โอ๊ย...หัวมันก็จะปวด
อิงอิงอยากจะดึงทึ้งผมตัวเองยิ่งนักหลังจากได้รับฟังเื่ราวทั้งหมดแต่ก็ทำได้เพียงหลับตานิ่งคร่ำครวญอยู่ในใจเกิดมานางยังไม่เคยรู้สึกปวดกบาลเช่นนี้มาก่อนเลย
ทำไมชีวิตนางถึงไม่ชวนฝันเหมือนในนิยายที่เคยอ่านมาเลยนะ
จะทำเช่นไรต่อไปดีล่ะทีนี้เห็นทีนางคงได้ตายอีกรอบเป็แน่
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งจึงเอ่ยถามเด็กสาวตรงหน้าที่กำลังมองนางตาละห้อยดวงตาหยีเล็กนั้นยังคงแดงระเรื่อ
"เสี่ยวมี่ เ้ารู้หรือไม่ว่าบิดาของข้าจะกลับมาเมื่อใด"
ใช่แล้วนาง้าที่พึ่ง ที่พึ่งเดียวที่นึกได้ในตอนนี้คือผู้เป็บิดาเ้าของร่าง หากบิดากลับมาอย่างไรเสียอีกฝ่ายคงจะยังไม่กล้าที่จะลงมือกับนางอย่างน้อยก็สามารถยืดเวลาออกไปได้แต่ใบหน้าที่เจื่อนลงของคนตรงหน้าบอกให้รู้ได้ว่าทางเลือกนี้ของนางถูกปิดตายไปเสียแล้ว
เสี่ยวมี่มองผู้เป็นายอย่างชอกช้ำระกำใจได้แต่คร่ำครวญอยู่ในอก
โถ...คุณหนูเ้าขาท่านที่เป็บุตรยังไม่ทราบ แล้วบ่าวเป็เพียงบ่าวในจวนจะทราบได้เยี่ยงไรกันเ้าคะ
แม้ภายในใจจะคิดเช่นนั้นแต่คำพูดที่กล่าวออกมา หาได้เป็อย่างใจนึกไม่มีหรือที่นางจะกล้าเอ่ยเช่นนั้นออกไป
"บ่าวก็ไม่รู้ได้เ้าค่ะคุณหนู นายท่านจะไปจะมาล้วนไม่มีใครทราบ"
ฝ่ามือบางยกขึ้นนวดขมับอย่างคิดหนักอีกครั้งแล้วใครจะช่วยสตรีตัวเล็กๆ เช่นนางให้พ้นภัยในครั้งนี้ไปได้กัน
ในหัวของนางตอนนี้พยายามไล่เรียงถึงตัวละครในเื่ที่พอจะเป็ที่พึ่งให้แก่นางได้แต่ให้ตายเถอะ เหตุใดมันจึงได้ว่างเปล่าถึงเพียงนี้
เห็นทีคงต้องพึ่งตัวเองเสียแล้วอิงอิงเอ๋ย
สิ่งสำคัญที่สุดที่นางคิดได้คือนางต้องเร่งหาทางออกไปนอกจวนเพื่อหยุดยั้งไม่ให้มีการวางเพลิงร้านซาลาเปาของแม่นางเอกมันช่างบังเอิญเสียจริงที่ คืนนี้ คนของว่านเย่วอิงจะลงมือ
ดังนั้นนางจึงต้องหยุดยั้งแผนการทั้งหมดหากไม่มีการวางเพลิงเกิดขึ้น นางก็ยังพอจะมีทางรอด
แต่นางจะหลุดรอดจากสายตาคนของเซี่ยชิงเทียนไปได้อย่างไรกันนี่สิปัญหา
เ้าคนบัดซบนั่นกัดข้าไม่ปล่อยเลยจริงๆ
อิงอิงได้แต่ก่นด่าบุรุษผู้เป็พระเอกของเื่อยู่ในใจก่อนจะสั่งให้เสี่ยวมี่นำอาภรณ์ที่รัดกุมเหมาะแก่การลักลอบออกนอกจวนมาให้เปลี่ยนเพราะอาภรณ์ที่นางสวมใส่อยู่ตอนนี้สีสันช่างโดดเด่นเสียเหลือเกิน
ครู่ต่อมาจึงปรากฏร่างบอบบางในอาภรณ์สุดแสนจะธรรมดาแต่ทว่ายังคงเป็ผ้าเนื้อดีกำลังทำลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงกำแพงด้านหลังจวน
"คุณหนูระวังนะเ้าคะ"
เสี่ยวมี่เอ่ยบอกผู้เป็นายด้วยใบหน้าซีดขาวหลังจากพลัดตกน้ำคุณหนูของนางก็เปลี่ยนไปคล้ายจะไม่ใช่คุณหนูคนเดิมอีกทั้งยังจำสิ่งใดไม่ได้ แม้นางจะยินดีที่คุณหนูมิได้ร้ายกาจดังเก่า แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเป็ห่วงอีกฝ่ายเพราะความดื้อรั้นนั้นมิได้ลดน้อยถอยลงเลย
ตอนนี้นางจึงทำได้เพียงยืนมองร่างบอบบางพยุงตัวขึ้นไปบนเก้าอี้ที่นางเป็ผู้ยกออกมาวางให้ปีนป่ายขึ้นไปบนกำแพงสูง สองเท้าเล็กๆ ที่เหยียบลงบนล่องอิฐนั้นสั่นเทาฝ่ามือเล็กบอบบางเกร็งเกาะขอบกำแพงแลดูน่าหวาดเสียวเสี่ยวมี่รู้สึกสงสารคุณหนูของนางจับใจไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่จะสร้างความลำบากให้คุณหนูของนางได้ถึงเพียงนี้แม้นางอยากจะออกไปแทนผู้เป็นายแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยินยอม
อิงอิงปีนขึ้นมานั่งกายสั่นเทาอยู่บนกำแพงด้วยหัวใจที่สั่นรัวสายตาเหลือบมองลงไปเบื้องล่างพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่
เกิดนางพลาดพลัดตกลงไปคงมิวายแข้งขาหักเป็แน่เกิดมายังไม่เคยที่จะทำอะไรเสี่ยงอันตรายดังเช่นครั้งนี้มาก่อนเลย
พ่อแก้วแม่แก้วช่วยปกป้องคุ้มครองลูกด้วยเถิด
เมื่อสงบจิตสงบใจได้ก็กระเถิบกายค่อยๆ ไต่ลงไปเบื้องล่าง เพียงสองเท้าััพื้น ร่างบอบบางก็ทรุดฮวบลงสองขาของนางสั่นเทาจนไม่อาจที่จะพยุงตัวอยู่ได้ฝ่ามือทั้งสองนั้นเจ็บแปลบเมื่อยกขึ้นดูก็เห็นว่ามันแดงเถือกและยังมีรอยถลอกจนเืสีแดงไหลซึมออกมาอีกด้วย
อิงอิงแข็งใจกัดฟันอดทนกับความเ็ปที่ได้รับพยุงกายลุกขึ้น นำผ้าคลุมหน้าขึ้นมาสวม นางต้องเร่งไปให้ถึงจุดหมายหากมัวแต่ชักช้าจะไม่ทันการณ์
ร่างบางย่ำเท้าเดินมุ่งหน้าไปตามถนนด้านหลังจวนก่อนจะเห็นต้นไม้ใหญ่ที่เสี่ยวมี่บอกมาก่อนหน้าว่ามีตรอกเล็กๆซึ่งเป็ทางลัดที่จะพานางไปยังจุดหมาย หากไม่รู้มาก่อนก็ไม่มีทางที่จะสังเกตเห็น
ซึ่งจุดหมายปลายทางของนางก็คือตรอกขอทานแหล่งกบดานของเหล่าสมุน ของว่านเย่วอิง
หึนางร้ายของเื่จะไร้ซึ่งแขนขาได้เช่นไรกัน
แต่ที่ไปที่มาของลูกสมุนเหล่านี้ที่ได้รับรู้จากเสี่ยวมี่ทำให้อิงอิงขยาดในความร้ายกาจและไร้ยางอายของว่านเย่วอิงยิ่งนัก
การที่ว่านเย่วอิงมีคนเหล่านี้ไว้ใช้งานก็เพราะบิดาของนางได้รักษาบุตรชายที่กำลังป่วยของหัวหน้าขอทานโดยที่ไม่คิดเงินค่ารักษาทั้งๆที่ไม่มีหมอคนใดยอมรักษาบุตรชายของเขาเพราะรังเกียจที่เป็เพียงขอทานและมองว่าชีวิตของพวกเขานั้นไร้ค่าจนอีกฝ่ายสำนึกในบุญคุณยอมทำตามคำสั่งของว่ายเย่วอิงผู้เป็บุตรสาวของผู้มีพระคุณหลังจากที่นางได้ฟังเื่ราวของขอทานเ่าั้จากเสี่ยวมี่นางก็พอจะจำได้ว่าเดิมขอทานเ่าั้มิใช่คนเลวร้ายแต่เพราะคำสั่งของว่านเย่วอิงที่สั่งให้พวกเขาทำเื่ชั่วร้าย
จากที่เป็เพียงขอทานก็ได้กลายเป็กลุ่มโจรที่ชาวบ้านชาวเมืองประณามว่าเป็พวกต่ำช้าใจทรามเช่นนั้นคงเป็พวกเขาที่ว่านเย่วอิงสั่งให้ไปข่มเหงนางเอกเพราะหลังจากที่ว่านเย่วอิงจบชีวิตลงพวกเขาก็ถูกพระเอกที่ร่วมมือกับทางการกวาดล้างจนต้องพบกับจุดจบที่น่าเศร้า
แต่ในครั้งนี้นางจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกครั้งเป็แน่และภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทำให้นางยิ่งไม่อาจปล่อยให้เื่ราวเช่นนั้นเกิดขึ้น
ปลายเท้าและความคิดทั้งหมดของนางหยุดนิ่งลงกวาดตามองสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าด้วยหัวใจที่สั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
พวกเขาเหล่านี้หรือที่ถูกกวาดล้างจนไม่เหลือ
ตรงหน้าของนางมีคนแก่ผู้หญิงและเด็กอีกหลายสิบชีวิตแค่มองด้วยตาก็รู้ว่าพวกเขาเหล่านี้ต้องอยู่กันอย่างอดอยากเพียงใดร่างกายของคนเหล่านี้คือคนที่ขาดสารอาหารมาเป็เวลานาน เสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดวิ่นเพิงพักที่ใช้ซุกหัวนอนไม่อาจที่จะใช้ป้องกันอากาศที่หนาวเหน็บหรือแม้กระทั่งหลบแดดหลบฝนได้
ภาพเหล่านี้ทำให้นางรู้สึกวูบโหวงสะท้อนในอกนางผู้ที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา นอนอุ่นกินอิ่ม สุขสบายมาตลอดชีวิตไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มาพบเจอกับสภาพอันน่าเวทนาเหล่านี้ในขณะที่นางกินทิ้งกินขว้างยังมีอีกหลายชีวิตที่อดอยาก
"นายหญิง"
เสียงเรียกของบุรุษผู้หนึ่งดึงสติของนางจากภาพตรงหน้าใบหน้างดงามหันไปมองชายฉกรรจ์ที่ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยหนวดเครารกรุงรังรูปร่างสูงแต่ทว่าผอมจนตาลึกโบ๋ดูน่ากลัวในชุดสกปรกสีมอซอด้านหลังของเขามีเด็กหนุ่มอีกสี่ห้าคน ซึ่งแต่ละคนนั้นมีสภาพที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย
"ตู้เซิ่ง"
อิงอิงเอ่ยนามของคนตรงหน้าแ่เบาชายผู้นี้คือหัวหน้าของขอทานเหล่านี้เขาสั่งให้เด็กหนุ่มผู้หนึ่งยกเก้าอี้ตัวเก่าที่ถูกซ่อมแซมหลายจุดออกมาก่อนจะใช้ฝ่ามือเช็ดถูมันและเชิญให้นางนั่ง จากนั้นจึงคุกเข่าลงเบื้องหน้าเด็กหนุ่มเื้ัของเขาเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของตนทำเช่นนั้นก็พร้อมใจกันนั่งคุกเข่าลงตรงหน้านาง
พวกเขาทั้งหมดก้มหน้าลงรอรับคำสั่งราวกับทาสผู้ซื่อสัตย์
"ข้ามาที่นี่เพื่อยกเลิกคำสั่งทั้งหมด"