เสียงลมหายใจของทะเลในยามเช้านั้นไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าฤดูกาลจะผ่านไปหลายปี กี่ปีแล้วนะ ห้าปีพอดิบพอดี เขาก็ยังนั่งอยู่ตรงนี้ในทุก ๆ เช้า ตรงโต๊ะไม้เล็ก ๆ ริมหน้าต่างในครัวหลังบ้าน
บ้านไม้หลังเก่าที่เขารักที่สุดในโลก
เพราะเขาสามารถมองเห็นทะเลได้ในทุกเช้า บ้านไม้สองชั้นติดทะเลในอ่าวเงียบ ๆ ทางทะเลใต้ ในเมืองเล็ก ๆ ไม่ได้อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยว เป็เพียงเมืองผ่าน ที่นักท่องเที่ยวผ่านมา เพียงเพื่อจะผ่านไป
แต่นั่นก็เป็เหตุผลที่ทำให้เขาเลือกที่จะยังอยู่ที่นี่ หลังจากที่หัวใจของเขาถูกฉีกเป็ชิ้น ๆ จนเขาไม่อาจจะพูดถึงมันได้อีก
ที่นี่เป็บ้านของพ่อ บ้านไม้หลังเล็กติดทะเล เขากลับมาปรับปรุงซ่อมแซม เคยคิดว่าจะมีชีวิตที่สวยงามที่นี่ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนแปลง ที่นี่จึงถูกปรับให้กลายเป็ที่พักสำหรับคนแปลกหน้าที่อยากจะหนีโลกชั่วคราว ไม่มีป้าย ไม่มีโฆษณา มีเพียงเสียงเล่าปากต่อปากในกลุ่มเล็ก ๆ ของนักเดินทาง หรือใครบางคนจะช่วยรีวิวทางโซเชียลมีเดียเขาก็ไม่ติด เพราะเขาเองก็ไม่ได้หวังที่จะร่ำรวยจากมัน รายได้จากแขกสองสามคนต่อเดือนนั้น มันก็เพียงพอสำหรับค่าน้ำค่าไฟและอาหารง่าย ๆ ที่เขาทำเพื่อกินเองเป็ประจำ
เขาจะตื่นก่อนฟ้าเริ่มสว่างในทุกวัน ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเดินมานั่งตรงโต๊ะไม้เล็ก ๆ ในครัวหลังบ้าน จิบชาที่ชอบ มองทะเล สูดกลิ่นทะเลเข้าเต็มปอดอย่างมีความสุข
เวลามันช่วยเยียวยาจิตใจได้จริง ๆ จิตใจของเขาดีขึ้น แต่ไม่เคยลืมสิ่งที่เกิดขึ้น
ห้าปีแล้วสินะ..
มันนานจนเขาไม่ได้รู้สึกอะไรแล้วเมื่อนึกถึง แต่แผลที่ลึกร้าวนั้น ทำให้เขาเกษียณหัวใจของตัวเองั้แ่ห้าปีที่แล้ว
แต่ทะเลวันนี้ต่างออกไปจากทุกวัน ลมทะเลที่พัดมานั้น มีไอละมุนปะปนกลิ่นดินเหมือนว่าจะมีฝนตกไกล ๆ
หน้าฝนกำลังจะมา และอีกสิ่งหนึ่งที่กำลังจะมาในวันนี้เช่นกัน
แขกคนใหม่....ในรอบสองสัปดาห์
แขกคนสำคัญของ 'บ้านใจพัก'
เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้าน คัมภีร์จึงเดินออกไปต้อนรับ เขาเห็นร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตลินินแขนยาวสีเขียวมะกอกกับ กางเกงยีนส์สีซีด เขาเปิดประตูรถลงมาพร้อมกับเป้สะพายหลังเพียงใบเดียว ท่าทางของเขาเหนื่อยล้าราวกับเดินทางมานานแรมเดือน มาจากที่ไกลแสนไกล
"คุณธีรัชหรือเปล่าครับ"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคัมภีร์แล้วพยักหน้าช้า ๆ
"ใช่ครับ คุณคัมภีร์"
"เรียกภีร์ก็ได้ครับ"
"ครับ เรียกผมว่าธีร์ก็ได้ ขอบคุณที่ตอบเมลผมเร็วมากนะครับ ผมไม่คิดว่า ที่นี่จะว่าง"
"ที่นี่ไม่เคยเต็มหรอกครับ"
คัมภีร์ตอบเสียงเรียบ แต่ฟังนุ่มรื่นหู เหมือนกับคลื่นซัดโขดหินยามเช้า
'น่าจะอยู่ที่นี่นานจนเสียงเหมือนทะเล' ธีรัชแอบคิดเองขำ ๆ
คำภีร์พาธีรัชไปเลือกห้อง เพราะห้องว่างทั้งหมด
"บ้านมีสี่ห้อง ถึงแม้ว่าจะเล็กหน่อยแต่รับประกันความสะดวกสบาย ผมอยู่ชั้นบนด้านหลังที่ติดทะเล เหลืออีกสามห้อง คุณเลือกได้เลยว่าอยากจะอยู่ห้องไหน"
ธีรัชเลือกชั้นล่าง ห้องด้านหลังของบ้าน ที่เขาเปิดม่านสีขาวออกไปแล้วเห็นวิวทะเล คัมภีร์ปล่อยให้เขาเก็บของโดยไม่ถามอะไรมาก ถ้าเขาได้อ่านรีวิวของ 'บ้านใจพัก' มาบ้าง เขาก็จะรู้ว่าที่นี่ จะไม่มีใครพูดหากไม่จำเป็
"ผมติดแอร์ไว้ เพราะแขกส่วนใหญ่อยากมองวิวทะเลกับแดดจ้าได้อย่างสบายเนื้อสบายตัว แอร์ใช้ไม่อั้นนะครับ ผมบวกไปในค่าห้องแล้ว"
"ครับ"
ธีรัชยิ้มรับ บวกค่าแอร์แล้ว ค่าห้องก็ไม่แพงเลยสำหรับเขา เขาคิดถูกที่มาใช้บริการที่นี่ แล้วถ้าดี เขาอาจจะอยู่ต่ออย่างไม่มีกำหนด เพราะ เพียงก้าวแรกที่เข้ามาที่นี่ เขาก็รู้สึกเข้ากันได้เป็หนึ่งเดียวกับสถานที่และเ้าของ
ธีรัชรู้สึกคุ้นเคยกับ...คนที่นี่ โดยไม่รู้ตัว มันสบายใจอย่างบอกไม่ถูก
หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่า 'ถูกชะตา'
"่ที่ผมอยู่ที่นี่ จะมีแขกมาพักเพิ่มหรือเปล่าครับ?"
"ไม่มีจนกระทั่งกลางเดือนหน้าเลยครับ"
คัมภีร์ตอบ
แม้จะอยู่ในความเงียบ บทสนทนาเกิดขึ้นเท่าที่จำเป็ แต่บรรยากาศแห่งความเข้าใจและความเชื่อมโยงบางอย่างกลับอบอวลอยู่ในอากาศ
ค่ำคืนนี้...
พระจันทร์เต็มดวง เมฆที่บางเบาช่วยให้พระจันทร์อ่อนแสงลง คัมภีร์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นเปิดหน้าต่างรับลมทะเล เขาเปิดประตูหลังบ้านไว้ให้ลมโกรก แล้วเปิดเพลงแจ๊สที่ชอบ มันเป็สิ่งที่เขาทำเป็ประจำทุกค่ำคืน และมันก็เป็เพลงซ้ำ ๆ ไม่กี่เพลงที่เขาเปิดวนไปมาอยู่อย่างนั้น
คัมภีร์ไม่รู้ว่าธีรัชยืนอยู่ตรงมุมห้องในเงามืดของห้องมานานแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินเสียงกุกกัก เขาจึงรีบหันไปดู
"ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ใ"
ธีรัชก้าวออกมาจากมุมมืด
"ไม่เป็ไรครับ เพลงเพราะก็มักจะมีคนมาแอบฟังอยู่บ่อย ๆ"
คัมภีร์ยิ้ม
"คุณภีร์หมายถึงลูกค้าที่มาที่นี่ชอบมาแอบฟังคุณภีร์เปิดเพลงหรือครับ"
"ครับ"
คัมภีร์เปิดเพลงต่อไป
"ผมมักจะเปิดเพลงที่ผมชอบ"
"ไม่คิดว่าคุณภีร์จะชอบแจ๊ส คือ ผมก็ชอบเหมือนกัน"
ธีรัชนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มีเพียงโต๊ะไม้เก่าคั่นกลาง คัมภีร์ลุกไปหยิบเบียร์กระป๋องในตู้เย็นมายื่นให้ธีรัช เขากล่าวขอบคุณเบา ๆ แล้วรับไปดื่ม
"ชอบเพลงแจ๊ส แล้วชอบนักร้องคนไหนหรือครับ"
คัมภีร์ถาม
"ฟังดูอาจจะแก่ไปหน่อยทั้ง ๆ ที่อายุผมสามสิบกว่า ๆ คือ ผมชอบนักร้องที่เขาไม่อยู่บนโลกนี้กันแล้วนะครับ"
คนตอบมีท่าทีขัดเขิน คัมภีร์มองแล้วก็ยิ้ม
"อย่างเช่น....ใช่ไหมครับ"
เขาเอ่ยชื่อนักร้องเพลงแจ๊สที่เขาเองก็ชอบ แต่เสียชีวิตไปแล้วสองสามคน
ธีรัชยิ้มแล้วพยักหน้ารับ
แล้วทั้งสองคนไม่ได้คุยกันอีก มีแต่เสียงเพลงแจ๊สที่ไหลไปเรื่อย ๆ ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน มีแต่ความเงียบกับเสียงเพลงแล้วก็เบียร์เย็น ๆ ที่จะเยียวยาทุกสิ่ง
ธีรัชมาเพื่อสิ่งนี้ เขา้าความเงียบ เพื่อคลี่คลายบางอย่างในใจ และบรรยากาศของที่นี่ก็กำลังเยียวยาบางสิ่งในใจของเขาได้เป็อย่างดี เขารู้สึกอย่างนั้น
"คุณภีร์ชอบเพลงนี้ด้วยหรือครับ?"
ธีรัชถามทำลายความเงียบเมื่อเพลงใหม่ขึ้น มันเป็เพลงบรรเลงด้วยกีตาร์ ในท่วงทำนองแจ๊ส ที่ได้ฟังทีไร ธีรัชก็รู้สึกเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศทุกที
"ครับ "ฉันจะพบคุณในฝันของฉัน" เพลงนี้ผมชอบมาก มันให้ความรู้สึกว่า Jazz is in the air ได้จริง ๆ ฟังแล้วหัวมันโล่ง เบาดี เหมือนลอยอยู่ในอากาศ"
ธีรัชเงยหน้าสบตาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ว่าเขากับคัมภีร์ จะคิดคล้าย ๆ กัน หรือว่ามันจะมีความเ็ปที่ใกล้เคียงกันอยู่ในคนสองคน
คัมภีร์หมุนขวดเบียร์ในมือไปมา เพราะสายตาของธีรัชที่มองมานั้น มันเหมือนจะล่วงรู้ความลับที่อยู่ในใจของเขามานานหลายปี
"ผมว่า...คนที่ชอบเพลงนี้น่าจะเ็ปมากกันทุกคน...เพลงนี้อยู่ในลิสเพลงโปรดของผมมาหลายปีแล้ว"
น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บของคัมภีร์ ทำให้ธีรัชนึกในใจว่า ไม่น่าเริ่มเลยจริง ๆ
"ไม่ได้มีคุณคนเดียวหรอกที่ชอบเพลงนี้"
ธีรัชพยายามจะปลอบใจ แล้วส่งความเข้าใจไปทางสายตา ลมทะเลพัดวูบมา ทั้งสองยกขวดเบียร์ขึ้นจิบพร้อม ๆ กัน
ตาสบตา ไม่ต้องมีคำอธิบายใด ๆ ไม่มีคำพูด ไม่ต้องปลอบใจ ไม่้าอะไรอีกแล้วนอกจาก เสียงเพลง พระจันทร์ ลมทะเล แล้วก็...เบียร์เย็น ๆ กับคนที่นั่งดื่มเบียร์ด้วยกันที่รู้ใจ
คืนแรกที่ "บ้านใจพัก" ก่อนล้มตัวลงนอน ธีรัชเปิดสมุดโน๊ตที่เขาพกติดตัวมา เขียนประโยคแรกลงไป หลังจากที่เขาเขียนไม่ออกมาเกือบสองปีเต็ม นับจากวันที่ใครบางคนทิ้งเขาไป
'เพลงแจ๊ส พระจันทร์ ลมทะเล เหมือนกับจะคืนลมหายใจของฉันที่เคยเสียไป ลมหายใจที่ฉันลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฉันเคยมีมันอยู่'
คืนนี้เป็คืนแรกในรอบสองปีกระมัง ที่ธีรัชรู้สึกว่าเขาสามารถล้มตัวลงนอนได้อย่างสบายใจ ไร้ข้อกังวลใด ๆ ธีรัชเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องให้เย็นฉ่ำแล้วล้มตัวลงนอน ในตอนนี้ เขารู้ว่า ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่า ความเข้าใจที่ไม่ต้องสื่อสาร เงียบสงัด ได้ยินแต่เสียงคลื่นกระทบฝั่ง กับความรู้สึกผ่อนคลายที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ
แล้วเพลงนั้นที่เขาชอบก็ลอยเขามาในความรู้สึกก่อนที่เขาจะหลับไป
คัมภีร์นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียวจนดึก แขกคนสำคัญเข้าห้องพักผ่อนไปแล้ว เหลือแต่เขาที่นั่งอยู่กับตัวเองคนเดียวเงียบ ๆ อยากจะนึกว่า นั่งอยู่กับตัวเองอย่างที่เคยเป็มา
แต่ความรู้สึกนั้นมันเปลี่ยนไปแล้ว ั้แ่ แขกคนสำคัญได้ก้าวเข้ามาใน 'บ้านใจพัก'