บทที่ 35 บ๊ายบายพี่สี่
หลังจากเอ่ยเรียกทั้งสองคนแล้ว หนวนหน่วนก็มุ่งความสนใจไปที่ลู่สิงจื่อเป็นคนสุดท้าย
มุมปากของลู่สิงจื่อยกยิ้มขึ้น ภาพของหนวนหน่วนที่ดูเชื่อฟังสะท้อนเข้ามาในดวงตาชัดเจน
“ฉันชื่อลู่สิงจื่อ”
หนวนหน่วนเรียกเขาเสียงหวาน “พี่ลู่ สวัสดีค่ะ~”
ปกติแล้วลู่สิงจื่อมีท่าทีสุขุมมาตลอด แต่เขาเอื้อมมือไปลูบหัวคนตัวเล็กโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ สายตาและปลายคิ้วของเขาผ่อนอ่อนโยนลงกว่าเดิมหลายเท่า
กู้หมิงหลี่ “…”
ถังเล่อและอู๋คว่าง “…”
ไม่มีใครทันคาดคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ถังเล่อกรีดร้อง อยากจะสัมผัสหัวนุ่ม ๆ ของหนวนหน่วน แต่น่าเสียดายที่เขาโดนกู้หมิงหลี่ผลักออกไปเสียก่อน สายตาอันดุร้ายของเจ้าตัวตอนนี้จับจ้องไปที่ลู่สิงจื่อแทน
ไอ้เพื่อนคนนี้!
ลู่สิงจื่อขมวดคิ้ว สงสัยใคร่รู้อะไรบางอย่าง หลังจากลูบหัวหนวนหน่วนแล้ว เขาถึงยอมถอยออกไปอย่างสงบเสงี่ยม
กู้หมิงหลี่รู้สึกว่าเขาเองก็อยากใช้เวลาฉันพี่น้องบ้าง
“พี่สี่ นี่เกี๊ยวค่ะ”
หนวนหน่วนมองดูกล่องอาหารอย่างตั้งใจ ในใจครุ่นคิดว่าหากปล่อยทิ้งไว้นานเกี๊ยวจะไม่อร่อย
กู้หมิงหลี่ลูบหัวน้อย ๆ ของเธอก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เข้าใจแล้ว”
“ว้าว… หอมจัง”
เมื่อเปิดกล่องอาหารเก็บความร้อนออก กลิ่นหอมของเกี๊ยวก็ลอยออกมาทันที หอมจนถังเล่อและอู๋คว่างรู้สึกอยากทานไปด้วย
อู๋คว่างนักชิมตัวยงก้าวเข้ามาหาทันที “พี่กินหมดไหม แบ่งให้ผมหน่อยได้หรือเปล่า?”
กู้หมิงหลี่ผลักพวกเขาออกไป “ไปให้พ้น!”
ราวกับคนละคน เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเอ่ยพูดคุยกับหนวนหน่วน น้ำเสียงจะอ่อนโยนลงหลายระดับ แต่กับพวกเขานั้นกู้หมิงหลี่ยังคงเย่อหยิ่ง แบบนี้สองมาตรฐานชัด ๆ
“หนวนหน่วนกินหรือยัง กินกับพี่สี่ไหมคะ?”
หนวนหน่วนส่ายหัวจนหางม้าที่รวบไว้กวัดแกว่งไปมา
“ก่อนจะเอามาให้พี่สี่ หนวนหน่วนกับพี่กู้อันกินกันเรียบร้อยแล้วค่ะ”
กู้หมิงหลี่มองตามมือของเด็กน้อยที่กำลังวางอยู่บนท้องตนเอง อดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วเรียวยาวสะกิดมัน
หนวนหน่วนเบี่ยงตัวหนี “อย่าจิ้มท้องซี่”
พี่ชายผู้ประสบความสำเร็จในการแกล้งน้องหัวเราะออกมาทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเธอ เหล่าเด็กหนุ่มในห้องที่เหลือจึงมีชีวิตชีวาขึ้นไปด้วย
แน่นอนว่านิสัยของเขาไม่หยุดแค่เอานิ้วจิ้มท้องหรอก เด็กหนุ่มบีบแก้มนุ่ม ๆ ของคนตัวเล็กอย่างแรง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย เขาเล็งเป้าหมาย บีบถึงสองครั้งติดกัน
หนวนหน่วนที่โดนหยิกแก้ม “!!!”
น้ำตาของเธอเกือบไหล เด็กน้อยได้แต่ปากมุ่ย เธอจับข้อมือของพี่สี่แล้วออกแรงดิ้นหนีเพราะเปิดปากไม่ได้ QAQ
แต่ด้วยความที่พี่สี่ควบคุมแรงของตนไว้จึงทำให้เธอไม่เจ็บมาก
หนวนหน่วนดิ้นอยู่สองสามครั้งก่อนจะยอมแพ้ ตอนนี้เธอยอมรับชะตากรรมของตนเองแต่โดยดี
ในทางกลับกัน กู้อันที่อยู่ข้าง ๆ กลับรู้สึกโกรธมาก เขารีบแกะมือของกู้หมิงหลี่ออก “ปล่อยเธอ!”
กู้หมิงหลี่ตะคอกใส่กู้อัน ก่อนจะปรายตามองคนขัดจังหวะด้วยแววตาดูถูกเหยียดหยาม อีกมือที่ว่างอยู่จึงถูกใช้กดคนเตี้ยกว่าให้นั่งลง
กู้อันโกรธจนหน้าพองเหมือนปลาปักเป้า “รอก่อนเถอะ ฉันจะขอให้พ่อพาไปเรียนศิลปะการต่อสู้ ถ้ากลับมาคราวหน้า ฉันจะใช้วิชาที่เรียนมาสั่งสอนพี่!”
กู้หมิงหลี่ตอบอย่างหยิ่งยโส “แค่นั้นเหรอ ฉันรอมาสิบปีแล้ว ถึงยังไงแกก็จะเป็นไอขี้แพ้ตลอดไปนั่นแหละ”
กู้อันคิด ‘ให้ตายสิ ฝากไว้ก่อนเถอะ!’
“อี๊อี่~(พี่สี่)”
หนวนหน่วนที่ถูกหยิกแก้มร้องเรียกพี่สี่อย่างออดอ้อน น้ำเสียงนุ่มนวลคล้ายเม็ดข้าวฟังดูรื่นหูอย่างยิ่ง
กู้หมิงหลี่ยอมปล่อยมืออย่างไม่ใคร่เต็มใจนัก “เธอกินเกี๊ยวสักชิ้นสิ เพิ่มเนื้อหน่อย”
สัมผัสเมื่อสักครู่นี้ยังไม่ค่อยเป็นที่น่าพึงพอใจนัก หนวนหน่วนยังไม่เจ้าเนื้อขึ้นเลย เมื่อไหร่จะอ้วนสักที
เขาคีบเกี๊ยวก้อนอวบขึ้นแล้วป้อนให้เด็กหญิงตัวเล็ก
หนวนหน่วนเอามือลูบท้องของตน คิดในใจว่าตนน่าจะยังกินได้อีก
แต่แล้วหนูน้อยก็ชะงักเล็กน้อย ใบหน้าเล็กเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอใช้ดวงตาฉ่ำน้ำจ้องมองไปยังพี่สี่อย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้น… หนวนหน่วนกินแค่อันเดียวนะ”
เสียงเล็ก ๆ ดังออกมาเบาหวิว
กู้หมิงหลี่พยักหน้าลง รอยยิ้มฉายแววขึ้นในดวงตาแสนดุร้าย แม้จะยังดูยโสโอหัง แต่ที่จริงแล้วเขาแค่อยากลองป้อนอาหารเจ้าตัวเล็กเท่านั้นเอง
“อา…”
หนวนหน่วนอ้าปากเล็กน้อยรับเกี๊ยวเข้าปาก แก้มน้อย ๆ ของเธอป่องขึ้นมาทันใด
สีหน้าของสาวน้อยค่อนข้างจริงจังเสมอเมื่อเป็นเรื่องทานอาหาร ดวงตาของเธอขับประกายสดใสรับรสชาติ ตอนนี้เธอช่างเหมือนตั๊กแตนที่กำลังยัดอาหารเข้าปากจนแก้มป่อง
แม้จะโตแล้วแต่ทุกคนก็ต่างใจสั่นเมื่อเห็นความน่ารักของหนวนหน่วนตอนกิน คนอื่น ๆ ในห้องแทบจะผลักตัวกู้หมิงหลี่ออกเพราะอยากป้อนเจ้าตัวเล็กด้วยเหมือนกัน
“กินอีก”
กู้หมิงหลี่ไม่ยอมทานเองเลยสักนิด เขากำลังยุ่งอยู่กับการป้อนอาหารเจ้าตัวน้อยสีน้ำนม จนกระทั่งหนวนหน่วนทานเกี๊ยวชิ้นแรกเสร็จ เขาถึงบังคับให้เธอทานเข้าไปอีกครั้ง เด็กหญิงตัวเล็กส่ายหัวปฏิเสธพร้อมกับใช้มือกุมท้องแน่น ไม่นานก็เรอออกมาเบา ๆ
“หนวนหน่วน… หนวนหน่วน ไม่ไหวแล้ว”
เสียงเจ้าตัวน้อยฟังดูน่าสงสาร ใครเล่าจะปฏิเสธคำขอของเธอได้
กู้หมิงหลี่ทำได้เพียงแค่มองท้องน้อย ๆ ของหนวนหน่วนอย่างคิดเสียดาย “ถ้ามาหาพรุ่งนี้ต้องเก็บท้องมากินกับพี่ด้วยนะ เข้าใจไหม?”
หนวนหน่วน “พรุ่งนี้มาได้เหรอคะ?”
กู้อัน “ไม่ต้องมา!”
กู้หมิงหลี่ “ได้สิ!”
เกิดเสียงแตกแยกเป็นสองฝ่ายก่อนที่สองพี่น้องจะมองหน้ากัน
กู้หมิงหลี่ ‘หึ… เจ้าเด็กโง่นี่กล้าท้าทายฉันเรอะ!’
กู้อัน ‘ไอ้หน้าใหญ่! วัน ๆ คิดแต่ห่วงแต่เรื่องหน้าตา!’
ส่วนการถามว่าอยากมาหรือไม่นั้น หนวนหน่วนอาจต้องถามคุณพ่อก่อน เพราะถึงอยากมา แต่ถ้าพ่อตนไม่พามาก็มาหากันไม่ได้
เธอนำเกี๊ยวมาค่อนข้างมาก และในท้ายที่สุด แม้ว่ากู้หมิงหลี่จะไม่เต็มใจนัก แต่เขาก็ยอมแบ่งบางส่วนแก่เพื่อน ๆ ของเขา
แน่นอนว่าอู๋คว่างผู้ที่ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจขอกู้หมิงหลี่ให้ตักเพิ่มให้เขาอีกหน่อย
หลังจากทานอาหารเสร็จ หนวนหน่วนและกู้อันก็ต้องเดินทางกลับ เด็กวัยรุ่นทั้งสี่คนจึงเดินไปส่งพวกเขาที่ประตูโรงเรียน หนวนหน่วนจึงเอื้อมจับมือข้างหนึ่งคุณพ่อก่อนจะโบกมือลาพวกเขา
“หนวนหน่วน คราวหน้ามาอีกนะ!”
คนตัวเล็กโผล่หัวกลม ๆ ออกมาจากกระจกรถก่อนจะใช้ดวงตาฉ่ำน้ำมองพวกเขา
“ค่ะ หนวนหน่วนจะจำไว้ค่ะ”
ถังเล่อลังเลที่จะปล่อยมือ “อย่าลืมคิดถึงพี่ถังเล่อนะ”
อู๋คว่างชี้ไปที่ตัวเอง “ฉันด้วย”
ถึงแม้ว่าลู่สิงจื่อจะไม่ได้พูด แต่ดวงตาที่จ้องมองไปยังหนวนหน่วนนั้นเปี่ยมไปด้วยความหมายบางอย่าง
น่าเสียดายที่เจ้าเกี๊ยวน้อยอายุเพียงห้าขวบ จึงไม่สามารถอ่านแววตานั้นได้ เธอเลยเอ่ยตอบอย่างเชื่อฟัง
“หนวนหน่วนจะคิดถึงพี่ถังเล่อ พี่อู๋คว่าง และพี่ลู่ นะคะ”
กู้หมิงหลี่ “…”
เขากัดฟันดังกรอด “แล้วฉันล่ะ?”
หนวนหน่วนยิ้มตาพริ้ม นัยน์ตาดำสนิทซ่อนแสงเจิดจ้าดุจดวงดาวพร่างพราวเสน่ห์เอาไว้ไม่มิด
เด็กน้อยตะโกนเรียกพี่สี่
“พี่สี่มาตรงนี้หน่อยค่ะ หนวนหน่วนมีอะไรจะบอก”
กู้หมิงหลี่ทิ้งความรู้สึกน้อยใจของตนก่อนหน้านี้ออกไปแล้วเดินเข้าไปหาทันที “มีอะไร? จะพูดอะไรหรือเปล่า?”
เขาเดินเข้าไปหาแล้วโน้มหน้าลงถามหนูน้อยน่ารักที่โผล่หัวออกมาจากกระจกรถ เจ้าตัวเม้มริมฝีปาก บรรจงหอมแก้มของเขาฟอดหนึ่ง
“บ๊ายบายค่ะพี่สี่ หนวนหน่วนจะคิดถึงพี่นะคะ”
กู้หมิงหลี่ตะลึงไปสามวินาที
เขาเพิ่งโดนหนวนหน่วนจุ๊บแก้มไปใช่หรือเปล่า?
ในพริบตานั้น ดวงตาเฉียบคมก็เอ่อคลอไปด้วยความรู้สึกมากมาย