เมื่อมู่ชงทราบผลการสอบว่าพวกเขาทั้งสี่คนสอบผ่านด้วยกันทั้งหมด มู่ชงรีบวิ่งกลับบ้านพักเพื่อแจ้งข่าวดีนี้แก่เพื่อนๆ
“มู่ชง นายเป็อะไร ทำไมทำหน้าตาตื่นอย่างนั้น” เพื่อนยุวชนชายถามด้วยความใ
“พวกนาย…ประกาศผลสอบออกมาแล้ว พวกเราสอบผ่านกันทั้งหมด” มู่ชงกล่าวด้วยความดีใจ
หลี่เยว่ซิน หลินเสี่ยวเหม่ย เพื่อนยุวชนชายหญิง ทุกคนนั่งนิ่งกันอยู่อย่างนั้น และหันหน้ามองมู่ชงด้วยสายตาว่างเปล่า เพราะไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยิน
“พวกนายเป็อะไรไป ฉันบอกว่าพวกเราสอบผ่านกันแล้ว และสอบผ่านกันหมดทุกคน” มู่ชงรีบย้ำกับเพื่อน
“มันคือเื่จริงหรือมู่ชง นายไม่ได้หลอกพวกเราใช่หรือไม่” เพื่อนยุวชนหญิงสอบถามเขาอีกครั้ง
“พวกนายทำใจดีๆ และตั้งใจฟังฉัน พวกเราสอบผ่านแล้ว นั่นคือเื่จริง ฉันเพิ่งได้รับแจ้งมาจากหัวหน้าหมู่บ้าน พอรู้เื่แล้วก็รีบตรงมาบอกพวกนายที่นี่เลย” มู่ชงยืนยันกับเพื่อนอีกครั้งอย่างไม่นึกเบื่อหน่าย
“โอ !!! ฉันสอบผ่านแล้ว ฉันทำสำเร็จแล้ว ฉันจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวฉันแล้ว” เพื่อนยุวชนชายกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและดีใจ
“พวกเราทำได้แล้วจริงๆ พวกเราทำได้แล้ว” หลินเสี่ยวเหม่ยวิ่งเข้าไปกอดหลี่เยว่ซินและเพื่อนยุวชนหญิง
“เยว่ซิน ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเธอ เป็เพราะเธอ พวกเราจึงได้มาถึงจุดนี้ได้” มู่ชงกล่าวขอบคุณหลี่เยว่ซินด้วยความจริงใจ
พวกเขากล่าวขอบคุณหลี่เยว่ซินอยู่เป็เวลานาน พูดอย่างไม่มีใครฟังใคร ฟังแทบไม่ออก แต่มันสะท้อนถึงความตื่นเต้นยินดีของพวกเขา หลี่เยว่ซินมองดูภาพนั้นและยิ้มอย่างมีความสุข
หลี่เยว่ซินนึกย้อนไปถึงวันเวลา่แรกที่พวกเราเพิ่งเดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ มันเป็ความทรงจำของร่างเดิม พวกเขาเป็ยุวชนที่ถูกส่งตัวมาในเวลาไล่เลี่ยกัน พวกเขาจำได้ว่าในคราวแรกที่พบกัน พวกเขามีแต่ความเศร้า ความหดหู่ ความอ้างว้างที่ต้องห่างจากบ้านมาอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ต้องทำงานในไร่ทั้งที่พวกเขาไม่เคยทำ อาหารดีๆ มีให้กินไม่มากนัก พวกเขาต่างต้องพึ่งพากันและกันเพื่อความอยู่รอด นานวันเข้าก็เกิดเป็ความผูกพันดั่งคนในครอบครัว
“พวกเธอพอได้แล้วล่ะ ฉันรู้ว่าพวกเธอซาบซึ้งใจ แต่พวกเธอขอบคุณฉันมากเกินไปแล้ว ฉันรับไม่ไหวจริงๆ” หลี่เยว่ซินพูดพลางหัวเราะอย่างมีความสุข เธอ้าให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายจากอาการตื่นเต้นนี้
“ไม่พอหรอกเยว่ซิน แต่ฉันก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากนี้แล้วจริงๆ” หลินเสี่ยวเหม่ยหัวเราะเสียงดังเช่นกัน
“ฉันว่าคืนนี้เราต้องเลี้ยงฉลองกันสักหน่อยแล้ว” มู่ชงเสนอความคิด
“เป็ความคิดที่ดี ถ้าอย่างนั้นนายกับฉัน พวกเราเข้าเมืองไปหาซื้ออาหารมาให้พวกสาวๆ ทำให้กินดีกว่า นายเห็นว่าอย่างไร” เพื่อนยุวชนชายหันหน้าไปพูดกับมู่ชง
“เดี๋ยวฉันให้เยว่ซินจดรายการให้ พวกฉันจะทำอาหารมื้อนี้อย่างสุดฝีมือเอง” เพื่อนยุวชนหญิงรีบบอกต่อ “พวกนายไม่ต้องทำหน้าใอย่างนั้น ฉันกับเสี่ยวเหม่ยจะเป็แค่ลูกมือ เยว่ซินจะเป็คนปรุงหลักอย่างแน่นอน” พวกเขาได้ฟังต่างหัวเราะอารมณ์ดี และแยกย้ายกันไป ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ข่าวการสอบผ่านการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของกลุ่มยุวชนในหมู่บ้านกระจายไปอย่างรวดเร็ว หัวหน้าหมู่บ้านเดินทางมาแสดงความยินดีกับพวกเขาด้วยตัวเอง พร้อมทั้งนำเหล้าที่เขาหมักเองมาให้หนึ่งขวด หลี่เยว่ซินเป็ตัวแทนรับและกล่าวขอบคุณหัวหน้าหมู่บ้าน พร้อมกับบอกว่าวันนี้พวกเขาจะทำอาหารเลี้ยงฉลองกันที่บ้านพัก แต่เกรงว่าหัวหน้าหมู่บ้านจะไม่สะดวกมาร่วมด้วย จึงจะนำอาหารที่ทำเสร็จแล้วไปส่งให้หัวหน้าหมู่บ้านได้ลองชิมฝีมือพวกตนดู หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวลาด้วยความพอใจ
เมนูอาหารในวันนี้ หลี่เยว่ซินตั้งใจแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็ข้าวอบธัญพืช หมูสามชั้นทอดเกลือ กุ้งอบวุ้นเส้น ถั่วลิสงทอดเกลือ ไข่ม้วนใส่ต้นหอมซอย และซุปซี่โครงหมูใส่มันฝรั่ง
หลี่เยว่ซินและเพื่อนสาว ยุ่งอยู่ในครัวตลอดบ่าย เมนูอาหารมื้อนี้จะว่าไปแล้ว ถือว่าดีกว่าอาหารวันปีใหม่ที่พวกเขาทำฉลองกันในปีที่ผ่านมาเสียอีก พวกเขาไม่อยากประหยัดกับมื้อนี้จึงมีเมนูเนื้อเกือบทุกจาน พวกเขาอยากฉลองให้มีความสุขกันอย่างเต็มที่ ทำเสร็จก็เกือบถึงเวลามื้อเย็นพอดี หลี่เยว่ซินจึงจัดอาหารใส่กล่องแล้วให้มู่ชงนำไปมอบให้แก่หัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อเป็การขอบคุณสำหรับเหล้าที่หัวหน้าหมู่บ้านนำมามอบให้
“เยว่ซิน…อาหารมื้อนี้เป็มื้อที่ดีที่สุดั้แ่พวกเรามาอยู่ที่นี่เลยล่ะ” เพื่อนยุวชนชายกล่าวเมื่อเห็นอาหารทั้งหมด ทั้งที่เขาเป็คนไปซื้อวัตถุดิบเองแท้ๆ แต่เขาไม่นึกเลยว่าวัตถุดิบเ่าั้จะนำมาทำอาหารได้มากมายและท่าทานขนาดนี้
“มันยังอร่อยมากด้วยล่ะ ฉันทำสุดฝีมือเพื่อพวกเธอเลยนะ พวกเธอเริ่มลงมื้อกันได้แล้ว เดี๋ยวอาหารเย็นแล้วจะไม่อร่อย” หลี่เยว่ซินรีบชักชวนเพื่อน
“ฉันว่าเรามาดื่มฉลองกันสักแก้วก่อนดีกว่าไหม โอกาสดี เหล้าดี เพื่อนดี ทั้งหมดเพื่อชีวิตที่ดีของพวกเรา” มู่ชงกล่าวพร้อมส่งเหล้าให้เพื่อน
“พวกผู้หญิงดื่มแค่คนละแก้วก็พอ ที่เหลือพวกฉันจะจัดการเอง” เพื่อนยุวชนชายกล่าวเรียกเสียงหัวเราะให้แก่เพื่อน
พวกเขาต่างมองหน้ากันและคิดว่าเป็เวลานานเท่าไหร่แล้วที่พวกเขาไม่ได้หัวเราะและผ่อนคลายกันอย่างนี้ พวกเขารับเหล้ามาและดื่มทั้งหมดอย่างพร้อมเพรียงกัน แล้วเริ่มลงมือทานอาหารกันอย่างมีความสุข