ข้าใกล้มาถึงขีดจำกัดแล้วยื้ออยู่ต่อไปคงไม่ไหว ข้าทำได้เพียงเก็บเจ้าไว้ในความทรงจำ รอวันที่ข้าสำเร็จวิชาในสภาวะไร้ตัวตนและชะตาลิขิตเป็นใจข้าจะกลับมาหาเจ้าอีกครั้งพร้อมหัวของฉยงฉีเพื่อเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ” ชายหนุ่มกล่าวน้ำเสียงเขาดูเลื่อนลอยไม่ชัดเจน แต่โศกเศร้าไม่เสื่อมคลาย

            “เจ้าทองที่เหลือต้องรบกวนเจ้าแล้วข้าใช้วิชาคงสภาพร่างนางไว้ ไม่รู้จะคงอยู่ได้นานถึงตอนนั้นหรือไม่”ชายหนุ่มก้มหน้าลงคล้ายกำลังบอกกับแมวป่าขนสีทองในอ้อมแขน

            “ไว้พบกันใหม่เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง” สิ้นเสียงชายหนุ่ม คล้ายมีสายลมอ่อนสายหนึ่งพัดผ่าน

            หวิ้ว~

            แมวป่าขนสีทองกระโดดออกจากอ้อมแขนชายหนุ่มมันเปลี่ยนร่างเป็นพยัคฆ์สง่างามตัวหนึ่ง พุ่งตัวไปอยู่ด้านหลังชายหนุ่มที่กำลังหงายหลังพร้อมกับชุดดุจเทพเซียนกำลังสลายหายไปจนเหลือแต่ร่างกายเปลือยเปล่า

            หนุบ!

            พยัคฆ์ใช้ข้างลำตัวรับร่างชายหนุ่มที่นอนหลับไม่ได้สติไว้อย่างแผ่วเบาก่อนใช้พลังลึกลับนำร่างชายหนุ่มที่นอนไม่ได้สติมาไว้บนหลังจากนั้นก็ขยายร่างใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นราชาพยัคฆ์แสนดุร้ายพาชายหนุ่มไปจากที่แห่งนี้

            .

            .

            .

            .

            ภายในห้วงจิตวิญญาณของเลน่า

             

            ความทรงจำของใคร?

            ทำไมฉันถึงรู้สึกเศร้า?

            หรือฉันกลายเป็นลูกแมวตัวนั้นไปแล้ว!?

            ที่นั่นคือที่ไหน?

            ทำไมฉันถึงรับรู้บรรยากาศและความรู้สึกได้?

            การตัดแต่งพันธุกรรมล้มเหลว? ฉันตายหรอ?!

            “อย่าคิดมากไป”เสียงน่ารักสายหนึ่งดังขึ้น

            ใคร? นั่นเสียงใคร?

            แม๊วววววววววววววววว

            เสียงของอันแสนสดใสของลูกแมวดังก้อง

            ความมืดมิดทั้งหมดแปรเปลี่ยนไปเป็นสถานที่อันเต็มไปด้วยธรรมชาติที่มีก้อนหิน หินสลักและหลุมศพ

            ไม่ทันไรร่างของลูกแมวขนสีทองได้ปรากฏตัวขึ้นก่อนร่างเลน่าจะปรากฏขึ้นตรงหน้าลูกแมวขนสีทอง

            “ที่นี่คือ!?” เลน่าหันมองไปรอบด้าน ทุกสิ่งเหมือนภาพฝันเสมือนจริงที่เธอเคยเห็น

            “ความทรงจำของข้าเองแง๊ว!” เสียงคุ้นหูเลน่าดังขึ้นมา เธอหันมองไปยังลูกแมวขนสีทองด้วยความตกใจเล็กน้อย

            “มาจากเผ่าพันธุ์ไหนกัน”เลน่าอุทาน ไม่ใช่ว่าเธอตกใจที่เห็นลูกแมวพูดได้ เธอตกใจที่อยู่ ๆเสียงก็ดังขึ้นมาต่างหาก

            “ข้าคืออสูรแห่งโชคชะตาแง๊ว!” ลูกแมวขนสีทองแนะนำตัวเอง

            “ฉันเลน่า”เลน่าแนะนำตัวเธอพร้อมกับย่อตัวลง

            “ฉันตายแล้วหรอ”เลน่าถามคำถามที่คาใจเธอออกมา ลูกแมวขนสีทองเอียงคอเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ

            “บอกแล้วอย่าคิดมากไปที่นี่คือส่วนหนึ่งของความทรงจำของข้า แง๊ว!”

            “แต่ฉันเชื่อไม่ลง”เลน่าตอบกลับในทันที

            “ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเหมือนโชคชะตาเราจะเชื่อมถึงกัน ตามมาสิ” ลูกแมวขนสีทองเดินตรงไปยังหินสลักเลน่าลุกขึ้นยืนและตามลูกแมวขนสีทองไป

            ลูกแมวขนสีทองนั่งลงตรงหน้าหินสลักเลน่าที่เดินตามมาก็ได้ยินเสียงลูกแมวขนสีทองบอกบางอย่าง

            “เรื่องทั้งหมดที่เจ้าเห็นเป็นความทรงจำของข้าในมุมมองของข้า ที่เจ้าเห็นได้ เพราะมีโชคชะตาเชื่อมถึงกัน เมื่อเรามีโชคชะตาเชื่อมถึงกันข้าจะให้เจ้าเห็นทุกอย่าง แง๊ว!”

            สิ้นเสียงลูกแมวขนสีทองลูกแมวขนสีทองได้กลายเป็นลูกแสงพุ่งเข้าไปกลางหน้าผากเลน่า

            วูบ!

            ทันทีที่ลูกแสงหายเข้าไปกลางหน้าผากภาพเริ่มต้นชีวิตของลูกแมวขนสีทองได้ไหลผ่านไปต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่เกิดใช้ชีวิตอยู่กับแม่ นอนอาบแสงตะวันและแสงจันทราทุกวันพบเจอเพื่อนรักสามสหายวิ่งเล่นไปทั่วสารทิศ

            ความทรงจำภาพ เสียง ความรู้สึกต่างชัดเจนเหมือนประสบพบเจอกับตัวเอง

            กระทั่งเลน่าได้เห็นความทรงจำลูกแมวขนสีทองพบกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฉยงฉีปรากฏตัวสร้างความพินาศไปทั่วสารทิศ แมวป่าลายเมฆ แมวป่าลายขาวและแมวป่าลายดำได้รับบาดเจ็บสาหัส

            หลังจากนั้นลูกแมวขนสีทองได้ฝืนเปลี่ยนร่างเป็นราชาพยัคฆ์แสนดุร้ายจู่โจมฉยงฉีและลากร่างฉยงฉีไปต่อสู้ให้ห่างไกลจากแมวป่าทั้งสาม

            ระหว่างกำลังสู้กับฉยงฉีอยู่นั่นเองร่างคนผู้หนึ่งในชุดดุจเทพเซียนอุ้มร่างไร้ชีวิตผ่านมา

            ร่างนั้นหยุดช่วยเหลือแมวป่าทั้งสามและฝากร่างไร้ชีวิตให้พวกมันดูแลก่อนจะเข้าไปต่อสู้กับฉยงฉี

            ทุกการกระทำอยู่ภายใต้จิตรับรู้ของราชาพยัคฆ์แสนดุร้ายที่เกิดจากดวงตาที่สาม

            หลังจากต่อสู้กันจนฟ้าถล่มดินทลายฉยงฉีได้หลบหนีไป ส่วนร่างในชุดดุจเทพเซียนไม่อาจไล่ตามต่อ จึงเลือกเข้าช่วยรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของลูกแมวขนสีทองเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บรุนแรงถึงจิตวิญญาณ แม่ของลูกแมวขนสีทองได้เสียสละตัวเองเพื่อรักษาลูกและถ่ายทอดทุกสิ่งอย่างให้ก่อนจะสลายหายไป

            เลน่าเห็นภาพเหล่านี้ในใจเธอเกิดความเศร้าหมอง แต่พอได้เห็นฉากชายหนุ่มในชุดดุจเทพเซียนกำลังทำหลุมฝังศมด้วยสองมือเธอยิ่งรู้สึกเศร้ายิ่งกว่า แม้ว่าเธอจะไม่เห็นหน้าแต่ความรู้สึกและน้ำเสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมาล้วนล้ำลึกถึงแกนกลางของจิตใจ

            พอร่างบอบบางถูกกลบฝังเสร็จสิ้นชายหนุ่มในชุดดุจเทพเซียนได้มานั่งไว้ทุกข์กับลูกแมวขนสีทอง ก่อนจะกล่าวถ้อยคำตามที่เธอเคยได้เห็นทุกอย่างไปก่อนหน้านี้

            จากนั้นก็เป็นลูกแมวขนสีทองได้แปลงร่างเป็นพยัคฆ์ตัวใหญ่พาร่างเปลือยเปล่าไปยังพื้นที่โล่งแห่งหนึ่งพร้อมกับทิ้งแท่งสัญญาณบางอย่างไปข้างตัว

            ภาพสุดท้ายที่ลูกแมวขนสีทองเห็นเป็นชายหนุ่มถูกอะไรบางอย่างขนาดใหญ่พาตัวไปจากสถานที่แห่งนี้

            เมื่อภาพทั้งหมดจบลงเลน่าเดินไปใกล้หินสลัก คราวนี้เธอเข้าใจภาษาโบราณที่อยู่บนนั้นทุกถ้อยคำ

            อาลัยแด่ ซูเมิ่ง(淑梦)

            ขอให้เจ้าพักผ่อนอย่างสงบ

            ผู้สร้าง ชุนชิว(春秋)

            รักตราบฟ้าดินสลาย

            เป็นตายไม่แยกจาก

            คงอยู่ตลอดไปชั่วนิจนิรันดร์

            เลน่ากำลังใช้มือเอื้อมไปยังหินสลักฉับพลันเธอเห็นดวงวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งมองมาที่เธอ สายตาที่จ้องมองมาเหมือนกับมองพี่น้องใกล้ชิดรอยยิ้มหวานและความจริงใจชวนให้รู้สึกสนิทเพียงจ้องมอง

            ไม่นานทุกอย่างที่เลน่าเห็นได้กลับกลายเป็นมืดสนิทสติรับรู้ทุกอย่างของเธอค่อยเลือนราง ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงหวานใสก่อนหมดสติรับรู้

            รบกวนเจ้าแล้วน้องสาว!

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน