บทที่ 21 ฉันจองเธอก่อน ทำไมนายถึงมาแย่งไปอีกแล้ว!
ฮวาปู้ลั่วกำลังนอนอยู่บนเตียงนวดอันแสนสบายในห้องนวดระดับไฮเอนด์เขาหลับตาพริ้มนอนอยู่บนเตียงใหญ่ที่สบาย ปล่อยให้หมอนวดสาวจัดการร่างกายของเขาอย่างอิสระ
วิธีการนวดของหมอนวดสาวนั้นเป็มืออาชีพมาก เสื้อผ้าที่เธอใส่ก็ดูเซ็กซี่มาก
คูู่เาหิมะขนาดใหญ่ที่ขาวราวหิมะของเธอกระเพื่อมไม่หยุด บางครั้งก็เสียดสีบนหลังของฮวาปู้ลั่วเบาๆ
ด้วยนิสัยของฮวาปู้ลั่ว ถ้าเป็เมื่อก่อน เขาคงคว้าหน้าอกใหญ่ๆ นั่นมาบีบเล่นอย่างไม่เกรงใจไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับดูไม่ค่อยมีอารมณ์
เพราะไม่นานมานี้ เขาเพิ่งไปเจอกับเฉินเซิงที่บ้านของหลินตงฟาง ผลก็คือ โดนอีกฝ่ายเล่นงานจนเสียหน้ายับเยิน
ตอนที่เขาไปอวดเื่ที่ซื้อบ้านที่โครงการเล่อหยวน เขากลับถูกเฉินเซิงทำให้อับอายขายหน้ายิ่งกว่าเดิม หลี่ซานซานที่เขาหมายปองก็ตีตัวออกห่าง ด้วยความโกรธแค้น ฮวาปู้ลั่วจึงติดต่อกับคนรู้จักในโลกใต้ดิน จ้างวานนักฆ่ามาจัดการเฉินเซิง
เขารอมาหลายวันก็ยังไม่มีข่าวคราว คิดว่าเงินหนึ่งล้านหยวนที่จ่ายไปอาจจะสูญเปล่า ฮวาปู้ลั่วก็ยิ่งหงุดหงิด จึงหาเื่ด่าว่าหมอนวดสาวที่กำลังปรนนิบัติเขาอย่างหนัก
หลังจากที่หมอนวดออกไปแล้ว ผู้จัดการสาวสวยสะพรั่งก็รีบเข้ามา พูดจาเอาใจฮวาปู้ลั่วอย่างไม่หยุดหย่อน
“นี่มันอะไรกันห๊ะ! ฉันไม่ได้ไม่มีตังค์สักหน่อย แต่เธอกลับส่งพวกหน้าไม่สวยมาให้ฉัน เสียอารมณ์หมด!”
“คุณชายฮวาอยากได้สาวสวยย่อมไม่ใช่เื่ยาก” ผู้จัดการหญิงพูดพร้อมกับยิ้มขอโทษ “ที่นี่เราเพิ่งจ้างหญิงสาวจากเมืองเยียนจิงมาใหม่ ไม่เพียงแต่รูปร่างหน้าตาดี แต่เธอยังเป็นักศึกษาสถาบันเต้นรำอีกด้วยเรียกได้ว่ามีความสามารถหลากหลายจริง ๆ พอดีว่า่นี้เธอมีปัญหาเื่เงินเลยมาที่ศูนย์สปาของเราเพื่ออยู่เป็เพื่อนลูกค้า…”
“แล้วทำไมยังไม่รีบไปเรียกเธอมาอีก?”
พอได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นักเรียนจากสถาบันเต้นรำ เขาก็มีความหวังขึ้นมานิดหน่อย
ในเมื่อหญิงสาวคนนั้นผ่านการฝึกฝนมาแล้ว ร่างกายของเธอต้องอ่อนและยืดหยุ่นเหมือนบะหมี่แน่ ๆ คาดว่าพอขึ้นเตียงคงจะทำท่าทางอะไรก็ได้ ตอนนี้เขาอารมณ์ไม่ดี การใช้เธอมาเป็เครื่องบำบัดก็ถือเป็ทางเลือกที่ไม่เลวนัก
“มีเื่หนึ่งที่ฉันต้องเรียนคุณชายฮวาตรง ๆ นะคะ หญิงสาวคนนั้นขายศิลปะ ไม่ได้ขายตัว เธอแค่เป็เพื่อนดื่มเหล้า เต้นรำ คุยกับลูกค้าเท่านั้น นอกจากนี้ค่าตัวของเธอต่อคืนคือหนึ่งหมื่นหยวนค่ะ…”
“อะไรกัน? ยัยเด็กนั่นไม่ยอมขายตัว แต่กล้าเรียกเงินมากขนาดนี้ในคืนเดียว ตัวผู้หญิงคนนั้นฝังเพชรเลี่ยมทองหรือไงกัน!” ฮวาปู้ลั่วสบถด่าด้วยความไม่พอใจ
“คุณชายฮวาก็รู้ เศรษฐีในเมืองเจียงเฉิงชอบอะไรที่มันพิเศษ ถึงเสี่ยวเจียวจะไม่ยอมขึ้นเตียงกับแขก แต่เธอก็ยังเป็ที่้าตัวมาก ฉันเห็นว่าคุณชายฮวาเป็ลูกค้าประจำ ถึงได้ยอมแนะนำเธอให้ ถ้าคุณชายฮวาเสียดายเงินล่ะก็…” ผู้จัดการพูดด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
“จะบ้าหรือไง! ฉันพูดั้แ่เมื่อไหร่ว่าเสียดายเงิน รีบไปเรียกนักศึกษาสาวคนนั้นมาเร็วๆ แค่หนึ่งหมื่นหยวนต่อคืน มันก็แค่ราคาไวน์แดงขวดเดียวเอง เธอคิดว่าฉันจะเสียดายเงินแค่นี้เหรอ?”
หลังจากผู้จัดการสาวจากไป มุมปากของหัวหน้าฮวาก็เผยรอยยิ้มหื่นกาม ‘ขายศิลปะไม่ขายร่างกายงั้นเหรอ? แค่ฉันพูดหว่นล้อมยั่วยวนนิดหน่อย รับรองว่าเธอจะถอดเสื้อผ้าอย่างว่าง่ายแล้วคลานมาปรนนิบัติฉันเอง’
ไม่นานนักหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดงก็เดินย่างกรายเข้ามา
ท่าทางสงบเสงี่ยมของเธอช่างน่ามองจนใจสั่น ชุดกี่เพ้าที่พอดีตัวเน้นให้เห็นเรือนร่างอันเย้ายวนของเธอ เวลาที่เธอเดินสะโพกเล็กๆ ก็ส่ายไปมาไม่หยุด ขาที่ขาวเรียวราวกับหยกที่โผล่พ้นจากช่องด้านข้างของชุดกี่เพ้าช่างยั่วยวนใจ
เธอแตกต่างจากสาวๆ ในร้านนวดส่วนใหญ่ที่ชอบแต่งหน้าจัด หญิงสาวคนนี้ไม่ได้แต่งหน้า แต่ใบหน้าสะอาดสะอ้าน บวกกับความมีชีวิตชีวาของเธอ กลับทำให้เธอดูน่าหลงใหลยิ่งกว่า
ถ้าเธอเดินอยู่บนท้องถนน คนอื่นต้องคิดว่าเธอเป็ดาวมหาวิทยาลัยแน่ๆ
ฮวาปู้ลั่วยิ้ม ดูจากท่าทางการเดินแล้ว หญิงสาวคนนี้น่าจะเป็สาวบริสุทธิ์ อีกอย่าง เธอก็สวยจริงๆ บุคลิกก็ดี ไม่คิดเลยว่าจะเจอของดีแบบนี้ในร้านนวด
‘เธอเป็ดาวเด่นของที่นี่ เสี่ยวเจียวใช่ไหม? มานั่งตรงนี้สิ” ฮวาปู้ลั่วตบบนขาตัวเอง
‘ยัยหนูคนนี้ไม่ใช่แค่หุ่นดี หน้าตาสวย แต่สะโพกก็ยังกลมกลึงน่ามอง ถ้ามีโอกาสได้บีบสักทีคงจะฟินน่าดู’ ฮวาปู้ลั่วคิดในใจอย่างหื่นกระหาย
หญิงสาวพยักหน้าอย่างฝืนใจ นั่งลงบนโซฟา แต่ห่างจากฮวาปู้ลั่วพอสมควร
ฮวาปู้ลั่วไม่พอใจ เขาบอกให้เธอมานั่งบนตักแต่เธอกลับนั่งห่างขนาดนี้
ตอนที่เขากำลังจะโมโห หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน โค้งคำนับให้เขา
“พี่ชายอยากฟังเพลงหรืออยากดูฉันเต้นรำคะ?”
“ร้องเพลงหรือเต้นรำไว้ทีหลังก็ได้ มานั่งตรงนี้ก่อน” ฮวาปู้ลั่วชี้ไปที่บนตักตัวเอง
“ไม่... ค่ะพี่ชายฉันรับงานแค่ร้องเพลงกับเต้นรำเท่านั้น ไม่ได้ให้บริการอย่างอื่นค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างหนักแน่น
“ถ้าเธอยอมมานั่งบนตักฉัน ฉันจะให้เธอสองหมื่นหยวน มาทำงานที่แบบนี้ ก็เพราะอยากได้เงินไม่ใช่เหรอ” ฮวาปู้ลั่วจ้องมองหน้าอกและสะโพกของหญิงสาวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหยาบคาย
“คุณพี่คะ ฉันบอกไปแล้วนะคะว่าฉันรับงานแค่ร้องเพลงกับเต้นรำเท่านั้น ไม่ได้รับงานอย่างอื่น…”
“ยังจะมาแอ๊บใสอีกนะ เอาแบบนี้อยู่กับฉันคืนนึงฉันให้สี่หมื่นหยวน ถ้าปรนนิบัติฉันดีๆ ฉันอาจจะเลี้ยงดูเธอเป็การถาวรก็ได้” ฮวาปู้ลั่วพูดด้วยสายตาหื่นกระหาย
“ขอโทษด้วยค่ะ ฉันขอตัวกลับก่อน” เมื่อเห็นว่าฮวาปู้ลั่วหน้าไม่อายขนาดนี้ หญิงสาวก็ลุกขึ้นยืน
“เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” ฮวาปู้ลั่วขวางประตูไว้ “ยัยหนู เธอทำให้ฉันเกิดอารมณ์แล้วนะถ้าไม่ช่วยดับไฟให้ฉันก็อย่าหวังว่าจะออกไปจากที่นี่ได้”พูดจบฮวาปู้ลั่วก็พุ่งเข้าหาหญิงสาวทันที
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!” หญิงสาวพยายามหลบ แต่ห้องแคบมาก ไม่นานนักเธอก็ถูกฮวาปู้ลั่วไล่ทัน ข้อมือขาวเนียนถูกมือใหญ่ของเขาคว้าไว้แน่น
ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
ฮวาปู้ลั่วปล่อยมือหญิงสาวแล้วหันไปมองผู้จัดการสาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“เธอมาทำอะไร?”
“ขอโทษด้วยค่ะคุณชายฮวา แฟนของเสี่ยวเจียวมาหา ต้องขออนุญาตพาเธอออกไปจัดการธุระก่อนนะคะ” ผู้จัดการสาวพูดพร้อมกับยิ้มให้เขา
ร่างของเสี่ยวเจียวสั่นเล็กน้อย เธอคิดในใจว่าเธอมีแฟนั้แ่เมื่อไหร่กัน? แต่ในเมื่อมีโอกาสที่จะหนีพ้นจากเงื้อมมือของฮวาปู้ลั่ว เธอก็จะไม่ยอมปล่อยมันไปแน่ๆ จึงพยักหน้าอย่างเขินอาย
“โธ่เว้ย! จะบังเอิญอะไรขนาดนี้! ผู้จัดการหวังอย่าบอกนะว่าเธอจงใจหาเื่พาเสี่ยวเจียวออกไป?”
“คุณชายฮวาพูดอะไรอย่างนั้นล่ะ พวกเราจะกล้าหลอกคุณได้ยังไง อีกสักครู่พอเสี่ยวเจียวเสร็จธุระส่วนตัวแล้ว ฉันจะให้เธอกลับมาเป็อยู่เพื่อนคุณเองนะคะ” ผู้จัดการหวังพูดด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
เมื่อมาถึงห้องโถง เสี่ยวเจียวก็พูดด้วสีหน้าไม่พอใจว่า “พี่หวัง เมื่อกี้คุณชายฮวารังแกฉัน”
“เสี่ยวเจียว ในสถานที่แบบนี้ เจอเื่แบบนี้ก็ปกติ ต่อไปเธอก็ต้องชินแล้วล่ะ เมื่อกี้มีลูกค้ามา ยินดีจ่ายเงินเป็สองเท่าของคุณฮัว ฉันเลยเรียกเธอออกมา”
“พี่หวัง ลูกค้ายินดีจ่ายเงินเพิ่มอีกเท่าตัว เขาจะไม่เรียกร้องอะไรเกินเลยใช่ไหม พี่ก็รู้ว่าฉันต้องมาที่นี่เพื่อหาเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้พ่อที่ป่วยหนัก ฉันบอกไปแล้วว่านอกจากร้องเพลงและเต้นรำ ฉันจะไม่ทำอย่างอื่น” เสี่ยวเจียวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ลูกค้าท่านนั้นดูท่าทางใจดีนะน่าจะไม่เหมือนฮวาปู้ลั่ว ลูกค้ารอนานแล้ว เธอรีบไปเถอะ”
เสี่ยวเจียวพยักหน้า แล้วค่อยๆ เคาะประตูห้อง VIP สุดหรูหรา
“เข้ามา” เสียงทุ้มน่าฟังดังมาจากในห้อง
หัวใจของเสี่ยวเจียวสั่นไหวเล็กน้อย เสียงไพเราะที่ได้ยินจากข้างในให้ความรู้สึกหวานฉ่ำเหมือนตอนที่เธอกินสายไหมครั้งแรก นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าเสียงผู้ชายฟังดูดีขนาดนี้
เสี่ยวเจียวจึงเกิดความคาดหวังต่อชายที่กำลังจะได้พบอย่างมาก
หลังจากเข้าไปในห้องเสี่ยวเจียวเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีนั่งอยู่บนโซฟา เขากำลังจิบไวน์แดงด้วยท่าทางสบายๆ
สีหน้าของเสี่ยวเจียวเต็มไปด้วยความงุนงง ข้างๆ ชายหนุ่มหน้าตาดียังมีสาวสวยยืนอยู่ด้วย
สาวผมยาว มีผมหน้าม้าเสมอคิ้ว ไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตาหรือบุคลิกก็ไม่ด้อยไปกว่าเธอเลย
สิ่งเดียวที่ทำให้บรรยากาศดูไม่ค่อยดีคือสาวคนนั้นให้ความรู้สึกเ็าเกินไป ความเ็าของเธอไม่ใช่แค่การแสร้งทำ แต่เป็ความเ็าที่มาจากภายใน ราวกับว่าทั้งตัวเธอเป็ก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
เมื่อเห็นเสี่ยวเจียวยืนตะลึงอยู่ ชายหนุ่มหน้าตาดีก็พูดด้วยสีหน้าเป็มิตร “นั่งตรงไหนก็ได้”
เสี่ยวเจียวพยักหน้าอย่างเกรงใจ เธอเคยเห็นผู้ชายมาเที่ยวที่นี่มากมาย แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เธอเห็นผู้ชายพาสาวสวยมาเที่ยวด้วย
“พี่ชาย คุณอยากให้ฉันร้องเพลงหรือเต้นรำคะ?”
ชายหนุ่มมองหญิงสาวข้างๆ แล้วพูดว่า “ได้ยินว่าเธอเป็นักเรียนเก่งจากสถาบันเต้นรำเมืองเยียนจิง งั้นก็เต้นรำเพลงที่เธอถนัดสักเพลงแล้วกัน”
“ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้า แล้วจัดท่าทางให้พร้อม
ร่างกายของเธอหมุนอย่างรวดเร็วราวกับนกยูงที่แสนงดงาม เธอเคลื่อนไหวอย่างอ่อนช้อยไปทั่วห้องโถงกลาง แสดงท่วงท่าอันงดงามหลากหลาย
เมื่อบทเพลงจบลง ไม่ใช่แค่ชายหนุ่มที่ปรบมือชื่นชม แม้แต่หญิงสาวใบหน้าเ็าก็เผยรอยยิ้มชื่นชมออกมาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าเธอประทับใจในการเต้นรำของเสี่ยวเจียว
เสี่ยวเจียวพยักหน้าอย่างเขินอาย เพลงที่เธอเพิ่งเต้นรำไป เธอฝึกฝนอย่างหนักมาหลายปีั้แ่สมัยเรียน และยังคว้ารางวัลจากการแข่งขันมาแล้วหลายครั้ง
แต่การมาที่ศูนย์รวมความบันเทิงแห่งนี้ นับเป็ครั้งแรกที่เธอได้แสดง "ระบำวิหคเหิน" ซึ่งเป็ท่าเต้นที่เธอสามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ ต่อหน้าลูกค้าแบบนี้
ในใจของเสี่ยวเจียวรู้สึกเหมือนกับว่า แม้แต่ตอนเข้าร่วมการแข่งขันที่โรงเรียน เธอก็ยังไม่เคยแสดงออกมาได้ดีขนาดนี้มาก่อน เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกตื่นเต้นและเบิกบานใจอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่ได้อยู่ต่อหน้าชายหนุ่มคนนี้ และเมื่อเห็นเขาลุกขึ้นปรบมือ หัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความรู้สึกหวานล้ำ เผยรอยยิ้มขี้อายแบบเด็กสาวออกมา
‘ปัง’
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องโถงเต็มไปด้วยความรื่นเริง ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกผลักออก ฮวาปู้ลั่วพุ่งเข้ามาในห้องด้วยท่าทางโกรธเกรี้ยว
“นังตัวดี! ฉันจ่ายเงินให้เธอแล้วแท้ๆ เธอกลับหนีไปรับใช้คนอื่น ดูซิว่าฉันจะจัดการเธอยังไง!”
ฮวาปู้ลั่วเหลือบมองชายหนุ่มที่อยู่ในห้องด้วยสายตาแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “เฉินเซิง นายก็รู้อยู่แก่ใจว่าคืนนี้ฉันจองตัวสาวน้อยคนนี้ไว้แล้ว แต่นายยังเสนอหน้ามาแย่งเธอไปอีก นายตั้งใจจะมาหาเื่กันใช่มั้ย!”