ตอนที่ 27 การเดินทางครั้งแรก
[เนื่องจากภรรยาสงสัยว่าท่านกำลังมีชู้ ทำให้อารมณ์ไม่ดี ท่านจึงได้รับคะแนนพิเศษ 5 แต้ม]
สวี่หยางเข้าใจทันที หลังจากคิดเื่นี้อยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อวานคงได้กลิ่นแป้งหอมบนตัวเขาใช่หรือไม่?
หากคิดอย่างรอบคอบ แม้แต่เสิ่นม่านอวิ๋นที่ไม่ค่อยได้ใกล้เขายังได้กลิ่น ย่อมไม่ต้องพูดถึงภรรยาเลย
ชายหนุ่มไม่คิดว่าภรรยาจะอ่อนไหว และคิดไปไกลถึงเพียงนี้
ดังนั้นในขณะที่กินข้าวเช้า เขาจึงเล่าเื่ที่ชวนจางเถี่ยไปหอนางโลมเมื่อวานนี้
สรุปเป็ประโยคเดียวได้ว่า ข้าไปที่นั่นไม่ใช่เพื่อดื่มสุราเคล้านารี แต่เพื่อหาข้อมูล
“ต่อมาจางเถี่ยก็อยู่ที่นั่นคนเดียวหรือ? แล้วผู้หญิงคนนั้น…” หลินอวี้ถาม
“อืม ใช่แล้ว ข้าออกมาก่อน” สวี่หยางพูดต่อ “เดิมทีจางเถี่ยอยากให้ข้าไปด้วย แต่ข้าปฏิเสธ”
“แล้วเหตุใดเ้าถึงปฏิเสธ?” หลินอวี้ขมวดคิ้วขณะถาม
“ข้ามีภรรยาแล้ว จะออกไปยุ่งนอกบ้านได้อย่างไรล่ะ? อีกทั้งภรรยาของข้ายังสวยน่ารักและอ่อนโยนด้วย ข้าจึงไม่อาจทำร้ายจิตใจเ้าได้หรอก”
“ปากลิ้นลื่นไหลเชียว ความจริงเ้าใช้หินิญญาไปแล้ว หากจะหลับนอนกับนางก็ย่อมได้ อย่างไรเสียเ้าก็เป็ผู้ชาย ไม่จำเป็ต้องคิดมาก”
สวี่หยาง “...”
ผู้ชายดี ๆ ไม่คิดว่าภรรยาจะใจกว้างถึงเพียงนี้
แต่เขาได้เห็นแล้ว
หลินอวี้เป็คนใจกว้างมากจริง ๆ เมื่อคืนนางหดหู่ เหตุผลที่นางหดหู่ไม่ใช่เพราะเขาออกไปเที่ยวข้างนอก แต่เป็เพราะเขาไม่ได้บอกนางอย่างตรงไปตรงมา ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนอกใจนาง
เมื่อเขาอธิบายทุกอย่าง หลินอวี้ก็ยิ้มทันที และไม่คิดว่าการไปดื่มสุราที่หอนางโลมมีอะไรผิดปกติ
วันรุ่งขึ้นนั้นเอง สวี่หยางก็พบว่าค่าคะแนนพิเศษกลับมาสู่ระดับปกติ
เขาดูค่าสถานะของตัวเอง
[ชื่อ: สวี่หยาง]
[คะแนนพิเศษ: 310 แต้ม]
[ขอบเขตพลัง: ขอบเขตกลั่นลมปราณระดับสี่]
[วิชายุทธ์: เคล็ดหล่อเลี้ยงลมปราณของตระกูลสวี่: ปรมาจารย์ ทักษะพิเศษ: ลมหายใจหล่อเลี้ยงปราณ]
[วิชายุทธ์: ดัชนีฝังเข็ม: ปรมาจารย์ (กระตุ้นทักษะพิเศษ: เคล็ดดัชนีวิถี)]
[วิชายุทธ์: เคล็ดซ่อนลมหายใจขั้นเชี่ยวชาญ 0/40 (กระตุ้นคุณลักษณะ: ติดตามลมหายใจ)]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดปลูกถ่ายิญญาขั้นสมบูรณ์ 0/100]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นสมบูรณ์ 0/100]
[พลังวิเศษ: ความเป็ะ]
[ความชอบของภรรยาหลินอวี้: 100+8]
…
เนื่องจากยังไม่เชี่ยวชาญเคล็ดวิชาัขับขาน เขาจึงไม่ยอมใช้คะแนนพิเศษ
แต่วันนี้ต้องออกไปทำภารกิจแล้ว
“อืม เติมเคล็ดวิชาเพลิงวิภาส! เพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิต”
ชายหนุ่มเพิ่มแต้มสำหรับพลังบางส่วนอย่างไม่ลังเล!
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาเพลิงวิภาสขั้นสมบูรณ์ (กระตุ้นคุณลักษณะ: ลูกไฟคู่)]
เมื่อก่อนหากใช้เคล็ดวิชาเพลิงวิภาส จะมีลูกไฟเพียงลูกเดียว แต่ตอนนี้มีลูกไฟสองลูก เพิ่มการโจมตีเป็สองเท่า!
พร้อมจะเดินทางไกลเร็ว ๆ นี้แล้ว
อันที่จริงฟ้ายังมืดอยู่ แต่หลินอวี้ตื่นแต่เช้ามืด เตรียมเสบียงอาหารแห้งและเสื้อผ้า เก็บไว้ในถุงเก็บของของสวี่หยาง
เพื่อไม่ให้เปิดเผยว่ามีถุงเก็บของอยู่แล้ว นางจึงเตรียมถุงสองใบ แล้วยัดของง่าย ๆ ลงไป จนกระเป๋านูนขึ้น
จากนั้นนางก็เริ่มทำอาหารเช้า หลังทำเสร็จแล้ว สวี่หยางก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จ
หลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเรียบร้อย ก็ถือสัมภาระแล้วตรวจดูภายในบ้านเป็ครั้งสุดท้าย
“สามี เ้าไม่ต้องห่วงนะ ข้าได้ซ่อนของมีค่าไว้แล้ว และส่วนใหญ่ใส่ไว้ในถุงเก็บของ”
หลินอวี้จับแขนของสวี่หยาง แล้วพูดเบา ๆ
“อืม”
นี่เป็ครั้งแรกที่จะได้เดินทางไกลบ้านในโลกนี้ เลยรู้สึกกังวลและไม่สบายใจเล็กน้อย
หากเจอโจรควรทำอย่างไรดี? จะเกิดอะไรขึ้นหากจู่ ๆ ตระกูลโจวก็โจมตีสถานที่ที่พวกเขาประจำการอยู่?
เพราะสุดท้ายเขาก็มีประสบการณ์การต่อสู้เพียงน้อยนิด
ชายหนุ่มส่ายหน้า พยายามไม่คิดมาก แล้วพาหลินอวี้ออกจากบ้าน จึงพบว่าเสิ่นม่านอวิ๋นก็ออกมาแล้วเช่นกัน
นางแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน ผิวพรรณขาวอมชมพู ไม่ต้องพูดถึงสวี่หยาง แม้แต่หลินอวี้ก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง
“เป็อะไรไป คู่รักหนุ่มสาวคู่นี้ เหตุใดทำหน้าเหมือนจำข้าไม่ได้?”
เมื่อได้ยินถ้อยคำประชดประชัน สวี่หยางก็หัวเราะเบา ๆ ยังคงนิสัยเหมือนเดิม
“วันนี้พี่เสิ่นแต่งตัวสวยมาก” หลินอวี้กล่าว
“เมื่อออกไปนอกบ้าน ก็ต้องตื่นตัว ทำให้ตัวเองดูดี เพื่อบอกให้คนอื่นรู้ว่าไม่ใช่คนที่จะล้อเล่นด้วยได้”
ทั้งสามคุยกันสักพัก แล้วออกเดินทางทันที
พวกเขาต้องไปรับภารกิจที่บ้านของผู้ดูแลไป๋จิ่วหลิน ตอนนั้นเองมีผู้บำเพ็ญจำนวนมากเข้าแถวรอเช่นกัน
ในไม่ช้าเสิ่นม่านอวิ๋นก็ได้รับภารกิจประจำการที่ทะเลสาบปี้กุ้ย และปกป้องปลาิญญา
สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองฟางไปทางตะวันออกมากกว่าห้าสิบลี้
ในโลกเซียน ระยะทางนี้ไม่ไกลนัก
ทะเลสาบปี้กุ้ยนั้นอุดมไปด้วยปราณิญญา ตระกูลสวีที่นี่มากว่าร้อยปีแล้ว อีกทั้งพวกเขายังเชี่ยวชาญในการเลี้ยงปลาิญญาชนิดต่าง ๆ จนสามารถผลิตปลาิญญาได้มากกว่าสองพันตัวให้แก่ตระกูลสวีสายหลักทุกปี ซึ่งนั่นเป็แหล่งรายได้ที่ค่อนข้างดี
ทว่าใน่หลัง ปลาิญญามากกว่าสามร้อยตัวในทะเลสาบปี้กุ้ยหายไป เนื่องจากถูกล่าโดยเหยี่ยวเลี่ยอวี๋ และสัตว์ประหลาดที่เรียกว่าปลาฟันเลื่อย ความสูญเสียจึงเรียกได้ว่ามหาศาล
ภารกิจคือการเฝ้าระวังตลอดเวลาห้าวัน โดยจ่ายค่าตอบแทนรายวันเป็หินิญญาหนึ่งก้อน
แม้ค่าตอบแทนรายวันจะไม่สูงนัก แต่ก็ดีกว่าทำไร่แน่นอน!
สิ่งสำคัญคือหากจับเหยี่ยวเลี่ยอวี๋หรือปลาฟันเลื่อยได้ จะไม่เพียงเป็เ้าของสิ่งที่จับได้เท่านั้น แต่ยังจะได้รับรางวัลเป็หินิญญาห้าก้อนด้วย!
สัตว์ประหลาดทั้งสองชนิดนี้จับปลาเก่งทั้งคู่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันเป็สัตว์ประหลาดที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยตระกูลโจว ซึ่งนำมาสร้างปัญหาให้กับผู้บำเพ็ญเซียนตระกูลสวีโดยเฉพาะ
……
ขณะที่เดินออกจากเมืองฟาง สวี่หยางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ปราณิญญาโกลาหลมากขึ้น!
ถึงปราณิญญาจะอุดมสมบูรณ์มาก แต่ก็มีสิ่งแปดเปื้อนปนอยู่ในนั้นมากเกินไป หากผู้บำเพ็ญฝึกข้างนอกเป็เวลานาน พวกเขาไม่เพียงจะไม่ก้าวหน้าเท่านั้น แต่รากฐานิญญาจะเสียหาย กำไรไม่คุ้มเสีย
นี่เป็สาเหตุที่ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่ไม่สามารถอยู่นอกบ้านได้
โลกเซียนนั้นกว้างใหญ่มาก มีปราณิญญามากมาย แต่ไม่ใช่ปราณิญญาทั้งหมดที่สามารถดูดซับได้
สำหรับบางเมืองเซียน สำนัก หรือตระกูลผู้บำเพ็ญเซียน ข้อกำหนดแรกในการสร้างที่อยู่อาศัย คือปราณิญญาต้องบริสุทธิ์ และปราศจากมลทิน
ไม่อย่างนั้นจะไม่เหมาะกับการดำรงชีวิต
จากนั้นก็จะพิจารณาความเข้มข้นของปราณิญญา เส้นสายิญญา สภาพแวดล้อม แหล่งน้ำและอื่น ๆ
สภาพถนนด้านนอกเมืองฟางสามารถรองรับรถม้าได้สี่ถึงห้าคัน ที่เดินทางเคียงข้างกันในเวลาเดียวกัน พื้นหินกรวดและอิฐ ล้วนสร้างขึ้นโดยผู้บำเพ็ญเซียนผู้ทรงพลังของตระกูลสวี
การใช้เคล็ดวิชาสร้างถนนเป็ง่ายสำหรับผู้บำเพ็ญมนุษย์
เนื่องจากทั้งสามคนล้วนเป็ผู้บำเพ็ญมนุษย์ขั้นต่ำ จึงไม่สามารถเหาะเหินในระยะไกลได้ และทำได้เพียงเดินและเหาะเป็ครั้งคราวเท่านั้น
หลินอวี้ในตอนนี้อยู่ขั้นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ เมื่อใช้ยาและวิ่งไปพร้อม ๆ กัน จึงสามารถตามทัน
ยามสายของวันต่อมา
ในที่สุดทั้งสามก็มาถึงทะเลสาบปี้กุ้ย
ทะเลสาบปี้กุ้ยมีขนาดใหญ่มาก โดยมีกลุ่มเล็ก ๆ ประจำการในแต่ละทิศ จากตะวันออกไปตะวันตก เหนือจรดใต้
เสิ่นม่านอวิ๋นหาผู้จัดการที่นี่พบอย่างง่ายดาย แล้วมอบเหรียญตราภารกิจตระกูลสวีจากเมืองฟางให้
“อืม มีหน้าที่ดูแลทิศตะวันออก”
ผู้จัดการมองแล้วพูดขึ้น
“ครั้งที่แล้วข้าดูแลทิศตะวันออก ร่วมกับสหายลู่ และสามีของนางก็อยู่ที่นั่นด้วย ก่อนจากไป ทั้งสองบอกว่าจะอยู่ต่อไปอีกห้าวัน” เสิ่นม่านอวิ๋นพูดขึ้นมา
สายตาของผู้จัดการมีเลศนัย ถามเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกตนของนางกับสวี่หยาง
หลังจากรู้ว่าเป็เพียงขอบเขตกลั่นลมปราณระดับห้าและสี่ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก และปล่อยให้พวกเขาผ่านไป
แต่ในที่สุดเขาก็เตือน “อย่าแยกกัน ระวังตัวให้ดี!”
“ผู้จัดการมองพวกเราด้วยสีหน้าแปลก ๆ” สวี่หยางกล่าว
“ใช่ ครั้งที่แล้วไม่ใช่แบบนี้ เหตุใดถึงเป็เช่นนี้?” ไม่ต้องพูดถึงสวี่หยาง แม้แต่เสิ่นม่านอวิ๋นที่เคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งก็สับสนเช่นกัน
เมื่อมาถึงทางทิศตะวันออก จึงได้รู้เหตุผล
“แม่นางลู่กับสามีเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามวันก่อน จึงไม่มีใครในกลุ่มรับผิดชอบทิศตะวันออกรอดมาได้สักคน โดยเฉพาะแม่นางลู่ นางถูกย่ำยี ก่อนจะเสียชีวิต ร่างกายส่วนล่างของนางเละ...”
เมื่อมาถึงที่นี่ ผู้บำเพ็ญหญิงที่ดูแลทิศตะวันตกก็เข้ามาอธิบายเหตุผลให้เสิ่นม่านอวิ๋นฟัง
“อะไรนะ!” เสิ่นม่านอวิ๋นใมาก “แม่นางลู่เป็ผู้บำเพ็ญระดับห้า และสามีของนางเป็ปรมาจารย์ระดับหก พวกเขาตายหมดแล้วหรือ?”
“ใช่ คืนนั้นตระกูลสวีสูญเสียปลาิญญาไปมากกว่าห้าสิบตัว พบศพของสามคนในกลุ่มอยู่ในน้ำ ยังไม่พบฆาตกร เราสงสัยว่าที่นี่อาจมีหนอนบ่อนไส้!”
ผู้พูดเป็ผู้บำเพ็ญมนุษย์หญิงในวัยห้าสิบชื่อพี่หง แม้ว่านางจะอายุห้าสิบ แต่ก็ดูแลตัวเองอย่างดี ทำให้นางดูเหมือนอายุสามสิบ
นางตามสามีมา ซึ่งทั้งคู่ดูเป็คนเรียบง่ายและซื่อสัตย์
“ขอบคุณที่แจ้งให้ทราบ พวกเราจะระมัดระวังให้มากขึ้น”
หลังจากกล่าวคำลา เสิ่นม่านอวิ๋นก็มองสวี่หยางด้วยความลำบากใจ “สหายสวี่ น้องอวี้เอ๋อร์ ข้าขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้พวกเ้าต้องมาลำบากด้วยในครั้งนี้”
“นี่ไม่ใช่ความผิดของเ้า!”
สวี่หยางส่ายหน้า การประจำอยู่ที่นี่เป็เื่อันตราย ต่อให้ไปที่อื่น ก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงเช่นกันอยู่ดี
แต่ตอนนี้ เขามีไพ่มากมายอยู่ในมือ ต่อให้ต้องเผชิญกับปรมาจารย์ขอบเขตสร้างรากฐาน เขาก็เชื่อว่าตนมีพลังพอที่จะต่อสู้
โดยเฉพาะยันต์แสงทองในถุงเก็บของ ชายหนุ่มก็คิดในใจ