เสี่ยวเทียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ ด้วยร่างกายที่ถูกผ้าพันเอาไว้ทั้งตัว ส่วนแขนก็ไม่เป็นน้ำแข็ง แต่มีเข็มปักเอาไว้ หลายจุด เสี่ยวเทียนพยายามลุกนั่ง แต่ก็มีชายชราผู้หนึ่งแต่งชุดขาว หนวดเคราวสีขาวเดินมากดลำตัวเสี่ยวเทียนไม่ให้ลุกขึ้น
“ อย่าเพิ่งขยับตัว เจ้าเพิ่งถูกพลังฝ่ามือมังกรสุริยัน หากเป็นคนทั่วไป เจ้าสมควรตายไปนานแล้ว นึกไม่ถึงว่าเจ้ายังรอดมาได้ คงเป็นเพราะยันต์ที่เจ้ามีติดกายอยู่ซินะ” ชายชราเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วย”
“ ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า เป็นศิษย์ข้าเป็นผู้ช่วยเจ้า”
เสี่ยวเทียนอ้าปากจะถามว่าคือใคร หญิงสาวที่ดีดพิณที่ทะเลก็ปรากฏตรงหน้าเสี่ยวเทียนทันที
“ เจ้าเป็นไงบ้าง ดูท่าค่อยยังชั่วแล้วนี่”
“ ขอบคุณแม่นางที่ได้ช่วยข้าไว้”
“ ข้าแค่ผ่านไปเท่านั้น เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วยได้ยังไง”
หลิงหลานเอ่ยหน้าตาย แต่อาจารย์ผมขาวมองลูกศิษย์แล้วยิ้มส่ายหัวไม่พูดอะไรทั้งๆที่นาง ตั้งใจไปช่วยเขาเอง กลับบอกว่า เป็นเพราะผ่านมาเห็นเข้า แบบไม่ตั้งใจ
“ อาจารย์เขาจะหายกลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่”
“ เขาเป็นมนุษย์ คงต้องนอนรักษากระดูกให้เชื่อมต่อกันเป็นเดือน ส่วนชีพจรขาดสะบั้นไปแล้ว พลังปราณไม่สามารถไหลเวียนได้ เขาจะเป็นคนธรรมดาไร้พลังยุทธ์”
“ อาจารย์หาทางช่วยเขาได้ไหม?” หลิงหลานเริ่มเป็นห่วงเสี่ยวเทียน
อาจารย์ผมขาว ดึงหลิงหลานออกมาด้านนอก ไม่ให้เสี่ยวเทียนได้ยินเรื่องที่จะพูดต่อไป
“ หลิงหลาน เจ้าเป็นหนึ่งในเจ็ดนางฟ้าสวรรค์ มีหน้าที่ตัดเย็บอาภรณ์ให้เจ้าแม่สวรรค์ เจ้าไม่รู้หรึอ ว่ากฏสวรรค์เป็นเช่นไร เจ้าจำนางฟ้า จือหนี่ได้หรือไม่ ทุกวันนี้ถูกกักขังเอาไว้ในถ้ำท้อสวรรค์ เจ้าอยากเป็นแบบนางรึ?”
“ อาจารย์ข้าแค่อยากช่วยเขา ไม่อยากให้เขาต้องกลายเป็นคนพิการเช่นนี้”
“ ข้ารู้ว่าเจ้าเจตนาดี แต่เจ้าต้องรู้ไว้ เขาเป็นมนุษย์ธรรมดา ร่างกายไม่ได้เป็น เซียนสวรรค์ หากเจ้าคิดช่วยเขา ก็มีเพียงวิธีเดียว คือ ต้องให้เขากิน ท้อสวรรค์สีทอง ซึ่งหนึ่งพันปีออกมาเพียง ลูกเดียวเท่านั้น หากเขาได้กิน กระดูกที่หักก็จะหายเป็นปกติทันที แล้วชีพจรปราณที่ขาดไปก็จะต่อกันได้เหมือนเดิม แล้วร่างกายของเขา ก็จะกลายเป็นร่างอมตะ แต่ว่าเขาจะมีอายุไขแค่ 100 ปีเหมือนมนุษย์เช่นเดิม
ยกเว้นว่าเขาจะได้ฝึกวิชาในคัมภีร์นิรันดร์ อาจทำให้เขากลายเป็นเซียนได้ น่าเสียดาย เทพอักษรดันขโมยคัมภีร์สาบสูญไปหลายพันปีแล้ว แต่ถ้าเขาไม่สามารถฝึกวิชาเซียนในคัมภีร์นิรัดร์ เขาก็จะเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น”
“ ขอให้เขากลับมามีพลังยุทธ์เหมือนเดิม เรื่องอื่นข้าไม่ใส่ใจ” หลิงหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ เจ้านี่ช่างดื้อรั้นจริงๆ มันมีอะไรดีนักหนา เจ้าถึงได้ทุ่มเทให้มันขนาดนี้” อาจารย์ผมขาวเอ่ยด้วยความสงสัย
“ เพราะว่า เขาคือ คนที่ข้าเล่นพิณเพลงคู่ชีวิต แล้วปรากฏตัวต่อหน้าข้า”
“ จริงหรือนี่?” อาจารย์ผมขาวหันไปมองเสี่ยวเทียนที่ กำลังนอนหลับตาที่กำลังคิดว่าจะรักษาตัวเองอย่างไรดี
“ เวรกรรม แค่เจ้าพาเขาขึ้นมาบน แดนเทพวิมานเมฆ หากเจ้าแม่สวรรค์รู้เจ้าต้องถูกลงโทษแน่ ยิ่งถ้าหากรู้ว่าเจ้ากับมันเป็น คู่ครองกัน เจ้าได้ถูกขังลืมแบบนางฟ้าจือหนี่แน่ ส่วนมันคงได้ตายอย่างแน่นอน”
“ อาจารย์ข้าควรทำเช่นไรดี?”
“ รีบพามันกลับไปโลกมนุษย์ แล้วเลิกสนใจกับมันอีก” อาจารย์ผมขาวตัดบท
“ ไม่ได้ หากปล่อยเขากลับไปตอนนี้ เขาต้องตายแน่ อีกเจ็ดวัน ข้าต้องไปเฝ้าสวน ท้อสวรรค์ ข้าจะโขมยท้อสวรรค์พันปีมาให้เขากินเอง” นางฟ้าหลิงหลานเอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยว ส่วนอาจารย์ใช้นิ้วมือคำนวณชะตาของทั้งสอง ได้แต่ถอนหายใจ แต่ไม่ห้าม คิดว่าเรื่องนี้ เป็นชะตาลิขิตของทั้งสองคน
ส่วนเสี่ยวเทียนนั้น กำลังฟื้นฟูร่างกายโดยดึงดูดพลังจักรวาล เข้ามาเพื่อรักษา ร่างกายที่กระดูกหักของเขา ให้กลับกลายเป็นปกติ แต่เนื่องจากเส้นชีพจรปราณขาดสะบั้นไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถเดินลมปราณได้ เสี่ยวเทียนรู้สึกแค้นใจยิ่งนัก
ในขณะที่เสี่ยวเทียนขยับตัว ไปไหนมาไหนไม่ได้ มีแต่นางฟ้าหลิงหลานเท่านั้นมาค่อยช่วยปรณนิบัติเช็ดตัวให้เขา ทำให้เสี่ยวเทียนรู้สึกประทับใจและเป็นหนี้บุณคุณยิ่งนัก
“ ท่านเป็นใครกันแน่ ทำไม ถึงได้ดีต่อข้ายิ่งนัก”
“ ข้าชื่อหลิงหลาน เป็นนางฟ้าสวรรค์อยู่บนแดนวิมานเมฆแห่งนี้ การช่วยชีวิตคน เหมือนสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น เจ้าไม่เคยได้ยินหรือไง”
“ ข้าเองมีความแค้นต้องกลับไปสะสาง ครั้งนี้ ข้าเองสูญสิ้นพลังปราณไปจนหมดไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ได้อีกแล้ว บุญคุณในครั้งนี้ ข้ามิอาจตอบแทนท่านในชาตินี้ หวังว่าชาติหน้าข้าเกิดมาใหม่ จะยอมเป็นม้าเป็นวัวรับใช้ท่านแทน”
นางฟ้าหลิงหลาน มองร่างของเสี่ยวเทียนที่นอนนิ่ง แล้วก็เอ่ยด้วยน้ำตาคลอว่า
“ ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะหาวิธีช่วยท่านกลับมาเป็นเช่นเดิมให้ได้” นางฟ้าหลิงหลานเอ่ยจบ ก็จากไป
เสี่ยวเทียนมองร่างของนางฟ้าหลิงหลานที่จากไปด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ ทำไมนางต้องดีกับเขาขนาดนั้น เสี่ยวเทียนพักอยู่ ที่ดินแดนวิมานเมฆ ได้เจ็ดวัน ก็สามารถลุกนั่งได้แล้ว คิดว่าตนเองจะเอ่ยปากจากลาเสียที
“ กระดูกที่หน้าอกของเจ้า ยังไม่สมานเหมือนเดิม ต้องพักให้มาก ส่วนมือซ้ายที่โดนตราประทับมานั้น ข้าเองไม่สามารถถอนพลังคำสาปนี้ ได้ จึงใช้แค่เพียงเข็มสะกดมันเอาไว้ได้อีกสามเดือน ทำให้เจ้าไม่สามารถใช้มือซ้ายได้เหมือนเดิม ส่วนชีพจรที่ขาดนั้น ข้าสามารถต่อให้ได้เฉพาะเส้นชีวิต แต่ว่าเส้นลมปราณพลังยุทธ์นั้น ข้าไม่สามารถต่อได้”
อาจารย์ผมขาว ที่รู้วิชาแพทย์ผู้นี้เอ่ยกับเสี่ยวเทียนหลังจากดูอาการ
“ ขอบคุณท่านมาก เท่านี้ก็ดีแล้ว” เสี่ยวเทียนปลงกับชีวิตของตนแล้ว หวังว่าลุกขึ้นเดินได้ปกติ จะกลับไปหาวิธีฆ่า นักฆ่าจากเทวาลัยเร้นลับให้หมดสิ้น ถึงแม้รู้ว่าเป็นเรื่องยากก็ตาม อาจารย์แพทย์ผมขาวได้แต่ถอนหายใจออกมา
คืนนั้น นางฟ้าหลิงหลาน ก็มาหาเสี่ยวเทียนในห้อง แล้วมานั่งด้านข้างแล้วป้อนผลไม้ชนิดหนึ่งสีทองให้เสี่ยวเทียนกินทีละชิ้น ๆ เหมือนที่เคยทำปกติ
แต่ว่าครั้งนี้ เสี่ยวเทียนเริ่มรู้สึกแปลก ๆ ในร่างกาย กระดูกที่แตกหัก บริเวณหน้าอก กลับเริ่มสมานเข้ากัน อย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็หายเป็นปลิดทิ้ง ส่วนเส้นชีพจรที่ขาดไปหมดแล้ว กลับเริ่มมีการเคลื่อนไหว โดยกลับไปต่อกันเหมือนเป็นปกติ เส้นปราณยุทธ์ เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเหนือกว่าเส้นปราณของมนุษย์ทั่วไปถึงสามเท่า
พลังยุทธ์ที่เคยอัดแน่น อยู่ปราณยุทธ์ระดับที่ 40 พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นพลังปราณยุทธ์ระดับ ที่ 85 ขั้นปราณจักรพรรดิระดับต้นในทันที เสี่ยวเทียนเริ่มรู้สึกดีใจยิ่งนัก ลุกนั่งทำสมาธิ รีบเดินพลัง สร้างกายาอมตะ เป็นอันดับแรก ทำให้กระดูกของเขากลายเป็นสีทอง ผิวหนังเริ่มขาวบริสุทธิ์คล้ายหยกขาว สามารถดึงพลังฟ้าดินมาใช้ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า บัดนี้เขามีร่างเซียน สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ถึงแม้นว่ายังไม่ถึงขั้นวาร์ป ไปไหนมาไหนได้ ก็ตาม แต่แค่นี้เขาก็มีความสุขยิ่งนัก เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้นมาเห็นรอยยิ้มของนางฟ้าหลิงหลาน ก็รู้สึกแปลกๆ ในใจขึ้นมา
“ นางฟ้าหลิงหลาน ขอบใจท่านมาก”
“ ท่านหายดีแล้ว ข้าก็สบายใจ”
“ ข้าต้องกลับไปแล้ว....” เสี่ยวเทียนเริ่มเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา แต่อารมณ์เหมือนกับว่า ยังไม่อยากจากที่นี่ไป
“ อืม...” นางฟ้าหลิงหลานพยักหน้า เริ่มน้ำตาคลอ เพราะรู้ว่า ครั้งนี้จะเป็นการพบกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว นางคงต้องถูกเจ้าแม่สวรรค์ลงโทษแน่ๆ หากรู้ว่า นางนำท้อสวรรค์สีทอง ที่จะเตรียมไปมอบให้ท่านจ้าวสวรรค์ มาให้เสี่ยวเทียนกิน
“ ท่านร้องไห้ทำไม?” เสี่ยวเทียนได้แต่สงสัย
“ ไม่มีอะไร ท่านรีบไปเถอะ หากว่ามีใครมาพบเข้า เจ้าต้องตายแน่ๆ”
นางฟ้าหลิงหลานรีบนำพิณออกมา แล้วเริ่มดีดพิณส่งเสี่ยวเทียนกลับโลกมนุษย์ในทันที เสี่ยวเทียนพอได้ยินเสียงพิณ ร่างก็ถูกกระชากลงไปยังพื้นโลกมนุษย์อย่างรวดเร็ว มารู้สึกตัวอีกที ก็อยู่บนเขาหิมะนอกเมืองแล้ว
บนท้องฟ้า ดินแดนเทพวิมานเมฆ
“ มันคุ้มกันแล้วหรือ กับสิ่งที่เจ้าทำเพื่อเขา โดยที่ไม่ยอมบอกเขาเลยว่า เจ้าช่วยเขานั้นเพราะอะไร”
“ ข้าไม่รู้... ตลอดเวลาข้าเห็นเขาเจ็บปวด ข้ารู้สึกทรมานใจยิ่งนัก แต่พอเห็นรอยยิ้มที่มีความสุขของเขา ข้าก็สบายใจอย่างบอกไม่ถูก นี่ใช่ไหม ที่พวกมนุษย์โลกเรียกว่า ความรัก” นางฟ้าหลิงหลานเอ่ยอย่างแผ่วเบา
“ แต่เจ้าต้องถูกเจ้าแม่สวรรค์ลงโทษ กักขังไปอีกห้าร้อยปี แต่มันกลับไปโลกมนุษย์โดยไม่รู้ว่า เจ้าทำเพื่อมันขนาดนี้ มันไม่ยุติธรรมสำหรับเจ้าเลย”
“ อาจารย์ข้าขอ อย่าไปบอกเขา ข้าอยากให้เขามีความทรงจำดีๆ กับข้าแบบนี้ ไม่อยากให้เขาต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต”
“ มันอาจไม่เป็นดังที่เจ้าคิด เกรงว่าหากเจ้าแม่สวรรค์รู้เรื่อง แม้แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นจากความผิดนี้ไปได้” อาจารย์ผมขาวเอ่ยอย่างไม่สบายใจ
“ ท่านไม่พูด ข้าไม่บอก เจ้าแม่สวรรค์ ไม่สามารถล่วงรู้ได้อย่างแน่นอน”
อาจารย์ผมขาวถอนหายใจ กับลูกศิษย์ที่ในใจนางช่างบริสุทธิ์เหลือเกิน ไม่ล่วงรู้เลยว่า เจ้าแม่สวรรค์ มีกระจกวิเศษ สามารถอ่านจิตใจ แล้วก็มองเห็นภาพในอดีตของแต่ละคนได้
ไม่นานทหารสวรรค์ก็เข้ามา แล้วพา นางฟ้าหลิงหลาน ไปพบกับเจ้าแม่สวรรค์ที่รู้แล้วว่า ลูกท้อสวรรค์ นั้นหายไป...
ตำหนักองค์ชายสี่ ดินแดนต้าซิ่ง
“ เรื่องนี้ ข้าต้องขอบใจท่านเกาลู่ ยิ่งนัก หากว่าสำนักเทวาลัยเร้นลับ ไม่ลงทุนเสียสละคนของพวกท่าน ข้าเองก็ไม่อาจโค่น องค์รัชทายาทลงได้”
“ ขอเพียงให้องค์ชายสี่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก็พอ” เกาลู่ คือคนของสำนักเทวาลัยเร้นลับ เป็นคนที่ปลอมตัวอยู่กับ คนของแดนต้าเยี่ยน ที่เป็นคนร่ายมนตร์ สั่งตาย ทำให้เทวราชสังหาร ทั้งยี่สิบคนตายกันจนหมด เหลือเพียงเสี่ยวเทียนเพียงคนเดียว
“ ข้าไม่ลืมอย่างแน่นอน ข้าจะแต่งตั้งให้ท่านเป็นราชครู แห่งต้าซิ่ง แล้วจะสร้างตำหนักเทวาลัยบูรพา ให้คนทั้งแผ่นดิน เคารพกราบไหว้”
ที่แท้เรื่องนี้เป็นแผนของเทวาลัยเร้นลับ กับ องค์ชายสี่ เพื่อครอบครองแผ่นดินนี้นี่เอง เสี่ยวเทียนกับเพื่อนๆ ไม่รู้เรื่องใดๆ สุดท้ายพวกเขาต้องมาตายกันอย่างน่าอนาถ
เสี่ยวเทียนพอกลับมายังโลก ก็รู้ว่า มีหน่วยงานลับ ของสำนักเทวาลัยเร้นลับซ่อนตัวอยู่ที่ร้านขายยา ร้านหนึ่ง จึงได้ทำการปลอมตัวเป็นขอทาน แล้วซุ่มดู เหตุการณ์ เพื่อเตรียมตัวเปิดฉากล้างแค้น ด้วยตัวเพียงคนเดียว
แล้วในที่สุด เสี่ยวเทียนก็พบกับ เกาลู่ ชายคนที่ ร่ายมนตร์สั่งตาย ทำให้ตราประทับของเทวาลัยเร้นลับทำงาน พร้อม ชายชุดดำ อีก สี่คนเดินเข้าไปในร้านขายยา ด้านใน
ในห้องลับของร้านขายยา
“ คำนับท่านรองเจ้าสำนัก” คนด้านในเรียกเกาลู่ ว่ารองเจ้าสำนักกันทั้งหมด
“ แจ้งข่าวไปให้ท่านเจ้าสำนัก ทราบว่า บัดนี้ภารกิจสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี อีกเจ็ดวัน
จักรพรรดิต้าซิ่ง จะออกไปบวงสรวงแม่น้ำเลือดมังกร เพื่อขอพรเทพเจ้า รอให้การแสดงของพวกเราจบลง พวกเราก็ลงมือตอนนั้นได้เลย ฆ่าจักรพรรดิต้าซิ่ง และเชื้อพระวงศ์ที่เป็นชายทิ้งให้หมด”
“ ขอรับ” ชายคนหนึ่งออกไปส่งข่าวทันที
“ ด้านสำนักชิงหลงเป็นอย่างไรบ้าง” เกาลู่เอ่ยถาม คนที่มาประชุมกัน สิบคน
“ พวกมันต่างเก็บตัวเงียบ ไว้อาลัยให้ศิษย์ในสำนักที่ตายไปหลายสิบคน แล้วประกาศงดรับศิษย์เพิ่มไปอีกสามปี เจ้าสำนักโอวหยางเฟย เข้ากักตนเงียบไม่ออกมา ส่วนเจ้าหออื่นๆ ต่างก็เก็บตัวเงียบด้วยเช่นกัน”
“ ดี เทวราชสังหาร ลำดับที่ 11 ออกมา”
พอสิ้นเสียงของเกาลู่ เงาที่พื้นก็ค่อยๆ ปรากฏร่างเป็นชายชุดดำผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเกาลู่
“ เทวราชสังหาร 11 เจ้านำคนเทราชสังหารไปอีก 9 คน เข้าไปในสำนักชิงหลง
หาทางขโมยคัมภีร์มังกรสุริยัน กับ พิณเทพเจ้ามาให้ได้ภายในคืนนี้”
สิ้นคำสั่งเกาลู่ เทวราชสังหาร ลำดับที่ 11 ก็รับคำ แล้วมุดตัวลงพื้นดินกลายเป็นเงาเคลื่อนย้ายหายไปในทันที
เสี่ยวเทียนนั่งขอทานอยู่ภายนอกไม่ห่างจากร้านขายยานั่งหลับตาทำสมาธิ แล้วส่งจิตเข้าไปรับฟังเรื่องราวทั้งหมด พอฟังจบแล้วก็ลืมตาขึ้นมา
“ คัมภีร์ฝ่ามือมังกรสุริยัน กับ พิณเทพเจ้า ฮึ่ม ! เจ้าสำนักชิงหลง เจ้าซัดฝ่ามือใส่ข้าเกือบตาย ข้าจะคิดดอกเบี้ย เอาของวิเศษสองสิ่งนี้มาเป็นของข้าก็แล้วกัน” เสี่ยวเทียนพอรู้เป้าหมายของพวกมันแล้ว ก็รีบออกเดินทางกลับสำนักชิงหลงไปในทันที....