พร้อมกับมองตามหลังเธอไป แต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะวิ่งตามเธอไปหรอก เขากลับเรียกหาคนรับใช้คู่ใจที่รู้ว่ายังไม่หลับเพราะต้องรอปิดบ้านหลังจากที่เขากลับมาก่อนนั้นเอง
“สุเทพ สุเทพ”
“ครับ คุณผู้ชาย”
สุเทพ ชายวัยสี่สิบผู้มีรูปร่างสันทัดขานรับได้เร็วทันใจแสดงว่าอยู่ไม่ใกล้จากนั้นเท่าใดนัก
“เอารถออก แล้วขับตามไปส่งคุณผู้หญิงคนนั้นสิ”
ปริวัฒน์สั่งพร้อมกับพยักหน้าไปทางหญิงสาวที่โคมไฟประดับสนามส่องให้มองเห็นหลังไหวๆวิ่งออกไปทางประตูรั้วหน้าบ้าน
“ขับรถตามไปส่งงั้นหรือครับ”
สุเทพแปลกใจว่าทำไมคุณผู้ชายถึงได้พูดอย่างนั้น
“ใช่ ฉันคิดว่าเธอคงจะออกไปเรียกแท็กซี่ที่หน้าบ้านสุเทพก็คอยขับรถตามเธอไปจนเห็นว่าเธอเข้าบ้านไปอย่างปลอดภัยดีแล้วค่อยกลับมาก็แล้วกัน”
“ทำไมคุณผู้ชายถึงไม่ให้ผมขับรถไปส่งเธอโดยตรงเลยละครับทำไมจะต้องให้เธอนั่งแท็กซี่ แล้วให้ผมขับรถตามไปอย่างนั้น”
“ทำตามที่ฉันสั่งเถอะน่า”
ชายหนุ่มทำเสียงหงุดหงิดขึ้นมาทันทีเมื่อถูกซักไซ้ทำให้สุเทพต้องรีบหลบออกไปปฏิบัติตามคำสั่งทันที
ก็น่ะ...เขายังไม่อยากให้เธอรู้นี้ ว่าเขาเป็ห่วงเธอ
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“หลินเป็อะไรไปครับ”
ธัญญะ ชายหนุ่มหน้าตาดีผิวขาวรูปร่างสูงโปร่งถามหญิงสาวที่เขานัดออกมาทานอาหารกลางวันด้วยกันอย่างห่วงใยเมื่อเห็นเธอมีท่าทางเหม่อๆเหมือนมีเื่อะไรไม่สบายใจอยู่
“เป็ยังไงค่ะ”
หญิงสาวแกล้งย้อนถามอย่างจงใจจะเลี่ยง เพราะรู้ดีว่าปัญหาที่เธอกำลังเป็ทุกข์อยู่นั้นมันไม่อาจที่จะบอกกับใครได้จริงๆแม้คนคนนั้นจะเป็ถึงเพื่อนสนิทก็ตาม ใช่...เธอแน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองจำกัดสถานะของธัญญะไว้เป็แค่เพื่อนสนิทเท่านั้นแม้จะดูออกว่าชายหนุ่มคิดอะไรกับเธอไปลึกซึ้งกว่านั้น แต่เธอก็พยายามรักษาระดับความสัมพันธ์เอาไว้แค่เท่าที่ตนรับได้ ทั้งๆที่เขาเองก็เป็คนดีที่มีอนาคตไกลคนหนึ่ง แต่บางครั้งมันก็เป็เื่ที่ตอบไม่ได้ว่า ทำไมเราจึงไม่รักคนดี
“ผมรู้น่ะ ว่าหลินไม่อยากบอกผม”
ชายหนุ่มกล่าวขณะมองหน้าสวยซึ้งของหญิงสาวอย่างพิจารณาค้นคว้า
“หลินก็แค่ไม่อยากให้คุณต้องมาพลอยมีเื่ไม่สบายใจไปด้วยเท่านั้น”
มาลาลินกล่าวแล้วก็ตักอาหารเข้าปากเพื่อฝืนตัวเองให้ดูเป็ปกติที่สุด
“หลินตีค่าน้ำใจผมผิดไปน่ะผมไม่เคยเสียใจเลยหากจะต้องทุกข์ใจไปกับเื่ของหลิน แต่จะเสียใจมากกว่า หากหลินยังทำท่าเกรงใจเหมือนเห็นผมเป็คนอื่นอยู่อย่างนี้”
“ขอบคุณนะคะธัญญะ แค่ได้รู้ว่ามีคุณอีกคนหนึ่งที่เป็เพื่อนหลินก็มีกำลังใจต่อสู้กับทุกปัญหาแล้วค่ะ”
หญิงสาวกล่าวก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อรวบรวมกำลังใจให้กับตัวเองแต่คำว่าเพื่อนจากปากของเธอก็ทำให้ชายหนุ่มถึงกับใจแป้วทีเดียว แม้จะรู้อย่างเป็นัยๆอยู่แล้วว่าเธอยังไม่คิดอะไรกับเขาไปไกลเท่าที่เขาคิดกับเธอ แต่เมื่อได้ยินจากปากของเธออย่างนั้นเขาก็อดที่จะรู้สึกะเืใจไม่ได้ แต่เอาเถอะในเมื่อเธอยังไม่มีเพื่อนชายคนไหนที่สนิทไปมากกว่าเขาเขาก็จะยังไม่หมดความหวังและความพยายามในการที่เอาชนะใจเธอก็แล้วกัน
“แล้วตกลงหลินจะบอกผมหรือเปล่าครับ ว่าหลินมีเื่อะไรไม่สบายใจ”
“อย่าพึ่งรู้เลยค่ะ ขอหลินหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองก่อนหากมันไม่ไหวจริงๆแล้ว หลินจึงจะขอความช่วยเหลือจากคุณ”
“หลินสัญญานะครับว่าจะทำตามที่พูด”
ชายหนุ่มรีบขอคำมั่นทันที
“ค่ะ หลินสัญญา”